ไม้ดอกไม้ประดับ
ช่วงนี้ในบ้านเรามีการปลูกสร้างที่อยู่อาศัยในหลายพื้นที่ ตลอดไปจนถึงช่วงโควิด-19 ที่ผ่านมา เมื่อมีการอยู่บ้านกันมากขึ้นเพื่อหยุดการระบาดของเชื้อโควิด ทำให้หลายๆ ท่าน ต้องการพื้นที่สีเขียวให้กับบริเวณที่อยู่อาศัยเป็นทั้งร่มเงาที่ช่วยลดความร้อนให้กับพื้นที่ หรือเมื่อพักสายตาได้มองอะไรที่เป็นสีเขียวก็คงสดชื่นไม่น้อยทีเดียว จึงทำให้ไม้ดอกไม้ประดับมีความต้องการที่แตกต่างกันไปของพื้นที่อยู่อาศัย อย่างเช่น บางท่านอยู่ในพื้นที่คอนโดฯ อาจจะเน้นเป็นไม้ดอกไม้ประดับใบที่มีขนาดพอเหมาะ แต่ผู้ที่มีพื้นที่มากก็จะทดลองเลือกปลูกไม้ยืนต้นที่เป็นทั้งไม้มงคลและไม้ยืนต้นดอกหอมที่ให้ความผ่อนคลายด้วยเช่นกัน “ไม้ขุดล้อม” จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกให้กับผู้ที่ไม่ต้องการรอเวลาในการเจริญเติบโต สามารถนำมาปลูกให้ร่มเงาและเชยชมความงามได้อย่างทันตาเห็น ทำให้อาชีพการจำหน่ายไม้ขุดล้อมสามารถตอบโจทย์ให้กับลูกค้าที่ต้องการทางด้านนี้ได้เป็นอย่างดี คุณมะลิ กายสอาด เกษตรกรหญิงจังหวัดสระบุรี ได้ยึดการทำไม้ขุดล้อมเป็นอาชีพสร้างรายได้มามากกว่า 20 ปี มีการปรับเปลี่ยนการปลูกไม้ให้เท่าทันความต้องการของตลาดอยู่เสมอ ตลอดจนหาไม้ใหญ่ไม้มง
หมากผู้หมากเมีย พืชพรรณล้ำค่า ของบางกะเจ้า ณรงค์ สำลีรัตน์ ยืนหยัดผลิตมาหลายทศวรรษ หมากผู้หมากเมีย เป็นไม้ประดับที่ยังคงได้รับความนิยมในกลุ่มคนรักต้นไม้ และยังสามารถปลูกเพื่อขายสร้างรายได้เป็นอาชีพเสริมไปจนถึงอาชีพหลักได้ด้วย วันนี้เทคโนโลยีชาวบ้านพามาอยู่กันที่ คุ้งบางกะเจ้า อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งเป็นแหล่งที่มีการปลูกไม้พุ่ม อย่างหมากผู้หมากเมียที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยในเวลานี้ก็ว่าได้ เนื่องจากได้รับการขนานนามจากทุกหน่วยงานทั้งในประเทศและนอกประเทศว่าเป็นแหล่งที่มีหมากผู้หมากเมียมากที่สุดในเวลานี้ คุณณรงค์ สำลีรัตน์ อยู่บ้านเลขที่ 39/1 หมู่ที่ 6 ตำบลบางน้ำผึ้ง อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ เล่าถึงที่มาที่ไปก่อนที่จะมาทำอาชีพนี้ว่า ในช่วงอดีตที่ผ่านมา อำเภอพระประแดง ได้รับรองให้เป็นเมืองอุตสาหกรรม และได้มีการพัฒนาท่าเรือคลองเตยหรือท่าเรือกรุงเทพในปัจจุบัน ให้เป็นท่าเรือขนส่งสินค้าขนาดใหญ่ จนทำให้มีการขุดร่องขึ้นมาในช่วงนั้น ส่งผลทำให้น้ำเค็มทะลักเข้ามาในพื้นที่ทำมาหากินของชาวบ้าน ทำให้ชาวบ้านต้องมีการปรับเปลี่ยนในการทำมาหากินโดยการหันมาปลูกไม้เชิงเดี่ยว โดยเฉพาะอย่า
ในช่วงโควิด-19 เวลานี้ ไม้ดอกไม้ประดับ เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ช่วยหล่อเลี้ยงกำลังใจและสร้างความสุขให้กับหลายๆ คน เพราะเป็นช่วงที่บางคนต้องอยู่บ้านเพื่อช่วยกันหยุดเชื้อเพื่อชาติ จึงทำให้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการตกแต่งบ้านในมุมต่างๆ มากขึ้นว่าควรมีต้นไม้เข้ามาประดับตกแต่ง จึงทำให้เกิดการท่องสื่อโซเชียลมีเดียออนไลน์และสั่งซื้อไม้ประดับจากสวนเกษตรกรสู่บ้านได้อย่างรวดเร็วทันใจในระยะเวลาไม่นาน และสภาพของต้นไม้ยังมีความสมบูรณ์ด้วยระบบการส่งขนในปัจจุบันที่รองรับการขนส่งต้นไม้มากขึ้นตามไปด้วย บอนสี เป็นไม้ประดับที่มีสีใบสวยและมีเอกลักษณ์ลูกเล่นที่ไม่รู้จบในการพัฒนาให้มีความสวยยิ่งขึ้น จนทำให้เวลานี้บอนสีเป็นอีกหนึ่งไม้ประดับที่ผู้ปลูกรายใหม่เริ่มมาให้ความสำคัญที่จะทดลองปลูกและ เรียนรู้มากขึ้น เมื่อผลิตออกมาเรื่อยๆ มีไม้สะสมมากขึ้น จึงเกิดทำการค้าและซื้อขายจนสามารถสร้าง รายได้และขยายตลาดออกไปเป็นอาชีพที่สร้างรายได้อย่างดี ในพื้นที่ปริมณฑลอย่างจังหวัดนนทบุรี ซอยงามวงศ์วาน 18 มีสวนบอนสีที่เจ้าของผลิตออกมาด้วยใจรัก นั้นก็คือ คุณหัสยานนท์ จิราโรจนะภูวดล หรือ คุณดรีม อายุ 29 ปี ได้มาเริ่มปลูกบอนสีเพรา
ในหลายกรณีการติดกล้วยไม้ที่ไม่ถูกหลักนี้ ก็เป็นการติดโดยผู้ที่เลี้ยงกล้วยไม้อยู่หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเชิงวิชาการกับเรื่องกล้วยไม้ แต่ในความเคยชินจากการปฏิบัติในการเลี้ยงกล้วยไม้ในสวนใต้ซาแรนประการหนึ่ง และไม่ได้ศึกษาเข้าใจธรรมชาติของกล้วยไม้ที่อยู่ตามต้นไม้ใหญ่ในธรรมชาติหนึ่ง ทำให้เกิดสภาพที่พระท่านว่า “ความเคยชินบดบังปัญหา” จึงทำให้การติดกล้วยไม้ไม่ประสบความสำเร็จ ทั้งในแง่การเจริญเติบโตของกล้วยไม้หรือความกลมกลืนเป็นธรรมชาติในเชิงศิลปะ ภาพที่ 1 แสดงภาพปัญหาของการนำกล้วยไม้ที่ไม่เคยชินกับการรับแสงแดดตรงๆ ในเวลา 2 ชั่วโมงก่อน หรือหลังเที่ยงมาก่อนมาติดต้นไม้ใหญ่เลย กล้วยไม้ที่นำมาติดตามภาพนี้คือเอื้องโมก ที่ทราบกันดีว่าเป็นกล้วยไม้ใบกลม (คล้ายดินสอ) ทนแดดและสามารถปลูกกลางแดดได้ดี ซึ่งเป็นที่แพร่หลายในประเทศมาเลเซียและสิงคโปร์ เอื้องโมกชุดนี้ใบเขียวอวบสวย น่าจะอยู่ในที่ค่อนข้างร่มมาก่อน เมื่อนำมาผูกติดกับต้นกฤษณาที่ลำต้นเอียงประมาณ 60 องศา เอนไปทางทิศเหนือ ช่วงปลายธันวาคมที่ผ่านมา ซึ่งตะวันอ้อมข้างไปทางใต้ ทำให้แสงแดดส่องมาแทบจะตั้งฉากกับต้นเอื้องโมก หลังจากติดกล้วยไม้ได้ ฉีดน้ำรดทุกว
สวนนงนุชพัทยา โดดเด่นในเรื่องการจัดสวนสวย (Beautiful Garden) ที่ตระการตาไปด้วยไม้ดอกไม้ประดับกว่าร้อยชนิด จนได้รับความนิยมระดับแนวหน้าในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และติด 1 ใน 10 สวนสวยที่สุดในโลกแล้ว ที่นี่ยังเป็นแหล่งเก็บสะสมพันธุ์ไม้มากที่สุดในโลก ถึง 5 ชนิด ได้แก่ โฮย่า จากทั่วโลก มีทั้งหมด 1,500 ชนิด สวนนงนุชพัทยา ได้ทำการเพาะปลูกโฮย่า 1,093 ชนิด จนกลายเป็นสวนที่อนุรักษ์พันธุ์โฮย่าที่ใหญ่ที่สุดในโลก นอกจากนี้ ยังมี เฮลิโคเนีย ซึ่งทั่วโลกมีอยู่ 600 ชนิด สวนนงนุชพัทยาเก็บได้ 508 ชนิด สายพันธุ์ปาล์ม ทั่วโลกมีอยู่ 2,600 ชนิด สวนนงนุชพัทยาเก็บได้ 1,567 ชนิด สายพันธุ์ปรง ทั่วโลกมี 352 ชนิด สวนนงนุชพัทยาเก็บได้ 348 ชนิด เพื่องฟ้า ทั่วโลกมี 300 ชนิด สวนนงนุชพัทยาเก็บได้ 196 ชนิด จุดเด่นเรื่องความหลากหลายพันธุ์ไม้ เปรียบเสมือนขุมทรัพย์ที่มีคุณค่ามหาศาล ทั้งเป็นแม่เหล็กสำคัญที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั่วโลกที่รักต้นไม้ สนใจเข้ามาเยี่ยมชมสวนนงนุชพัทยาตลอดทั้งปี “โฮย่า” พรรณไม้งาม ถูกใจคนเมือง ต้นโฮย่า (HOYA) เป็นพรรณไม้งามที่ขายดี ถูกใจคนรุ่นใหม่ ที่มีไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตในเมืองหรือพักอาศัยอยู่ในคอนโ
มีกูรูเรื่องดอกไม้บางคน แบ่งประเภทดอกไม้หลากหลายสายพันธุ์ที่เราสามารถกินได้ ออกเป็น 6 ประเภท แต่ลองอ่านดูแล้วคิดว่าน่าจะแยกแค่ 5 ประเภท เท่านั้นก็พอ ขอแบ่งตามใจตัวเองใหม่ ดังนี้ 1.ดอกของพืชผัก เช่น กะหล่ำดอก บร็อคโคลี่ ดอกกุยช่าย ดอกเก๊กฮวย ดอกผักกวางตุ้ง ดอกต้นหอม ดอกข่า ดอกกระเทียม ดอกฟักทอง ดอกกระถิน ฯลฯ 2.ดอกของไม้ดอกไม้ประดับ เช่น ดอกกุกลาบ ดอกเข็ม พวงชมพู ลั่นทม ดาวเรือง ดาวกระจาย ชบา เฟื่องฟ้า ซ่อนกลิ่น ฯลฯ 3.ดอกของไม้ผล เช่น ดอกทุเรียน ดอกชมพู่ หัวปลี (ดอกกล้วย) ดอกมะละกอ ฯลฯ 4.ดอกของต้นไม้ป่าและไม้ยืนต้นบางชนิด เช่น ดอกพะยอม ดอกงิ้ว ดอกแคบ้าน ดอกแคป่า ดอกแคฝรั่ง ช่อสะเดา ช่อมะกอก ดอกขี้เหล็ก ดอกกระโดน ดอกลำพู ดอกนุ่น ดอกมะรุม ฯลฯ 5.ดอกของวัชพืช เช่น ดอกกะลา ดอกดาหลา ดอกบัวสาย ดอกสลิดหรือดอกขจร ดอกผักปลัง ดอกผักตบชวา ดอกกระเจียว ดอกโสน ฯลฯ ชื่อที่เอ่ยขึ้นมา เป็นแค่ตัวอย่างเท่านั้นนะ คนที่จะรู้ดีว่าดอกไม้ชนิดไหนของต้นอะไรกินได้กินดีไม่มีใครเกินผู้เฒ่าผู้แก่ พ่อแม่ปู่ย่าตายายของเรา ที่สั่งสมภูมิปัญญาพื้นบ้านถ่ายทอดกันมายาวนานนั่นเอง เรื่องดอกไม้กินได้สำหรับคนโบราณไม่ได้เป็นอะไรที
ชื่อวิทยาศาสตร์ Anisoptera costata Korth. ชื่อวงศ์ DIPTEROCARPACEAE ชื่อสามัญ mersawa ชื่ออื่นๆ ตะบาก กระบากขาว กระบากช่อ กระบากดำ กระบากด้าง กระบากแดง กระบากโคก บาก หมีดังว่า ประดิก พนอง ชอวาตาผ่อ “ปู่เทียด” ไม่รู้ว่าจะใช้สรรพนามแทนตัวเองว่าอะไรดี นะโหลนเหลนเอ๊ย เพราะพบประวัติตัวเองที่เขาบันทึกไว้ว่า มี “ต้นกระบากใหญ่” อยู่ที่ “อุทยานแห่งชาติตากสินมหาราช” จังหวัดตาก ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย วัดโดยรอบ 16.6 เมตร สูง 50 เมตร ประมาณ 14 คนโอบ อายุปัจจุบันกว่า 700 ปี อย่างนี้แล้วถ้าลำดับญาติกัน “ปู่เทียด” ก็อยู่มาตั้งแต่สมัยอาณาจักรสุโขทัย ก่อนพ่อขุนรามคำแหงประดิษฐ์อักษรไทย พ.ศ. 1826 ผ่านมา 737 ปี ตอนนั้น ยังไม่ได้บัญญัติศัพท์วงศาคณาญาติ ตอนนี้ปู่เปิด u-tube ดู เขาว่าญาติแก่สุด “ปู่ของทวด” เขาเรียก “เทียด” แต่ถ้าอ่านพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน มิถุนายน 2555 และฟังรายการวิทยุ “รู้รัก ภาษาไทย” มีคำว่า “ปู่ทวด” ซึ่งถ้านับลงจากเหลน ได้อีก 3 ชั้น มีเรียกลำดับลงคือ ลื่อ ลืบ และลืด แต่ไม่มีโหลน เพราะเป็นคำสร้อยจาก “เหลน” ดังนั้น ปู่ขอแทนตัวว่า “ปู่เทียด” ก็แล้วกันนะ “ลืดๆ” เอ๊ย..! ปู่เทียด มีชื่อโด่ง
“กุหลาบ” ถือเป็นหนึ่งในกลุ่มไม้ดอกทำเงินยอดฮิต ซึ่งสร้างรายได้ที่ดีแก่เกษตรกรและเป็นสินค้าที่ตลาดมีความต้องการสูงตลอดทั้งปี แต่การปลูกกุหลาบไม่ใช่เรื่องง่าย ขึ้นอยู่กับทำเลและสายพันธุ์การปลูกด้วย กุหลาบเมืองหนาวที่ปลูกได้ดีในพื้นที่ภาคเหนือ หากนำมาปลูกในพื้นที่ภาคกลางก็สู้อากาศร้อนไม่ไหว คุณภาพดอกไม่ดี ดอกเล็ก ไม่ดก สีไม่จัดแถมต้นโทรมอีกต่างหาก กุหลาบที่เกษตรกรนิยมปลูกในพื้นที่ภาคกลาง แถบจังหวัดนครปฐม ส่วนใหญ่เป็นสายพันธุ์พื้นบ้าน เรียกว่า กุหลาบไทย กุหลาบร้อยมาลัย หรือกุหลาบอ้อยขวั่น ได้แก่ กุหลาบมอญ บางคนอาจยังไม่ทราบถึงที่มาของชื่อ “กุหลาบมอญ” ความจริง กุหลาบชนิดนี้เป็นดอกไม้ของชาติมอญ สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงโปรดปรานดอกไม้ชนิดนี้มาก หลังจากพระองค์ชนะสงครามที่เมืองมอญ ได้ทรงนำกุหลาบมอญกลับมาปลูกที่กรุงศรีอยุธยา ราวปี 212-213 กุหลาบมอญ มีหลายสายพันธุ์ที่รู้จักกันดีทั่วไป ได้แก่ มอญสุโขทัย (ดอกเล็กแต่ดกมาก ฟอร์มดอกสวย ไม่แน่นมาก) มอญแดงประเสริฐ (กลีบดอกเล็กแน่น บานไม่ทน แต่หอมที่สุด) มอญชมพูประเสริฐ (บานไม่ทน กลีบบางแน่น เปลี่ยนสีได้ตามอุณหภูมิ) มอญไกลกังวล เป็นชื่อพระราช
คุณณัฏฐิกา กฤดิกุล อยู่บ้านเลขที่ 734 หมู่ที่ 4 ตำบลสุรศักดิ์ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี เล่าให้ฟังว่า เริ่มแรกเดิมทีมีอาชีพรับจัดสวน ต่อมาได้สัมผัสกับสับปะรดสีที่นำมาจัดสวน จึงเกิดความชอบ และหลงใหล จึงได้ทำการทดลองการปลูกเลี้ยงผลปรากฏว่าสำเร็จดี จึงมีใจรักที่อยากจะทำตั้งแต่นั้นมา จนเวลานี้สับปะรดสีเป็นงานสร้างรายได้ให้กับเธอได้เป็นอย่างดี “งานที่ทำหลักๆ ก็รับจัดสวน ช่วงที่เรารับจัด มันก็จะมีสับปะรดสีมาด้วย เอามาจัด ไม้ที่เหลือจากจัดสวน ก็จะเป็นพวกสับปะรดสี เราก็เอามาเก็บไว้ดูแลที่บ้าน พอดูๆ ไป ก็เหมือนว่าต้นพวกนี้มันทนดีสวยด้วย ไม่ต้องดูแลอะไรมาก มันก็ยังสวยอยู่แบบนั้น ก็เลยชอบอยากปลูกเลี้ยงดู” คุณณัฏฐิกา กล่าว คุณณัฏฐิกา บอกว่า การปลูกสับปะรดสี วัสดุที่ดีควรเป็นมะพร้าวสับเพียงอย่างเดียว ไม่มีวัสดุอย่างอื่นปน โดยการขยายพันธุ์ก็อาศัยการแตกหน่อออกมาจากต้นแม่ เมื่อได้หน่อสับปะรดสีที่แตกออกจากต้นแม่ เลือกหน่อที่มีขนาดเหมาะสม จากนั้นนำมาปลูกลงในวัสดุปลูกจำพวกมะพร้าวสับ ที่สามารถหาซื้อได้ทั่วไปตามท้องตลาด โดยนำมาแช่น้ำประมาณ 1 วัน ก็สามารถปลูกสับปะรดสีได้เลย เมื่อปลูกเสร็จแล้วนำมาวางในพื้นท
ภญ.อาสาฬา เชาวน์เจริญ เขียนในคอลัมน์ คนงามเพราะแต่ง ในอภัยภูเบศรสาร ว่า หญ้าดอกขาว เป็นยาสมุนไพรที่อยู่ในบัญชียาหลักแห่งชาติ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2554 (โดยมีข้อบ่งใช้ เพื่อช่วยลดความอยากบุหรี่) ส่วนที่ใช้คือ ส่วนเหนือดิน (ลำต้นและใบ) ข้อมูลพื้นบ้าน ใช้แก้ไอ แก้หอบหืด รักษาหลอดลมอักเสบ และช่วยเลิกบุหรี่ มีงานวิจัยพบว่า หญ้าดอกขาวมีสารสำคัญคือ เกลือไนเตรต ทำให้ชาลิ้น (ผู้ใช้บางรายใช้ยาแล้วไม่รู้สึกอยากบุหรี่ รู้สึกเหม็นบุหรี่ เมื่อสูบบุหรี่แล้วอยากอาเจียน) ช่วยลดปริมาณก๊าซพิษ+ที่คั่งค้างในปอด มีการศึกษาในหลอดทดลองพบว่า หญ้าดอกขาวมีฤทธิ์ยับยั้งการแพร่กระจายของเซลล์มะเร็งปอด มีการศึกษาในหนูทดลองที่ได้รับสารนิโคตินพบว่า เมื่อได้รับสารสกัดหญ้าดอกขาว 6 เดือน มีผลปรับปรุงเนื้อเยื่อทางเดินหายใจให้ดีขึ้น โดยวัดจากการที่มีการลดลงของเซลล์อักเสบ มีบริเวณที่เกิดพังผืดลดลง วิธีใช้หญ้าดอกขาว ครั้งละ 2 กรัม ชงน้ำร้อนประมาณ 120-200 มิลลิลิตร หลังอาหารวันละ 3-4 ครั้ง รับประทานติดต่อกันได้ 6 เดือน พบว่ามีความปลอดภัย หญ้าดอกขาว 1 กำมือ ต้มกับน้ำ 6-8 แก้ว เมื่อยาเดือด แล้วปล่อยให้เดือดกรุ่นๆ ต่อไปอีก 5-10 นาที จะ
