Video Content
บ้านดอนศาลเจ้า จ.สุพรรณบุรี ชุมชนที่เกษตรกรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตร (เชิงเดี่ยว) ปลูกอ้อย มัน ข้าวโพด และพริก แต่ละปีชาวบ้านต้องลุ้นว่าจะได้ผลผลิตและราคามากน้อยอย่างไร แต่หลังจากที่คนในชุมชนหันมาเดินตาม “หลักเศรษฐกิจพอเพียง” ปรับวิถีการทำเกษตรเพื่อบริโภค เหลือจึงนำไปขาย เน้นปลูกพืชหลากหลาย โดยยึดหลักของ”เกษตรอินทรีย์” ทำให้วันนี้ชุมชนยกระดับเป็นชุมชนอยู่ดีมีสุขได้อย่างแท้จริง ติดตามเรื่องราวและความสำเร็จได้ในสารคดีเสียงจากแผ่นดิน#6 – EP.11 ตอน : ผักอินทรีย์บ้านดอนศาลเจ้าพืชเสริมแต่สร้างรายได้หลัก
จากสัตว์ที่คนในชุมชนไม่ยอมรับ เพราะด้วยกลิ่นฉี่ที่เหม็น ส่งผลทำให้อาชีพการเลี้ยงแพะบ้านเขาจรเข้ ไม่ได้รับการยอมรับเท่าที่ควร แต่วันนี้กลับกลายเป็นสัตว์เศรษฐกิจที่เนื้อหอมมากที่สุดของชุมชนตอนนี้ ติดตามเรื่องราวและความสำเร็จของการรวมกลุ่มผู้เลี้ยงแพะบ้านเขาจระเข้ได้ในสารคดีเสียงจากแผ่นดิน#6 – EP.10 ตอน : “แพะบ้านเขาจรเข้” เลี้ยงลดต้นทุน เน้นอาหารธรรมชาติ
ผศ.อิทธิพล ศรีเสาวลักษณ์ ผู้ประสานงานการศึกษานโยบายที่ดิน สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) ได้กล่าวเสริมว่า คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) จะคอยบูรณาการงานต่างๆที่เกี่ยวกับที่ดินทั้งหมดไว้ในที่เดียวกันการที่มีทิศทางแน่นอนมันจะทำให้ในอนาคตการบริหารจัดการที่ดินของประเทศเป็นไปในรูปแบบเดียวกัน มีทิศทางแน่นอน มีเป้าหมายเดียวกัน ทั้งนี้ ทุกคนที่อยู่ในประเทศไทยใช้ที่ดินควรต้องได้รับการแก้ไขปัญหา ปัญหาที่มีอยู่ถ้าส่งผ่านไปที่ คทช.ก็จะเป็นกลไกหนึ่งที่สามารถช่วยแก้ไขปัญหาได้ “คนส่วนใหญ่ของประเทศทั่วทุกจังหวัด เดือดร้อนสามารถส่งปัญหาให้กับสภาเกษตรกรฯสะท้อนปัญหาขึ้นมาให้ภาครัฐ อย่างน้อยที่สุดก็จะมีทิศทางตอบสนองต่อปัญหา แทนที่จะให้ คทช.พิจารณาไปโดยไม่มีฐานข้อมูล ไม่มีจุดร่วมของการตัดสินใจ ถ้าระบุปัญหาชัดเจนและไม่เข้าข้างตัวเองก็จะเป็นเรื่องที่ คทช.พิจารณาแก้ไขปัญหาในภาพรวมกับสาธารณะ เพราะนอกจากแก้ไขปัญหาให้ภาคเกษตรกรแล้วภาคส่วนอื่นความต้องการเหล่านี้จะต้องเป็นที่ยอมรับได้ด้วย” ผศ.อิทธิพล กล่าว
นายประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์ ประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ กล่าวว่า ปัญหาปวดใจของพี่น้องเกษตรกรที่สภาเกษตรกรฯสะท้อนขึ้นมาเพื่อให้ภาครัฐจัดการบริหารและแก้ไขให้ตรงจุดมากที่สุด ซึ่งยืดเยื้อยาวนานและเป็นปัญหามาตลอดชีวิตของเกษตรกรคือที่ดินทำกินไม่มีความมั่นคงในการถือครอง ในพื้นที่ชนบทห่างไกลการบริการของภาครัฐเข้าไม่ถึง ด้วยอ้างเหตุผลว่าขาดงบประมาณ ขาดกำลังพล ผลพวงของนโยบายต่างๆจึงไปไม่ถึงเกษตรกร ไม่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ โครงการความช่วยเหลือต่างๆจากภาครัฐมักประกาศว่าที่ดินต้องมีเอกสารสิทธิ์ การบังคับใช้กฎหมายไม่ได้ดูถึงข้อเท็จจริงว่าเกษตรกรเจตนาเพียงแค่ประกอบการยังชีพไม่ได้มีเจตนาบุกรุกหรือเข้าไปทำลายทรัพย์สิน และแต่ละรายมีพื้นที่ทำกินประมาณ คนละ 5-20 ไร่ รัฐควรผ่อนปรนและละเว้น การบริหารจัดการที่ดินและทรัพยากรดินของประเทศไทยนั้นปัจจุบันมีกฎหมายหลายฉบับมาก แต่ไม่เป็นเอกภาพและไม่มีกรอบแนวทางในการกำหนดแนวทางการพัฒนา ภารกิจ รวมถึงการทำงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน หากไม่สามารถแก้ปัญหาเหล่านี้ปัญหาความเหลื่อมล้ำก็ยังคงอยู่และจะลุกลามรุนแรงต่อไปและมากขึ้น เมื่อครั้งการประชุม
พื้นที่บ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี เป็นพื้นที่ที่ทำนาเกลือมากที่สุดในประเทศไทย ประมาณ 20,000 กว่าไร่ และบริบทของคนบ้านแหลมที่ยึดอาชีพนาเกลือมายาวนานกว่า 40-50 ปี ที่ผ่านมาเกลือจากนาของเกษตรกรจถูถส่งจำหน่ายไปยังพ่อค้าคนกลางเพื่อนำไปบริหารจัดกระจายไปยังผู้อุปโภค บริโภค ซึ่งบางปีปริมาณเกลือมาก เกษตรกรจะถูกกดราคา ด้วยเห็นนี้ คนในชุมชนจึงรวมกลุ่มกันจัดตั้งกลุ่มเพื่อนำเกลือมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์จำหน่ายเพิ่มมูลค่า ติดตามความสำเร็จของการพัฒนาได้ในสารคดีเสียงจากแผ่นดิน#6 – EP.9 ตอน : “เกลือธรรมชาติ กังหันทอง” มูลค่าจากภูมิปัญญาท้องถิ่น
จังหวัดน่าน ถือเป็นพื้นที่นำร่องที่มูลนิธิปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริ เข้าไปสร้างต้นแบบการประยุกต์แนวพระราชดำริเพื่อพัฒนาพื้นที่่ ตั้งแต่ปี 2552 จากการคัดเลือก 3 อำเภอ 20 หมู่บ้าน ในลุ่มน้ำยาว ลุ่มน้ำสบสาย ที่ครอบคลุมพื้นที่การเกษตรกว่า 250,000 ไร่ ด้วยหลักการทำงาน “แก้ปัญหาที่จุดเล็กและทำตามลำดับขั้นตอน” ผ่านมา 10 ปี การพัฒนาพื้นที่ดังกล่าวเกิดองค์ความรู้เชิงบริหารจัดการที่เกิดจากการพัฒนา เกิดรูปแบบบูรณาการแผนงานและงบประมาณร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและองค์กรท้องถิ่น ติดตามความสำเร็จของการพัฒนาได้ในสารคดีเสียงจากแผ่นดิน#6 – EP.8 ตอน : ต้นแบบพื้นที่มูลนิธิปิดทองหลังพระฯ “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” เพิ่มผืนป่า…สร้างอาชีพ
ชุมชนตำบลหนองสาหร่าย อ.พนมทวน จ. กาญจนบุรี ครั้งนึงคนในชุมชนเคยถูกครอบงำจากความเชื่อและค่านิยมที่ผิดๆ จนทำให้เกษตรกรในชุมชนดังกล่าวประสบความล้มเหลวในการทำเกษตรกรรม แต่การลุกขึ้นสู้และริเริ่มแนวคิดของคนในชุมชนกลุ่มเบล็กๆที่อยากจะทำให้ผู้คนในชุมชนให้หลุดพ้นจากวังวนแห่งหนี้สินและความทุกข์ โดยได้น้อมนำปลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงรัชกาลที่ 9 มาใช้เป็นแนวทางและทิศทางในการดำเนินชีวิตเพื่อการหลุดพ้นหนี้สินต่างๆ ในชุมชน
ทำได้จริง “ก๊าชชีวภาพ – ถ่านอัดแท่ง” พลังงานสะอาดสร้างอาชีพ ต.คำแคน อ.มัญจาคีรี จ.ขอนแก่น ต้นแบบชุมชนพลังงานทางเลือก ใครจะไปคิดว่ามูลสุกร หรือ (ขี้หมู) ที่ส่งกลิ่นเหม็นจะกลายมาเป็นพลังงานสะอาดที่ #ก๊าชชีวภาพ ต่อเข้าชุมชนให้กับครัวเรือนนำไปใช้แทนแก๊ส จากพลังความร่วมมือในการแก้ปัญหาของคนในชุมชน ต.คำแคน อ.มัญจาคีรี จ.ขอนแก่น ที่เดิมก็ประกอบอาชีพทำไร่ ทำนา เกษตรกรเลี้ยงไก่ เลี้ยงเป็ดธรรมดา แต่ต่อมาด้วยบ้านเมืองพัฒนาทำให้มีระบบการเลี้ยงใหญ่ขึ้น เช่น เลี้ยงไก่แบบทั่วไปก็พัฒนาเป็นฟาร์มไก่ขนาดใหญ่ การเลี้ยงหมูก็ขยายเป็นฟาร์มหมูขนาดใหญ่ แต่การเลี้ยงระบบฟาร์มขนาดใหญ่ส่งผลกระทบในพื้นที่การเกษตรรอบข้าง โดยเฉพาะเรื่องกลิ่นของมูลสุกร มูลไก่ ส่งผลกระทบเรื่องระบบระบายน้ำเสียต่างๆ ลงในพื้นที่ใกล้เคียง แม่น้ำลำคลอง ตลอดปลายปีที่ผ่านมาปัญหาถูกร้องเรียนจากคนในชุมชนโดยเป้าหมาย คือ #ปิดฟาร์มหมู ที่อยู่ในพื้นที่ชุมชนลง แต่ด้วยการปิดฟาร์มไม่ใช่ทางออกที่ดีที่สุด เนื่องจากการปิดฟาร์มส่งผลกระทบต่อผู้เพาะเลี้ยง และอีกหลายๆปัจจัยที่ส่งผลเสียงต่อรายได้และอาชีพของคนในชุมชน การร้องเรียนให้ปิดฟาร์มไม่สามารถทำได้
ถั่วดาวอินคา สมุนไพรที่เคยสร้างความเสียหายให้กับชุมชนบ้านกุดตาเพชร วันนี้ยกระดับเป็นพืชสมุนไพรที่นำมาแปรรูปเพิ่มมูลค่า สร้างทั้งเงิน สร้างทั้งงานให้กับคนในชุมชนหลายร้อยครัวเรือน
