ฟาร์มจอห์น ไซคอฟสกี (John Czajkowski Farm) ในเมืองแฮดลีย์ รัฐแมสซาชูเซตส์ เพาะปลูกพืชผลใต้แผงโซลาร์เซลล์มานานหลายปี โดยใช้ระบบการผลิตแบบเกษตรเชิงซ้อนร่วมกับพลังงานแสงอาทิตย์ (Agrivoltaics)
ติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์จำนวน 832 แผง เว้นระยะห่างแผงละ 26 ฟุต บนพื้นที่เกษตรกรรม 0.89 เฮกตาร์ ออกแบบมาเพื่อให้สามารถทำการเพาะปลูกพืชผลควบคู่ไปกับการผลิตพลังงานแสงอาทิตย์ได้อย่างต่อเนื่อง
พืชผลที่ปลูกใต้แผงโซลาร์เซลล์ ได้แก่ ข้าวโพดหวาน บร็อกโคลี ผักกาดหอม และผักชี พร้อมทั้งมีแผนปลูกหน่อไม้ฝรั่งเพิ่มเติมในอนาคต โจ ไซคอฟสกี (Joe Czajkowski) เกษตรกรผู้ดำเนินกิจการ ระบุว่า ผลผลิตข้าวโพดหวานใต้แผงโซลาร์เซลล์มีปริมาณราว 80 เปอร์เซ็นต์ ของแปลงเปิดโล่ง ขณะที่คุณภาพของผลผลิตยังคงอยู่ในระดับเทียบเคียงกัน
“มันเวิร์กสำหรับเรามากจริงๆ คุณแทบไม่ต้องเหนื่อยเลยในการโน้มน้าวให้คนอื่นเห็นว่านี่คือเรื่องที่ดี” ไซคอฟสกีกล่าว
ระบบโซลาร์เซลล์ดังกล่าวยังช่วยลดภาระค่าไฟฟ้าให้กับฟาร์ม และนำไปใช้ชาร์จรถตู้ไฟฟ้าสำหรับขนส่งผลผลิตไปยังมหาวิทยาลัยแมสซาชูเซตส์ อีกทั้งโครงการนี้ยังสร้างรายได้จากภาษีทรัพย์สินให้กับทางเมืองอีกด้วย
ฟาร์มอื่นๆ ในพื้นที่กำลังพิจารณานำระบบเกษตรเชิงซ้อนร่วมกับพลังงานแสงอาทิตย์มาปรับใช้ เพื่อเป็นแนวทางในการผสานการผลิตทางการเกษตรเข้ากับการผลิตไฟฟ้าบนพื้นที่ดินผืนเดียวกัน
โฮมาร์ โกเมซ (Homar Gómez) สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแห่งรัฐแมสซาชูเซตส์ ซึ่งพื้นที่เขตเลือกตั้งครอบคลุมเมืองแฮดลีย์ สนับสนุนการขยายโอกาสให้ฟาร์มต่างๆ สามารถพัฒนาโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ได้มากขึ้น
ต่างจากฟาร์มโซลาร์เซลล์ทั่วไปที่พื้นที่เกษตรกรรมถูกแทนที่ด้วยการผลิตกระแสไฟฟ้า ระบบเกษตรเชิงซ้อนร่วมกับพลังงานแสงอาทิตย์ (Agrivoltaics) ยังคงรักษาพื้นที่ดินไว้สำหรับการทำเกษตรกรรม ทั้งนี้ แผงโซลาร์เซลล์ยังสามารถปรับเปลี่ยนร่มเงาและการไหลเวียนของอากาศภายในแปลงพืช ซึ่งอาจส่งผลต่อความชื้นและอุณหภูมิในดิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสภาพแวดล้อมการเจริญเติบโตที่ร้อนและแห้งแล้ง
ภาพหน้าปก: Chuyu | Dreamstime
ที่มาข้อมูล: thecooldown.com, hortidaily.com
วันที่เผยแพร่: วันพฤหัสบดีที่ 10 กันยายน 2026
