รมว.คลัง ลงพื้นที่ติดตามการขับเคลื่อนโครงการตามนโยบายรัฐของ ธ.ก.ส. ก่อนเข้าร่วมประชุม ครม.สัญจร ในพื้นที่จังหวัดอุดรธานี อาทิ โครงการสินเชื่อดอกเบี้ยคนละครึ่ง เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรเข้าถึงแหล่งเงินทุน ดอกเบี้ยต่ำ สำหรับใช้เป็นค่าใช้จ่ายหมุนเวียนและลงทุนในการประกอบอาชีพ และยกระดับสู่เกษตรแม่นยำ เกษตรมั่นคง และเกษตรยั่งยืน วงเงินกู้รายละไม่เกิน 100,000 บาท อัตราดอกเบี้ย ร้อยละ 6 ต่อปี โดยรัฐบาลสนับสนุนชดเชยดอกเบี้ยให้เกษตรกร ร้อยละ 3 ต่อปี ทำให้เกษตรกรรับภาระดอกเบี้ยเพียงร้อยละ 3 ต่อปี ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด พร้อมตรวจเยี่ยมการเตรียมความพร้อมในการให้บริการสินเชื่อ Solar ภาคประชาชน อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 2.50 ต่อปี วงเงินสินเชื่อประเมินตามค่าใช้จ่ายในการติดตั้ง โดยมีค่าใช้จ่ายมาตรฐาน 140,000 บาท โดยรัฐบาลช่วยสนับสนุนงบประมาณในการติดตั้ง จำนวน 50,000 บาท เพื่อมุ่งลดภาระค่าใช้จ่าย เพิ่มรายได้ให้เกษตรกร ควบคู่กับการส่งเสริมการใช้พลังงานทางเลือกอย่างยั่งยืน

เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2569 ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานกรรมการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานของ ธ.ก.ส. ในการขับเคลื่อนภารกิจตามนโยบายรัฐบาล เพื่อยกระดับศักยภาพภาคการเกษตรในการเปลี่ยนผ่านจากเกษตรดั้งเดิมไปสู่ “เกษตรแม่นยำ เกษตรมั่นคง เกษตรยั่งยืน” ควบคู่กับการลดต้นทุนการผลิต สร้างมูลค่าเพิ่มตลอดห่วงโซ่อุปทาน และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของเกษตรกรไทย ผ่านการสนับสนุนแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำให้เกษตรกร ได้แก่ สินเชื่อดอกเบี้ยคนละครึ่ง เพื่อลดต้นทุนการผลิต และการเตรียมความพร้อมในการให้บริการสินเชื่อ Solar ภาคประชาชน ตามนโยบายรัฐบาล เพื่อลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ให้ประชาชน โดยได้ร่วมมอบสินเชื่อและปัจจัยการผลิตให้แก่เกษตรกรที่ได้รับการอนุมัติสินเชื่อดอกเบี้ยคนละครึ่ง พร้อมทั้งตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานและให้กำลังใจพนักงาน ธ.ก.ส. สาขาท่าตูมทอง จังหวัดอุดรธานี ในการขับเคลื่อนภารกิจธนาคารไปสู่ความสำเร็จ นอกจากนี้ ยังได้ร่วมชมบูธหน่วยงานภายใต้กระทรวงการคลังและภาคีเครือข่าย ได้แก่ สำนักงานคลังจังหวัดอุดรธานี กรมสรรพากรพื้นที่อุดรธานี กรมสรรพสามิตพื้นที่อุดรธานี กรมธนารักษ์พื้นที่อุดรธานี สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ธนาคารออมสิน ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (ธสน.) หรือ EXIM Bank ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย หรือ SME D Bank ธนาคารอิสลาม และสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) โดยมี นายฉัตรชัย ศิริไล ผู้จัดการ ธ.ก.ส. และ นางสาวฐานิศวร์ ฐิติโชติวัฒนกุล ผู้ช่วยผู้จัดการ ธ.ก.ส. และเกษตรกรในพื้นที่ให้การต้อนรับ ณ สหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า ธ.ก.ส. จังหวัดอุดรธานี จำกัด (สกต. อุดรธานี)

สำหรับโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยคนละครึ่ง ภายใต้กรอบวงเงินโครงการ 30,000 ล้านบาท ระยะเวลาโครงการ 3 ปี เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรเข้าถึงแหล่งเงินทุน ดอกเบี้ยต่ำ สำหรับใช้เป็นค่าใช้จ่ายหมุนเวียนและลงทุนในการประกอบอาชีพ และยกระดับสู่เกษตรแม่นยำ เกษตรมั่นคง และเกษตรยั่งยืน โดยกำหนดวงเงินกู้รายละไม่เกิน 100,000 บาท อัตราดอกเบี้ย
ร้อยละ 6 ต่อปี และรัฐบาลสนับสนุน ชดเชยดอกเบี้ยให้เกษตรกร ร้อยละ 3 ต่อปี ทำให้เกษตรกรรับภาระดอกเบี้ยเพียงร้อยละ 3 ต่อปี ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด โดย ณ วันที่ 29 ตุลาคม 2569 มีการอำนวยสินเชื่อให้แก่เกษตรกรไปแล้วกว่า 28,971 ราย วงเงินกว่า 2,075 ล้านบาท และสามารถใช้บริการ “น้องเมฆฝน : AI Chatbot จาก ธ.ก.ส. ที่ให้บริการใน แอปพลิเคชัน BAAC Mobile ที่สามารถให้ความรู้ พูดคุยตอบข้อสงสัยเกี่ยวกับการวิเคราะห์ปุ๋ยและการเพาะปลูกสำหรับผู้เข้าร่วมสินเชื่อดอกเบี้ยคนละครึ่ง ให้สามารถเพาะปลูกได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ การให้ความรู้ในการวิเคราะห์คุณภาพดินผ่านเว็บไซต์หรือ Line Official Account น้องดินดี และการแนะนำการใช้แอปพลิเคชัน Agri-Map Online จากกรมพัฒนาที่ดิน ที่ใช้แสดงผลข้อมูล เชิงภูมิสารสนเทศ พร้อมระบบแนะนำผลการปรับเปลี่ยนกิจกรรมการผลิตด้วยพืชทดแทนในรูปแบบเว็บแผนที่ทางออนไลน์ และบน Smart phone สามารถดาวน์โหลดได้ผ่าน App store หรือ PlayStore

นอกจากนี้ ธ.ก.ส. ยังได้เปิดตัวโครงการสินเชื่อ Solar ภาคประชาชน ตามนโยบายรัฐบาล เพื่อลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ให้ประชาชน เพื่อสนับสนุนเกษตรกรลูกค้าให้สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนสำหรับติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ ลดภาระด้านค่าใช้จ่าย และเพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรกรในระยะยาว ควบคู่กับการส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาด เสริมสร้างความมั่นคงทางรายได้ให้กับเกษตรกรและสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านทางพลังงานของประเทศไปสู่ความยั่งยืน โดยกำหนดวงเงินสินเชื่อไม่เกินค่าใช้จ่ายในการติดตั้ง อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 2.50 ต่อปี ซึ่งมีค่าใช้จ่ายมาตรฐานอยู่ที่ 140,000 บาท รัฐบาลสนับสนุนเงินทุนในการติดตั้งระบบ จำนวน 50,000 บาท สำหรับเกษตรกรลูกค้าที่ประสงค์ขอสินเชื่อ ต้องมีคุณสมบัติดังนี้
- เป็นเกษตรกรลูกค้า ธ.ก.ส. อายุผู้กู้รวมสัญญากู้ไม่เกิน 85 ปี กำหนด 1 ครัวเรือนต่อ 1 สิทธิ์ ตามหลักเกณฑ์ของโครงการ
- เป็นผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทที่ 1 บ้านอยู่อาศัย และผ่านการตรวจสอบรับรองจากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) หรือการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) ที่มีความเหมาะสมในการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ ขนาดไม่ต่ำกว่า 5 กิโลวัตต์ แต่ไม่เกิน 10 กิโลวัตต์ต่อ 1 มิเตอร์
- มีมิเตอร์ไฟฟ้าและสามารถเข้าร่วมระบบรับซื้อไฟฟ้าของการไฟฟ้าได้
- ณ วันที่ประสงค์เข้าร่วมโครงการ ต้องไม่เป็นเกษตรกรที่ได้รับสิทธิ์ตามมาตรการลดหย่อนภาษีโซลาร์เซลล์สูงสุด 200,000 บาท
- เกษตรกรผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐสามารถเข้าร่วมโครงการได้ โดยต้องสละสิทธิ์การช่วยเหลือค่าไฟฟ้าตาม
บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
กำหนดระยะเวลาดำเนินการตั้งแต่วันที่คณะรัฐมนตรีมีมติและคณะกรรมการ ธ.ก.ส. ให้ความเห็นชอบ จนถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2570 โดยเกษตรกรสามารถยื่นขอสินเชื่อได้ภายในวันที่ 31 กรกฎาคม 2570 และต้องดำเนินการอนุมัติสินเชื่อ จัดทำนิติกรรมสัญญา และเบิกจ่ายเงินกู้ให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 31 สิงหาคม 2570 กำหนดระยะเวลาชำระคืนเงินกู้ไม่น้อยกว่า 7 ปี หรือตามเงื่อนไขที่ธนาคารกำหนด
ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถแจ้งความประสงค์เข้าร่วมโครงการหรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ธ.ก.ส. ทุกสาขาทั่วประเทศ ธ.ก.ส. Contact Center 02-555-0555 หรือแจ้งความประสงค์ผ่านออนไลน์ที่ www.baac.or.th แอปพลิเคชัน BAAC Mobile และ Line Official Account BAAC Family
และ ธ.ก.ส. ยังมีการจัดแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์สินค้าลูกค้า ธ.ก.ส. BAAC Outlet สาขาท่าตูมทอง นำโดยผลิตภัณฑ์ตะกร้าจักสาน handmade ที่ และภาชนะรูปแบบต่างๆ ที่ผลิตจากต้นกก โดยกลุ่มจักสานบ้านหนองฮาง และยังมีผลิตภัณฑ์ชุมชนอีกมากมายให้ผู้เข้าร่วมชมงานได้เลือกชม ชิม ช้อปกันอย่างเต็มที่ หรือสำหรับผู้ที่สนใจยังสามารถเลือกชมและสั่งซื้อผลิตภัณฑ์คุณภาพจากร้านค้าผู้ประกอบการลูกค้า ธ.ก.ส. ได้ทุกที่ ทุกเวลา ผ่าน BAAC Matching คลิกเลย https://baacmatching.baac.or.th
