











“ผมล้างหนี้ 10 ล้านได้ เพราะรายได้จากฟาร์มเห็ดนี่แหละ เห็ดเป็นพืชเศรษฐกิจที่สร้างอาชีพและทำเงินดีมาก” เรื่องเล่าจากประสบการณ์ตรงของ คุณศักดิ์ชัย พลชัย เจ้าของสวนเห็ดตระการ อำเภอตระการพืชผล จังหวัดอุบลราชธานี เห็ด พืชเศรษฐกิจทำเงิน คุณศักดิ์ชัยเล่าให้ฟังว่า ผมเป็นคนนครปฐมทำไร่ทำนาเป็นหลัก ต่อมาหันมาทำฟาร์มเห็ด สร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำ จึงนำผลกำไรจากธุรกิจฟาร์มเห็ดไปต่อยอดธุรกิจหลายอย่าง ลงทุนทำธุรกิจใหม่ด้วยความไม่ชำนาญ ทำให้ธุรกิจล้มเหลว มีภาระหนี้สินก้อนโตถึง 10 ล้านบาทในปี 2539 จึงตัดสินใจย้ายถิ่น มาทำมาหากินที่จังหวัดอุบลราชธานี ด้วยเงินทุนติดกระเป๋า 500 บาทกับรถเก๋งเก่าๆ 1 คัน คุณศักดิ์ชัยใช้เงินทุนหลักร้อยทำธุรกิจซื้อมาขายไป สะสมผลกำไรไปเรื่อยๆ ช่วงปี 2541-2542 ตัดสินใจทำธุรกิจฟาร์มเห็ดอีกครั้งโดยใช้พื้นที่เล็กๆ ข้างบ้านเป็นโรงเรือนเพาะเห็ดนางฟ้า เห็ดนางรม จำนวน 1,000 ก้อน ขายเห็ดในชุมชนรอบบ้านเป็นหลัก ต่อมาเพิ่มสินค้าตัวใหม่คือ เห็ดขอนขาว ฟาร์มแห่งนี้ขายเห็ดสดคุณภาพดี เป็นที่ต้องการของตลาด กิจการก้าวหน้า มีรายได้หลักแสนในระยะเวลา 4-5 ปีต่อมา ทุกวันนี้ สวนเห็ดตระการดำเนินธุรกิจแ
พื้นที่ 10 ไร่ ที่ดอนสูง คุณคงศักดิ์ นาคคุ้ม เกษตรกรหัวไวใจสู้ นำโอ่งขนาดใหญ่ หรือชาวภาคอีสานเรียกว่า “โอ่งแดง” ตั้งเรียงยาว แถวละ 10 ลูก 3 แถว ต่อท่อน้ำให้เชื่อมกันจากนั้นสูบน้ำใต้ดินให้เต็มโอ่งเพื่อเป็นการให้ความชื้นแก่พืชที่ปลูกแบบผสมผสานโดยใช้ฝรั่งกิมจูเป็นหลัก คุณคงศักดิ์ อยู่บ้านเลขที่ 547 หมู่ที่ 5 บ้านนิคม ตำบลนิเวศน์ อำเภอธวัชบุรี จังหวัดร้อยเอ็ด จบการศึกษาจากช่างกลอุเทนถวาย สาขาช่างก่อสร้าง ทำงานภาคเอกชน มีภรรยาที่ร้อยเอ็ด จึงปักหลักที่ “ร้อยเอ็ดเพชรอีสาน พลาญชัยบึงงาม เรืองนามพระสูงใหญ่ ผ้าไหมชั้นดี สตรีโสภา ทุ่งกุลาสดใส งานใหญ่บุญผะเหวด” แม้จะเปลี่ยนมาเป็น “สิบเอ็ดประตูเมืองงาม เรืองนามพระสูงใหญ่ ผ้าไหมสาเกต บุญผะเหวดประเพณี มหาเจดีย์ชัยมงคล งามน่ายลบึงพลาญชัย เขตกว้างไกลทุ่งกุลา โลกลือชาข้าวหอมมะลิ” เขาก็รักร้อยเอ็ด เพราะเป็นเมืองน่าอยู่ ผู้คนน่ารัก ฟูมฟักตำนานเมือง มาวันนี้ ชายวัย 69 ปีแล้วครับ 1 ไร่ ได้แสน คือ แสนสุขใจ แสนสุขใจ แสนร่าเริง รายได้เป็นแสน คุณคงศักดิ์ บอกว่า ตนเองไม่ได้จบการศึกษาทางการเกษตร “ใจรักชอบศึกษา” การเกษตรอินทรีย์ ระบบน้ำหยด การให้น้ำแบบประหยัด ตนเ
การปลูกมะนาวนอกฤดูในวงบ่อซีเมนต์ เป็นเทคนิคการผลิตมะนาวนอกฤดูแบบไม่ใช้สารควบคุมการเจริญเติบโตของพืช สามารถบังคับมะนาวออกดอกติดผลนอกฤดูได้เกือบ 100% ปลูกได้เกือบทุกพื้นที่ ซึ่งเป็นที่โล่งแจ้ง ให้ผลตอบแทนสูงและคืนทุนได้เร็ว หากใครสนใจปลูกมะนาวด้วยวิธีนี้ ภาควิชาพืชสวน คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ แนะนำ 12 ขั้นตอนการผลิตมะนาวนอกฤดูในวงบ่อซีเมนต์ ดังนี้ 1. การคัดเลือกพันธุ์ : มะนาวที่ปลูกในวงบ่อซีเมนต์ใช้ได้ทุกพันธุ์ สำคัญต้องเป็นพันธุ์ที่ตลาดต้องการ ติดผลง่าย ให้ผลดก ผลมีขนาดใหญ่เปลือกบาง มีน้ำมาก มีกลิ่นหอมและทนทานต่อโรคและแมลง พันธุ์ที่ตลาดนิยม ได้แก่ พันธุ์แป้นรำไพ แป้นจริยา พันธุ์พิจิตร เป็นต้น 2. การเตรียมวงบ่อซีเมนต์ : ควรใช้บ่อซีเมนต์ที่มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 80-100 เซนติเมตร สูง 40-60 เซนติเมตร ก้นบ่อควรมีฝาซีเมนต์วงกลมรองรับอยู่ด้านล่าง เพื่อป้องกันไม่ให้รากมะนาวหยั่งลงดินนอกก้นบ่อ บังคับออกผลนอกฤดูได้ยาก 3. การวางบ่อซีเมนต์ : เพื่อความสะดวกในการปฏิบัติงานควรวางวงบ่อเป็นแถวเป็นแนว ถ้ามีพื้นที่จำกัดควรวางแถวเดี่ยวระยะระหว่างต้น 2 เมตร แต่ถ้ามีพื้นที่มาก ควรวางวงท่อแบบแถ
DISTAR FRESH Farm หนึ่งในฟาร์มต้นแบบที่พัฒนารูปแบบธุรกิจ (Business Model) ให้สามารถจำหน่ายผักในราคาคงที่ตลอดทั้งปี โดยไม่ขึ้นหรือลงตามราคาตลาด ด้วยแนวคิดที่ว่า “เมื่อต้นทุนไม่เปลี่ยน ราคาขายก็ไม่ควรเปลี่ยนเช่นกัน” เทคโนโลยีชาวบ้านได้มีโอกาสพูดคุยกับ คุณเชน-สานสิน ศรีภิรมย์รักษ์ ผู้ก่อตั้ง DISTAR Fresh Farm โดยเล่าถึงจุดเริ่มต้นของการทำธุรกิจให้ฟังว่า ‘เดิมทีเราเป็นเพียงผู้บริโภคคนหนึ่ง ที่เคยกังวลกับผักปลอดสารพิษในตลาด เพราะแม้จะมีฉลากรับรอง แต่หลายครั้งกลับพบสารตกค้างเกินมาตรฐาน และไม่มีสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงในแต่ละปี’ ผักทุกต้นที่ปลูกภายในฟาร์มล้วนอยู่ในระบบปิด ภายใต้ห้องปลอดเชื้อ ควบคุมอุณหภูมิ เปิดแอร์ และควบคุมแสงให้เหมาะสมตลอดเวลา เพื่อรักษาคุณภาพและมาตรฐานการผลิตให้สม่ำเสมอ ไม่ว่าผักจะปลูกในฤดูใดก็ให้ผลผลิตที่ได้มาตรฐานเดียวกัน ก่อนจะเริ่มต้นเส้นทางเกษตรอินดอร์… คุณเชนเคยมีประสบการณ์มาก่อนหรือไม่? หรือทั้งหมดเป็นการเริ่มเรียนรู้จากศูนย์? “ถือว่าเป็นการเริ่มต้นจากศูนย์เลยครับ” คุณเชนเล่ายิ้มๆ “แต่ก็โชคดีที่ไม่ได้เดินลำพัง” เพราะในทีมมีหุ้นส่วนผู้ร่วมก่อตั้งอย่าง คุณกฤษณะ ธรรมวิม
มีบางเรื่องที่เมื่อมองเฉพาะ “ผลิตภัณฑ์” อาจเห็นเพียงสินค้าเกษตรหนึ่งชนิด แต่เมื่อมองย้อนกลับไปถึงองค์ความรู้ คนทำงาน และเครือข่ายที่อยู่เบื้องหลัง จะพบว่ามันอาจเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงที่ใหญ่กว่านั้นมาก เรื่องของ 4KINGS เป็นหนึ่งในกรณีเช่นนั้น สิ่งที่น่าสนใจจึงไม่ใช่เพียงว่า 4KINGS เป็นผลิตภัณฑ์อะไร แต่คือคำถามว่า อะไรทำให้งานวิจัยด้านจุลินทรีย์สามารถเดินทางออกจากห้องปฏิบัติการ ไปถึงแปลงเกษตร และพัฒนาเป็นธุรกิจที่เกษตรกรสามารถเข้าถึงได้จริง คำตอบส่วนหนึ่งอยู่ที่การทำงานอย่างต่อเนื่องของ ศ.ดร.เกษม สร้อยทอง ซึ่งได้รับเชิญจากหลายประเทศให้เดินทางไปส่งเสริมการลดการใช้สารเคมีและลดสารพิษทางการเกษตรอย่างต่อเนื่องทุกเดือนมาเป็นระยะเวลากว่า 30 ปี จนถึงปัจจุบัน และมีส่วนร่วมเผยแพร่ผลงานในต่างประเทศมาแล้วไม่น้อยกว่า 30 ประเทศ สามทศวรรษของการเดินทางและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ไม่ได้สร้างเพียงประสบการณ์ส่วนบุคคล แต่ค่อย ๆ สะสมเป็นเครือข่ายนักวิจัย ผู้เชี่ยวชาญ หน่วยงาน เกษตรกร และผู้ประกอบการในหลายประเทศ ซึ่งกำลังมีบทบาทมากขึ้นในช่วงเวลาที่โลกกำลังเผชิญกับความท้าทายด้านอาหาร สิ่งแวดล้อม และการเปลี
กรุงเทพฯ, 4 กันยายน 2569 — สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง หรือ สจล. เปิดเวทีนานาชาติภายใต้แนวคิด FROM LAB TO LIFE ในงาน “ลาดกระบังนิทรรศน์ 2569” ระหว่างวันที่ 1–6 กันยายน 2569 เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และสร้างความร่วมมือด้านเกษตรอินทรีย์ยุคใหม่ โดยวันที่ 4 กันยายน มีเวทีเสวนาระดับนานาชาติเรื่อง “นวัตกรรมเกษตรอินทรีย์และการรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ยุคใหม่” พร้อมกิจกรรมร่วมลงนามใน “ปฏิญญาสากลว่าด้วยการขับเคลื่อนเกษตรอินทรีย์ยุคใหม่” โดยมีประเทศเข้าร่วมลงนามในครั้งนี้ 15 ประเทศ และคาดว่าจะมีประเทศเข้าร่วมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง การขับเคลื่อนครั้งนี้มี ศ.ดร.เกษม สร้อยทอง เป็นหนึ่งในผู้นำและเป็นบุคคลสำคัญที่ทำงานด้านการส่งเสริมการลดหรือหยุดการใช้สารเคมีและลดสารพิษทางการเกษตรมาอย่างต่อเนื่อง โดยตลอดระยะเวลา 30 ปีที่ผ่านมา ศ.ดร.เกษมได้รับเชิญจากหลายประเทศให้เดินทางไปเผยแพร่ความรู้ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และส่งเสริมแนวทางการลดหรือหยุดการพึ่งพาสารเคมีในการเกษตรอย่างต่อเนื่องเป็นรายเดือนมาจนถึงปัจจุบัน จากการดำเนินงานดังกล่าว ศ.ดร.เกษมมีส่วนร่วมและเผยแพร่ผลงานในต่างประเทศแล้ว ไม่
ภาพรวมการผลิตสัตว์น้ำของไทยกำลังเติบโตไม่หยุด โดยเฉพาะธุรกิจสัตว์น้ำจืดและน้ำกร่อยสายพันธุ์เศรษฐกิจ ปลานิลครองแชมป์ โตปีละ 3.18% ผลพวงจากการปรับปรุงพันธุ์ เลี้ยงระบบปิด ควบคุมคุณภาพ จับตามองตลาดปลากะพงขาวโตแรงทะลุ 60,000 ตันต่อปี หลังใช้เทคโนโลยีเพาะลูกปลาให้แข็งแรง อยู่รอดในทุกแหล่งน้ำ ในช่วง 3 ปีหลัง(พ.ศ. 2567-2569) จนถึงปัจจุบัน สัตว์น้ำเศรษฐกิจหลักของไทยมีอัตราการเติบโต ดังนี้ ปลานิล: แชมป์อันดับ 1 สัตว์น้ำจืดไทย ผลผลิตแตะ 2.7 แสนตัน ยังครองตำแหน่งสัตว์น้ำจืดที่มีการเพาะเลี้ยงมากที่สุดในประเทศ โดยผลผลิตไต่ระดับเพิ่มขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 3.18 ต่อปี ปัจจุบัน (พ.ศ. 2569) ประเทศไทยมีฟาร์มผู้เพาะเลี้ยงปลานิลกว่า 330,000 ฟาร์ม และสร้างผลผลิตรวมพุ่งสูงถึงประมาณ 270,000 ตันต่อปี คิดเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจในระบบสูงกว่า 13,600 ล้านบาท โดยผลผลิตส่วนใหญ่กว่าร้อยละ 98 ถูกส่งไปตอบสนองการบริโภคที่แข็งแกร่งภายในประเทศ ปัจจัยหลักที่ทำให้ผลผลิตเพิ่มขึ้น เกิดจากการยกระดับสายพันธุ์ปลานิลให้ทนโรค โตเร็ว และเนื้อแน่น ประกอบกับเกษตรกรหันมานิยมเลี้ยงปลานิลในกระชังตามแหล่งน้ำไหลและในบ่อดินด้วยระบบปิดอัจฉริยะ (Sma
กรมส่งเสริมการเกษตรเร่งช่วยเหลือเกษตรกรจังหวัดน่านที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย เปิดบริการ ซ่อมแซมเครื่องจักรกลเกษตรฟรี เพื่อฟื้นฟูเครื่องมือทำกิน ลดภาระค่าใช้จ่ายและต้นทุนการผลิต พร้อมสนับสนุนให้เกษตรกรสามารถนำเครื่องจักรกลกลับมาใช้ประกอบอาชีพได้โดยเร็ว โดยกำหนดพื้นที่ให้บริการระหว่างวันที่ 12–15 กันยายน 2569 ในพื้นที่อำเภอปัว อำเภอท่าวังผา และอำเภอเมืองน่าน ตั้งเป้าซ่อมแซมเครื่องจักรกลเกษตรไม่น้อยกว่า 200 เครื่อง นางสาวปิยะรัชฐย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า จากสถานการณ์ฝนตกหนักต่อเนื่องในจังหวัดน่านช่วงวันที่ 19–21 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม และดินสไลด์ในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะอำเภอบ่อเกลือ อำเภอท่าวังผา อำเภอเมืองน่าน และพื้นที่อื่น ๆ ส่งผลกระทบต่อประชาชนและพื้นที่การเกษตร รวมถึงเครื่องจักรกลการเกษตร ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญในการประกอบอาชีพของเกษตรกร เมื่อสถานการณ์คลี่คลาย เกษตรกรจำเป็นต้องเร่งฟื้นฟูพื้นที่และเตรียมความพร้อมสำหรับการผลิตในฤดูกาลใหม่ การที่เครื่องจักรกลได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม
วันนี้ 3 ก.ย.69 ที่ห้องประชุมสถลสถานพิทักษ์ การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) สำนักงานใหญ่ — นายเบญจพล นาคประเสริฐ ประธานกรรมการ กยท. เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการ กยท. กรณีพิเศษ โดยมี รศ.ดร.วีริศ อัมระปาล กรรมการ กยท. รักษาการแทนผู้ว่าการ กยท. พร้อมด้วย นายศันสนะ สุริยะโยธิน, นายวรสัณฑ์ บูรณากาญจน์, นายชุติวัต ชัยดรุน, นายนพชัย ภู่จิรเกษม, นางรุ้งพร ภักดีพันดอน, นายนวนิตย์ พลเคน ในฐานะ กรรมการ กยท. เข้าร่วมประชุม โดยมีวาระเพื่อพิจารณาอนุมัติงบประมาณเพิ่มเติม รวมเป็นวงเงิน 7.5 ล้านบาท เพื่อดำเนินกิจกรรมการจัดงาน “มหกรรมพืชสวนโลก” จังหวัดอุดรธานีซึ่งกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 1 พ.ย. 2569 – 14 มี.ค. 2570 ทั้งนี้ ที่ประชุมได้แสดงความคิดเห็นกันอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะข้อห่วงใยเรื่องกรอบระยะเวลาการดำเนินงานที่กระชั้นชิด พร้อมกันนี้ ยังได้กำชับถึงความปลอดภัยต่างๆ และขอให้เตรียมการรับมือ กรณีหากมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้นทั้งระหว่างก่อสร้างและระหว่างการจัดงาน เพื่อลดความเสี่ยงกับความเสียหายที่จะเกิดขึ้น ภายหลังการประชุม นายเบญจพล เปิดเผยว่า บอร์ด กยท. ยินดีจะสนับสนุนงานทุกอย่างเพื่อให้การดำเนินการเ
ฟิวร์เจอร์ สกาย แถลงข่าวทวงถามเงินค่าจ้างที่กรมการจัดหางานค้างจ่ายมากว่า 10 เดือน พร้อมย้ำทำทุกอย่าง เพื่อให้โครงการ e-WorkPermit เดินหน้าต่อ เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติ และป้องกันการทุจริต นายชัยรัตน์ แสงจันทร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กิจการร่วมค้า ฟิวร์เจอร์ สกาย เปิดเผยในงานแถลงข่าว ความคืบหน้าการดำเนินโครงการจ้างเหมาเอกชน “ขึ้นทะเบียนและผลิตใบอนุญาตทำงานให้กับแรงงานต่างด้าว” (e-WorkPermit) วันที่ 4 กันยายน 2569 ณ โรงแรม ดิ เอเมอรัลด์ กรุงเทพ ว่าหลังจาก “ฟิวร์เจอร์ สกาย” เริ่มดำเนินการรับขึ้นทะเบียนเพื่อออกบัตรประจำตัวให้กับคนต่างด้าวและแรงงานต่างด้าว ผ่านระบบ e-WorkPermit แทนการขึ้นทะเบียนในระบบเดิม ตั้งแต่วันที่ 13 ตุลาคม 2568 จนถึงเดือนสิงหาคม 2569 นั้น สามารถออกบัตรได้แล้วประมาณ 1,600,000 ใบ สามารถนำส่งเงินสะสมจากค่าธรรมเนียมการออกบัตรให้กับกรมการจัดหางาน ประมาณ 3,800 ล้านบาท รวมยอดเงินค่าจ้างที่กรมการจัดหางาน ค้างจ่าย “ฟิวร์เจอร์ สกาย” สะสม ประมาณ 715 ล้านบาท “เราทำงานมากว่า 10 เดือนแล้ว แต่ยังไม่ได้รับเงินค่าจ้างเลยแม้แต่บาทเดียว และกรมการจัดหางานเอง ทั้งๆ ที่เราเจรจา หารือ และ
