อื่นๆ
นกบินอิสระ ถือเป็นกิจกรรมสันทนาการที่ได้รับความนิยมอยู่ในขณะนี้ สายพันธุ์นกที่นิยมนำมาบินอิสระในแนวบันเทิงคือนกแก้ว โดยเฉพาะพันธุ์ซันคอนัวร์ แอฟริกันเกรย์ และมาคอร์ เนื่องจากมีคุณลักษณะรูปร่างขนาดกลางและใหญ่ที่แข็งแรง แนวทางการเลี้ยงให้นกบินเองแบบอิสระต้องผ่านการฝึกที่มีระบบ เป็นขั้นตอน อาศัยการเชื่อมโยงความสัมพันธ์ทางจิตใจระหว่างนกกับผู้เลี้ยงเป็นแกนหลัก ควบคุมและสื่อสารการบินด้วยสัญญาณเสียงจากเจ้าของนกแล้วบินวนกลับมาหาเจ้าของได้ เป็นการเลี้ยงนกแนวทางใหม่ที่ได้รับความนิยมกันอย่างกว้างขวางทั้งในและต่างประเทศเพราะสร้างความสุข ตื่นเต้น และสนุกสนานให้กับผู้เลี้ยงได้เป็นอย่างดี อันที่จริงการเริ่มต้นฝึกนกบินถึงแม้จะเรียนรู้ได้ในยูทูบที่มีมากมาย แต่ถ้าต้องการให้สมบูรณ์แบบทั้งทฤษฎีและปฏิบัติ จึงอยากแนะนำ “Haneen Betta Phetchaburi” ตั้งอยู่เลขที่ 143/19 หมู่ที่ 5 ตำบลบ้านกุุ่ม อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบุรี เปิดเป็นฟาร์มเพาะขายพันธุ์นกแก้วแล้วยังเป็นกลุ่มฝึกนกบินอิสระให้ความรู้ตามมาตรฐาน พร้อมไปกับกิจกรรมและสันทนาการฝึกนกที่น่าสนใจตามสถานที่หลายแห่ง คุณสถาพร ม่วงปราง เจ้าของฟาร์มเคยผ่านการทำงานบริ
คุณอนุสรณ์ นวะกะ อดีตพนักงานบริษัทรถยนต์ สนใจอยากทํางานอิสระ จึงเก็บหอมรอมริบ ด้วยเงินทุน 300,000 บาท สู่การเริ่มต้นธุรกิจส่วนตัว ด้วยตนเองเป็นคนที่ชื่นชอบ “การเลี้ยงปลากัดสายนักสู้” จึงคิดว่าสามารถทำเป็นอาชีพได้ โดยเริ่มบุกเบิกมาตั้งแต่ปี 2550 เริ่มต้นด้วยการเพาะเลี้ยงไรแดงและเพาะเลี้ยงปลากัด จํานวน 20 บ่อ ขายไรแดงจากการเพาะฟักและขายปลากัดนักสู้มีรายได้คุ้มต้นทุนตั้งแต่ช่วงแรกๆ ปัจจุบัน มีบ่อเลี้ยงปลากัดนักสู้และขายไรแดงสร้างอาชีพเพิ่มรายได้ได้เป็นอย่างดี โดยทางสำนักงานเกษตรอำเภอย่านตาขาว ร่วมกับสำนักงานประมงจังหวัดตรัง ได้เข้ามาส่งเสริมให้จัดตั้งเป็นศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) ด้านการประมงเพื่อเป็นศูนย์ให้เกษตรกรผู้สนใจเข้ามาเรียนรู้ คุณอนุสรณ์ เล่าถึงวิธีการเพาะเลี้ยงไรแดงเพื่อนำมาเป็นอาหารให้กับปลากัดสายพันธุ์นักสู้ซึ่งทำได้ไม่ยาก โดยเริ่มต้นจากการนำน้ำเขียวคลอเรลลา (Chlorella sp) จํานวน 20 ลิตร ใส่บ่อซีเมนต์ ขนาด 5x5x0.60 เมตร แล้วเติมน้ำที่สะอาด ให้มีระดับน้ำ 2 เซนติเมตร เตรียมส่วนผสมประกอบด้วย ฮามิ ฮามิ 2 กิโลกรัม ปุ๋ยยูเรีย 1 กิโลกรัม ปุ๋ยนา (16-2
เพราะความชอบนกที่มีสีสัน อย่างนกหงส์หยก มาตั้งแต่เด็ก ทำให้ คุณอดุลย์เดช พาบุ ข้าราชการครู โรงเรียนประจำตำบลของอำเภอกุดรัง จังหวัดมหาสารคาม ซื้อมาเลี้ยง หลังลาออกจากงานโรงงานอุตสาหกรรมหลายแห่งและมาบรรจุเป็นข้าราชการครู เมื่อมีเวลาว่างจึงทำตามใจต้องการ นกหงส์หยกเป็นนกชนิดเริ่มแรกของการเลี้ยง แต่เมื่อนำมาเลี้ยงแล้ว แนวคิดการมองการณ์ไกลของคุณอดุลย์เดช ทำให้มองไปถึงอนาคตว่า หากเลี้ยงแล้วไม่ควรสร้างภาระให้กับผู้เลี้ยง แม้จะจำนวนน้อยหรือมาก แต่ก็คือค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่ายออกไปในแต่ละเดือน จึงมองว่า หากเพาะลูกแล้วสามารถจำหน่ายได้ ก็จะเป็นรายได้เข้ามา ทดแทนรายจ่ายที่จ่ายออกไป 1 ปีผ่านไปของการเลี้ยงนกหงส์หยก สร้างรายได้มาทดแทนค่าใช้จ่ายดีทีเดียว แต่เมื่อพ่อค้าที่มารับซื้อนกหงส์หยกแนะนำว่า นกเลิฟเบิร์ดเป็นนกที่ตลาดต้องการ ทั้งยังสามารถจำหน่ายนกในแบบของลูกป้อนได้อีกด้วย คุณอดุลย์เดชยอมรับว่าสนใจ แต่ก่อนเลี้ยง เขาเริ่มศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับนกเลิฟเบิร์ด ทำให้ทราบว่ามีหลายเกรด ราคาเริ่มตั้งแต่หลักร้อยถึงหลักแสน ในขณะนั้น (ปี 2560-2561) เมื่อมั่นใจจึงปรับจากนกหงส์หยกเป็นนกเลิฟเบิร์ด และมองไปถึงการพัฒ
เจ้าหอยทาก ที่ใครๆ ต่างมองว่าปกติแล้วเป็นศัตรูพืชคอยกัดกินใบไม้ คอยสร้างความรำคาญใจแก่ผู้รักต้นไม้ทุกคน แทบจะมองไม่ออกเลยว่า หอยทากจะถูกนำมาเป็นสัตว์เลี้ยงได้อย่างไร แต่กลับกันนั้นในต่างประเทศหลายๆ ประเทศ มีความนิยมอย่างมากในการเลี้ยงหอยทาก เพราะเลี้ยงง่าย กินง่าย ให้อาหารไม่มาก ใช้พื้นที่น้อย แต่ต้องยอมรับว่าข้อมูลที่มีในประเทศไทย การเลี้ยงหอยทากสายพันธุ์ต่างๆ มีข้อมูลให้ศึกษาน้อยมาก ส่วนมากจะเลี้ยงเพื่ออุตสาหกรรมสกัดเมือกขาย ผู้ที่สนใจในการเลี้ยงหอยทากจึงจำเป็นต้องไปค้นหาข้อมูลจากสื่อต่างประเทศ คุณโชตินันท์ เสียงประเสริฐกิจ หรือ คุณวา ผู้เลี้ยงเพาะพันธุ์และนักสะสมหอยทากสายพันธุ์หายากหลายชนิด คุณโชตินันท์ กล่าวว่า เริ่มแรกเลยก็มีมุมมองที่ไม่ดีกับหอยทากมากนัก เพราะใครๆ ก็อาจมองว่าเป็นสัตว์ที่ทำลายพืชผลทางการเกษตร และเป็นสัตว์ที่แลดูจะไม่สะอาดสักเท่าไหร่ จนกระทั่งวันหนึ่งได้เห็นภาพคนถ่ายคู่กับหอยทากยักษ์ลงบนสื่อต่างประเทศ ทำให้คุณโชตินันท์เกิดมุมมองที่ว่า จริงๆ แล้วหอยทากก็นำมาเป็นสัตว์เลี้ยงได้ด้วย และมีความน่ารักในแบบของมัน ทำให้เปลี่ยนมุมมองของคุณโชตินันท์กับหอยทากไปในทางที่ดี
นกกรงหัวจุก หรือนกปรอดหัวโขน เป็นนกประจำถิ่นที่พบมากในหลายพื้นที่ประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงไทยที่มีเกือบทุกจังหวัด กิจกรรมที่นิยมเลี้ยงนกชนิดนี้ตั้งแต่อดีตจนทุกวันนี้คือการแข่งขันร้องเพื่อประกวดความไพเราะของเสียงหรือระยะเวลาที่ร้องได้นานเท่าไร กระทั่งเมื่อมูลค่านกถูกพัฒนาด้วยการสร้างสีสันแฟนซีเข้ามาเพิ่ม เกิดความคึกคักในกลุ่มตลาดเลี้ยงนกชนิดนี้เป็นอย่างมากสร้างเม็ดเงินหลายสิบล้านบาท “ฟาร์มอวตาร” เป็นสถานที่เพาะขายพันธุ์นกกรงหัวจุกที่ถูกกฎหมายแห่งหนึ่งในจังหวัดราชบุรี ฟาร์มนี้มีจุดแข็งเรื่องการผลิตนกหัวจุกที่หายาก สินค้ามีคุณภาพ และมีบริการหลังการขายอย่างมีประสิทธิภาพ ลูกค้าซื้อไปแล้วมั่นใจได้เต็มที่ โดยมี คุณธนกร เพ็งนาเรนทร์ หรือ คุณก๊อป อายุ 38 ปี ในวงการเรียกก๊อปอวตาร เป็นเจ้าของและจัดตั้งฟาร์มนี้มากว่า 4 ปี ก่อนที่คุณก๊อปจะเข้ามาสู่วงการนกกรงหัวจุกมีอาชีพเป็นพ่อค้าคนกลางขายส่งผลไม้และพืชผลทางการเกษตร มีสวนสับปะรด เหตุผลที่เปลี่ยนเส้นทางอาชีพจากเกษตรกรรมสู่อาชีพเลี้ยงสัตว์สวยงามเนื่องจากปัญหาราคาสับปะรดตกต่ำ ต้นทุนสูงมากขึ้น ทำให้ประสบปัญหาขาดทุนหลักล้านบาท จึงมองหาอาชีพ
พื้นฐานการเป็นลูกชาวนา ชาวไร่ ของนักเรียนโรงเรียนหนองโพธิ์วิทยาคม ตำบลหนองโพธิ์ อำเภอนาเชือก จังหวัดมหาสารคาม ทำให้การดำเนินกิจกรรมทางการเกษตรของโรงเรียนเป็นไปได้ดี แม้จะเป็นนักเรียนชั้นมัธยมปลาย แต่ปัญหาเด็กวัยรุ่นกับความใส่ใจในวิชาชีพเกษตรกลับเข้ากันได้อย่างลงตัว โรงเรียนหนองโพธิ์วิทยาคม รวมกลุ่มก่อตั้งกลุ่มยุวเกษตรมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2554 แม้จะเพิ่งเริ่มได้ไม่นานนัก แต่กิจกรรมที่นักเรียนทำมีความหลากหลายและน่าสนใจหลายกิจกรรม นักเรียนทั้งหมดเกือบ 400 คน เปิดการเรียนการสอนระดับมัธยมต้นและมัธยมปลาย โรงเรียนหนองโพธิ์วิทยาคม เป็นโรงเรียนประจำตำบล มีนักเรียนในหลายหมู่บ้านใกล้เคียง เปิดสอนมานานกว่า 20 ปี แต่เพิ่งเริ่มก่อตั้งกลุ่มยุวเกษตรไม่นาน เหตุเพราะในอดีตยังไม่มีอาจารย์เพียงพอ อีกทั้งพื้นที่ของโรงเรียนทั้งหมด 51 ไร่ มีมากเกินกว่าการดูแลของจำนวนอาจารย์ที่มีจะทั่วถึง อาจารย์จันทร์ฉาย นาพลเทพ อาจารย์ที่ปรึกษาหญิง กลุ่มยุวเกษตรโรงเรียนหนองโพธิ์วิทยาคม บอกว่า พื้นที่ของโรงเรียนมีมาก แม้ว่าจะมีอาคารเรียนและพื้นที่จัดกิจกรรมรวมแล้ว ก็ยังเหลือพื้นที่ด้านหลังโรงเรียนอีกมาก และปล่อยให้รกร้างอยู่ ประ
ขึ้นชื่อว่าดังในเรื่องของส้มโออีกแห่งหนึ่งของประเทศ ก็ต้องที่อำเภอบ้านแท่น จังหวัดชัยภูมิ ชื่อติดปากที่ใครๆ ก็เรียกว่า ส้มโอบ้านแท่น จุดเด่นอยู่ตรงที่เมื่อผลสุก เปลือกจะเป็นสีทอง เปลือกในอมชมพู เนื้อสีแดงเข้มสะดุดตา มีกลิ่นหอมอ่อนๆ คล้ายผลท้อ มีเมล็ดมาก อายุการเก็บเกี่ยวช้ากว่าพันธุ์ทองดี ประมาณ 15 วัน ที่ต้องเอ่ยถึง เพราะสภาพความเป็นอยู่ของเด็กนักเรียนในโรงเรียนบ้านแท่นวิทยา ตำบลบ้านแท่น อำเภอบ้านแท่น จังหวัดชัยภูมิ เกือบทั้งหมดมีส้มโออยู่ในบริเวณบ้าน และในบางราย ผู้ปกครองทำสวนส้มโอเป็นอาชีพหลัก ซึ่งแน่นอนว่า เด็กย่อมเติบโตมาพร้อมกับทุกๆ ขั้นตอนของการทำสวนส้มโอ โรงเรียนบ้านแท่นวิทยา เป็นโรงเรียนที่เปิดการเรียนการสอนระดับมัธยมศึกษาปีที่ 1-6 จัดว่าเป็นโรงเรียนของเด็กโต ที่ไม่ได้รับงบประมาณสนับสนุนอาหารกลางวันเช่นเดียวกับโรงเรียนระดับประถมศึกษาทั่วไป ฉะนั้น หากไม่มีพื้นที่สำหรับทำแปลงเกษตรบริเวณโรงเรียน เพื่อสนับสนุนวัตถุดิบในโครงการอาหารกลางวัน ก็ไม่ใช่เรื่องแปลก แต่สำหรับโรงเรียนบ้านแท่นวิทยา กลับเป็นโรงเรียนที่ให้ความสำคัญกับการเกษตร โดยจัดสรรพื้นที่ของโรงเรียนเกินกว่า 50 เปอร์เซ็นต์
โรงเรียนขยายโอกาสที่จัดได้ว่าเป็นโรงเรียนขนาดเล็ก และตั้งอยู่บนพื้นที่ที่ไม่ใช่ของตนเอง ยังคงเหลืออยู่หลายแห่งในประเทศไทย โรงเรียนวัดท่าอิฐ ตำบลท่างาม อำเภออินทร์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี ก็เป็นอีกโรงเรียนหนึ่ง ที่จัดอยู่ในรูปแบบนั้น ดร. นุชนารถ ยิ้มจันทร์ ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดท่าอิฐ ให้ข้อมูลว่า โรงเรียนแห่งนี้ เสมือนโรงเรียนในอดีตที่รวมวัด บ้าน และโรงเรียนไว้ด้วยกัน เพราะโรงเรียนตั้งอยู่ในพื้นที่ของวัด อยู่บริเวณวัด วัดแบ่งพื้นที่ให้โรงเรียนใช้สอย ประมาณ 2 ไร่เศษ ทั้งหมดเป็นที่ตั้งของอาคารเรียน 3 หลัง สนาม และพื้นที่ใช้สอยอื่น เปิดการเรียนการสอนตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาลถึงมัธยมศึกษาตอนต้น มีนักเรียนทั้งหมด 140 คน ครูผู้สอน 14 คน “เพราะเด็กเราเยอะ และพื้นฐานของเด็กที่เรียนที่นี่ฐานะยากจน และกว่าครึ่งไม่ได้อยู่กับพ่อแม่ มีเพียงปู่ย่าตายายเป็นผู้ปกครอง การดูแลเด็กต้องมีความละเอียดและเข้าถึงเด็กให้มากกว่าแค่การมาเรียนที่โรงเรียนแล้วกลับบ้าน” ดร. นุชนารถ บอกด้วยว่า การมองเพียงแค่มาเรียนหนังสือแล้วนำวิชาการติดตัวกลับไปนั้น ยังไม่เพียงพอ จำเป็นต้องเพิ่มวิชาชีพที่มองว่า อนาคตจะสามารถช่วยให้เด็กมีท
คุณศิริภูมิ มีศิริ หรือ คุณภูมิ วัย 17 ปี เจ้าของฟาร์ม “ภูมิภูมิฟาร์มปลาทอง” ในพื้นที่อำเภอสวรรคโลก จังหวัดสุโขทัย เด็กหนุ่มที่ชื่นชอบการเลี้ยงปลาสวยงามเป็นชีวิตจิตใจ ก่อนที่จะผันตัวมาเลี้ยงปลาทอง เพราะมองว่าปลาทองเป็นปลาที่ทุกคนรู้จัก จึงศึกษาวิธีการเลี้ยงปลาทองอย่างจริงจังและเริ่มลงมือทำอย่างตั้งใจ จุดเริ่มต้นของการเลี้ยงปลาทองมาจากความชอบส่วนตัวในวัยเด็ก ทำให้เมื่อ 2-3 ปีที่แล้ว ซื้อปลาทองมาเลี้ยงในตู้ก่อน และพยายามศึกษาหาข้อมูล ลองผิดลองถูก และเดินสายอบรมเกี่ยวกับปลาทองตามสถานที่ที่จัดขึ้น ด้วยความโชคดีมีพี่ๆ ที่มีประสบการณ์ในการเลี้ยงปลาทองคอยดูแลและให้คำแนะนำ ก่อนจะเปิดฟาร์มเลี้ยงปลาทองแบบครบวงจรและเต็มรูปแบบเมื่อต้นเดือนมกราคมที่ผ่านมา ภายในฟาร์มของคุณศิริภูมิ มีการเลี้ยงปลาทองหลากหลายสายพันธุ์ให้เลือกสรร เช่น สายพันธุ์ฮอลันดายักษ์ สายพันธุ์สิงห์ไฮบริด เป็นต้น ปลาทองทั้งหมดในฟาร์มจะถูกเลี้ยงในบ่อดินและบ่อปูน โดยมีบ่อดินจำนวน 6 บ่อ บ่อละประมาณ 1 งาน บริเวณรอบบ่อดินจะต้องล้อมพื้นที่ เพื่อป้องกันสัตว์เลื้อยคลาน นก กบ คางคก บุกเข้ามากินปลาทองในบ่อดิน และบ่อปูนจำนวน 40 บ
ปกติ ปลากัด เป็นปลาที่อาศัยอยู่ตามแหล่งน้ำธรรมชาติของไทยอยู่แล้ว แต่ด้วยสีสันที่แปลกแตกต่างไม่เหมือนกันในแต่ละตัว ทำให้ปลากัดกลายเป็นปลาที่ได้รับความนิยม นำขึ้นมาเลี้ยงตู้ โหล ขวด แล้วแต่ภาชนะที่ผู้เลี้ยงสะดวก และเป็นที่เข้าใจกันว่า ปลากัด เลี้ยงง่าย ตายยาก แต่ผู้เลี้ยงหลายรายประสบปัญหาเดียวกัน คือ ซื้อมาแล้วเลี้ยงไม่นานก็ตาย คุณมนตรี สายศรี หรือ คุณตั้ม หนุ่มวัยทำงาน ผู้ศึกษาการเพาะเลี้ยงปลากัดด้วยตนเอง กระทั่งก่อตั้งฟาร์มเล็กๆ เป็นที่ค้าปลีกและค้าส่งปลากัดที่รู้จักกันดีของจังหวัดอ่างทอง และเพาะเลี้ยงปลากัดเพื่อจำหน่ายเป็นอาชีพเสริม ซึ่งคุณมนตรีเองบอกว่า รายได้มากเทียบเท่ารายได้หลักทีเดียว “ผมทำงานประจำอยู่ครับ เพาะเลี้ยงปลากัดขายนี่เป็นอาชีพเสริม แต่รายได้เกือบเท่ารายได้หลักของผมเลยทีเดียว ด้วยความชอบเลี้ยงปลาตั้งแต่เด็ก และเลือกปลากัด เพราะเป็นปลาที่เลี้ยงง่าย เป็นปลาที่เจริญเติบโตจากแหล่งน้ำธรรมชาติ ฉะนั้นการเลี้ยงปลาให้ใกล้เคียงกับธรรมชาติมากที่สุด ก็จะทำให้ปลากัดไม่ตายง่ายเหมือนที่หลายคนประสบปัญหา” เริ่มต้นเลี้ยงปลากัด เมื่อราว 2 ปีที่ผ่านมา คุณมนตรี อาศัยความชอบในการเลี้ยงปลา เล
