ไม้ดอกไม้ประดับ
ในหลายกรณีการติดกล้วยไม้ที่ไม่ถูกหลักนี้ ก็เป็นการติดโดยผู้ที่เลี้ยงกล้วยไม้อยู่หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเชิงวิชาการกับเรื่องกล้วยไม้ แต่ในความเคยชินจากการปฏิบัติในการเลี้ยงกล้วยไม้ในสวนใต้ซาแรนประการหนึ่ง และไม่ได้ศึกษาเข้าใจธรรมชาติของกล้วยไม้ที่อยู่ตามต้นไม้ใหญ่ในธรรมชาติหนึ่ง ทำให้เกิดสภาพที่พระท่านว่า “ความเคยชินบดบังปัญหา” จึงทำให้การติดกล้วยไม้ไม่ประสบความสำเร็จ ทั้งในแง่การเจริญเติบโตของกล้วยไม้หรือความกลมกลืนเป็นธรรมชาติในเชิงศิลปะ ภาพที่ 1 แสดงภาพปัญหาของการนำกล้วยไม้ที่ไม่เคยชินกับการรับแสงแดดตรงๆ ในเวลา 2 ชั่วโมงก่อน หรือหลังเที่ยงมาก่อนมาติดต้นไม้ใหญ่เลย กล้วยไม้ที่นำมาติดตามภาพนี้คือเอื้องโมก ที่ทราบกันดีว่าเป็นกล้วยไม้ใบกลม (คล้ายดินสอ) ทนแดดและสามารถปลูกกลางแดดได้ดี ซึ่งเป็นที่แพร่หลายในประเทศมาเลเซียและสิงคโปร์ เอื้องโมกชุดนี้ใบเขียวอวบสวย น่าจะอยู่ในที่ค่อนข้างร่มมาก่อน เมื่อนำมาผูกติดกับต้นกฤษณาที่ลำต้นเอียงประมาณ 60 องศา เอนไปทางทิศเหนือ ช่วงปลายธันวาคมที่ผ่านมา ซึ่งตะวันอ้อมข้างไปทางใต้ ทำให้แสงแดดส่องมาแทบจะตั้งฉากกับต้นเอื้องโมก หลังจากติดกล้วยไม้ได้ ฉีดน้ำรดทุกว
สวนนงนุชพัทยา โดดเด่นในเรื่องการจัดสวนสวย (Beautiful Garden) ที่ตระการตาไปด้วยไม้ดอกไม้ประดับกว่าร้อยชนิด จนได้รับความนิยมระดับแนวหน้าในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และติด 1 ใน 10 สวนสวยที่สุดในโลกแล้ว ที่นี่ยังเป็นแหล่งเก็บสะสมพันธุ์ไม้มากที่สุดในโลก ถึง 5 ชนิด ได้แก่ โฮย่า จากทั่วโลก มีทั้งหมด 1,500 ชนิด สวนนงนุชพัทยา ได้ทำการเพาะปลูกโฮย่า 1,093 ชนิด จนกลายเป็นสวนที่อนุรักษ์พันธุ์โฮย่าที่ใหญ่ที่สุดในโลก นอกจากนี้ ยังมี เฮลิโคเนีย ซึ่งทั่วโลกมีอยู่ 600 ชนิด สวนนงนุชพัทยาเก็บได้ 508 ชนิด สายพันธุ์ปาล์ม ทั่วโลกมีอยู่ 2,600 ชนิด สวนนงนุชพัทยาเก็บได้ 1,567 ชนิด สายพันธุ์ปรง ทั่วโลกมี 352 ชนิด สวนนงนุชพัทยาเก็บได้ 348 ชนิด เพื่องฟ้า ทั่วโลกมี 300 ชนิด สวนนงนุชพัทยาเก็บได้ 196 ชนิด จุดเด่นเรื่องความหลากหลายพันธุ์ไม้ เปรียบเสมือนขุมทรัพย์ที่มีคุณค่ามหาศาล ทั้งเป็นแม่เหล็กสำคัญที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั่วโลกที่รักต้นไม้ สนใจเข้ามาเยี่ยมชมสวนนงนุชพัทยาตลอดทั้งปี “โฮย่า” พรรณไม้งาม ถูกใจคนเมือง ต้นโฮย่า (HOYA) เป็นพรรณไม้งามที่ขายดี ถูกใจคนรุ่นใหม่ ที่มีไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตในเมืองหรือพักอาศัยอยู่ในคอนโ
มีกูรูเรื่องดอกไม้บางคน แบ่งประเภทดอกไม้หลากหลายสายพันธุ์ที่เราสามารถกินได้ ออกเป็น 6 ประเภท แต่ลองอ่านดูแล้วคิดว่าน่าจะแยกแค่ 5 ประเภท เท่านั้นก็พอ ขอแบ่งตามใจตัวเองใหม่ ดังนี้ 1.ดอกของพืชผัก เช่น กะหล่ำดอก บร็อคโคลี่ ดอกกุยช่าย ดอกเก๊กฮวย ดอกผักกวางตุ้ง ดอกต้นหอม ดอกข่า ดอกกระเทียม ดอกฟักทอง ดอกกระถิน ฯลฯ 2.ดอกของไม้ดอกไม้ประดับ เช่น ดอกกุกลาบ ดอกเข็ม พวงชมพู ลั่นทม ดาวเรือง ดาวกระจาย ชบา เฟื่องฟ้า ซ่อนกลิ่น ฯลฯ 3.ดอกของไม้ผล เช่น ดอกทุเรียน ดอกชมพู่ หัวปลี (ดอกกล้วย) ดอกมะละกอ ฯลฯ 4.ดอกของต้นไม้ป่าและไม้ยืนต้นบางชนิด เช่น ดอกพะยอม ดอกงิ้ว ดอกแคบ้าน ดอกแคป่า ดอกแคฝรั่ง ช่อสะเดา ช่อมะกอก ดอกขี้เหล็ก ดอกกระโดน ดอกลำพู ดอกนุ่น ดอกมะรุม ฯลฯ 5.ดอกของวัชพืช เช่น ดอกกะลา ดอกดาหลา ดอกบัวสาย ดอกสลิดหรือดอกขจร ดอกผักปลัง ดอกผักตบชวา ดอกกระเจียว ดอกโสน ฯลฯ ชื่อที่เอ่ยขึ้นมา เป็นแค่ตัวอย่างเท่านั้นนะ คนที่จะรู้ดีว่าดอกไม้ชนิดไหนของต้นอะไรกินได้กินดีไม่มีใครเกินผู้เฒ่าผู้แก่ พ่อแม่ปู่ย่าตายายของเรา ที่สั่งสมภูมิปัญญาพื้นบ้านถ่ายทอดกันมายาวนานนั่นเอง เรื่องดอกไม้กินได้สำหรับคนโบราณไม่ได้เป็นอะไรที
ชื่อวิทยาศาสตร์ Anisoptera costata Korth. ชื่อวงศ์ DIPTEROCARPACEAE ชื่อสามัญ mersawa ชื่ออื่นๆ ตะบาก กระบากขาว กระบากช่อ กระบากดำ กระบากด้าง กระบากแดง กระบากโคก บาก หมีดังว่า ประดิก พนอง ชอวาตาผ่อ “ปู่เทียด” ไม่รู้ว่าจะใช้สรรพนามแทนตัวเองว่าอะไรดี นะโหลนเหลนเอ๊ย เพราะพบประวัติตัวเองที่เขาบันทึกไว้ว่า มี “ต้นกระบากใหญ่” อยู่ที่ “อุทยานแห่งชาติตากสินมหาราช” จังหวัดตาก ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย วัดโดยรอบ 16.6 เมตร สูง 50 เมตร ประมาณ 14 คนโอบ อายุปัจจุบันกว่า 700 ปี อย่างนี้แล้วถ้าลำดับญาติกัน “ปู่เทียด” ก็อยู่มาตั้งแต่สมัยอาณาจักรสุโขทัย ก่อนพ่อขุนรามคำแหงประดิษฐ์อักษรไทย พ.ศ. 1826 ผ่านมา 737 ปี ตอนนั้น ยังไม่ได้บัญญัติศัพท์วงศาคณาญาติ ตอนนี้ปู่เปิด u-tube ดู เขาว่าญาติแก่สุด “ปู่ของทวด” เขาเรียก “เทียด” แต่ถ้าอ่านพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน มิถุนายน 2555 และฟังรายการวิทยุ “รู้รัก ภาษาไทย” มีคำว่า “ปู่ทวด” ซึ่งถ้านับลงจากเหลน ได้อีก 3 ชั้น มีเรียกลำดับลงคือ ลื่อ ลืบ และลืด แต่ไม่มีโหลน เพราะเป็นคำสร้อยจาก “เหลน” ดังนั้น ปู่ขอแทนตัวว่า “ปู่เทียด” ก็แล้วกันนะ “ลืดๆ” เอ๊ย..! ปู่เทียด มีชื่อโด่ง
“กุหลาบ” ถือเป็นหนึ่งในกลุ่มไม้ดอกทำเงินยอดฮิต ซึ่งสร้างรายได้ที่ดีแก่เกษตรกรและเป็นสินค้าที่ตลาดมีความต้องการสูงตลอดทั้งปี แต่การปลูกกุหลาบไม่ใช่เรื่องง่าย ขึ้นอยู่กับทำเลและสายพันธุ์การปลูกด้วย กุหลาบเมืองหนาวที่ปลูกได้ดีในพื้นที่ภาคเหนือ หากนำมาปลูกในพื้นที่ภาคกลางก็สู้อากาศร้อนไม่ไหว คุณภาพดอกไม่ดี ดอกเล็ก ไม่ดก สีไม่จัดแถมต้นโทรมอีกต่างหาก กุหลาบที่เกษตรกรนิยมปลูกในพื้นที่ภาคกลาง แถบจังหวัดนครปฐม ส่วนใหญ่เป็นสายพันธุ์พื้นบ้าน เรียกว่า กุหลาบไทย กุหลาบร้อยมาลัย หรือกุหลาบอ้อยขวั่น ได้แก่ กุหลาบมอญ บางคนอาจยังไม่ทราบถึงที่มาของชื่อ “กุหลาบมอญ” ความจริง กุหลาบชนิดนี้เป็นดอกไม้ของชาติมอญ สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงโปรดปรานดอกไม้ชนิดนี้มาก หลังจากพระองค์ชนะสงครามที่เมืองมอญ ได้ทรงนำกุหลาบมอญกลับมาปลูกที่กรุงศรีอยุธยา ราวปี 212-213 กุหลาบมอญ มีหลายสายพันธุ์ที่รู้จักกันดีทั่วไป ได้แก่ มอญสุโขทัย (ดอกเล็กแต่ดกมาก ฟอร์มดอกสวย ไม่แน่นมาก) มอญแดงประเสริฐ (กลีบดอกเล็กแน่น บานไม่ทน แต่หอมที่สุด) มอญชมพูประเสริฐ (บานไม่ทน กลีบบางแน่น เปลี่ยนสีได้ตามอุณหภูมิ) มอญไกลกังวล เป็นชื่อพระราช
คุณณัฏฐิกา กฤดิกุล อยู่บ้านเลขที่ 734 หมู่ที่ 4 ตำบลสุรศักดิ์ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี เล่าให้ฟังว่า เริ่มแรกเดิมทีมีอาชีพรับจัดสวน ต่อมาได้สัมผัสกับสับปะรดสีที่นำมาจัดสวน จึงเกิดความชอบ และหลงใหล จึงได้ทำการทดลองการปลูกเลี้ยงผลปรากฏว่าสำเร็จดี จึงมีใจรักที่อยากจะทำตั้งแต่นั้นมา จนเวลานี้สับปะรดสีเป็นงานสร้างรายได้ให้กับเธอได้เป็นอย่างดี “งานที่ทำหลักๆ ก็รับจัดสวน ช่วงที่เรารับจัด มันก็จะมีสับปะรดสีมาด้วย เอามาจัด ไม้ที่เหลือจากจัดสวน ก็จะเป็นพวกสับปะรดสี เราก็เอามาเก็บไว้ดูแลที่บ้าน พอดูๆ ไป ก็เหมือนว่าต้นพวกนี้มันทนดีสวยด้วย ไม่ต้องดูแลอะไรมาก มันก็ยังสวยอยู่แบบนั้น ก็เลยชอบอยากปลูกเลี้ยงดู” คุณณัฏฐิกา กล่าว คุณณัฏฐิกา บอกว่า การปลูกสับปะรดสี วัสดุที่ดีควรเป็นมะพร้าวสับเพียงอย่างเดียว ไม่มีวัสดุอย่างอื่นปน โดยการขยายพันธุ์ก็อาศัยการแตกหน่อออกมาจากต้นแม่ เมื่อได้หน่อสับปะรดสีที่แตกออกจากต้นแม่ เลือกหน่อที่มีขนาดเหมาะสม จากนั้นนำมาปลูกลงในวัสดุปลูกจำพวกมะพร้าวสับ ที่สามารถหาซื้อได้ทั่วไปตามท้องตลาด โดยนำมาแช่น้ำประมาณ 1 วัน ก็สามารถปลูกสับปะรดสีได้เลย เมื่อปลูกเสร็จแล้วนำมาวางในพื้นท
ภญ.อาสาฬา เชาวน์เจริญ เขียนในคอลัมน์ คนงามเพราะแต่ง ในอภัยภูเบศรสาร ว่า หญ้าดอกขาว เป็นยาสมุนไพรที่อยู่ในบัญชียาหลักแห่งชาติ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2554 (โดยมีข้อบ่งใช้ เพื่อช่วยลดความอยากบุหรี่) ส่วนที่ใช้คือ ส่วนเหนือดิน (ลำต้นและใบ) ข้อมูลพื้นบ้าน ใช้แก้ไอ แก้หอบหืด รักษาหลอดลมอักเสบ และช่วยเลิกบุหรี่ มีงานวิจัยพบว่า หญ้าดอกขาวมีสารสำคัญคือ เกลือไนเตรต ทำให้ชาลิ้น (ผู้ใช้บางรายใช้ยาแล้วไม่รู้สึกอยากบุหรี่ รู้สึกเหม็นบุหรี่ เมื่อสูบบุหรี่แล้วอยากอาเจียน) ช่วยลดปริมาณก๊าซพิษ+ที่คั่งค้างในปอด มีการศึกษาในหลอดทดลองพบว่า หญ้าดอกขาวมีฤทธิ์ยับยั้งการแพร่กระจายของเซลล์มะเร็งปอด มีการศึกษาในหนูทดลองที่ได้รับสารนิโคตินพบว่า เมื่อได้รับสารสกัดหญ้าดอกขาว 6 เดือน มีผลปรับปรุงเนื้อเยื่อทางเดินหายใจให้ดีขึ้น โดยวัดจากการที่มีการลดลงของเซลล์อักเสบ มีบริเวณที่เกิดพังผืดลดลง วิธีใช้หญ้าดอกขาว ครั้งละ 2 กรัม ชงน้ำร้อนประมาณ 120-200 มิลลิลิตร หลังอาหารวันละ 3-4 ครั้ง รับประทานติดต่อกันได้ 6 เดือน พบว่ามีความปลอดภัย หญ้าดอกขาว 1 กำมือ ต้มกับน้ำ 6-8 แก้ว เมื่อยาเดือด แล้วปล่อยให้เดือดกรุ่นๆ ต่อไปอีก 5-10 นาที จะ
สาววัย 32 ปี อยู่ที่หมู่ที่ 4 ตำบลวังสำโรง อำเภอตะพานหิน จังหวัดพิจิตร เปลี่ยนนาข้าว มาเป็นแปลงนาบอน หนึ่งเดียวในประเทศไทย กลายเป็นความสำเร็จ ชีวิตเปลี่ยน คุณสุจิตรา เขียวหอม จบด้านนิติศาสตร์ แต่ไม่ได้ทำงานด้านกฎหมาย ชีวิตหักเหไปทำงานกับคุณพ่อที่จังหวัดภูเก็ต งานก็ไม่ราบรื่นก็ออกมาขายลูกชิ้นทอดสักพักใหญ่ พอเกิดโรคโควิด-19 ระบาด การค้าขายก็แย่ลง นักท่องเที่ยวหดหาย ทำให้รายได้ก็หดหายตามไปด้วย จึงกลับบ้านเกิดที่จังหวัดพิจิตร ด้วยใจรักต้นไม้เป็นทุนเดิมอยู่แล้วชีวิตที่พลิกผันเพราะความมุ่งมั่นของเธอ ตอนแรกก็คิดอย่างเดียวว่าใจรักต้นไม้และต้องการมองหาอาชีพนี้ จึงเก็บไม้ทั่วไปภายในบ้านของตนเอง ที่ขึ้นตามธรรมชาติไปขาย เช่น บอนเขียว ที่มีทรงต้นสวย แต่ก็ยังขายได้ดี พลิกชีวิต เปลี่ยนนาข้าวเป็นนาบอน ในเมื่อราคาข้าวตกต่ำสุดๆ แล้ว แถมยังเจอพิษโควิด ทำให้เธอตกงาน ประกอบเล็งเห็นว่า กระแสไม้ด่างกำลังนิยม บอนกระดาดกำลังมาแรง ก็ลงทุนไปซื้อไม้ด่างมาต่อยอด ขายดีจนไม่พอขาย จึงคิดที่จะเริ่มเพาะพันธุ์เอง ตัดสินใจแบ่งเอาที่นาบางส่วนของคุณพ่อที่มีกว่า 10 ไร่ มาแบ่งแปลงเพาะเป็นนาบอน ที่เพาะทั้งตระกูลบอนด่าง และบอน
เป็นที่น่ายินดีและขอบคุณที่หลังจากบทความชุดนี้ตอนแรกได้รับการตีพิมพ์ ผู้เขียนได้รับการประสานงานมาจาก คุณวีระเดช บุญยืนเวทวัฒน์ หรือที่ในวงการกล้วยไม้รู้จักกันในนาม คุณฮั้ว แห่ง Yuannan Orchids อำเภอบางเลน จังหวัดนครปฐม ผู้ที่อยู่ในวงการกล้วยไม้มาร่วม 40 กว่าปี คุณวีระเดชเห็นด้วยกับการประชาสัมพันธ์และขยายความรู้ในเรื่องธุรกิจการผลิตต้นกล้วยไม้เพื่อติดต้นไม้ใหญ่ตามบ้านและจัดสวน อีกทั้งได้ให้ข้อมูลเสริมเพิ่มเติมในเรื่องการเตรียมต้นกล้วยไม้ในแง่การให้ความสำคัญกับการให้ปุ๋ยที่สร้างความแกร่งของเซลล์ใบกล้วยไม้ให้ทนแดดดีขึ้น และได้แชร์ประสบการณ์ที่ช่วงหนึ่งของชีวิตเมื่อ 20 กว่าปีก่อนได้ไปรับจ้างหรือรับงานการติดกล้วยไม้ในสนามกอล์ฟ พร้อมทั้งการให้คำปรึกษาและแนะนำการดูแลรักษาแก่พนักงานของสนามกอล์ฟเพื่อการดูแลรักษาให้ต้นกล้วยไม้มีการเจริญเติบโตต่อไปนานๆ ผู้เขียนจะขอถ่ายทอดข้อมูลที่คุณวีระเดชส่งมาให้ผมทาง messenger ตรงๆ ก่อน เพื่อไม่ให้ข้อมูลตกหล่นหนึ่ง และเป็นการให้เกียรติคุณวีระเดชที่เต็มใจเปิดเผยเป็นข้อมูลสาธารณะ คุณวีระเดช เปิดมาอย่างนี้ครับ “สวัสดีครับอาจารย์ ผมมีแนวคิดในเรื่อง การใช้ปุ๋ยช่วยต
“ชวนชม” ยังเป็นไม้ดอกไม้ประดับที่ยังได้รับความนิยมทุกยุคสมัย เรียกได้ว่ายังมีการแวะเวียนของผู้เล่นรายใหม่เข้ามาศึกษาอยู่เสมอ สำหรับมือใหม่มาทำความรู้จักชื่อทางวิทยาศาสตร์และลักษณะทั่วไปของชวนชมกันสักนิด ชวนชม มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Adenium obesum เป็นไม้ที่จัดอยู่ในวงศ์ Apocynaceae ลักษณะของลำต้นเป็นสีเขียวจะบิดงอลำต้นไปตามจังหวะ มีความสูงมากไปถึง 6 ฟุต ในส่วนของใบมีลักษณะแข็ง ผิวใบมีลักษณะที่เงามีเส้นเดินกลางใบที่สามารถมองเห็นได้ชัดเจน ซึ่งแต่ละใบจะมีลักษณะใบมนรี ปลายใบมนใบสอบ และดอกของไม้ชนิดนี้มีสีสดสวยสะดุดตา การปลูกเลี้ยงชวนชมนั้น มีการปลูกเพื่อทำการค้าที่หลากหลาย โดยบางท่านก็ชอบเพื่อจำหน่ายเป็นไม้สวยงามทั่วไป หรือมีการพัฒนาสายพันธุ์ให้เกิดสายพันธุ์ลูกไม้ใหม่ๆ ซึ่งชวนชมเองเป็นพรรณไม้ที่เรียกว่ามีสนามการประกวดที่เข้มแข็งพอสมควร จึงทำให้ผู้ที่ศึกษารายใหม่ได้มีแหล่งเรียนรู้ที่สำคัญ โดยสอบถามจากผู้คร่ำหวอดได้อยู่เสมอ ซึ่ง คุณรังสรรค์ เรือนเงิน เกษตรกรจังหวัดลพบุรี เป็นอีกหนึ่งตัวยงในเรื่องของการประกวดชวนชมด้วยเช่นกัน คุณรังสรรค์ เล่าให้ฟังว่า ย้อนไปเมื่อหลายปีก่อนที่ได้ลาออกจากงานประจำ
