“ศึกษาธิการ–เกษตรฯ” ผนึกกำลังแก้หนี้ครู เดินหน้าหามาตรการช่วยเหลือสมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์ครู ทั้งการลดภาระหนี้ ป้องกันการก่อหนี้ซ้ำ และจัดหาแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำ โดยตั้งคณะทำงานร่วม 2 กระทรวง และเตรียมสรุปแนวทางภายใน 30 วัน
นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วย นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และผู้บริหารของทั้ง 2 กระทรวง ร่วมประชุมหารือแนวทางแก้ไขปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษา ณ กรมส่งเสริมสหกรณ์ เทเวศร์ กรุงเทพมหานคร โดยมีผู้บริหารกรมส่งเสริมสหกรณ์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม
นายประเสริฐ กล่าวว่า ปัญหาหนี้สินครูเป็นหนึ่งในนโยบายสำคัญที่ต้องเร่งแก้ไข เนื่องจากส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพชีวิตของครูและบุคลากรทางการศึกษา จึงต้องการให้กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันออกมาตรการที่สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง ปัจจุบันมีสหกรณ์ออมทรัพย์ครู 116 แห่ง สมาชิกกว่า 862,539 ราย และมีทุนดำเนินงานกว่า 1.23 ล้านล้านบาท
ที่ผ่านมา กรมส่งเสริมสหกรณ์ได้ขอความร่วมมือสหกรณ์ออมทรัพย์ครูช่วยลดภาระหนี้ของสมาชิก โดยตั้งแต่ปี 2566 มีแนวทาง ลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ไม่เกิน 4.75% ต่อปี ขยายระยะเวลาชำระหนี้ถึงอายุ 75 ปี และกำหนดให้สมาชิกมีรายได้เหลือหลังหักชำระหนี้เพียงพอต่อการดำรงชีพไม่น้อยกว่า 30% ของรายได้ต่อเดือน

สำหรับการหารือครั้งนี้ ที่ประชุมได้วาง 3 แนวทางสำคัญในการแก้ไขปัญหาหนี้สินครู ได้แก่ การพิจารณาจัดตั้งสหกรณ์กลางเพื่อทำหน้าที่เป็นองค์กรกลางในการแก้ไขปัญหา พร้อมทบทวนระเบียบ ข้อบังคับ และกฎหมายให้สอดคล้องกับการดำเนินงานของสหกรณ์ในปัจจุบัน
แนวทางที่สอง คือการดูแลเงินเหลือของสมาชิกหลังหักชำระหนี้ ให้มีเพียงพอต่อการดำรงชีพอย่างน้อย 30% ของรายได้ต่อเดือน พร้อมนำระบบ Credit Lock มาใช้เป็นเครื่องมือควบคุมทางการเงิน เพื่อช่วยป้องกันการก่อหนี้เพิ่ม ขณะที่แนวทางที่สาม คือการหาแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำ โดยจะหารือร่วมกับกระทรวงการคลังและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อช่วยลดภาระทางการเงินของครูทั้งในปัจจุบันและระยะยาว
นอกจากนี้ ได้มีการตั้ง คณะทำงานร่วมระหว่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์กับกระทรวงศึกษาธิการ โดยนางสาวปิยะรัฐชย์มอบหมายให้นายจเด็ศ จันทรา ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมเป็นประธานคณะทำงานแก้ไขปัญหาหนี้สินสมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์ครูในส่วนของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

นางสาวปิยะรัฐชย์ กล่าวว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมส่งเสริมสหกรณ์ พร้อมทำงานร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการเพื่อเร่งแก้ไขปัญหาหนี้สินครูทั้งในระยะสั้นและระยะยาว โดยจะพิจารณาแนวทางอย่างรอบด้าน ทั้งการสนับสนุนแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำผ่านกลไกภาครัฐ การจัดหาแหล่งสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยต่ำ การใช้ Credit Lock เพื่อสร้างวินัยทางการเงินและป้องกันการก่อหนี้ซ้ำ รวมถึงการปล่อยสินเชื่ออย่างมีความรับผิดชอบและบริหารความเสี่ยงของสหกรณ์
ทั้งนี้ คณะทำงานของทั้ง 2 กระทรวงจะเร่งประชุมหารือและจัดทำข้อสรุปแนวทางแก้ไขปัญหาหนี้สินครูให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน เพื่อให้มาตรการสามารถนำไปใช้ได้จริงและช่วยลดภาระหนี้ของสมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์ครูอย่างเป็นรูปธรรม
