News

เกษตรกรอีสานเรียนรู้“นวัตกรรมเห็ดครบวงจร” จากไบโอเทค-สวทช. และ กรมป่าไม้ สร้างอาชีพเสริม เพิ่มรายได้ เพิ่มความมั่นคงทางอาหารในชุมชน

เมื่อเร็วๆ นี้ ไบโอเทค สวทช. ร่วมกับกรมป่าไม้ โดยศูนย์พัฒนาการเกษตรภูสิงห์อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดศรีสะเกษ จัดการอบรมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง “การเพาะเห็ดครบวงจรเพื่อความมั่นคงทางอาหารและการพัฒนาที่ยั่งยืน” ระหว่างวันที่ 1 – 2 กรกฎาคม 2569 ณ สวนเห็ดตระการ อำเภอตระการพืชผล จังหวัดอุบลราชธานี


นวัตกรรม “เห็ดเศรษฐกิจ” สร้างรายได้ชุมชนอีสาน

ดร.สิทธิโชค ตั้งภัสสรเรือง รองผู้อำนวยการศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กล่าวว่า ไบโอเทคมีความมุ่งมั่นในการนำองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีชีวภาพมาถ่ายทอดสู่ชุมชน เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน โดยดำเนิน“โครงการถ่ายทอดเทคโนโลยีและแลกเปลี่ยนความรู้เกี่ยวกับเห็ดบริโภคได้ เพื่อการพัฒนาทางเศรษฐกิจและการเกษตรที่ยั่งยืนระหว่างประเทศในภูมิภาคแม่น้ำโขง” (กองทุนพิเศษแม่โขง-ล้านช้าง : LMCSF Funded Project)

โดยมีเป้าหมายสำคัญคือ มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงรวมถึงประเทศไทย ผ่านการบูรณาการนวัตกรรมการเพาะเห็ดเศรษฐกิจที่สร้างรายได้ตลอดปี ร่วมกับเทคโนโลยีการเพาะเห็ดป่ากินได้ร่วมกับกล้าไม้ เพื่อช่วยลดค่าครองชีพ สร้างแหล่งโปรตีนคุณภาพในครัวเรือน และเสริมสร้างรายได้ที่มั่นคง ควบคู่ไปกับการฟื้นฟูระบบนิเวศป่าชุมชน พร้อมเชื่อมโยงเครือข่ายเกษตรกร  ได้แก่ อุบลราชธานี ศรีสะเกษ และสุรินทร์ ให้เติบโตไปด้วยกันอย่างเข้มแข็ง  

อบรมเพาะเห็ดเศรษฐกิจในโรงเรือน

ใส่เชื้อเห็ดป่ากินได้ในกล้าไม้วงศ์ยาง

ดร.อัมพวา ปินเรือน นักวิจัยไบโอเทคและเป็นหัวหน้าโครงการ กล่าวว่า  ทุกวันนี้ เห็ดป่าตามธรรมชาติลดน้อยลง ไม่เพียงพอต่อการบริโภค ประกอบกับภาระค่าครองชีพที่สูงขึ้น ชาวบ้านส่วนใหญ่ขาดรายได้เสริม หลังสิ้นสุดฤดูกาลทำนา ไบโอเทค สวทช. และกรมป่าไม้ จึงจัดกิจกรรมอบรมในครั้งนี้ เพื่อช่วยสร้างทักษะอาชีพการเพาะเห็ดเศรษฐกิจในโรงเรือนเพื่อสร้างรายได้อย่างต่อเนื่องตลอดปีควบคู่ไปกับการใส่เชื้อเห็ดป่ากินได้ในกล้าไม้วงศ์ยาง (เห็ดระโงก-เห็ดเผาะ) เพื่อแปรเปลี่ยนป่าชุมชนให้เป็นคลังอาหารธรรมชาติ และสร้างทางเลือกในการสร้างรายได้หมุนเวียนให้พี่น้องเกษตรกรได้อย่างยั่งยืน

ด้าน นายไสว คณาเสน นักวิชาการป่าไม้ชำนาญการ หัวหน้าโครงการศูนย์พัฒนาการเกษตรภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ (กรมป่าไม้) วิทยากรผู้เชี่ยวชาญการเพาะเห็ดป่า กล่าวว่า โครงการนี้ขยายผลความสำเร็จต่อเนื่องจากจังหวัดศรีสะเกษมาสู่อุบลราชธานี โดยมุ่งเน้นให้เกษตรกรได้ฝึกปฏิบัติจริง ตั้งแต่วิธีการหยอดและนำเชื้อเห็ดระโงกและเห็ดเผาะเข้าสู่ต้นไม้วงศ์ยาง ซึ่งเป้าหมายสูงสุดคือการสนับสนุนให้ชาวบ้านร่วมกันปลูกต้นไม้มากขึ้น เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียว ควบคู่กับการสร้างแหล่งอาหารธรรมชาติไว้บริโภค และสามารถจำหน่ายเป็นรายได้เสริมที่มั่นคง ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในท้องถิ่นได้อย่างยั่งยืน คาดหวังว่าจะเห็นการรวมกลุ่มเพาะเห็ดป่าขยายวงกว้างจนครอบคลุมทั่วทั้งภาคอีสาน

ด้านนายศักดิ์ชัย พลชัย เจ้าของสวนเห็ดตระการ ซึ่งเป็นเกษตรกรต้นแบบด้านการเพาะเห็ดเศรษฐกิจ กล่าวว่า ปัจจุบันกระแสความต้องการบริโภคเห็ดป่าธรรมชาติในพื้นที่มีสูงมากจนเกินขีดความสามารถที่ป่าจะให้ได้ ดังนั้นกิจกรรมอบรมความรู้ของสวทช. จึงเข้ามาเติมเต็มองค์ความรู้ตอบโจทย์ความต้องการของชุมชนได้อย่างดี ทางสวนได้ถ่ายทอดความรู้การเพาะเห็ดเศรษฐกิจ ทั้งเห็ดนางรม เห็ดนางฟ้า  เห็ดขอนขาว รวมทั้งกระบวนการผลิตก้อนเชื้อเห็ดคุณภาพจากขี้เลื่อยไม้ยางพารา แม้ปัจจุบันจะเผชิญความท้าทายจากต้นทุนขี้เลื่อยที่พุ่งสูงขึ้นจากหลักพันเป็นหลักหมื่นบาทต่อคันรถ จนต้องปรับราคาจำหน่ายก้อนเชื้อสำเร็จรูปเป็นก้อนละ 10 บาท แต่การเพาะเห็ดยังคงเป็นอาชีพที่ให้ผลตอบแทนคุ้มค่าและตลาดยังคงต้องการสูง

ต่อยอดสู่อาชีพสร้างรายได้

กิจกรรมถ่ายทอดเทคโนโลยีในครั้งนี้เชื่อมโยงเครือข่ายเกษตรกรกว่า 40 คนจาก 3 จังหวัด ได้แก่ อุบลราชธานี ศรีสะเกษ และสุรินทร์ ให้เติบโตไปด้วยกันอย่างเข้มแข็ง ตัวแทนเกษตรกรที่เข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้ ได้แก่ คุณอาทิตย์ คนสนิท ผู้ใหญ่บ้านจาก จ.กาฬสินธุ์ Young Smart Farmer Kalasin ปี 2568 กล่าวว่า   ผมตั้งใจนำเทคโนโลยีการเพาะเห็ดขอนขาวในท่อนไม้ไปส่งเสริมให้ลูกบ้านที่ส่วนใหญ่ทำนาได้มีอาชีพและรายได้เสริมหลังฤดูเก็บเกี่ยว รวมถึงจะนำเชื้อเห็ดป่าไปรดโคนต้นยางนาเพื่อฟื้นฟูป่าชุมชน

สอดคล้องกับผู้เข้าอบรมรายที่สอง คุณณิศรา ช่างภาระดิฐษ์ ชาวอุบลฯ ที่ต้องการพัฒนาการเพาะเห็ดและปลูกป่าให้เป็นอาชีพหลักของตนเอง พร้อมตั้งใจนำทักษะไปเผยแพร่ให้คนในหมู่บ้านที่ไม่มีโอกาสมาร่วมงาน เช่นเดียวกับ คุณสังวาลย์ สายเนตร เกษตรกรวัย 60 ปี ที่แม้จะไม่มีประสบการณ์มาก่อน แต่มีความตั้งใจจะนำเห็ดป่าไปเพาะในพื้นที่นาของตน ส่วนไม้วงศ์ยางติดเชื้อเห็ดป่าจะนำไปฝากพี่น้องที่มีที่ดินผืนใหญ่ปลูก และนำไปปล่อยเชื้อในป่าชุมชนเพื่อสร้างประโยชน์แก่องค์รวมต่อไป

การเพาะเห็ดครบวงจรครั้งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของการหารายได้เสริมหรือแก้ปัญหาเรื่องปากท้องหลังหมดหน้านาเท่านั้น แต่หัวใจสำคัญคือการทำให้คนในชุมชนหันมาร่วมใจกันดูแลป่า และร่วมกันสร้างแหล่งอาหารธรรมชาติที่จะช่วยดูแลทั้งคน ดูแลทั้งสิ่งแวดล้อมให้อยู่รอดไปด้วยกันอย่างแท้จริง

Related Posts