ไม้ดอกไม้ประดับ
ดอกไม้แสนสวยที่มีสีสดสวย และมีกลิ่นหอม นอกจากใช้ประดับเพิ่มความงามให้กับบ้านแล้ว ยังเป็นสมุนไพรมากคุณค่าอีกด้วย ตัวอย่างไม้ดอก ที่เป็นสมุนไพรที่ช่วยดูแลสุขภาพที่พบเจอกันได้บ่อยๆ ยกตัวอย่างเช่น 1.ปีบ หรือกาสะลอง ต้นไม้สูง ออกดอกขาวโพลนทั้งต้น กลิ่นหอมโชยตามลมอย่างต้นปีบนี้ ไม่ได้แค่สวยและหอมอย่างเดียว เพราะดอกของต้นปีบ ใช้เป็นสมุนไพรในการแก้โรคหอบ หืด ได้โดยการนำดอกมามวนสูบ 2.เบญจมาศ ดอกไม้ที่เป็นไปด้วยกลีบเล็กๆ อัดซ้อนกันจนแน่นอย่างเบญจมาศนี้ ไม่ได้แค่สวยอยู่แต่ในแจกันเท่านั้น เราสามารถนำดอกและใบมาคั้นเป็นยาสมุนไพร ใช้สำหรับรักษาบาดแผล หรือจะนำไปต้มดื่มรักษาโรคนิ่ว โรควัณโรค และโรคที่เกี่ยวกับต่อมน้ำเหลือง 3.บุนนาค ไม้ดอกกลีบบางน่าทะนุถนอม กลายเป็นสมุนไพรช่วยบำรุงเลือด ทำเป็นยาหอม รักษาอาการร้อนอ่อนเพลีย 4.บานเย็น ไม้ดอก ที่ดอกไม่บานตอนเช้า กว่าจะได้ยลโฉมก็ต้องรอบ่ายไปแล้ว นำดอกที่ได้มาคั้นเอาแต่น้ำ แล้วนำไปผสมน้ำดื่ม เป็นยาสมุนไพรที่ใช้สำหรับอาการกระอักเลือด และอาเจียนเป็นเลือด 5.บัวหลวง ดอกไม้บูชาพระ สวย สะอาด บริสุทธิ์ นอกจากจะสวยดึงดูดสายตาแล้ว ยังมีสรรพคุณเป็นสมุนไพรบำรุงหัว
พูดถึงต้นหญ้า หลายคนจะมองว่าเป็นพืชที่ไร้ค่า ไม่มีประโยชน์ สร้างความรกรุงรัง ใครเจอก็มักจะถอนทิ้งด้วยความฝังใจ แต่ในปัจจุบัน ต้นหญ้าที่เห็นอยู่ทั่วๆ ไปนั้น ถูกหยิบขึ้นมาใช้งาน สร้างคุณประโยชน์และคุณค่า Mr.Louis N. Wise ได้กล่าวไว้ว่า หญ้าเป็นทุกสิ่งทุกอย่างของชีวิตมนุษย์และสัตว์ต่างๆ หากปราศจากหญ้า มนุษย์จะกลายเป็นสิ่งมีชีวิตที่อดยาก สาเหตุที่เขากล่าวเช่นนี้ก็เพราะว่าต้นข้าวสาลีซึ่งผลผลิตเป็นแป้งสาลีและนำมาทำเป็นขนมปังนั้น แท้จริงแล้วก็คือหญ้าชนิดหนึ่งเช่นเดียวกับต้นข้าวของไทย และนอกจากต้นหญ้าจะเป็นแหล่งอาหารแก่มนุษย์และสัตว์ Mr.Louis N. Wise ยังได้กล่าวอีกว่า หญ้ามีส่วนช่วยกำกับดูแลสภาพแวดล้อม ป้องกันการชะล้างของหน้าดินที่เกิดจากลมและฝน ชนิดที่มีกอต้นและดอกจะนำมาปลูกเป็นหญ้าประดับสร้างความสวยงามภายในสวนของคุณอย่างลงตัว คุณสาธิต พุทธวรรักษ์ ผู้ที่หลงใหลและมีความรักในธรรมชาติ ชอบปลูกต้นไม้มาตั้งแต่สมัยเรียนอยู่ในรั้วมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ หลังเรียนจบจึงออกมาประกอบธุรกิจเพาะปลูกไม้ดอกไม้ประดับร่วมกับเพื่อน คุณสาธิต เล่าให้ฟังว่า หญ้าประดับ คือหญ้าที่นำมาจัดสวน มีทรงพุ่มสวยงาม ใบเป็นเส้นเ
ช่วงนี้ถ้าพูดถึงในวงการไม้ประดับใบที่มีงานประกวดและการซื้อขายในโลกออนไลน์อย่างต่อเนื่อง คงจะหนีไม่พ้นโชคเก้าชั้นที่กำลังได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง เพราะด้วยการพัฒนาสายพันธุ์ที่มีอยู่เสมอ ทำให้โชคเก้าชั้นเป็นอีกหนึ่งไม้ประดับที่น่าจับตา ซึ่งลูกไม้ใหม่ที่ได้จะไม่เหมือนต้นแม่เสียทีเดียว แต่มีการปรับเปลี่ยนไปเรื่อยๆ แบบไม่รู้จบ ตั้งแต่ใบสีเขียว สีขาว สีด่างขาว และด่างชนิดที่เรียกว่าสีสดออกไปทางแดงอย่างเด่นชัด เมื่อมีการพัฒนาอย่างสม่ำเสมอแล้ว จึงทำให้ลูกไม้ใหม่เป็นที่ชื่นชอบของผู้เล่นทั้งรายใหม่และรายเก่า คุณภาสกร ตินะโส หรือ คุณหนุ่ม เจ้าของสวนไชยกาญจน์ เป็นอีกหนึ่งท่านที่สนใจในเรื่องของการปลูกโชคเก้าชั้นเป็นอย่างมาก ในช่วงแรกมองว่าเป็นเพียงไม้ประดับใบใช้เพื่อตกแต่งบ้านเท่านั้น แต่เมื่อได้เรียนรู้และทำความรู้จักมากขึ้น คุณหนุ่มจึงเกิดแรงบันดาลใจและได้ทำการพัฒนาพันธุ์ให้เกิดลูกไม้ใหม่อย่างต่อเนื่อง จนสามารถส่งไม้เข้าประกวดและสร้างรายได้มาจนถึงปัจจุบัน โชคเก้าชั้น ไม้ประดับทรงคุณค่า คุณหนุ่ม เล่าว่า อาชีพหลักที่ทำอยู่คือเปิดร้านตัดผม แต่ด้วยความที่เป็นคนชื่นชอบการปลูกไม้ประดับ จึงได้หาซื้อ
คำว่า “บอนไซ” ไม่ใช่ชื่อพันธุ์ไม้ดอกไม้ประดับที่หลายๆ คนเข้าใจ แต่เป็นการเรียกชื่อของไม้ที่ได้มาทำการดัดหรือแต่ง ตามจินตนาการของผู้ปลูกด้วยการประยุกต์โดยนำไม้ต่างๆ มาทำให้เป็นไม้ที่มีขนาดเล็ก โดยย่อส่วนให้อยู่ในกระถางที่กำหนดไว้ และสร้างไม้ให้มีขนาดเล็กลงตามที่ผู้ปลูกต้องการ ดังนั้น ไม้ที่นำมาทำเป็นบอนไซนั้นไม้ว่าจะเป็นไม้ชนิดไหนก็สามารถทำได้ เพียงแต่ผู้ปลูกต้องมีเทคนิคและการทำโครงสร้างของไม้ให้ออกมาเป็นแบบธรรมชาติดั่งเดิมให้มากที่สุด คุณชานน นะศิลา อยู่บ้านเลขที่ 13/2 หมู่ที่ 13 แขวงบางพรม เขตตลิ่งชัน กรุงเทพฯ เป็นเกษตรกรรุ่นใหม่ไฟแรงที่เริ่มหลงรักและทำบอนไซมาตั้งแต่เรียนมหาวิทยาลัย ในช่วงนั้นเขาได้ลองผิดลองถูกและปรับเปลี่ยนความผิดพลาดจากการทำบอนไซ มาสร้างเป็นความชำนาญให้กับตัวเอง และศึกษาการทำบอนไซจากแหล่งศึกษาต่างๆ จึงทำให้เขาสามารถพัฒนาและผลิตไม้ต่างๆ นำมาทำเป็นบอนไซที่เกิดจากจินตนาการและประสบการณ์ จนเป็นรายได้มาถึงปัจจุบัน โดยเมื่อจบการศึกษาระดับปริญญาตรีแล้วเขาไม่ต้องไปทำงานที่ไหนไกลบ้าน แต่สามารถมีรายได้อันเกิดจากบอนไซที่เขารัก คุณชานน เล่าให้ฟังว่า เริ่มทำบอนไซมาตั้งแต่สมัยยังเ
คุณจีรศักดิ์ ดวงพัตรา เป็นเกษตรกรที่ปลูกกุหลาบเป็นอาชีพหลัก เรียกง่ายๆ ว่าเป็นผู้ปลูกกุหลาบตัวยงก็ว่าได้ ซึ่งภายในสวนของเขาปลูกเลี้ยงทั้งกุหลาบอังกฤษ กุหลาบเลื้อย และกุหลาบอีกมากมายหลายสายพันธุ์ที่มีคุณภาพและเป็นที่ต้องการของลูกค้ามากกว่า 50 ปีกันเลยทีเดียว คุณจีรศักดิ์ เล่าให้ฟังว่า กุหลาบอาจถือว่าเป็นพรรณไม้ที่อยู่ในสายเลือดของเขาก็ว่าได้ เพราะตั้งแต่จำความได้ก็เห็นกุหลาบเป็นไม้ที่สร้างรายได้ให้กับครอบครัว โดย คุณจีระ ดวงพัตรา ซึ่งเป็นคุณพ่อของเขาเป็นผู้เริ่มต้นของการทำ สวน “จีระ โรส เนิสเซอรี่” ขึ้นมา BARE ROOT ROSE (กุหลาบล้างราก) “การปลูกกุหลาบสวนผมนี่ทำมานานแล้วครับ ผู้ริเริ่มเลยก็คือคุณพ่อ ซึ่งตอนนี้ท่านก็จะอายุ 90 ปีแล้ว เรียกว่าท่านปลูกกุหลาบมามากกว่า 50 ปี เราทำด้านนี้โดยตรงเลยตั้งแต่ผมยังเด็กๆ เรียกว่าโตมาก็เห็นสิ่งที่ท่านทำมาตลอด พอผมโตขึ้นช่วงนั้นก็ไปทำธุรกิจอื่นก่อน ก็ยังไม่ได้ทำเต็มตัวเท่าที่ควร มาทำจริงๆ จังๆ ก็เมื่อประมาณปี 2555” คุณจีรศักดิ์ เล่าถึงความเป็นมา คุณจีรศักดิ์ เล่าให้ฟังอีกว่า ยุคที่เป็นยุคบุกเบิกของ สวนจีระ โรส เนิสเซอรี่ มีทั้งทีมงานที่ขยันขันแข็ง ช่วยกั
ดอกกุหลาบไม่เพียงให้ความสวยงามไว้เชยชมเพียงอย่างเดียว แต่ยังสามารถนำมาต่อยอดสร้างมูลค่าได้หลายแบบ และที่กำลังได้รับความนิยมอยู่ขณะนี้นั้นก็คือ ชากุหลาบนั้นเอง คุณนพเก้า จันโย ชื่นชอบของการปลูกกุหลาบ จึงได้นำกุหลาบที่มีดอกใหญ่สวยงาม มาพัฒนาเป็นชากุหลาบที่มีกลิ่นหอม โดยปลูกในระบบอินทรีย์จึงช่วยให้สินค้ามีความปลอดภัย และลูกค้าสามารถนำชาจากดอกกุหลาบไปชงดื่มได้อย่างมั่นใจ เพราะมีความปลอดภัยทุกกระบวนการผลิตที่มีความใส่ใจในทุกขั้นตอน คุณนพเก้า เล่าว่า การทำเกษตรเรียนรู้ตั้งแต่ครั้งสมัยคุณปู่คุณย่า ต่อมาเมื่อมีโอกาสรับช่วงต่อ จึงได้กลับมาอยู่บ้านเกิดอย่างเต็มตัว และทำเกษตรแบบปลอดสารพิษเป็นเกษตรอินทรีย์ทั้งหมด โดยมีการปรับเปลี่ยนจากการทำเกษตรแบบเดิมๆ ที่มักพึ่งพาการใช้สารเคมีเพียงอย่างเดียว มาทำแบบไร้สารเคมีปลอดภัยทั้งผู้ทำและสินค้าที่ผลิต “พอต้องมาอยู่บ้านซึ่งมีการทำเกษตรอยู่แล้ว เลยคิดว่าจะทำอย่างไรที่จะยั่งยืน และไม่ทำลายสุขภาพตัวเราด้วย ก็เลยตัดสินใจที่จะทำนาอินทรีย์และพืชอื่นๆ ที่เป็นอินทรีย์ ทีนี้กุหลาบเราชอบ และซื้อสะสมพันธุ์ไว้เยอะพอสมควร จึงมองว่าต้องนำมาทำให้เกิดประโยชน์ ซึ่งชากุหลาบค
ปัจจุบัน นอกจากกระบองเพชรจะเป็นที่น่าสนใจของใครหลายๆ คนแล้ว ณ เวลานี้ ยังมีไม้ประดับอีกชนิดหนึ่งที่มีหน้าตาแปลกไปกว่าไม้ประดับทั่วไป ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมไม่แพ้กันในเวลานี้ นั้นก็คือ ฮาโวเทีย ฮาโวเทีย จัดเป็นไม้อวบน้ำตระกูลใกล้เคียงกับกระบองเพชร มีปลูกกันอยู่ทั่วไปในแถบทวีปเอเชีย ยุโรป และอเมริกา ซึ่งในประเทศไทยเองก็มีการนำเข้ามาปลูกและขยายพันธุ์กันมากขึ้น เพื่อขายให้กับผู้ที่ชื่นชอบและหลงใหลในไม้สายพันธุ์นี้ คุณอัญชลี อรุณ อยู่บ้านเลขที่ 75/1 ถนนโพธิ์ทอง ตำบลทางเกวียน อำเภอแกลง จังหวัดระยอง ก็เป็นอีกหนึ่งเกษตรกรที่ปลูกเลี้ยงไม้ประดับหลายชนิด ซึ่งเธอเองก็มีความสนใจในฮาโวเทียด้วยเช่นกัน ปลูกเลี้ยงไม้ประดับเป็นอาชีพ คุณอัญชลี เล่าให้ฟังว่า เมื่อเข้าสู่วัยทำงานได้เลือกปลูกเลี้ยงไม้ประดับเป็นอาชีพสร้างเงินให้กับตนเอง โดยเริ่มแรกปลูกไม้จำพวกเกลียวสวรรค์ ลิ้นมังกร ต่อมาได้มีการนำฮาโวเทียเข้ามาปลูกภายในสวน เพราะมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวซึ่งกำลังเป็นที่นิยมของตลาด “เรามองว่าไม้ตัวนี้น่าสนใจ เพราะเห็นได้จากคนที่เลี้ยงกระบองเพชร เริ่มมาสนใจไม้ตัวนี้กันมาก มักจะหาซื้อไปสะสม ซึ่งฮาโวเทียมีหลากหลายสายพันธ
ประเทศไทยได้ชื่อว่าเป็นแหล่งกล้วยไม้เขตร้อนที่สำคัญแห่งหนึ่งของโลก โดยเฉพาะกล้วยไม้รองเท้านารีพันธุ์พื้นเมืองที่มีถิ่นกำเนิดในประเทศไทย ซึ่งมีจำนวน 17 ชนิด ล้วนอยู่ในสกุล paphiopedilum spp. มีชื่อสามัญว่า Lady slipper orchid ชื่อไทยว่า “รองเท้านารี” ที่เรียกชื่อดังนี้ เนื่องจากดอกมีลักษณะขอบปากงองุ้มเข้าหากัน คล้ายหัวรองเท้าของชาวดัตช์ การที่ดอกมีรูปทรงแปลกตาและสามารถใช้เป็นไม้ประดับได้ จึงได้รับความนิยมปลูกเลี้ยงอย่างแพร่หลาย กล้วยไม้รองเท้านารีจึงจัดเป็นพืชที่มีศักยภาพชนิดหนึ่งทางการตลาด การที่กล้วยไม้รองเท้านารีได้รับความนิยมในการปลูกเลี้ยงกันอย่างแพร่หลาย ทำให้มีการลักลอบเก็บออกจากป่าเป็นจำนวนมาก ในขณะเดียวกัน ป่าไม้ก็ถูกทำลายลง ทำให้ปริมาณของกล้วยไม้รองเท้านารีจากแหล่งธรรมชาติลดลงจนใกล้สูญพันธุ์ อีกทั้งกล้วยไม้รองเท้านารีจัดเป็นพืชอนุรักษ์บัญชีหมายเลข 1 ของอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพันธุ์พืชที่กำลังสูญพันธุ์ หรือที่เรียกว่า อนุสัญญาไซเตส (CITES Appendix I) ซึ่งควบคุมไม่ให้มีการส่งออกกล้วยไม้รองเท้านารีพันธุ์แท้ที่เก็บจากป่า ยกเว้นพืชอนุรักษ์ที่ได้จากการข
มะพร้าว เป็นพืชยืนต้นที่สามารถปลูกและหาได้ทั่วทุกภาคของประเทศไทย สามารถใช้ประโยชน์ได้ในหลายทาง เช่น น้ำและเนื้อมะพร้าวอ่อนใช้รับประทาน เนื้อในผลแก่ นำไปขูดและคั้นทำกะทิ กะลานำไปประดิษฐ์สิ่งของต่างๆ เช่น กระบวย โคมไฟ ฯลฯ นอกจากนี้ มะพร้าวจัดเป็นพรรณไม้มงคลชนิดหนึ่ง มีความเชื่อกันว่าหากใครปลูกมะพร้าวไว้ทางทิศตะวันออกของบ้านเพื่อความสิริมงคล หญิงตั้งครรภ์มีความเชื่อว่า ถ้าดื่มน้ำมะพร้าวอ่อนอยู่เสมอ เด็กทารกที่คลอดจะไม่มีไขมันเกาะตัวมากนัก ทำให้ทารกแข็งแรงและผิวพรรณดี และอีกหนึ่งความเชื่อที่จะเห็นได้จากการที่เราไปงานศพ นั่นคือวันสุดท้ายของการฌาปนกิจ หรือก่อนการเผาศพผู้เสียชีวิต สัปเหร่อจะทำพิธีกรรมด้วยการเฉาะมะพร้าว และนำน้ำมะพร้าวที่ได้มาล้างหน้าศพ ความเชื่อเกี่ยวกับเรื่องนี้มีความหมายซ่อนอยู่ น้ำมะพร้าวเป็นน้ำที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติจึงมีความสะอาดและบริสุทธิ์ นำมาชำระล้างสิ่งไม่ดีให้หมดสิ้นไปจากผู้เสียชีวิต เชื่อว่าจะทำให้ผู้เสียชีวิตเกิดความผ่องใส เดินทางไปยังภพหน้าได้อย่างสงบสุข จากที่กล่าวมา มะพร้าวถือเป็นอีกหนึ่งในพืชมงคลที่มีความเชื่อมายาวนานตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน สมัยก่อนมะพร้า
คุณนายตื่นสาย เป็นอีกหนึ่งไม้ดอกไม้ประดับที่ไม่มีใครที่ไม่รู้จัก เพราะเมื่อแสงแดดออกยามสายแล้ว ต้นคุณนายตื่นสายจะมีดอกสีสดที่บานสะพรั่งไปทั่วพื้นที่ปลูก ทำให้มองแล้วมีสีที่สวยงามชวนมองทีเดียว ซึ่งปัจจุบันไม้ชนิดนี้ได้มีการพัฒนาไปอย่างมาก มีเกษตรกรได้นำสายพันธุ์ที่อยู่ต่างประเทศเข้ามาปลูก ตลอดจนมีการพัฒนาสายพันธุ์อย่างต่อเนื่องจึงทำให้คุณนายตื่นสายมีหลากสีสันมากขึ้น และที่สำคัญดอกยังมีการซ้อนของกลีบตลอดไปจนถึงสี ดอกเองก็มีความงามที่มีหลายสีในดอกเดียว ส่งผลให้ตลาดของคุณนายตื่นสายเป็นอีกไม้ประดับที่น่าจับตามองเช่นกัน คุณวีรกานต์ บัวทุม หรือ คุณเม อยู่บ้านเลขที่ 137 หมู่ที่ 2 ตำบลบ้านโสก อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ ได้สนใจนำต้นคุณนายตื่นสายเข้ามาปลูกในพื้นที่บ้าน 1 ไร่ของเธอ โดยไม่อยากให้ครอบครัวทำเกษตรที่เน้นเชิงเดี่ยวเพียงอย่างเดียว เธอจึงได้นำคุณนายตื่นสายเข้ามา ทดลองปลูก จากนั้นมีการพัฒนาสายพันธุ์จนประสบผลสำเร็จเกิดการซื้อขายแบบออนไลน์ สามารถทำเป็นอาชีพเสริมควบคู่กับงานประจำได้เป็นอย่างดี คุณนายตื่นสาย อีกหนี่งทางเลือกเสริมรายได้ คุณเม เล่าให้ฟังว่า ปัจจุบันมีอาชีพรับราชการเป็
