ไม้ดอกไม้ประดับ
ธรรมรักษา หรือ อีกชื่อหนึ่งว่า เฮลิโคเนีย มีตำนานเล่ากันว่า เฮลิโคเนีย นั้นเป็นนามหนึ่งของภูเขา เฮลิคอน (Helicon) ตามเทพนิยายกรีก ซึ่งเป็นภูเขาที่สิงสถิตของเหล่าเทพธิดาผู้มีความสดสวยอยู่ทั้งสิ้น 9 องค์ ด้วยกัน เทพธิดาแต่ละนางที่อาศัยอยู่ในภูเขาเฮลิคอนนี้ นอกจากมีความสวยสง่าเป็นอมตะแล้ว ยังเป็นตัวแทนของศิลปะแขนงต่างๆ ด้วย เช่น เทพธิดาแห่งความรัก เทพธิดาแห่งเครื่องดนตรี กาพย์กลอนหรือเทพธิดาแห่งดาราศาสตร์ เปรียบเสมือนเฮลิโคเนียนั้นเป็นไม้ดอกที่มีความสวยงาม นิยมนำมาจัดในแจกันหรือหากอยู่ในกระถางก็ยังคงความสวยสดอยู่ตลอดตามคุณลักษณะของเทพธิดาทั้ง 9 นี้ เฮลิโคเนีย เมื่อนำเข้ามาปลูกในเมืองไทยมีการเปลี่ยนชื่อเป็น “ธรรมรักษา” เพื่อความเป็นสิริมงคล ทำให้เป็นที่นิยมปลูกเป็นไม้ประดับเสริมดวงกันมาก สำหรับคนโบราณเชื่อกันว่า หากปลูกธรรมรักษาไว้หน้าบ้านจะทำให้คนในบ้านไม่ประสบพบภัย ป้องกันภัยอันตรายจากสิ่งชั่วร้ายดั่งมีธรรมะคอยรักษาปกป้องคุ้มครอง ด้วยดอกของต้นธรรมรักษานั้นนิยมตัดไปปักแจกันบูชาพระ เนื่องจากชื่อ ธรรมรักษา ที่แสดงออกถึงการมีธรรมคอยปกป้องไม่ให้สิ่งชั่วร้ายเข้ามา แล้วยังแสดงออกถึงการเคารพบูชา
ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่ 9 จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นชื่อที่ตั้งขึ้นใหม่ตามนโยบายของกรมส่งเสริมการเกษตร เพื่อผลิตเมล็ดพันธุ์พืชให้ตรงกับความต้องการของเกษตรกร ในอดีตใช้ชื่อว่า ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตร (พันธุ์พืชเพาะเลี้ยง) ตั้งอยู่บ้านดอนห้วยราบ หมู่ที่ 12 ตำบลพลับพลาไชย อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี มีพื้นที่ 380 ไร่ ก่อตั้งและเริ่มดำเนินการมา ตั้งแต่ วันที่ 1 เมษายน 2545 เป้าหมายเพื่อพัฒนางานด้านพันธุ์พืชเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ ฝึกอบรมอาชีพการเกษตรทั้งในด้านการผลิตและการใช้เทคโนโลยีการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อในห้องปฏิบัติการ การอนุบาล การขยายเพิ่มปริมาณ การกระจายพันธุ์พืช สนับสนุนให้เกษตรกรนำไปปฏิบัติให้ได้คุณภาพ ปริมาณเพียงพอต่อการบริโภคในประเทศ เพื่อให้เกิดประโยชน์การผลิตต้นพันธุ์ปริมาณมากในระยะเวลาอันรวดเร็ว ต้นพืชที่ผลิตจะปลอดโรค ต้นพืชจะมีลักษณะพันธุกรรมเหมือนต้นแม่ ต้นพืชมีขนาดสม่ำเสมอ เก็บเกี่ยวได้ครั้งละมากๆ หรือในเวลาเดียวกัน ในรอบปีที่ผ่านมา ศูนย์ฯ ผลิตและอนุบาลต้นพันธุ์พืชเนื้อเยื่อและการเพาะเมล็ด ได้แก่ ผลิตต้นพันธุ์พริก มะเขือ หน่อไม้ฝรั่ง พันธุ์กล้วย จัดทำแปลงเกษตรผสมผสานตาม
จันทน์ผา มีตำนานคู่มากับ เอื้องผึ้ง ตามตำนานเล่าว่า เอื้องผึ้ง และ จันทน์ผา ทั้งสองนั้นเป็นหนุ่มสาวคู่รักกัน มีสัญญารักให้กันไว้ว่า หากมีใครคนใดตายจากไป อีกคนที่มีชีวิตอยู่ก็จะขอตายตามไปด้วย มีอยู่วันหนึ่ง จันทน์ผาได้พาเอื้องผึ้งไปท่องเที่ยวบนดอยกันสองต่อสอง หนุ่มจันทน์ผาได้เหลือบไปเห็นดอกไม้ชนิดหนึ่งมีกลิ่มหอม รวมถึงมีความสวยงามมาก งอกติดอยู่บนต้นไม้บริเวณหน้าผา จันทน์ผาจึงตั้งใจจะปีนไปเก็บไม้ป่าชนิดนั้นให้สาวเอื้องผึ้งได้ชม ขณะนั้นเอง จันทน์ผาได้ปีนไปเก็บดอกไม้จากต้นไม้บนหน้าผาสูง เอื้องผึ้งหญิงคนรักได้ห้ามจันทน์ผาไว้ไม่ให้ไปเก็บดอกไม้ แต่ด้วยความปรารถนาที่จะเก็บดอกไม้แปลกมาให้หญิงสาวเจ้าได้ชม จันทน์ผาจึงได้ปีนขึ้นไปเก็บไม้นั้น ซึ่งในที่สุดเกิดความผิดพลาดจันทน์ผาร่วงตกลงมาจากหน้าผาสูง ทำให้เสียชีวิตในที่สุด เอื้องผึ้งหญิงคนรักที่ได้เห็นภาพคนรักของตนจากไปต่อหน้าได้ร้องไห้โหยหวนด้วยหัวใจที่แตกสลายแล้วจึงวิ่งเอาศีรษะชนกับแง่งหินบนหน้าผาตายตามชายคนรักไปในที่สุด ซึ่งเป็นไปตามสัญญาที่ได้ให้กันไว้ว่าจะรักกันตราบจนชีวิตสิ้นสลายไป สำหรับดอกไม้ที่จันทน์ผาปีนขึ้นไปเก็บนั้น ภายหลังมีชื่อเรียกว่า
ประดู่ป่า เป็นต้นไม้พระราชทาน เพื่อปลูกเป็นมงคล แก่จังหวัดชลบุรี และมีคำขวัญประจำจังหวัดคือ “ทะเลงาม ข้าวหลามอร่อย อ้อยหวาน จักสานดี ประเพณีวิ่งควาย” จังหวัดชลบุรี หรือที่เรียกกันสั้นๆ ว่า เมืองชล เมืองแห่งน้ำ มีความสำคัญทางเศรษฐกิจมาก ประโยคแรกของคำขวัญหมายถึง สถานที่ที่โดดเด่น ไม่เพียงแต่โดดเด่นของจังหวัดชลบุรีเท่านั้น แต่โดดเด่นระดับประเทศก็ว่าได้ นั่นคือ ทะเลงาม ชลบุรีมีหาดทรายชายทะเลที่สวยงามและใกล้กรุงเทพฯ มากด้วย “หาดบางแสน” เป็นสถานที่ตากอากาศชายทะเลยอดนิยม ของชาวไทยที่มีชื่อเสียงมาช้านาน ตั้งแต่ พ.ศ. 2486 จนถูกขนานนามว่า “บางแสนดินแดนสุขขี” จอมพล ป. พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น ได้ริเริ่มให้มีการสร้างสถานที่ตากอากาศขึ้น มีการสร้างโรงแรม และที่พักต่างๆ ดำเนินการโดย บริษัทแสนสำราญ จึงเรียกว่าสถานตากอากาศแสนสำราญตามชื่อบริษัท ต่อมา พ.ศ. 2503 จึงโอนให้สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล และเปลี่ยนชื่อเป็น สถานตากอากาศบางแสน ทะเลงามอีกแห่งหนึ่ง คือ พัทยา ซึ่งจัดเป็นเมืองท่องเที่ยวนานาชาติ ที่มีชื่อเสียงระดับโลก โดยเฉพาะหาดทรายที่ทอดยาวไปตามแนวชายฝั่งทะเล จัดได้ว่
ถวายภักดิ์ บพิตร พิสิษฐ์พิสุทธิ์ เคียงมงกุฎ ราชันฤกษ์ เบิกสมัย เคียงบัลลังก์ บังคมคัล จากปวงไทย น้อมดวงใจ เทิดบารมี ภูมีองค์ “รวงผึ้ง” พฤกษ์ ทั่วไทย แผ่ใบดอก กลิ่นกลีบดอก หอมเคียงบาท ราษฎร์ประสงค์ ต้นรวงผึ้ง งามสะพรั่ง ดั่งจำนง ปลูกเคียงองค์ รัชกาล นานนิรันดร์ รวงผึ้งหอม แผ่ล้อม น้อมคุ้มเกล้า เหลืองอะคร้าว สีดอก ออกสีสัน เฉลิมพระเกียรติ ราชสมภพ องค์ราชัน ปวงเทวัญ-พสกนิกร ถวายพระพร สดุดี น้อมถวายบทกลอน แทนความจงรักภักดี เทิดทูนองค์ราชันถวายพระพรองค์ภูมี ด้วยไม้ดอกหอมดุจน้ำผึ้งรวง ที่มีช่อดอกสีเหลืองเข้มเป็นกระจุกแน่นตามซอกใบใกล้ปลายกิ่ง แต่ส่งกลิ่นหอมกระจายทั่วราวกับดวงดาวสีเหลืองบนฟากฟ้า เรียงสง่าดั่งรวงผึ้ง จากข่าวที่นายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา และคณะรัฐมนตรี พร้อมด้วยคู่สมรสได้ร่วมพิธีทำบุญ 5 ศาสนา ที่ตึกสันติไมตรี และเป็นประธานพิธีเปิดกิจกรรม “จิตอาสา เราทำความดีด้วยหัวใจ” ร่วมกิจกรรมรอบๆ ทำเนียบรัฐบาล นายกรัฐมนตรีปลูก “ต้นรวงผึ้ง” ต้นไม้ประจำพระองค์ เฉลิมพระเกียรติ รัชกาลที่ 10 สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ณ บริเวณหน้าตึกไทย ทำเนียบรัฐบาล ตั้งแต่วัน
หลายคนสนใจปลูกกล้วยไม้เป็นงานอดิเรก ทั้งกล้วยไม้สกุลช้าง สกุลแวนด้า สกุลหวายและกลุ่มคัทลียา แต่มือใหม่หัดปลูกกล้วยไม้มักเจอปัญหา โรคใบจุดดำลึกขอบมีสีเหลืองและเน่าเสียหาย จนต้องตัดต้นทิ้งในที่สุด ความจริง การเลี้ยงกล้วยไม้ให้งาม ไม่ใช่เรื่องยาก ใครๆ ก็สามารถทำได้ หากปลูกดูแลกล้วยไม้ตามคำแนะนำ ดังต่อไปนี้ ก่อนอื่นขอแนะนำให้มือใหม่ทั้งหลาย หัดเรียนรู้ธรรมชาติของกล้วยไม้เสียก่อนว่า กล้วยไม้ เป็นพืชใบเลี้ยงเดี่ยว ในวงศ์กล้วยไม้ (แฟมิลี่) นั้น กล้วยไม้เป็นพันธุ์พืชมีดอกมากกว่า 25,000 ชนิด (สปีซี่ส์) กระจายอยู่ทั่วทุกภูมิภาคของโลก คำว่า กล้วยไม้ ในภาษาอังกฤษ เรียกว่า ออคิด หรือ ออร์คิด มีความหมายว่า ลักษณะโป่งตอนกลาง ปลูกกล้วยไม้ในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม การเพาะเลี้ยงกล้วยไม้ในเขตร้อนชื้น ต้องใส่ใจปรับสภาพแวดล้อม คือ แสงแดด อุณหภูมิ ความชื้น ฯลฯ ให้เหมาะสมและเอื้อต่อการเจริญเติบโตของกล้วยไม้แต่ละสกุล แสงแดด การปลูกกล้วยไม้ จำเป็นต้องพรางแสงให้ตามความเหมาะสมของแต่ละสกุล กล้วยไม้สกุลหวาย ต้องการแสงแดดเพียง 60-70 เปอร์เซ็นต์ ส่วนแวนด้าต้องการแสงแดดเพียง 50 เปอร์เซ็นต์ เป็นเวลา 4-6 ชั่วโมง อุณหภู
พ.จ.อ. พีรภัทร ปิ่นทอง ผู้เป็นเจ้าของสวนมิสเตอร์พี (Mr. P) ตั้งอยู่ เลขที่ 50/1 หมู่ที่ 10 ตำบลวังลึก อำเภอสามชุก จังหวัดสุพรรณบุรี ผู้หลงรักชวนชมแบบสุดหัวใจ เรียกได้ว่าเวลาที่เหลือทั้งหมดช่วงเสาร์อาทิตย์ จะต้องมาดูแลชวนชมที่เขาปลูก เนื่องจากวันธรรมดาเขาทำงานรับราชการ สังกัดกรมอิเล็กทรอนิกส์ อยู่ในพื้นที่กรมอู่ทหารเรือ ทำให้มีเวลาว่างแค่ 2 วัน ต่อสัปดาห์ เขาจึงเอาเวลาที่มีค่า แม้อาจดูน้อยนิด สำหรับหลายๆ คน แต่สำหรับพ.จ.อ. พีรภัทร แล้ว เป็นช่วงเวลาที่มีความสุขที่สุด เดิมก่อนที่จะมาเป็น สวน Mr. P พ.จ.อ. พีรภัทร ได้ทำการเกษตรอย่างอื่นมาก่อน ทำไร่ ทำสวนมะละกอ จนกระทั่งเลี้ยงปลานิล เมื่อทำมาเรื่อยๆ ไม่ค่อยประสบผลสำเร็จเท่าที่ควร จึงคิดว่าสิ่งที่เริ่มทั้งหมดอาจจะไม่ใช่คำตอบ เพราะยิ่งทำเหมือนยิ่งฝืนตัวตน บวกกับรายได้ก็ทรงตัว “สมัยก่อนทำมาหมด อาชีพเกษตรหลายอย่าง แต่ที่หันมาทำตัวนี้ เพราะว่าเราชอบไม้ตัวนี้ ก็ใช้เวลาเสาร์อาทิตย์ดูแล เพราะผมรับราชการ เป็นไม้ดูแลง่าย ไม่จำเป็นต้องดูแลอะไรมาก จุดเริ่มต้นผมเลี้ยงฮอลแลนด์ 2 ต้น พอเลี้ยงๆ ไปมันใหญ่สวย ก็เกิดความชอบ เลยไปค้นหาตามเว็บไซต์ เจอข้อมูลชวนช
การผลิตกุหลาบจิ๋ว หมายถึง การนำกุหลาบในกลุ่มกุหลาบหนู (miniature rose) ที่มีการจำหน่ายในตลาดการค้าทั่วไป คัดเลือกพันธุ์ที่มีทรงพุ่มกระทัดรัด ออกดอกสวยงาม มาผ่านกระบวนการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืช (plant tissue culture) ซึ่งเป็นวิธีการขยายพันธุ์พืชวิธีหนึ่ง ทำให้ได้ต้นกุหลาบหนูความสูงประมาณ 2-3 เซนติเมตร จำนวนมาก ที่สามารถนำไปปลูกเลี้ยงในภาชนะขนาดเล็ก และเจริญเติบโตได้รวดเร็ว ออกดอกสวยงามเหมือนต้นแม่พันธุ์เดิมทุกประการ ต่างกันที่ต้นกุหลาบหนูที่ผลิตโดยวิธีการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ จะมีขนาดต้นพืชที่เล็กลง เราจึงมักเรียกกุหลาบเหล่านี้ว่า กุหลาบจิ๋ว หรือ เบบี้โรส โดยปกติแล้วกุหลาบจิ๋วออกดอกง่าย โดยผู้ปลูกเลี้ยงจะเริ่มสังเกตเห็นดอกชุดแรกภายหลังการอนุบาลในถาดหลุมเล็กๆ ประมาณ 30-35 วัน ในทางวิชาการแล้ว การออกดอกของกุหลาบจะถูกกระต้นโดยการตัดแต่งดอกที่โรย กิ่งที่แก่เพื่อกระตุ้นให้เกิดยอดใหม่ ช่อดอกใหม่ ซึ่งหากปฏิบัติได้อย่างสม่ำเสมอแล้ว กุหลาบจิ๋วจะออกดอกหมุนเวียนให้เชยชมตลอดทั้งปี หรือประมาณ 30-35 วัน ภายหลังการตัดแต่งกิ่ง เมื่อปี 2552 ศูนย์ขยายพันธุ์พืชสยาม จังหวัดเชียงใหม่ ได้ทดลองผลิตกุหลาบจิ๋วด
“กุหลาบหิน” เป็นหนึ่งในพันธุ์พืชประเภท Succulent plants หรือพืชอวบน้ำ ที่มีขนาดเล็กกะทัดรัด มีสีสันและรูปทรงเด่นจากใบ ดอก แล้วโดนใจของบรรดานักสะสมพันธุ์ไม้กระถางเล็ก ความเฉพาะของใบที่มีลักษณะค่อนข้างกลมเป็นหยักมนซ้อนกันจึงดูคล้ายดอกกุหลาบ แต่ขาดความอ่อนช้อย จึงถูกตั้งชื่อว่ากุหลาบหิน กุหลาบหิน มีถิ่นกำเนิดในมาดากัสการ์ แอฟริกา และเอเชีย แต่เดิมไม้พันธุ์นี้มีลักษณะต้นสูง ขาดรูปทรงที่ชัดเจน แต่ด้วยความสวยของใบ ดอก ที่มีสีสันสวยงามจึงถูกนำมาเพาะเลี้ยงไว้ในกระถาง พร้อมกับการคัดเลือกสายพันธุ์ต่างๆ จึงทำให้ได้พันธุ์ใหม่ที่มีพุ่มต้นเตี้ยกะทัดรัดเหมาะที่จะปลูกเป็นไม้กระถางสำหรับตกแต่งสถานที่หรือเพื่อกิจกรรมงานอดิเรก ในบ้านเรามีคนนิยมปลูกหรือสะสมกุหลาบหินยังไม่แพร่หลายเหมือนตะบองเพชร ดังนั้น เมื่อท่านเดินเที่ยวงานตามห้างจึงมักเห็นมีตะบองเพชรนำมาขายมากกว่ากุหลาบหิน แต่ถึงกระนั้นก็มีกลุ่มผู้ชื่นชอบสะสมกุหลาบหิน เป็นกลุ่มเฉพาะแบบปิดที่สมาชิกกลุ่มมีความเคลื่อนไหวติดต่อสื่อสารกันในกิจกรรมต่างๆ ไม่ว่าจะซื้อ-ขาย แลกเปลี่ยนความรู้ ฯลฯ กันในโลกออนไลน์เท่านั้น คุณปิยะวรรณ เขตทัย หรือ คุณแป้ง เป็นคนหนึ่งท
หม้อข้าวหม้อแกงลิงเป็นไม้กินแมลงชนิดหนึ่งที่มีใบพัฒนามาเป็นกับดักเพื่อใช้ในการดักจับแมลง มีการกระจายตัวอยู่ในโซนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และทางตะวันออกของอินเดีย ศรีลังกา มาดากัสการ์ หมู่เกาะ เซเซลล์(Seychelles) ทางตอนใต้ของจีน และทางตอนเหนือของออสเตรเลีย สามารถจำแนกออกเป็น 2 กลุ่ม ดังนี้ กลุ่มโลแลนด์ (Lowland) สามารถพบได้ที่ระดับน้ำทะเลตั้งแต่ 0 – 1000 เมตร เจริญเติบโตได้ในสภาพอากาศแบบร้อนชื้น เหมาะสำหรับบ้านเรา กลุ่มไฮแลนด์ (Highland) สามารถพบได้ที่ระดับน้ำทะเลตั้งแต่ 1000 เมตรขึ้นไป เนื่องมีความต้องการความชื้นค่อนข้างสูงและสภาพอากาศต้องค่อนข้างเย็น ยากต่อการเลี้ยงในสภาพอากาศแบบร้อนชื้น แต่บางชนิดอาจสามารถปรับตัวจนสามารถเจริญเติบโตได้ แต่ขนาดของหม้ออาจจะไม่ใหญ่เหมือนกับการเลี้ยงในสภาพไฮแลนด์ ปัจจุบันหม้อข้าวหม้อแกงลิง เป็นไม้ที่คนให้ความสนใจหาชื้อ นำไปประดับตกแต่งแขวนไว้ตามต้นไม้บริเวณบ้าน เก็บสะสมเพาะเลี้ยงทำเป็นธุรกิจจำหน่ายส่งขายทั้งในและต่างประเทศกันในหลายพื้นที่ ดังเช่นคุณกำไร วรพานิชย์ หญิงวัย 50 ปีที่มีใจรักในการปลูกต้นไม้เป็นพื้นฐาน ทำให้สามารถประสบความสำเร็จกับอาชีพเพาะเลี้
