ราคายางพารา
กลุ่มเกษตรกรทำสวนไม้เรียง ยึดสมาชิกเป็นศูนย์กลางการขับเคลื่อนงาน นำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงสร้างอาชีพและรายได้ โดยไม่หวังพึ่งยางพาราเพียงอย่างเดียว วิกฤตปัญหาราคายางพาราตกต่ำเมื่อ 40 กว่าปีก่อน อันเป็นผลมาจากการกดราคาของพ่อค้าคนกลาง ส่งผลให้ชาวบ้านกลุ่มเล็กๆ ที่ประกอบอาชีพทำสวนยางใน ต.ไม้เรียง อ.ฉวาง จ.นครศรีธรรมราช รวมตัวกันจัดตั้งกลุ่มขึ้นมามีชื่อว่า “กลุ่มเกษตรกรทำสวนไม้เรียง” ภายใต้แกนนำคนสำคัญในขณะนั้น “ลุงประยงค์ รณรงค์” เพื่อสร้างพลังอำนาจต่อรองราคากับพ่อค้าคนกลาง “เมื่อก่อนยางไม่ได้คุณภาพ มาตรฐานไม่มี เพราะเป็นไปในลักษณะต่างคนต่างทำ ทำให้พ่อค้าอ้างเหตุกดราคา แล้งยิ่งต่างคนต่างทำ ต่างคนต่างขาย ไม่ว่าจะทำยางดีมีคุณภาพแค่ไหนก็ไม่มีอำนาจต่อรอง จึงมีแนวคิดการรวมกลุ่มขึ้นมาเพื่อจะได้ทำยางมาตรฐานเดียวกัน แล้วก็มีพลังอำนาจต่อรองราคากับพ่อค้าได้” ลุงประยงค์ รณรงค์ ปราชญ์ของแผ่นดินวัย 89 ปี ย้อนอดีตในฐานะผู้ก่อตั้งกลุ่มเกษตรกรทำสวนไม้เรียง เมื่อปี 2527 หรือเมื่อ 40 กว่าปีก่อน กลุ่มเกษตรกรทำสวนไม้เรียง ถือเป็นกลุ่มเกษตรกรชาวสวนยางกลุ่มแรกๆ ที่ก่อกำเนิดขึ้นมาเพื่อสร้างพลังต่อรองหลังจากต่อ
“โฆษกเกษตรเผย ก.เกษตรฯ เอาจริง ดันราคายางพาราดีขึ้นต่อเนื่อง ล่าสุดทะลุ 90 บาท สูงสุดในรอบ 85 เดือน เดินหน้าตามนโยบายรัฐบาลเศรษฐาฯ “ธรรมนัส “คุมเข้มผลักดันขายคาร์บอนเครดิตในสวนยางไทย เพิ่มรายได้ชาวสวนยาง กว่า 2.4 หมื่นล้านบาท” นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ โฆษกกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (ฝ่ายการเมือง) เปิดเผยถึงสถานการณ์ราคายางพาราในปัจจุบันดีดตัวขึ้นสูงอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด ราคายางที่ซื้อขายผ่านสำนักงานตลาดกลางยางพารา ของ กยท. พุ่งทะลุ 90 บาทไปแล้ว ซึ่งราคาซื้อขายยางแผ่นรมควัน อยู่ที่ 90.09 บาทต่อกิโลกรัม ถือเป็นราคาสูงที่สุดในรอบ 85 เดือน (7 ปี 1 เดือน) โดยปรับตัวสูงขึ้นมาอย่างต่อเนื่องและคาดว่าจะยังคงอยู่ในทิศทางแนวโน้มขาขึ้นต่อไป ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กำชับสั่งการให้ นายณกรณ์ ตรรกวิรพัท ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย มุ่งดำเนินงานสนับสนุนให้เกิดการสร้างรายได้ให้เกษตรกรผู้ปลูกยางพารา นอกเหนือจากการผลิตยางธรรมชาติ และผลิตภัณฑ์ไม้ยางพารา โดยสร้างแหล่งรายได้ให้กับเกษตรกร ผ่านกระบวนการซื้อ-ขายแลกเปลี่ยนคาร์บอนเครดิต เพื่อยกระดับรายได้และคุณภาพชีวิตของเกษตรก
ยางทุบสถิติ 77 บาทต่อกิโลกรัม ประธาน กยท. หวั่นเหตุปมพื้นที่ ส.ป.ก. ทับซ้อนอุทยานฯ กระทบราคายางพาราร่วงวืด 100 บาทต่อกิโลกรัม เกรงอียูไม่เชื่อมั่น ชาวสวนยาง 6 ล้านไร่ เคว้ง เข้ามาตรการ EUDR ปลายปี 2567 วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2567 ดร.เพิก เลิศวังพง ประธานกรรมการการยางแห่งประเทศไทย (บอร์ด กยท.) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า หลังจากได้ลงพื้นที่ประชุมกับหลายฝ่าย เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะนี้สถานการณ์ราคายางพาราปรับขึ้นไปถึง 30 บาท จากราคากิโลกรัมละ 49 บาท เป็น 77 บาท ในช่วงเวลา 5 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งแม้ว่าจะไม่ใช่ช่วงที่ผลผลิตยางออกสู่ตลาดมากที่สุด แต่ก็ทำให้มีผลให้เม็ดเงินเข้าสู่ระบบ มากถึง 30,000-50,000 ล้านบาท ซึ่งเกิดจากการบริหารจัดการระบบนิเวศยางพารา และในช่วงปลายปี 2567 จะมีการบังคับใช้มาตรฐาน Deforestation-free Products Regulation (EUDR) ซึ่งทาง กยท. ได้เตรียมความพร้อมเพื่อให้เกษตรกรเข้าสู่ระบบ โดยจะต้องสามารถรายงานถึงที่มาที่ไปของการซื้อยาง 100% ว่าซื้อจากใคร ซึ่งก็เหมือนบล็อกเชน ถ้ารู้ซื้อจากใครก็ง่ายขึ้น “เกษตรกร 100 ราย มาร้านรับซื้อร้านหนึ่ง ร้านนั้นก็จะมีข้อมูลของคน 100 รายงานว่าม
ราคายางพาราในประเทศพุ่งรับปีมังกร แค่ 5 วัน ยางแผ่นดิบรมควันชั้น 3 ประมูลในตลาดกลางสงขลาขยับขึ้นมา 5 บาทกว่า/กก. หรือราคายางยืนอยู่เหนือ 63 บาท/กก. ดันราคาน้ำยางขึ้นมา 60 บาทเช่นกัน ชาวสวนหวั่นราคาขึ้นเร็ว ต้องจับจังหวะซื้อขายยางล่วงหน้าให้ดี ส่วน “เพิก เลิศวังพง” ยืนยันราคายางกำลังปรับฐาน ผลปราบยางเถื่อน ดันโครงการล้อยาง “Thai Tyre” ไปตลาดโลก ราคายางพาราในประเทศได้ขยับขึ้นมาตั้งแต่ช่วงกลางเดือนธันวาคมที่ผ่านมา จากราคายางแผ่นรมควันชั้น 3 ที่ กก.ละ 55.02 บาท (ตลาดกลางยางพารา จ.สงขลา) ในวันที่ 19 ธันวาคม 2566 มาถึงวันนี้ (16 มกราคม 2567) ราคายางแผ่นรมควันชั้น 3 ได้ขยับขึ้นมาถึง กก.ละ 63.09 บาท หรือราคาปรับขึ้นมาถึง 8 บาท/กก.ในช่วงเวลาแค่เดือนเดียว สอดคล้องกับราคาน้ำยางสด ณ โรงงานก็ได้ปรับตัวสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ โดยขณะนี้ราคาน้ำยางอยู่ที่ กก.ละ 60 บาท (บ.ศรีตรัง กก.ละ 59 บาท-ไทยรับเบอร์ 58 บาท-เซาท์แลนด์ 56 บาท) ส่วนราคา FOB RSS3 (Bangkok) อยู่ที่ 68.59 เหรียญ หรือปรับขึ้นมาจากช่วงวันที่ 19 ธันวาคม 2566 ที่ 60.52 เหรียญ ย้อนหลังไป 5 วันที่ผ่านมาจะพบว่า ราคายางแผ่นดิบรมควันชั้น 3 ปรับตั
ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายยางแห่งชาติ (กนย.) โดยมีพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมฯ มีมติเห็นชอบเดินหน้าโครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนยาง ระยะที่ 4 วงเงินรวมกว่า 7.6 พันล้านบาท พร้อมเร่งเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต่อ คาดเริ่มจ่ายเงินงวดแรกได้กุมภาพันธ์นี้ นายณกรณ์ ตรรกวิรพัท ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย เผยว่า กนย. มีมติเห็นชอบโครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนยาง ระยะที่ 4 เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรในกรณีที่รายได้ลดลงจากที่เกษตรกรควรจะได้รับ และช่วยลดผลกระทบในการดำเนินชีวิต โดยการประกันรายได้ให้เกษตรกรชาวสวนยางที่ขึ้นทะเบียนและแจ้งข้อมูลพื้นที่กับการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ภายในวันที่ 30 มิถุนายน 2565 จำนวนทั้งสิ้น 1,604,379 ราย (เจ้าของสวน ผู้เช่า ผู้ทำ 1,372,865 ราย และคนกรีดยาง 231,514 ราย) คิดเป็นพื้นที่ปลูกยาง รวม 18,183,764.59 ไร่ ซึ่งเป็นสวนยางอายุ 7 ปีขึ้นไปที่เปิดกรีดแล้ว กำหนดราคาประกันผลผลิตยางแต่ละชนิด ดังนี้ ยางแผ่นดิบคุณภาพดี 60 บาท/กิโลกรัม น้ำยางสด (DRC 100%) 57 บาท/กิโลกรัม และยางก้อนถ้วย (DRC 50%) 23 บาท/กิโลกรัม แบ่งสัดส่วนรายได้ เจ้าของสวนร
นายณกรณ์ ตรรกวิรพัท ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) กล่าวถึงสถานการณ์ยางในช่วงนี้ว่า กยท. ได้เฝ้าระวังเรื่องนี้อยู่ตลอด โดยเรื่องบริษัทลูกของ กยท. กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ผ่านการพิจารณาเรียบร้อยแล้ว ขณะนี้ อยู่ระหว่างการพิจารณาของสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) และคณะรัฐมนตรี เพื่ออนุมัติให้ดำเนินการต่อไป อย่างไรก็ตาม ระหว่างที่รอการจัดตั้งบริษัทลูก กยท.ได้ดูแลการซื้อ-ขายยางผ่านหน่วยธุรกิจ (BU) เพื่อช่วยรักษาเสถียรภาพราคายางมาอย่างต่อเนื่อง โดยซื้อ-ขายยางทั้งในตลาดล่วงหน้าและตลาดซื้อขายจริง อย่างไรก็ตาม เรื่องของราคายางพาราเป็นไปตามกลไกตลาด เนื่องจากช่วงนี้ความต้องการใช้ลดลง จากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว บวกกับภาวะเงินเฟ้อที่เกิดขึ้นทั่วโลก แม้ราคายางในช่วงนี้จะมีการปรับตัวบ้าง แต่ก็เพียงระยะสั้นๆ เท่านั้น เชื่อว่ายางยังคงมีเสถียรภาพอยู่ โดยคาดว่าช่วงปลายปีแนวโน้มราคายางจะปรับตัวดีขึ้น เนื่องจากโรงงานต่างๆ กลับมาซื้อยางเพื่อป้อนเข้าสู่ภาคอุตสาหกรรมการผลิต นอกจากนี้ กยท. ยังดำเนินโครงการชะลอการขายยางของสถาบันเกษตรกรชาวสวนยาง เป็นยางก้อนถ้วยแห้ง ทำให้ยางที่เข้าร่วมโครงการจะได้ส่ว
ผู้ว่า กยท. ชูมาตรการหาทางออก เร่งการผลิตยางตามความต้องการของตลาด รับมือความผันผวน หลังราคาน้ำยางร่วงแรง พัวพันหลายสถานการณ์โลกตึงเครียด ด้านนายกสมาคมน้ำยางข้นไทยไม่ตระหนก ชี้ราคาเตรียมกลับสู่สมดุล ขณะที่อุปนายกสมาคมผู้ผลิตถุงมือยางฯ มองปัจจัยแฝง เกิดสินค้าทดแทนแย่งความต้องการใช้น้ำยาง วันที่ 30 มิถุนายน นายณกรณ์ ตรรกวิรพัท ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์ราคาน้ำยางที่เกิดขึ้นว่า จากสภาวะราคาน้ำยางสดที่มีการแกว่งตัวค่อนข้างสูงในช่วงปลาย พฤษภาคม – ต้นมิถุนายน ทำให้เกษตรกรชาวสวนยางเกิดความกังวลใจ เนื่องจากในช่วงที่ผ่านมาประเทศไทยมีฝนตกค่อนข้างชุก ทำให้ผลผลิตออกมาน้อย ขณะเดียวกันเป็นช่วงผู้ประกอบการหลายรายต้องมีการส่งมอบสินค้าตามสัญญา จึงทำให้ความต้องการใช้ยางในขณะนั้นค่อนข้างสูง ส่งผลให้ราคา น้ำยางขยับตามกลไกตลาด ในช่วงเวลานี้ถือว่าราคากลับมาปกติตามภาวะของตลาด แต่อย่างไรก็ตาม กยท. มีมาตรการเพื่อรับมือในเรื่องราคาที่ผันผวน ได้แก่ โครงการชะลอขายยางของสถาบันเกษตรกรชาวสวนยาง เพื่อรักษาเสถียรภาพราคายาง โดยให้เงินอุดหนุนกับสถาบันเพื่อเป็นทุนหมุนเวียนในการรับซื้อย
แรงไม่หยุดจริงๆ สำหรับราคายางพาราที่วันนี้พุ่งกระฉูดใกล้แตะ 100 บาท ต่อกิโลกรัม เข้าไปแล้ว จากตัวเลขหลังปิดตลาดล่าสุด (ณ 28 ต.ค. 63) ราคายางแผ่นรมควันพุ่งแตะสูงสุด 82.80 บาท/กก. ที่ตลาดกลางยางพารา จ.นครศรีธรรมราช และ จ.สงขลา ส่วนตลาดกลางฯ จ.สุราษฎร์ธานี ราคาอยู่ที่ 82.69 บาท/กก. โดยหลังจากเปิดตลาดสัปดาห์นี้เพียง 3 วัน ราคาเพิ่มขึ้นกว่า 16 บาท คาดการณ์ว่าราคาสามารถพุ่งสูงต่อเนื่อง อาจแตะ 100 บาท/กก.ได้ในไม่ช้า ทั้งนี้ ราคายางจะยังคงอยู่ในแนวบวกอย่างต่อเนื่อง และทะลุแนวต้านสูงสุดในรอบ 3 ปี 5 เดือน ปฏิเสธไม่ได้ว่าส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากปัจจัยกลไกตลาดและมาตรการต่างๆ ของรัฐบาล โดยเฉพาะการขับเคลื่อนโมเดล “เกษตรฯ-พาณิชย์ทันสมัย” และนโยบาย “เกษตรผลิต พาณิชย์ตลาด” ซึ่งเป็นความร่วมมือการทำงานระหว่าง ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ที่ได้ดำเนินงานร่วมกันตั้งแต่ปีที่แล้วทั้งโครงการประกันรายได้ชาวสวนยางเฟส 1 และ 2 โดยเฟส 2 เริ่มเมื่อ วันที่ 1 ตุลาคม ผ่านมา โดยกำหนดราคายางแผ่น 60 บาท/กก. น้ำยา
นายณกรณ์ ตรรกวิรพัท ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย เผยสถานการณ์ราคายางขยับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา ล่าสุดวันนี้ (1 กันยายน 2563) ราคายางพุ่งทะลุ 60 บาท ต่อกิโลกรัม โดยยางแผ่นรมควันชั้น 3 ณ ตลาดกลางยางพาราทั้ง 3 แห่ง ของ กยท. คือ ตลาดกลางยางพาราจังหวัดสงขลา ตลาดกลางยางพาราจังหวัดสุราษฎร์ธานี และตลาดกลางยางพาราจังหวัดนครศรีธรรมราช ราคาปิดตลาดอยู่ที่ 60.05 บาท ปรับตัวเพิ่มขึ้นสูงสุด 1.80 บาท นับเป็นราคายางที่สูงที่สุดในรอบ 3 ปี ทั้งนี้ ต้องขอขอบคุณรัฐบาล นายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ดร. เฉลิมชัย ศรีอ่อน แทนพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยาง ที่ให้ความสำคัญและผลักดันราคายางพารามาตลอด กระทั่งในวันนี้ราคายางสูงขึ้นกว่า 60 บาท/กิโลกรัม ช่วยแก้ปัญหาให้พี่น้องเกษตรกรชาวสวนยางได้ตามเป้าหมายที่รัฐบาลตั้งใจไว้
นายเยี่ยม ถาวโรฤทธิ์ รักษาการผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ทาง กยท. ได้หารือกับกลุ่มบริษัทอาลีบาบา ผู้ประกอบการตลาดสินค้าออนไลน์รายใหญ่ของจีน เกี่ยวกับการจัดทำแพลตฟอร์มซื้อขายยางทางอิเล็กทรอนิกส์ มาแล้ว 2 ครั้ง โดยทางอาลีบาบา รับหน้าที่ออกแบบแพลตฟอร์มการซื้อขายยางในระบบออนไลน์ให้กับไทยเพื่อไว้ใช้ซื้อขายร่วมกัน อย่างไรก็ตาม คาดว่าไม่เกิน 1-2 เดือน แพลตฟอร์มขายยางร่วมกันน่าจะมีความชัดเจน ทั้งนี้ ในเบื้องต้น กยท. กำหนดประเภทยางที่จะส่งขายไปยังแพลตฟอร์มออนไลน์กับอาลีบาบา ทั้งหมด 3 ประเภท ได้แก่ 1.น้ำยางข้น 2.ยางแท่ง (STR20) และยางแผ่นรมควันชั้น 3 (Rs3) โดยยางเหล่านี้จะมาจากสถาบันเกษตร หรือ สหกรณ์ที่สามารถผลิตยางและแปรรูปยางพาราได้ นอกจากนี้ การซื้อขายยางออนไลน์ จะส่งผลทำให้ราคายางในประเทศปรับตัวสูงขึ้น เพราะราคายางจะถูกกำหนดโดยผู้ขายโดยตรง “ปัจจุบัน ราคายางพาราอยู่ในเกณฑ์ดี และเชื่อมั่นว่าราคายางพาราจะเพิ่มขึ้นถึงไตรมาสที่ 2 (เดือน มี.ค.-พ.ค.) เป็นอย่างน้อย เพราะต้นยางจะอยู่ในช่วงผลัดใบ โดยปัจจุบันราคายางแผ่นรมควัน ชั้น 3 (FOB) เฉลี่ยอยู่ที่ 50 บาท ต่อกิโลกรัม (กก.)
