ประมง
หากพูดถึงสัตว์ทะเลแล้ว นอกจากปูและปลาแล้ว หลายๆ คนคงนึกถึง “กุ้ง” ขึ้นมาเป็นอันดับต้นๆ เพราะกุ้งคืออาหารที่คุ้นเคยของคนไทย ด้วยรสชาติที่อร่อย นำไปประกอบอาหารได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น ต้ม อบ นึ่ง ผัด ทอด เผา หรือกินสดๆ ก็ยังอร่อย กุ้งจึงเป็นวัตถุดิบหลักที่ไม่ว่าไปร้านอาหารทุกร้านมักจะมี อย่างในประเทศไทย เรามีเมนูของไทยเราที่สร้างชื่อเสียงจนดังไกลไปทั่วโลกอย่าง “ต้มยำกุ้ง” กุ้งจึงถือเป็นสัตว์ทะเลอีกชนิดหนึ่งที่มีราคาตลาดที่ค่อนข้างนิ่ง ทำให้เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งสร้างรายได้อย่างดี กุ้งจึงเป็นสัตว์เศรษฐกิจที่มีเกษตรกรจำนวนไม่น้อยที่ทำฟาร์มกุ้ง กุ้งของประเทศไทยเคยเป็นศูนย์กลางส่งออกกุ้งอันดับ 1 ของโลก มีคุณภาพที่ดี เป็นที่ยอมรับของตลาดสากล กุ้งทุกตัวก่อนที่จะถูกส่งออกจากประเทศไทยได้ ต้องผ่านการตรวจสอบหลายด้าน ทั้งสารตกค้างและโรคจากห้องแล็บ จึงจะสามารถส่งออกไปยังต่างประเทศได้ โดยทั่วไปกุ้งที่ไม่ผ่านการตรวจสอบ กุ้งที่ติดโรค หรือกุ้งที่เลี้ยงจากบ่อที่ไม่ได้มาตรฐาน หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องนำกลับมาขายให้กับผู้บริโภคในประเทศไทย บ่อยครั้งที่เราจะเห็นผู้ที่แพ้อาหารประเภทกุ้ง หรือจริงๆ แล้วอาจแพ้สารเ
การทำประมง ถือเป็นอีกหนึ่งอาชีพหลักของชุมชนชาวเกาะยอ จังหวัดสงขลา โดยชาวบ้านที่ยึดอาชีพนี้จะใช้เครื่องมือประมงที่สืบทอดกันมายาวนาน ไม่ว่าจะเป็น การดักไซนั่ง การดักไซนอน การดักโพงพาง และการเลี้ยงปลากะพงขาวในกระชัง ความได้เปรียบเชิงนิเวศทางธรรมชาติอันมาจากการมีสภาพน้ำถึง 3 อย่าง ได้แก่ น้ำเค็ม น้ำจืด และน้ำกร่อย จึงทำให้อาหารทะเลทุกชนิดมีรสชาติที่อร่อยกว่าที่อื่น แล้วถือเป็นโอกาสที่ชาวบ้านเกาะยอสามารถเลี้ยงปลากะพงในกระชังได้อย่างมีคุณภาพ จัดเป็นสัตว์น้ำเศรษฐกิจที่สำคัญของจังหวัดสงขลาด้วย ขณะเดียวกันการใช้เวลาเลี้ยงถึง 2 ปี กับผลตอบแทนที่ได้รับค่อนข้างสูง จึงทำให้ชาวบ้านที่ยึดอาชีพนี้ต้องใส่ใจและทุ่มเทต่อการเลี้ยงปลากะพงอย่างเต็มที่ คุณไพฑูรย์ ทีปบวร อยู่บ้านเลขที่ 37 หมู่ที่ 7 ตำบลเกาะยอ อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา เป็นชาวบ้านอีกคนของชุมชนแห่งนี้ที่ยึดอาชีพประมงด้วยการเลี้ยงปลากะพงในกระชัง ได้ให้รายละเอียดว่า ลูกพันธุ์ปลากะพงสั่งซื้อมาจากจังหวัดสตูลหรือปัตตานี มีขนาด 7 นิ้ว โดยนำมาปล่อยในกระชัง จำนวน 400-500 ตัว ต่อกระชัง ทั้งนี้ จำนวนปลาที่ปล่อยควรสอดคล้องกับขนาดของกระชัง เพราะไม่ต้องการให
กาฬสินธุ์ เป็นอีกหนึ่งจังหวัดที่ขึ้นชื่อในเรื่องของการทำประมง สัตว์น้ำที่ทำรายได้ให้กับเกษตรกรที่โดดเด่นคือ กุ้งก้ามกราม และการเลี้ยงปลากระชัง ด้วยความนิยมบริโภคสัตว์น้ำนี้เอง จึงทำให้การทำประกอบอาชีพทางประมงสามารถสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรในหลายพื้นที่ ปลาหมอ ก็เป็นอีกหนึ่งสัตว์น้ำที่สามารถนำมาทำอาหารได้หลากหลายเมนู ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการย่างที่ให้รสสัมผัสที่หอมชวนทาน หรือจะแกงก็ตอบโจทย์ไม่น้อย จึงทำให้มีการเลี้ยงเพื่อสร้างรายได้ด้วยเช่นกัน ปลาหมอ ลักษณะทั่วไปคือ มีลำตัวป้อมและค่อนข้างแบน โดยลำตัวมีสีน้ำตาลเหลืองปนดำ ขนาดความยาวของปลาหมอส่วนใหญ่เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 10-16 เซนติเมตร ซึ่งปลาหมอจัดว่าเป็นปลากินเนื้อ พบได้ตามแม่น้ำ ลำคลอง ทะเลสาบ แต่ด้วยสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไปและการขยายตัวของเมืองที่เพิ่มขึ้น จึงทำให้หลายปีที่ผ่านมาจำนวนปลาหมอในแหล่งธรรมชาติหาไม่ได้ง่ายเหมือนแต่ก่อน จึงได้มีการเพาะพันธุ์และเลี้ยงเป็นปลาเนื้อเชิงการค้าอย่างต่อเนื่อง ให้เพียงพอต่อความต้องการในการบริโภค ทำให้เกิดการเลี้ยงเชิงการค้ามากขึ้นตามมา คุณพิสิษฐ์ บุญท้าว อยู่บ้านเลขที่ 130 หมู่ที่ 13 ตำบลกมลาไสย อำเภ
ยุคนี้ปฏิเสธไม่ได้ว่าอาหารที่ปรุงจากปูทะเลกำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก จะเห็นได้จากหลายเมนูที่อยู่ตามร้านอาหารต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นปูผัดผงกะหรี่ ปูนึ่งรับประทานกับน้ำจิ้มซีฟู้ดรสเด็ดก็ชวนน้ำลายสอไม่น้อย และอีกเมนูที่ผู้บริโภคยุคนี้มีความชื่นชอบเป็นอย่างมากนั้นก็คือปูไข่ดองน้ำปลา โดยใช้ปูทะเลที่มีความสดมาดองตามสูตรของตนเอง ทำให้เวลานี้ปูทะเลที่นำมาดองนั้นเป็นสินค้าที่ตลาดมีความต้องการ สามารถสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงได้ไม่น้อยทีเดียว ปูดำหรือปูทะเลจึงเป็นอีกหนึ่งสัตว์เศรษฐกิจที่สำคัญอยู่ในเวลานี้ เพราะเกษตรกรผู้เลี้ยงสามารถนำมาทำตลาดได้ทั้งจำหน่ายเป็นปูไข่และปูเนื้อ ขึ้นอยู่ที่ว่าร้านอาหารนั้นๆ จะนำไปปรุงเป็นเมนูอะไร ทำให้อาหารที่ทำขึ้นจากปูดำจึงได้รับความนิยมและตลาดมีความต้องการอย่างต่อเนื่อง ทำให้เกษตรกรเกิดรายได้และผลิตสินค้าที่ตรงตามความต้องการของตลาดมากขึ้น อย่างเช่นการเลี้ยงปูดำ คุณนันทิยา เพ็ชรเกตุ อยู่บ้านเลขที่ 91 หมู่ที่ 6 ตำบลเกาะเพชร อำเภอหัวไทร จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นเกษตรกรที่หันมาเลี้ยงปูดำหลังจากที่ปลดเกษียณจากงานประจำที่ทำ โดยใช้บ่อที่เป็นพื้นที่ว่างของครอบครัว
“ได้ไปที่ประจวบคีรีขันธ์ ที่คลองวาฬ ซึ่งมีสถานีประมงที่คลองวาฬเขาเลี้ยงปลาที่เป็นปลาทะเล เรียกว่า ปลานวลจันทร์ทะเล เขาจับปลานวลจันทร์เล็กๆ ที่อยู่ในทะเลเอามาขาย และสำหรับเลี้ยงในบ่อ ซึ่งถ้าเลี้ยงในบ่อน้ำมันจืดลง ปลานวลจันทร์ทะเลนั้นก็เติบโตได้ เป็นอันว่าจะเป็นอาชีพสำหรับชาวบ้าน ไปซื้อมา เขาไม่ได้ซื้อ เราซื้อให้ไป ซื้อเอามาปล่อยในอ่างเก็บน้ำ และเมื่อปล่อยแล้วมันก็เติบโต เติบโตดีปีหนึ่งมันเติบโตมาขายได้เป็นเงิน เป็นหลายแสน แต่ชาวบ้านก็ไม่ค่อยสนใจ จึงเลิกปลานวลจันทร์ทะเลมันไม่ มันไม่เติบโต เอ้อมันไม่แพร่พันธุ์ในบ่อ ในอ่างมันจะแพร่พันธุ์ได้แต่ในทะเล แต่ก็ยังไงก็จับได้และขายได้ ซึ่งถ้าสมมติว่าไปซื้อมาแล้วมาปล่อยแล้วก็ดูแล และถึงเวลาก็ขาย ก็เป็นอาชีพที่ดี” พระราชดำรัส พระราชทานแก่คณะบุคคลต่างๆ ที่เข้าเฝ้าฯ ถวายชัยมงคล ในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ณ ศาลาดุสิดาลัย สวนจิตรลดา พระราชวังดุสิตฯ วันอังคารที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2544 ปลานวลจันทร์ทะเล เป็นปลาที่สามารถเลี้ยงได้ทั้งน้ำจืดรวมถึงน้ำเค็ม สามารถสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรได้อย่างมากมาย ทั้งยังมีรสชาติที่อร่อย นำไปประกอบอาหารได้หลายประเภท เป็นที่ต้อ
คุณวิรัตน์ คงหวัง อยู่บ้านเลขที่ 108 หมู่ที่ 2 ตำบลลานข่อย อำเภอป่าพยอม จังหวัดพัทลุง เป็นเกษตรกรผู้เห็นช่องทางการสร้างรายได้ โดยที่ไม่ยึดติดกับการทำเกษตรเชิงเดี่ยวมากเกินไป โดยได้มีการแบ่งพื้นที่บางส่วนมาปรับเปลี่ยนทำประมง เพื่อให้มีรายได้หลากหลายช่องทาง จึงทำให้สิ่งที่ทำจากที่คิดจะทำเป็นอาชีพเสริมกลับมีรายได้ให้กับเขาได้อย่างดี เมื่อเทียบกับการทำงานประจำกันเลยทีเดียว ทำประมงเสริมรายได้ คุณวิรัตน์ คงหวัง เล่าให้ฟังว่า เดิมมีอาชีพเกี่ยวกับการเกษตรอยู่แล้ว คือปลูกหญ้าเนเปียร์เพื่อส่งขายให้กับเกษตรกรที่เลี้ยงโค แพะ และแกะ พร้อมทั้งมีรายได้บางส่วนเกิดจากการค้าขายทั่วไป ต่อมาจึงรู้สึกว่าอยากแบ่งพื้นที่บางส่วนบริเวณบ้านให้เกิดประโยชน์ โดยที่ไม่ยึดติดการเกษตรแบบเชิงเดี่ยวมากเกินไป จึงได้มีแนวความคิดแบ่งพื้นที่บางส่วนขุดเป็นบ่อเพื่อเลี้ยงสัตว์น้ำเสริมรายได้เข้ามาอีกหนึ่งช่องทาง “ผมมองไปถึงอนาคตข้างหน้าว่า ถ้าเราทำอาชีพเกษตรกรรม ที่เป็นเชิงเดี่ยวมากเกินไป ก็จะทำให้เรามีโอกาสเสี่ยงมากในเรื่องราคา ก็เลยมองว่าน่าจะหาอย่างอื่นทำควบคู่ไปด้วย ทีนี้เราก็มองว่าน่าจะทำประมง เพราะจะเป็นสิ่งที่เราคิดไว้แ
“หอย” คงเป็นเมนูโปรดของใครหลายๆ คน ซึ่งหอยในประเทศไทยนั้นมีมากมายหลายชนิด แต่บางชนิดนั้นก็ไม่สามารถนำมากินได้ แต่ก็ยังมีหอยอีกมากมายหลายชนิดที่กินได้เช่นกัน หากให้พูดถึงหอยที่ยอดนิยมตลอดกาล ต้องยกให้ “หอยนางรม” “หอยนางรม” เป็นหอยสองฝาที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง ทำให้มีผู้นิยมบริโภคอย่างมาก โดยเฉพาะหอยนางรมพันธุ์ใหญ่หรือหอยตะโกรม มีขนาดใหญ่ชวนให้กิน หอยนางรมถือเป็นวัตถุดิบที่นำมาประกอบอาหารได้อย่างหลากหลายหรือจะกินสดก็อร่อยไม่แพ้กัน จึงทำให้ตลาดหอยนางรมเกิดการขยายตัวเพิ่มขึ้นอยู่เรื่อยๆ และมีการคาดว่าจะเพิ่มขึ้นอีกมากในอนาคต เนื่องจากผลผลิตในปัจจุบันนี้ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการภายในประเทศไทยเลย จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้หอยนางรมมีราคาสูง เมื่อเทียบกับหอยชนิดอื่น ที่คนไทยนิยมกิน หอยนางรมในท้องตลาดปัจจุบัน ส่วนใหญ่แล้วได้มาจากการเพาะเลี้ยงด้วยวิธีทางธรรมชาติ เนื่องจากลูกหอยที่ได้จากการเพาะพันธุ์ยังไม่เพียงพอ การล่อลูกหอยในแต่ละแหล่งเลี้ยงต้องขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของสภาพภูมิอากาศแต่ละพื้นที่ อุณหภูมิของน้ำทะเล ความเค็ม ปริมาณแสง การขึ้น-ลงของระดับน้ำทะเล และความเร็วของกระแสน้ำ ลูกหอยนางรมมักจะ
ถ้าตั้งใจ ตั้งมั่น มีเป้าหมายในการดำรงชีพที่แน่นอน ไม่ว่าจะประสบกับปัญหาใด ก็ย่อมทลายกำแพงไปสู่เป้าหมายนั้นได้ เช่น คุณสุวัฒน์ แข็งแรง ชาวบ้านหมู่ที่ 1 ตำบลตุยง อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี หนุ่มใหญ่ที่มีใจรักการประมงมาตั้งแต่เล็ก อาจเพราะชีวิตผูกพันอยู่กับคลองใกล้บ้าน เห็นการเปลี่ยนแปลงของน้ำขึ้นและลงตามเวลา รู้ถึงช่วงเวลาของน้ำจืด น้ำเค็ม เพราะเป็นคลองที่เชื่อมต่อเส้นทางไปสู่ทะเล ความผูกพันเช่นนี้ ทำให้เขารักการทำประมง และยึดอาชีพประมงมาโดยตลอด ก่อนหน้านี้ ชาวบ้านหลายคนรู้จัก คุณสุวัฒน์ แข็งแรง ในแบบของชาวประมงที่เลี้ยงปลากะพง สร้างรายได้และทำกำไรดี เป็นตัวอย่างหนึ่งของอำเภอ เป็นที่ยอมรับมานานกว่า 10 ปี แต่เพราะสภาพแวดล้อมเปลี่ยนแปลงไป ทำให้คุณสุวัฒน์ จำเป็นต้องปรับตามเพื่อความอยู่รอด คุณสุวัฒน์ มีอาชีพหลักที่ทำควบคู่ไปกับการทำประมง คือ การเปิดอู่รับซ่อมรถ ซึ่งการทำประมงของสุวัฒน์ คือการเลี้ยงปลากะพงในบ่อ คุณสุวัฒน์ เล่าให้ฟังว่า ก่อนหน้านั้นเลี้ยงปลากะพง เขาเคยเลี้ยงปลาดุกในบ่อซีเมนต์มาก่อน ได้ผลดี แต่เปลืองต้นทุนในเรื่องของอาหาร ประกอบกับมีที่ให้เช่าเป็นพื้นที่ทำบ่อเลี้ยงกุ้งเก่า จึ
หนุ่มตรัง วัย 31 ปี เพาะเลี้ยงปลากระเบนน้ำจืดสวยงามส่งขายหลายประเทศสร้างรายได้นับล้านบาทต่อปี จนต้องขยายสร้างเครือข่ายกลุ่มเพาะเลี้ยงปลากระเบนเพิ่ม เพื่อให้เพียงพอกับความต้องการของลูกค้าทั้งในและต่างประเทศ ราคาขายเริ่มต้นตั้งแต่หลักร้อยถึงหลักหมื่นบาทต่อตัว นายจิรโรจน์ ดีจุฑามณี เรียนจบจากคณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน ทุกวันนี้เขาใช้เวลาว่าง เพาะเลี้ยงปลากระเบนน้ำจืดจำนวนหลากหลายสายพันธุ์ เช่น โมโตโร่, แบล็คไดมอนด์, โพลคาดอท, ไทเกอร์, ไฮบริค ฯลฯ นายจิรโรจน์ เริ่มสนใจเลี้ยงปลากระเบนมาตั้งแต่สมัยยังเป็นนักศึกษาเมื่อปี 2555 ควบคู่ไปกับการเลี้ยงปลาสวยงาม เพื่อเป็นค่าเทอมระหว่างเรียน ต่อมาเห็นว่าการเลี้ยงปลากระเบนสวยงามมีแนวโน้มเติบโตดี ประกอบกับชอบเลี้ยงปลาชนิดนี้อยู่แล้ว จึงตัดสินใจลงทุนตั้งฟาร์มเพาะเลี้ยง โดยจดทะเบียนกับกรมประมงตามสัญญาไซเตสประเภท 3 อย่างถูกต้อง บริเวณบ้านเลขที่ 22/1 หมู่ที่ 5 ตำบลบ่อน้ำร้อน อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง มีสำนักงานประมงจังหวัดตรังและศูนย์วิจัยและการพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดตรัง เข้ามาดูแลระบบการจัดการอย่างต่อเนื่อง คุณจิรโรจน์ สั่งซื้อปลากระเบนชนิ
วันที่ 23 ตุลาคม 2565 นางสุวรรณดี ขวัญเมือง ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดตรัง นำผู้สื่อข่าวไปชมการเพาะเลี้ยงไข่น้ำ หรือผำ ที่สามารถนำไปใช้เป็นอาหารเลี้ยงปลาได้ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดตรัง เลขที่ 10 หมู่ที่ 4 ตำบลนาโต๊ะหมิง อำเภอเมือง จังหวัดตรัง ประสบความสำเร็จในการเพาะเลี้ยงขยายพันธุ์ไข่น้ำ และนำมาใช้เลี้ยงลูกปลา และปลาโตเต็มวัย เพื่อลดต้นทุนค่าอาหารปลาที่ปรับราคาสูงขึ้นข้อดีของการนำไข่น้ำหรือผำไปใช้เลี้ยงปลา คือ ช่วยให้ปลาโตเร็วแข็งแรง เพราะไข่น้ำ มีโปรตีนสูงถึงร้อยละ 42.03 น้ำหนักแห้ง (ข้อมูลจากกลุ่มวิจัยสัตว์น้ำกรมประมง) หลังจากเพาะขยายพันธุ์ไข่น้ำได้เป็นจำนวนมาก ทางศูนย์วิจัยฯ ตรัง ได้แจกจ่ายไข่น้ำให้เกษตรกรฟรี เพื่อนำไปเพาะเลี้ยงและขยายพันธุ์เป็นอาหารปลาที่เกษตรกรเลี้ยงไว้ โครงการนี้ ได้รับการตอบรับจากเกษตรกรเป็นอย่างดี เพราะช่วยประหยัดต้นทุนค่าอาหารปลาชนิดสำเร็จรูปลงได้มาก สำหรับเทคนิคการเพาะเลี้ยงไข่น้ำ (ผำ) ทำได้ง่าย มีขั้นตอนดังนี้ 1. กรณีเลี้ยงไข่น้ำในระยะยาวแบบต่อเนื่อง ควรเลี้ยงในถังซีเมนต์กลม กะละมัง บ่อพลาสติก หรือบ่อเลี้ยงปลาขน
