จากสภาพพื้นที่ของชาวบ้าน ต.ทุ่งช้าง อ.ทุ่งช้าง จ.น่าน ที่มีภูเขาล้อมรอบทำให้พื้นที่ทางการเกษตรมีจำนวนจำกัดและเลี้ยงไก่dyoแบบตามมีตามเกิด ไม่มีระบบการจัดการที่ดี ทำให้ประสบปัญหาไก่ป่วยตาย มีอัตราการรอดต่ำ
อีกทั้งไก่ที่เลี้ยงเป็นพันธุ์พื้นเมืองที่เนื้อเหนียว ไม่เป็นที่นิยม
แต่จากการการชักชวนตั้งกลุ่มและแลกเปลี่ยนเรียนรู้การเลี้ยงไก่พื้นเมืองไปพร้อมๆ กับปศุสัตว์อำเภอทุ่งช้างที่เข้ามาอบรม ทำให้สามารถพัฒนาการเลี้ยงไก่ประดูหางดำทุ่งช้างในเชิงพาณิชย์ได้อย่างยั่งยืน
ติดตามเรื่องราวของพวกเขาได้ใน สารคดีเสียงจากแผ่นดิน season3 EP.6 “วิสาหกิจชุมชนกลุ่มผู้เลี้ยงไก่ประดู่หางดำทุ่งช้าง” เลี้ยงปล่อยอิสระในระบบอินทรีย์ เพิ่มมูลค่าไก่พื้นเมืองอย่างยั่งยืน
#ไก่ประดู่หางดำ #ทุ่งช้าง #น่าน #ไก่พื้นเมือง #แก้ปัญหา #เสียงจากแผ่นดิน #มูลนิธิปิดทองหลังพระ
MOST POPULAR
ปัญหาหมอกควันและฝุ่น PM2.5 จากการเผาเศษวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตรในภาคเหนือ กำลังถูกยกระดับจากมาตรการรณรงค์ “งดเผา” ไปสู่โมเดลเศรษฐกิจใหม่ที่ทำให้เกษตรกรเห็นผลตอบแทนเป็นรูปธรรม ผ่านการเปลี่ยนฟางข้าว ตอซัง และเศษวัสดุเหลือทิ้งให้กลายเป็นสินค้า พลังงานทดแทน และรายได้ใหม่ของชุมชน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จับมือกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม หรือ อว. เดินหน้าโครงการ “เหนือสานสร้าง เลิกเผา เป๋าตุง” ปักหมุดจังหวัดเชียงรายเป็นพื้นที่ขยายผล พร้อมทำข้อตกลงรับซื้อเศษวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตรจากภาคเอกชนแล้วกว่า 20 ล้านบาท ตั้งเป้าสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจรวมกว่า 3,000 ล้านบาทภายใน 5 ปี ขณะที่ ARDA ใช้งานวิจัยเปลี่ยนฟางข้าวเป็นชีวมวลอัดเม็ด ลดพื้นที่เผากว่า 2,000 ไร่ เพิ่มรายได้สุทธิเกษตรกรสูงสุด 49% และเชื่อมต่อสู่ตลาดอุตสาหกรรมพลังงานสะอาด “ปิยะรัฐชย์” เปิดโครงการเชียงราย เปลี่ยนเศษวัสดุเกษตรเป็นรายได้ นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ ณ โรงเรียนภาษาจีนเล่าฟู่ ตำบลป่าตึง อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย พร้อมด้วย ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวั
หลายคนอาจคิดว่า การเริ่มต้นธุรกิจสักแห่งต้องอาศัยแผนงานที่รัดกุม เงินทุนจำนวนมาก หรือการมองเห็นโอกาสทางการตลาดที่แตกต่างจากคนอื่น แต่ในความเป็นจริงแล้ว ธุรกิจที่เติบโตอย่างงดงามหลายแห่ง กลับมีจุดเริ่มต้นที่เรียบง่ายกว่านั้นมากเพราะบางครั้ง เมล็ดพันธุ์แห่งความสำเร็จอาจงอกงามขึ้นจาก “ความสุขเล็กๆ” ที่เกิดจากการได้ทำในสิ่งที่รัก และค่อยๆ เติบโตตามกาลเวลา วันนี้เทคโนโลยีชาวบ้าน จะมาแชร์เรื่องราวของ “ทำสวนกับมาดาม” ที่เป็นทั้งสวนผัก คาเฟ่ และพื้นที่สีเขียวกลางย่านพระราม 2 ที่ถือกำเนิดขึ้นจากความหลงใหลในต้นไม้ของเพื่อนสนิทสองคน คุณยุ้ย อภิรดี นกสุวรรณ และ คุณแหม่ม พัฐพศิญา ทิพย์สุมณฑา จากความชอบปลูกต้นไม้ในวันว่าง สู่การสร้างพื้นที่แห่งความสุขที่เปิดโอกาสให้ผู้คนได้สัมผัสธรรมชาติ เรียนรู้เรื่องการปลูกผัก และค้นพบคุณค่าของวิถีชีวิตที่เรียบง่ายท่ามกลางเมืองใหญ่ เมื่อความคลั่งไคล้ต้นไม้ เจอกับเพื่อนที่เข้าใจ จุดเริ่มต้นของ “ทำสวนกับมาดาม” เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่โลกกำลังเผชิญกับวิกฤตโควิด-19 ช่วงเวลาที่หลายคนต้องใช้ชีวิตอยู่ภายในบ้าน และเริ่มหันกลับมาให้ความสำคัญกับสุขภาพและคุณภาพอาหารที่รับประทาน
ชันโรงตัวเล็กๆ อาจดูเป็นเพียงแมลงที่บินวนอยู่ตามสวน แต่สำหรับคนที่คลุกคลีกับมันมานาน ชันโรงกลับมีรายละเอียดมากกว่าที่คิด ตั้งแต่การเลี้ยง การขยายรัง การเก็บน้ำผึ้ง ไปจนถึงบทบาทสำคัญในการช่วยผสมเกสรให้พืชในสวน และเมื่อปัญหาเล็กๆ อย่าง “เก็บน้ำผึ้งอย่างไรไม่ให้รังเสียหาย” กลายเป็นโจทย์ที่เกิดขึ้นซ้ำๆ การทดลองจึงเริ่มต้นขึ้น ก่อนจะค่อยๆ พัฒนาไปสู่ “รังชันโรงแบบแบ่งห้อง” ที่ช่วยให้การจัดการง่ายขึ้น และลดการรบกวนชันโรงภายในรัง เบื้องหลังการพัฒนานี้มาจาก อาจารย์มีน – ผศ.ดร.นุกูล ชิ้นฟัก คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยหาดใหญ่ ผู้ทำงานส่งเสริมและพัฒนาการเลี้ยงชันโรงร่วมกับชุมชนและเกษตรกรมานานกว่า 10 ปี จากการเห็นปัญหาจากการเลี้ยงจริง จึงค่อยๆ ทดลอง ปรับรูปแบบ และเรียนรู้จากการใช้งานจริง จนเกิดแนวคิด “รังชันโรงแบบแบ่งห้อง” ที่ต้องการแก้ปัญหาตั้งแต่ต้นทาง จากรังแบบเดิม สู่ “รังแบ่งห้อง” ลดปัญหาเก็บน้ำผึ้ง อาจารย์มีน เล่าให้ฟังว่า ย้อนกลับไปกว่า 10 ปี รังชันโรงที่เกษตรกรนิยมใช้ยังเป็นกล่องที่มีลักษณะยาวและสูง เมื่อถึงเวลาเก็บน้ำผึ้ง คนเลี้ยงต้องเปิดรังและใช้มือตัดหรือแยกส่วนที่เป็นน้ำผึ้งออกมา วิธีการนี
ปัจจุบัน “วิสาหกิจชุมชนบ้านสีเขียว ณ บางด้วน” อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ เป็นหนึ่งในศูนย์เรียนรู้ต้นแบบการทำเกษตรชุมชนเมืองอัจฉริยะ พร้อมแปรรูปเพิ่มรายได้ในรูปแบบสินค้าเกษตรมูลค่าสูง ส่งขายตลาดจริงใจ ตลาดภายในชุมชน ตลาดพรีออร์เดอร์ กลุ่มไลน์ภายในชุมชน และเพจกลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านสีเขียว ณ บางด้วน สร้างรายได้สุทธิ ในปีแรก 63,000 บาท และเพิ่มขึ้นต่อเนื่องทุกปี จุดเริ่มต้น จุดเริ่มต้นชุมชนสีเขียวแห่งนี้ เกิดจาก พี่แจ๊ส – คุณสมคิด น่วมศิริ สนใจปลูกผักไฮโดรโปนิกส์จำหน่ายในชุมชน ต่อมาเป็นแกนนำรวมกลุ่มเกษตรกรในพื้นที่ตำบลบางด้วน เข้าร่วมศึกษาวิจัยในโครงการสมุทรปราการโมเดล กับสำนักงานเกษตรจังหวัดสมุทรปราการ ทำให้เกษตรกรได้รับการเสริมสร้างและพัฒนาในด้านการเกษตร จนต่อยอดการพัฒนาเป็น “กลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านสีเขียว ณ บางด้วน” ต่อมามีการขยายแปลงเพาะปลูก โดยพัฒนาพื้นที่ว่างใต้ทางด่วนเป็นพื้นที่ทำเกษตรแปลงรวมของกลุ่ม และพัฒนากระบวนการผลิตจนได้รับมาตรฐาน GAP ต้นแบบเกษตรเขตเมืองอัจฉริยะ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านสีเขียว ณ บางด้วน ในพื้นที่อำเภอเมืองสมุทรปราการ มีสมาชิกผู้ปลูกผักเคล 15 คน ปลูกผักเคล
