Featured เกษตรอัจฉริยะ

เกษตรล้ำยุค! หุ่นยนต์ AI ถอนวัชพืชแม่นยำ ลดสารเคมี ใช้แรงงานน้อยลง

ท่ามกลางปัญหาขาดแคลนแรงงาน ต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น และวัชพืชที่เริ่มต้านทานสารกำจัดวัชพืช เทคโนโลยีหุ่นยนต์และปัญญาประดิษฐ์ (AI) จึงกลายเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำคัญของภาคเกษตร ล่าสุด AgriPass Robotics บริษัทเทคโนโลยีการเกษตรจากอิสราเอล ร่วมมือกับ FYELD กลุ่มธุรกิจเครื่องจักรกลการเกษตรจากอิตาลี นำเทคโนโลยีหุ่นยนต์กำจัดวัชพืชอัจฉริยะเตรียมจัดแสดงในงาน EIMA International 2026 ซึ่งเป็นงานแสดงเครื่องจักรกลและนวัตกรรมการเกษตรระดับนานาชาติ

AgriPass Robotics ก่อตั้งขึ้นในปี 2566 พัฒนาเทคโนโลยี Physical AI หรือปัญญาประดิษฐ์ที่สามารถรับรู้สภาพแวดล้อมและสั่งการอุปกรณ์ให้ลงมือปฏิบัติงานจริง โดยนำระบบการมองเห็นแบบเรียลไทม์ การประมวลผลข้อมูล และกลไกการทำงานที่ปรับเปลี่ยนได้ มาประยุกต์ใช้กับงานเกษตร เพื่อให้หุ่นยนต์ทำงานได้อย่างแม่นยำและยืดหยุ่น คล้ายการตัดสินใจของแรงงานเกษตรที่มีประสบการณ์

หุ่นยนต์แยกพืชปลูกออกจากวัชพืช กำจัดเฉพาะจุดโดยไม่ใช้สารเคมี

เทคโนโลยีเชิงพาณิชย์ตัวแรกของบริษัท คือ RHIC (Robot of Human-Inspired Cultivation) หุ่นยนต์พรวนดินและกำจัดวัชพืชที่ผสานการทำงานของ AI ระบบกล้องตรวจจับภาพแบบเรียลไทม์ และกลไกเชิงกลที่ปรับการทำงานได้ตามสภาพแปลง

"Advertiser"

หัวใจสำคัญอยู่ที่เทคโนโลยี Adaptive Selective Tilling (AST) ซึ่งช่วยให้หุ่นยนต์ตรวจจับและกำจัดวัชพืชเป็นรายต้น แทนการจัดการพื้นที่ทั้งหมดแบบไม่เลือกเป้าหมาย ช่วยลดการรบกวนดินที่ไม่จำเป็น พร้อมหลีกเลี่ยงความเสียหายต่อพืชปลูก และทำงานโดยไม่ต้องใช้สารกำจัดวัชพืช

เทคโนโลยีดังกล่าวมีเป้าหมายตอบโจทย์เกษตรกรที่ต้องการลดการพึ่งพาสารเคมี เพิ่มความแม่นยำในการจัดการวัชพืช และรับมือกับข้อจำกัดด้านแรงงานในภาคเกษตร

ลงแปลงมะเขือเทศอิตาลี ทดสอบจริงกว่า 21,000 เฮกตาร์

AgriPass นำหุ่นยนต์ RHIC ลงสาธิตและทำกิจกรรมภาคสนามร่วมกับผู้ปลูกมะเขือเทศ เพื่อแปรรูปในแคว้นเอมีเลีย-โรมัญญา ปีเยมอนเต และทัสกานี ประเทศอิตาลี โดยมีสหกรณ์การเกษตร 4 แห่งเข้าร่วม พื้นที่เพาะปลูกของเครือข่ายดังกล่าวครอบคลุมมากกว่า 21,000 เฮกตาร์ หรือประมาณ 131,250 ไร่ และมีเกษตรกร นักวิชาการด้านพืชไร่ และช่างเทคนิคเข้าร่วมกว่า 100 คน

กิจกรรมครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการนำเครื่องจักรไปสาธิต แต่ยังเป็นโอกาสให้บริษัททำงานร่วมกับเกษตรกร เพื่อเรียนรู้ปัญหาที่เกิดขึ้นจริงในแปลงปลูก และนำข้อมูลกลับไปพัฒนาระบบ AI ให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมและรูปแบบการทำเกษตรที่แตกต่างกัน

นอกจากนี้ ในเมืองปิอาเชนซา บริษัทได้ทดลองใช้งานร่วมกับสหกรณ์ C.I.O. และมหาวิทยาลัย Università Cattolica del Sacro Cuore เป็นเวลาหลายสัปดาห์ พร้อมปรับปรุงซอฟต์แวร์และพัฒนาแบบจำลอง AI จากข้อมูลที่ได้ในพื้นที่จริง

ผลทดสอบกำจัดวัชพืชได้สูงสุด 73%

ผลการทดสอบภาคสนามเบื้องต้นแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของหุ่นยนต์ RHIC ในการกำจัดวัชพืช โดยมีรายงานผลการทดลองจาก 2 พื้นที่ ได้แก่

  • Patto Pomodoro Piemonte เมืองอเลสซานเดรีย ผลทดสอบแบบควบคุมพบว่า หุ่นยนต์กำจัดวัชพืชได้ 60% ในการทำงานรอบแรก และเพิ่มเป็น 70% ในรอบที่สอง
  • Tenuta Santa Caterina แคว้นทัสกานี หุ่นยนต์กำจัดวัชพืชได้ 73% ในแปลงที่มีวัชพืชขึ้นหนาแน่น

ผลการทดสอบเหล่านี้เป็นข้อมูลสำคัญสำหรับการพัฒนาเทคโนโลยีให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวเป็นผลจากการทดลองในพื้นที่และเงื่อนไขที่ระบุ ยังไม่ควรตีความว่าเป็นประสิทธิภาพที่รับประกันได้ในทุกสภาพแปลงปลูก

ไม่หยุดแค่กำจัดวัชพืช มุ่งพัฒนาเกษตรแม่นยำ

แม้การกำจัดวัชพืชจะเป็นการใช้งานเชิงพาณิชย์ลำดับแรกของ AgriPass แต่บริษัทมีเป้าหมายพัฒนา Physical AI ให้เป็นแพลตฟอร์มสำหรับการทำเกษตรแม่นยำในวงกว้าง โดยใช้ข้อมูลจากการตรวจจับพืชเป็นรายต้น ร่วมกับการประเมินสภาพแปลงแบบเรียลไทม์และการสั่งงานเครื่องจักรอย่างเหมาะสม

แนวทางนี้อาจต่อยอดไปสู่การเก็บข้อมูลเพื่อทำความเข้าใจการเจริญเติบโตของพืช ประเมินสุขภาพดิน และช่วยให้เกษตรกรตัดสินใจจัดการแปลงได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น พร้อมลดการพึ่งพาสารเคมีและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับการผลิต

ด้าน FYELD ซึ่งเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์จากอิตาลี มีความเชี่ยวชาญด้านเครื่องจักรกลการเกษตรสำหรับพืชมูลค่าสูง เช่น มะเขือเทศ พริก และพืชผัก โดยความร่วมมือครั้งนี้เป็นการผสานความเชี่ยวชาญด้าน AI และหุ่นยนต์ของ AgriPass เข้ากับความสามารถด้านเครื่องจักรกลของ FYELD เพื่อพัฒนาอุปกรณ์การเกษตรที่ทำงานได้อย่างแม่นยำ เลือกปฏิบัติงานเฉพาะจุด และปรับตัวตามสภาพแปลงได้

ลิรอน โคเฮน ยาไน (Liron Cohen Yanay) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร AgriPass Robotics กล่าวว่า การพัฒนาหุ่นยนต์เกษตรแห่งอนาคต ต้องเกิดจากการทำงานร่วมกับเกษตรกร ไม่ใช่เพียงนำเทคโนโลยีไปส่งมอบให้ใช้งาน โดยนำความรู้และประสบการณ์จากผู้ปฏิบัติงานจริงมาผสานกับ Physical AI เพื่อสร้างเครื่องจักรที่เข้าใจสภาพแปลง ตัดสินใจได้อย่างชาญฉลาด และปรับการทำงานได้ในระดับต้นพืช

ความร่วมมือกับ FYELD จึงเป็นอีกก้าวสำคัญในการผลักดันเทคโนโลยีดังกล่าวสู่การใช้งานเชิงพาณิชย์ในวงกว้าง กรณีของ AgriPass สะท้อนให้เห็นว่า ทิศทางของเครื่องจักรกลการเกษตรกำลังเปลี่ยนจากการใช้แรงงานหรือกำลังเครื่องจักรเพียงอย่างเดียว ไปสู่การผสานระบบรับรู้ข้อมูล การตัดสินใจ และการปฏิบัติงานอย่างแม่นยำ ซึ่งอาจเป็นอีกทางเลือกให้เกษตรกรรับมือกับต้นทุนแรงงาน และข้อจำกัดด้านการจัดการวัชพืชในอนาคต

ที่มา : IsraelAgri

Related Posts