ไม้ดอกไม้ประดับ
“เอื้องแซะ” เป็นกล้วยไม้ที่ขึ้นอยู่ตามต้นไม้ใหญ่ทั่วไปบนเทือกเขาสูงในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน ดอยอินทนนท์ และดอยสุเทพ จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งสูง 1,000 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล โดยกล้วยไม้เอื้องแซะจะให้ดอกที่มีกลิ่นหอมคล้ายดอกพิกุล ส่งกลิ่นหอมตลอดทั้งวัน ซึ่งแต่ละดอกจะบานทน ประมาณ 5-7 วัน สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ทรงโปรดกลิ่นหอมของดอกเอื้องแซะมาก และได้มีพระราชเสาวนีย์ให้มีการเพาะเลี้ยงกล้วยไม้ชนิดนี้เพื่ออนุรักษ์และขยายพันธุ์เพิ่มมากขึ้น พร้อมให้ดูแลรักษาพันธุ์กล้วยไม้เอื้องแซะ ห้ามไม่ให้นำพันธุ์ออกจากป่า และให้เพิ่มจำนวนคืนสู่ป่าธรรมชาติมากขึ้นด้วย ส่งคืน เอื้องแซะ สู่ผืนป่า เนื่องจากปัจจุบันปริมาณกล้วยไม้เอื้องแซะในป่าธรรมชาติมีแนวโน้มลดลงมาก เนื่องจากมีการเก็บต้นเอื้องแซะจากป่าออกมาขาย ประกอบกับสภาพการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ ทั้งยังมีปัญหาภัยแล้ง การตัดไม้ทำลายป่า และไฟป่าเกิดขึ้นทุกปี ส่งผลให้กล้วยไม้เอื้องแซะมีความเสี่ยงใกล้สูญพันธุ์ กรมวิชาการเกษตร โดยศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรแม่ฮ่องสอน ได้เพาะขยายพันธุ์กล้วยไม้เอื้องแซะอย่างต่อเนื่องเพื่อสนองพระราชเสาวนี
“กล้วยด่าง” เราต้องมองว่ามันคือกล้วย อย่าไปทำให้ยาก หากใส่ปุ๋ยมากเกินไป ทำอะไรที่มากเกินไปต้นกล้วยจะตาย ถ้าเราปลูกตามวิธีที่ถูกต้อง ทำเสร็จพักไว้ระยะหนึ่งกล้วยด่างก็จะเจริญเติบโตตามธรรมชาติ คอยกำจัดแมลงที่เข้ามา รบกวนในบางครั้งเท่านั้น” สุริยัณห์ สายหยุด (ลูกหมี) เกษตรกรเพาะเลี้ยงกล้วยด่าง เจ้าของบ้านสวนลูกหมี อาศัยอยู่ที่บ้านน้ำฉา อำเภอสวี จังหวัดชุมพร นับเป็นอีกบุคคลหนึ่งที่คร่ำหวอดอยู่ในวงการไม้ประดับด้วยก่อนหน้านี้ปลูกกล้วยไม้ส่งออก แต่ปัจจุบันกล้วยไม้มีกระแสความนิยมที่ลดลง ผนวกกับวิกฤตการณ์โควิด-19 ส่งผลให้ไม่สามารถส่งออกกล้วยไม้ไปยังตลาดต่างประเทศได้ จึงมีแนวคิดผลิตไม้ประดับที่ตลาดมีความต้องการสูง โดยเฉพาะกล้วยด่าง บอนด่าง และบอนสี คุณสุริยัณห์ เล่าว่า เมื่อตลาดกล้วยไม้ซบเซาลงเนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 ทำให้ต้องปรับตัวมองหาลู่ทางทำเงินใหม่อีกครั้ง ด้วยตนเองจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตจันทบุรี ในสาขาวิชาพืชศาสตร์ จึงนำความรู้ที่ได้มาประยุกต์เข้ากับหลักเศรษฐศาสตร์ ใช้พื้นที่ว่างรอบบ้านเนื้อที่ประมาณ 2 งาน อยู่ภายในสวนทุเรียนเนื้อที่ 7 ไร่ พัฒนาให้เกิดเป
อย่างที่เราทราบกันดีว่าไม้ประดับใบที่กำลังซื้อกันอยู่เวลานี้ ส่วนใหญ่แล้วต้องการจำนวนและพันธุ์ที่เหมือนต้นแม่ทุกประการ เพราะฉะนั้นวิธีที่จะง่ายที่สุดคือการนำส่วนต่างๆ ของพืชชนิดนั้นมาปักชำ ได้แก่ การนำส่วนยอดที่เกิดใหม่ ส่วนของใบหรือกิ่งมาปักชำ เพื่อให้เกิดรากใหม่และเป็นต้นที่สมบูรณ์ ซึ่งการปักชำจะให้ได้ต้นใหม่ที่สมบูรณ์ สภาพแวดล้อมที่เหมาะสมก็เป็นตัวช่วยที่ดีเช่นกัน จึงทำให้การปักชำเป็นอีกวิธีที่เห็นเกษตรกรส่วนใหญ่นิยมใช้ เพราะเป็นวิธีที่ง่าย ทำให้ได้จำนวนต้นใหม่ที่รวดเร็วทันต่อความต้องการของตลาด คุณฉันทนา เทพพันธุ์ หรือ คุณฉันท์ ทำสวนไม้ประดับใบอยู่ที่ ตำบลนางบวช อำเภอเดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี ได้เรียนรู้การปลูกไม้ประดับด้วยตัวเอง จากที่ไม่เคยได้มีความรู้ทางด้านนี้เลยแม้แต่น้อย แต่เธอได้เรียนรู้ในเรื่องของการทำตลาดก่อนในช่วงแรก จากนั้นเรียนรู้ในเรื่องการขยายพันธุ์ที่จะให้ได้ไม้ที่รวดเร็วทันขาย พร้อมทั้งมีการพัฒนาการขายด้วยการทำตลาดออนไลน์ จนมีลูกค้าจากที่ต่างๆ เข้ามาติดต่อซื้อขาย จนเธอสามารถสร้างเป็นอาชีพหลักที่สร้างรายได้ให้กับเธอได้เป็นอย่างดี คุณฉันท์ เล่าให้ฟังว่า ก่อนที่จะ
กล้วยแดงอินโด ต้นละ 10 ล้านบาท!! จะเกิดคำถามมาอย่างต่อเนื่องและยาวนานแน่นอน ใครจะกล้าเชื่อ กล้วยหนึ่งต้นพร้อมหน่อลูกอีก 8 หน่อ จะทำเงินให้ได้ถึงปานนี้ ในฐานะที่ผมเองก็อยู่ในวงการนี้ รับรู้มาตลอดว่าสวนนี้มีกล้วยลายสวยๆ ทั้งนั้น แต่ละต้นเมื่อเปิดเสนอราคาก็สร้างความฮือฮาทุกครั้ง เรียกว่า ล้าน (อีก) แล้วจ้า เชื่อไหมครับว่า สถิติเปิดจองหน่อลูกราคาหน่อละ 2 ล้านบาท ระยะเวลาประมาณหนึ่งปีเศษ ตั้งแต่โควิดเริ่มอาละวาดสร้างคลัสเตอร์มากมายหลายจุดนั้น เศรษฐกิจทั่วโลกต่างซบเซา กิจการต่างๆ ปิดตัวลงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เกิดอัตราคนว่างงานที่สูงขึ้นมาก แต่กลับมาเฟื่องฟูในกลุ่มเกษตรกรรุ่นใหม่ ที่มองเห็นโอกาสจากการที่ดารา หรือคนดังถ่ายภาพคู่กับไม้ด่างทั้งหลาย กระแสเกิดขึ้นเหมือนไฟโหม และยังไม่มีทีท่าว่าจะหยุดลงได้ ศัพท์ที่คนในวงการพูดถึงก็คือ ราคาขึ้นยานไปแล้ว หมายถึง ราคากระโดดไปกว่าเดิมไกลมากๆ ใครมีตอนนี้ก็หมายถึงลืมตาอ้าปากได้แน่นอน รู้ไหมครับว่าคนในวงการนี้ซื้อรถป้ายแดงแบบจ่ายสดกันเลยนะ ก็ดูเอาเถิด ขายกล้วยหน่อเดียวก็ราคาเกินล้านไปแล้ว ยังมีไม้ด่างต่างๆ บอนสี กระทั่งไม้สวยงามจากต่างประเทศนำเข้ามาขายก
ถ้ากาจะ “ลอง” ก็คือ “ปีบ” แต่ถ้าเป็น “ปีบทอง” กาก็จะ “ลองซักคำ” ชื่อวิทยาศาสตร์ Radermachera ignea ชื่อสามัญ Tree Jasmine ชื่อวงศ์ Bignanoceae ชื่ออื่นๆ ปีบทอง สะเภา สำเภาหลาม กากี จางจืด ต้นอ้อยช้าง แคะเป๊ะ คะเจ้าเป็นสาวเหนือสุดแดนสยาม เมืองอารยธรรมล้านนา ดินแดนสามเหลี่ยมทองคำ ดีใจที่เขาจัดให้คะเจ้าเป็นต้นไม้พระราชทาน ปลูกเป็นมงคลประจำจังหวัดเชียงราย ชื่อของคะเจ้าไปเกี่ยวข้องกับเรื่อง กาจะลอง หรือ ไม่ลองซักคำ จึงทำให้ชื่อเรียกสับสน ระหว่าง “ต้นปีบ” กับต้น “กาซะลองคำ” คะเจ้าจึงขอชี้แจงว่า จริงๆ แล้ว ชื่อคะเจ้าที่เรียก กาซะลองคำ คืออีกชื่อ เรียกว่า “ปีบทอง” แต่ถ้าเป็น “ต้นปีบ” เฉยๆ คือ “กาซะลอง” เฉยๆ ไม่มี “คำ” นะ สรุปจำง่ายๆ ชื่อปีบคือกาซะลอง ส่วนปีบทองคือกาซะลองคำ จ๊ะ ความจริงถ้าเขาไม่เรียกให้สับสน คะเจ้าอยากให้เขาเรียกชื่ออื่นที่ง่ายๆ เช่น สะเภา ก็ดูแปลกดี แต่ไม่เอาชื่อ กากี หรือ จางจืด นะจ๊ะ เพราะความหมายน่ากลัว แต่ถ้าเรียก อ้อยช้าง ยิ่งน่ากลัวใหญ่เลย เอาเป็นว่าจะเรียกอะไรก็ช่าง แต่อยากอธิบายว่า ที่ต้องเรียกกาซะลองคำ ว่า ปีบทอง ก็เพราะมีดอกสีเหลืองทอง หรือสีส้มแสด น้อยใจอย
ที่สวนอุดมการ์เด้น อำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี ของ อาจารย์อุดม ฐิตะวัฒนะสกุล เป็นหนึ่งในสวนที่มียอดสั่งจองไม้ด่างถึงปี 2465 นอกจากไม้ด่างที่เป็นไม้กระแสแล้วยังมีไม้ใบเขียวที่ราคาหลักแสนหลักล้านได้เช่นกัน ภายในสวนอุดมการ์เด้นมีการเลี้ยงไม้ด่างและไม้ตัดใบที่มีการพัฒนาพันธุ์การตกแต่งรูปทรงของใบไม้และการขยายพันธุ์ไม้หายากหลากหลายชนิด รวมทั้งเป็นศูนย์การเรียนรู้ อาจารย์อุดมยินดีที่จะแนะนำให้ผู้ที่ต้องการศึกษาหาความรู้ทั้งนักเรียน นักศึกษา และบุคคลทั่วไป ไม้ด่างเสริมบารมี ดีต่อใจ อาจารย์อุดม กล่าวว่า การเกษตรเรื่องต้นไม้แบ่งเป็น 3 อย่าง พืชอาหาร พืชพลังงาน พืชประดับที่เป็นอาหารใจ แนวทางไม้ด่างจะไปทางไหน ไม้ตัวไหนที่กำลังฮิตติดเทรนด์ ความมีเสน่ห์ของไม้ด่างตรงที่ความแปลก หายาก นอกจากความด่างหรือการที่มีปัญหาเรื่องโรคพืช แต่กลับเป็นความสวยงามของลวดลายที่สร้างความแปลกที่เป็นศิลปะในสายตาของมนุษย์ และเกิดการเล็งเห็นความสวยและความต้องการที่จะครอบครองที่ตรงกันจึงเกิดคุณค่าและราคาตามมา ลวดลายรูปทรงที่มาจากธรรมชาติของไม้นั้นๆ ไม่จำเป็นต้องเป็นไม้ด่างก็มีราคาแพง เป็นไม้ใบเขียวนี่แหละที่มีราคาแพงมาก
ใครจะไปคิดว่า วันหนึ่งต้นไม้ต้นเดียวจะมีราคาสูงกว่าทองคำ แต่ก็เป็นไปแล้วกับ “ไม้ด่าง” ที่หลายคนร้องว้าว! เพราะบางสายพันธุ์ราคาสูงเหยียบสิบล้านบาทเลยทีเดียว ซึ่งถ้าใครจำได้ เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา “นิรินาทย์ เธียรวรโชค” เจ้าของสวน The Lord of the Garden สวนเดอะลอร์ด เรียกเสียงฮือฮาไปทั่วประเทศ เมื่อควักกระเป๋าซื้อกล้วยด่างแดงอินโดในราคา 10 ล้านบาท! ไม่ใช่แค่ใจรัก แต่นี่คือการลงทุนรูปแบบใหม่ ที่เจ้าตัวจะมาบอกเคล็ดลับแบบไม่มีกั๊กเป็นที่แรก ในสัมมนาออนไลน์ หัวข้อ “มหัศจรรย์กล้วยด่างแดงอินโด พันธุ์ไม้สร้างเงินล้าน” ในงานเกษตรมหัศจรรย์และวันเส้นทางเศรษฐี วันที่ 31 ตุลาคมนี้ แถมยังพาไม้ด่างหายากมูลค่ารวมหลายล้านบาท มาจัดแสดงในงาน “มหัศจรรย์พรรณไม้” ที่มติชนอคาเดมี วันที่ 29-31 ตุลาคมนี้อีกด้วย! ลงทุนกล้วยด่าง เปิดช่องทางรวย นิรินาทย์ มองว่า จุดที่ทำให้กล้วยด่างหรือกล้วยแดงอินโดด่าง มีความโดดเด่นและเป็นจุดสนใจ เป็นเพราะมีความพิเศษตรงที่ว่า กล้วยที่เกิดจากการขยายพันธุ์ มีโอกาสที่จะสวยงามกว่าต้นแม่พันธุ์ถึง 80% ส่วนที่เหลือจะมีลักษณะเหมือนต้นแม่พันธุ์ และมีบางส่วนที่มีความแตกต่างของลายน้ำและส
มหาวิทยาลัยแม่โจ้ เปิดตัว “แม่โจ้กรีนเพิร์ล – แม่โจ้ไวท์เพิร์ล – แม่โจ้พิงค์เพิร์ล” ปทุมาสายพันธุ์ใหม่ของโลก ปรับปรุงพันธุ์ให้มีโครโมโซม 3N เป็นหมัน แก้ปัญหาต่างชาตินำสายพันธุ์ไปผสมต่อ จดสิทธิบัตรเพื่อให้เกษตรกรได้ผลิตส่งออกทั่วโลก ผลงานของ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. เฉลิมศรี นนทสวัสดิ์ศรี อาจารย์/นักวิจัย สังกัดคณะผลิตกรรมการเกษตร มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. เฉลิมศรี นนทสวัสดิ์ศรี กล่าวว่า ปทุมา เป็นไม้ดอกไม้ประดับเศรษฐกิจที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับสองรองจากกล้วยไม้ กำลังเป็นที่ต้องการของตลาดทั้งในและต่างประเทศเป็นจำนวนมาก มีทั้งแบบไม้ตัดดอกและไม้กระถาง ซึ่งที่ผ่านมาการส่งดอกปทุมาไปต่างประเทศ ได้พบปัญหาบริษัทต่างประเทศนำสายพันธุ์ของไทยที่ส่งออกไปผสมพันธุ์และสร้างสายพันธุ์ใหม่มาแข่งขันกับสายพันธุ์เดิม จึงทำให้ดอกปทุมาของไทยได้รับผลกระทบ เสียเปรียบทางการค้าในต่างประเทศ เกษตรกรเสียโอกาสในการสร้างรายได้ที่ยั่งยืน ดังนั้นคณะผลิตกรรมการเกษตร จึงได้ทำการวิจัยเพื่อพัฒนาพันธุ์ดอกปทุมาโดยได้รับทุนวิจัยจากมหาวิทยาลัยแม่โจ้ในปี 2560-2561 ซึ่งจากการศึกษาวิจัยโดยการผสมข้ามพันธุ์ระหว่
เด็กหญิงวริศรา มีเถื่อน หรือน้องอร สาวน้อยมือฉมัง เพาะเลี้ยง “ออดิบจันทร์ฉาย” ขายได้ต้นละ 555,555 บาท ทั้งนี้ เทคโนโลยีชาวบ้านออนไลน์ ได้โทรศัพท์ สัมภาษณ์พูดคุยกับ น้องอร เด็กหญิงวริศรา มีเถื่อน อาศัยอยู่ที่จังกระบี่ ให้ข้อมูลว่า จุดเริ่มต้นของการเพาะเลี้ยงออดิบสร้างรายได้ เกิดจากการใช้เวลาว่างหลังจากเรียนออนไลน์ เนื่องจากที่บ้านชื่นชอบการปลูกต้นไม้เป็นทุนเดิม พี่ชายจึงได้หากิจกรรมเสริมเป็นการหาต้นไม้มาให้ปลูกหลังจากเรียนออนไลน์เสร็จ ด้วยการหาสั่งซื้อต้นไม้ด่างที่กำลังเป็นกระแสอยู่ในขณะนี้ จนได้ไปถูกใจกับออดิบจันทร์ฉายจากจังหวัดนครศรีธรรมราชมาให้เพาะเลี้ยงในราคาต้นละ 1,400 บาท ซึ่งในตอนนั้นเมื่อประมาณ 1 ปีที่แล้ว “ออดิบ” ยังไม่เป็นที่นิยมเป็นที่รู้จักในวงแคบๆ แต่พอช่วงประมาณ 2 เดือนที่ผ่านมา “ออดิบ” ได้กลายมาเป็นกระแสส่งผลทำให้ราคาพุ่งสูงถึงต้นละ 50,000 ถึงราคาหลักหลายแสนบาท แล้วแต่ความสวย และความชอบของแต่ละบุคคล ส่วนออดิบ ที่น้องอรขายในราคาต้นละ 555,555 บาทนั้น คือออดิบจันทร์ฉาย มีลักษณะใบสีเขียวตัดเหลือง สีลวดลายตัดกันชัดเจนสีเหลืองจะมีความเปล่งประกายมาก มีลำต้นใหญ่ กว้าง ในกอด่างทุก
ไม้ใบด่างกำลังเป็นอีกหนึ่งสินค้าทางการเกษตรที่กำลังจำหน่ายได้ดีในช่วงนี้วิกฤตโควิด-19 ทำให้หลายๆ คนที่ไม่ได้ออกจากบ้านได้มีเวลามาปลูกเลี้ยงไม้ประดับมากขึ้น โดยเฉพาะไม้ด่างที่เป็นอีกหนึ่งพันธุ์ไม้ยอดฮิตชนิดที่ว่าเห็นอยู่ได้บ่อยตามสื่อโซเชียลมีเดียต่างๆ ที่ผู้คนหลากหลายอาชีพหลายวัยให้ความสนใจ จนสามารถสร้างเป็นอาชีพที่ประสบผลสำเร็จและสร้างเป็นรายได้ที่ดีไม่น้อยทีเดียว คุณพงษ์พันธ์ เปี่ยมมนัส หรือ คุณเก่ง อยู่บ้านเลขที่ 255/2 หมู่ที่ 1 ตำบลนางบวช อำเภอเดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นอีกหนึ่งบุคคลที่ประสบผลสำเร็จในเรื่องของการทำไม้ด่างเป็นอย่างมาก ซึ่งเขาเองไม่คิดไม่ฝันว่าไม้ด่างจากที่เคยซื้อมาขายไปเพื่อทำกำไรในช่วงแรกจะกลับมาสร้างเป็นอาชีพที่เขาเองก็คาดไม่ถึง จากนั้นเขาได้นำผลกำไรที่ได้จากการจำหน่ายมาขยับขยายสร้างเป็นสวนไม้ด่างแบบเต็มรูปแบบ เพื่อสร้างเป็นอาชีพในแบบที่เขารักต่อไปในอนาคตอีกด้วย โควิด-19 เป็นเหตุ จึงทำให้ได้รู้จักกับไม้ด่าง คุณเก่ง เล่าให้ฟังว่า เริ่มแรกเดิมทีนั้นได้ไปทำงานอยู่ที่สาธารณรัฐเกาหลี เมื่อทำงานได้เงินจำนวนหนึ่งจึงได้กลับมาประเทศไทยเพื่อมาอยู่ยังบ้านเกิด โดยหลั
