ผลผลิตเฉลี่ย 17-19 ตัน/ไร่ 14.30 ตัน/ไร่
ความหวาน 13.84 ซีซี เอส.
ลักษณะเด่น โตเร็ว
ความต้านทานโรค ค่อนข้างอ่อนแอต่อโรคแส้ดำ (ปลูกเชื้อ)
อ่อนแอต่อโรคเหี่ยวเน่าแดง (ปลูกเชื้อ)
ดินที่เหมาะสม ดินร่วนปนทราย
พื้นที่แนะนำ เขตน้ำฝน
แหล่งที่มา : ศูนย์วิจัยพืชไร่สุพรรณบุรี โทร. 035-551-543, 035-551-433
MOST POPULAR
เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2569 ณ อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย จ.ปทุมธานี ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) สวทช. ร่วมกับกรมพัฒนาที่ดิน ลงนามความร่วมมือ 5 ปี นำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาช่วยจัดการดินให้เกษตรกรไทย ความร่วมมือครั้งนี้เอาความรู้เรื่องดินของกรมพัฒนาที่ดินที่คลุกคลีอยู่ในพื้นที่จริง มาผสานกับความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี “ถ่านชีวภาพ” หรือไบโอชาร์ ของศูนย์เอ็มเทค เป้าหมายคือทำให้เกษตรกรมีเครื่องมือและข้อมูลใช้ตัดสินใจปรับปรุงดินได้แม่นยำขึ้น ไม่ใช่แค่งานวิจัยที่อยู่ในห้องแล็บ สำหรับสิ่งที่จะเกิดขึ้นและเป็นประโยชน์กับเกษตรกร เริ่มจากการพัฒนาฐานข้อมูล “Biochar Index” ที่จะบอกคุณสมบัติและวิธีใช้ไบโอชาร์ให้เหมาะกับดินแต่ละแบบ ช่วยให้เกษตรกรเลือกใช้ได้ตรงจุด ไม่เสียของ ควบคู่ไปกับการพัฒนาชุดตรวจวิเคราะห์ดิน หรือ Soil Test Kit แบบใช้งานง่าย ให้เกษตรกรหรือเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ตรวจสภาพดินเบื้องต้นได้เอง ไม่ต้องรอส่งแล็บ นอกจากนี้ยังมีการร่วมมือกับองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) พัฒนาวิธีประเมินความอุดมสมบูรณ์และความมีชีวิตของดินให้เหมาะกับบริบทไทย และศูนย์ไบโอเทค จะเข้ามาร
มะละกอเรดเลดี้ เป็นสายพันธุ์หนึ่งที่ได้รับความนิยมอย่างมากไม่แพ้มะละกอฮอลแลนด์ ด้วยจุดเด่นคือให้ผลผลิตเร็ว ลำต้นสูง 60-80 เซนติเมตร ก็เริ่มให้ผลผลิตแล้ว ผลผลิตมากกว่า 40-50 ผลต่อต้น ต้านทานไวรัสที่เป็นสาเหตุของโรคใบด่างวงแหวนได้ดี พื้นที่ปลูกมะละกอพันธุ์เรดเลดี้ ส่วนใหญ่อยู่ในจังหวัดเชียงราย เชียงใหม่ ตาก กำแพงเพชร นครศรีธรรมราช กระบี่ และจังหวัดอื่นๆ คุณเฉลียว มีทองจันทร์ ยังสมาร์ทฟาร์มเมอร์นครศรีธรรมราช อาศัยอยู่ที่หมู่ที่ 8 ตำบลเสือหึง อำเภอเชียรใหญ่ จังหวัดนครศรีธรรมราช เจ้าของสวนเกษตรผสมผสาน ปลูกมะละกอเรดเลดี้เพาะเนื้อเยื่อ สร้างรายได้หลัก ด้วยจุดเด่นของสายพันธุ์ที่ให้ผลผลิตไว ทนต่อโรค และรสชาติความหวานที่ทำได้สูงถึง 15 องศาบริกซ์ ผสมผสานกับกลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์ เป็นที่ต้องการของตลาด จนผลิตไม่ทันขาย คุณเฉลียวเล่าถึงจุดเริ่มต้นการปลูกมะละกอเรดเลดี้เพาะเนื้อเยื่อให้ฟังว่า ที่สวนมีจุดเริ่มต้นมาจากการทำเกษตรผสมผสานปลูกพืชผักและไม้ผลหลากหลายชนิด และต่อมาได้มีการขยับขยายพื้นที่นำมะละกอเรดเลดี้เข้ามาทดลองปลูกภายในสวน ตามคำแนะนำของกลุ่มเครือข่ายยังสมาร์ทฟาร์มเมอร์ ว่ามะละกอสายพันธุ์นี้
จากร้านขายส่ง–ขายปลีกเล็กๆ 1 คูหาในปากคลองตลาดเมื่อกว่า 70 ปีก่อน “ไพศาลเจริญ” ค่อยๆ เติบโตผ่านการส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น จากธุรกิจค้าผัก สู่โรงงานคัด ตัดแต่งผักสดที่ทำงานร่วมกับเกษตรกรตั้งแต่ต้นน้ำ และส่งวัตถุดิบให้กับโรงงานผลิตอาหารขนาดใหญ่ วันนี้ธุรกิจเดินทางมาถึงรุ่นที่ 3 โดยมี คุณมายด์-มาธวี ติลกเรืองชัย เข้ามารับช่วงต่อ พร้อมกับความท้าทายสำคัญของคนรุ่นใหม่ นั่นคือ การรักษารากฐานและสิ่งที่คนรุ่นก่อนสร้างเอาไว้ ขณะเดียวกันก็ต้องมองหาวิธีพาธุรกิจให้เติบโตและก้าวต่อไปให้ทันกับโลกที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา น่าสนใจว่า จุดเริ่มต้นของคุณมายด์ไม่ได้เกิดจากความตั้งใจที่จะกลับมาสานต่อธุรกิจครอบครัวตั้งแต่แรก เพราะเธอเรียนจบด้านสถาปัตยกรรม และไม่ได้มีพื้นฐานเกี่ยวกับธุรกิจผักหรือการบริหารโรงงานโดยตรง จุดเปลี่ยนเกิดขึ้นเมื่อคุณพ่อป่วย ขณะที่น้องๆ ยังคงอยู่ในวัยเรียน คุณมายด์จึงกลายเป็นคนที่สามารถกลับมาช่วยดูแลธุรกิจของครอบครัวได้ในเวลานั้น แรกเริ่มเธอตั้งใจเพียงเข้ามาช่วยประคับประคองธุรกิจให้เดินหน้าต่อไปได้ แต่เมื่อได้ลงมือทำจริง จากภารกิจชั่วคราวกลับค่อยๆ กลายเป็นเส้นทางที่ยาวนาน และพาเธอเข้าม
“สังคมรักสุขภาพ” กลายเป็นเทรนด์ใหญ่ ที่มีภาพสะท้อนชัดจากพฤติกรรมคนที่เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด ทั้งการหันมาตื่นตัวกับการออกกำลังกาย ตั้งแต่ยุคเต้นแอโรบิก งานวิ่งมาราธอน มาจนถึงกีฬาความท้าทายสูงอย่าง HYROX แต่แค่ขยับร่างกายอย่างเดียวคงไม่พอ เพราะปัจจัยหลักของสุขภาพที่แท้จริงเริ่มต้นจาก “อาหาร” ในยุคที่เราพูดถึง Longevity หรือการมีชีวิตที่ยืนยาวอย่างมีคุณภาพ คำถามคือ…ถึงเวลาแล้วหรือยังที่เราจะตั้งคำถามกับสิ่งที่กินเข้าไปทุกวันเพราะต่อให้เทคโนโลยีทางการแพทย์จะก้าวหน้าไปไกลแค่ไหน ก็ไม่อาจวิ่งไล่ทันจำนวนผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้นจากสารเคมีสะสมในอาหารได้ นี่คือจุดเปลี่ยนชีวิตของ Mr.Sho Oga (โช โอกะ) ผู้ที่เคยทำงานดูแลผู้ป่วยหนักในออสเตรเลียและอยู่ในวงการเครื่องมือแพทย์มานานถึง 19 ปี เขาเห็นผู้ป่วยมะเร็งเพิ่มขึ้นทุกวันจนตระหนักได้ว่า การป้องกันก่อนป่วย คือคำตอบเดียวที่ยั่งยืน และนั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้ตัดสินใจผันตัวมาเป็นเกษตรกรออร์แกนิกในประเทศไทย เพื่อสร้างอาหารที่เป็น “ยารักษาชีวิต” อย่างแท้จริง คุณโช โอกะ ย้อนเล่าให้ฟังว่า ก่อนจะหันมาจับงานเกษตรออร์แกนิกอย่างเต็มตัว ย้อนไปเมื่อราวๆ 30 ปีก่อน เขาเค
