ปศุสัตว์ เกษตรรอบด้าน

เคล็ดลับเพิ่มปริมาณน้ำนม ด้วยเทคนิคระเบิดฐานนม ของเกษตรกรผู้เลี้ยงวัว ตำบลป่าเด็ง เพชรบุรี 

การเลี้ยงโคนมให้มีต้นทุนต่ำ และเพิ่มน้ำนมวัวอย่างมีประสิทธิภาพ อาศัยหลักการสำคัญ คือ การจัดการอาหาร, การกระตุ้นการผลิตน้ำนม และการดูแลสุขภาพของแม่โค การเพิ่มอาหารที่มีโปรตีนสูงและมีใยอาหารสูงจะช่วยเพิ่มน้ำนมได้ ควบคู่กับการกระตุ้นการรีดน้ำนมให้สม่ำเสมอตามรอบ จะทำให้แม่โคสร้างน้ำนมเพิ่มขึ้น สุดท้าย การจัดการด้านสุขภาพ เช่น การป้องกันการเจ็บป่วย การลดความเครียด และการพักผ่อนให้เพียงพอ จะส่งผลดีต่อประสิทธิภาพการผลิตน้ำนม

ลุงทินกร ศิริสมบัติ ผู้เลี้ยงโคนมในพื้นที่ตำบลป่าเด็ง อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี เจ้าของรางวัลเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ สาขาอาชีพเลี้ยงสัตว์ ประจำปี 2554 มีเทคนิคการเลี้ยงโคนมให้มีต้นทุนต่ำและได้ผลผลิตสูงที่เกิดจากการสะสมประสบการณ์การเลี้ยงโคนมมานานหลายสิบปี

ลุงทินกรปรับเปลี่ยนวิธีการจัดการภายในฟาร์มโคนมมาอย่างต่อเนื่อง สำหรับด้านอาหารสัตว์นั้น จะใช้อาหารหยาบเพื่อลดต้นทุน ทั้งเช่าพื้นที่ปลูกหญ้าเลี้ยงโคนม คือ หญ้ารูซี่ กินนีสีม่วง เพื่อเป็นแหล่งอาหารหยาบคุณภาพดีสำหรับโคนม เน้นอาหารหญ้าสดคุณภาพดีจากแปลงหญ้าที่ปลูก เสริมด้วยกากสับปะรดและอาหารสำเร็จรูป ทั้งพัฒนาการเลี้ยงจนได้ฟาร์มมาตรฐานของกรมปศุสัตว์ และเป็นฟาร์มโคนมต้นแบบสาธิตของจังหวัดเพชรบุรี ที่มีสัดส่วนโครีดนม ไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ของฝูง

ดูแลใส่ใจการเลี้ยงทุกขั้นตอน


ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ลุงทินกรประสบความสำเร็จในอาชีพ เกิดจากการดูแลใส่ใจ พัฒนาการเลี้ยงโคนมตามหลักวิชาการอย่างเป็นระบบมาโดยตลอด มีการปรับปรุงพันธุ์โคนมโดยใช้การผสมเทียม รวมทั้งมีการคัดเลือกแม่โคในฟาร์มโดยเน้นรูปร่างภายนอก เช่น ลักษณะโครงสร้างใหญ่ รูปทรงตรงตามลักษณะประจำสายพันธุ์ รูปทรงเป็นสามเหลี่ยม เส้นเลือดที่เต้านมใหญ่ เต้านมกว้างและระยะเต้านมห่าง คอเล็ก ผิวหนังบาง กีบสวย ถือเป็นลักษณะของโคนมที่แข็งแรงและให้น้ำนมดี นอกจากนี้ ยังมีการนำสายพันธุ์บราวน์สวิสมาทดลองผสมเพื่อพัฒนาสายพันธุ์ของโคนมภายในฟาร์มด้วย

นอกจากนี้ ลุงทินกรยังมุ่งเน้นการเลี้ยงด้วยอาหารหยาบและอาหารข้นคุณภาพดี โดยส่วนของอาหารหยาบนั้นเน้นการใช้หญ้าคุณภาพดี เช่น รูซี่ กินนีสีม่วง โดยจะตัดให้กินในระยะที่เหมาะสม อายุไม่เกิน 45 วัน และฟางแห้งในฤดูแล้ง ส่วนอาหารข้นใช้การผสมจากวัตถุดิบและวัสดุเหลือใช้ราคาถูกที่มีในท้องถิ่นเป็นหลัก เน้นจัดสัดส่วนอาหารที่มีอาหารหยาบหมักและอาหารข้นร่วมด้วย อาทิ มันเส้น สับปะรดหมัก กากถั่วเหลือง กากเบียร์ กระถินป่น รำแป้ง วิตามิน แร่ธาตุรวมสำหรับโครีดนม ลุงทินกรจะให้อาหารแก่แม่โคได้กินเต็มที่ตามต้องการ ก่อนรีดนม 15 นาที ตัวละไม่น้อยกว่า 8-9 กิโลกรัม/ครั้ง วันละ 2 ครั้ง และจัดหาอาหารแร่ธาตุก้อนให้โคได้เลียกินตลอดเวลา

นอกจากนี้ ลุงทินกร ยังมีเทคนิคการจัดการให้ได้น้ำนมสูง ที่เรียกว่า “การระเบิดฐานนม”  คือ การเน้นเพิ่มอาหารและยาบำรุงเป็นพิเศษสำหรับแม่โคหลังนมแห้ง 1 เดือน เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับแม่โคก่อนและหลังคลอด อีกทั้งมีการจัดการฝูงโคนมที่จัดสัดส่วนแม่โคให้นมในสัดส่วนที่สูงกว่าแม่โคไม่ให้นม โดยมีสัดส่วนร้อยละ 60 ของแม่โคนมทั้งหมด

ด้านการป้องกันโรค จะเน้นการสุขาภิบาลและการทำวัคซีนเพื่อป้องกันโรคปากและเท้าเปื่อยปีละ 2 ครั้ง พร้อมกับการเจาะเลือดเพื่อตรวจหาโรคบรูเซลโลซีส วัณโรคและพาราทูเบอร์คูโลซีส ปีละครั้ง ถ่ายพยาธิ 21 วัน/ครั้ง รวมทั้งฉีดยาบำรุงร่างกาย โดยดูจากสุขภาพและฉีดหลังคลอด 2 สัปดาห์

 ที่สำคัญอีกประการคือ การควบคุมปัญหาโรคเต้านมอักเสบโดยการรีดด้วยมือตาม หลังการรีดด้วยเครื่องทุกครั้ง เน้นความสะอาดในคอกรีดและอุปกรณ์รีดนม หลังรีดนม ให้แม่โคพักในคอกในระยะหนึ่งก่อนปล่อยเพื่อให้รูเต้านมปิดสนิทป้องกันเชื้อโรค

ด้านการจัดการฟาร์ม ลุงทินกรได้พัฒนารูปแบบการจัดการฟาร์มจนได้รับรองให้เป็นฟาร์มมาตรฐานโคนม โดยมีลักษณะแยกโรงเรือนออกเป็นส่วนๆ คือ คอกรีดนม คอกพักโค คอกลูกโค คอกโครุ่น-โคสาว คอกโคสาวท้อง คอกโคพักท้อง ห้องเก็บอาหาร ห้องเก็บวัสดุ ที่เก็บยาเวชภัณฑ์ ที่เก็บอุปกรณ์รีดนม ที่เก็บมูลโค ที่เก็บฟาง/หญ้าเลี้ยงโค เพื่อให้ง่ายต่อการจัดการและเพื่อความเหมาะสมต่อการดูแลป้องกันโรคภายในฟาร์ม

ด้านตลาด ลุงทินกรเป็นสมาชิกสหกรณ์โคนมไทย-เดนมาร์คห้วยสัตว์ใหญ่ จำกัด โดยส่งน้ำนมให้สหกรณ์ วันละ 2 ครั้ง ในช่วงเช้าและบ่าย มีการจัดทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย มีปริมาณน้ำนมเฉลี่ยมากกว่า 21 กิโลกรัม/ตัว/วัน มีค่าไขมันนมเฉลี่ยร้อยละ 4 คุณภาพของน้ำนมอยู่ในระดับดีถึงดีมากตลอดปี  ทำให้มีผลกำไรดีต่อเนื่อง  นอกจากนี้ ยังมีการสร้างเครือข่ายผู้เลี้ยงโคนม ช่วยเหลือ ส่งเสริม สนับสนุนและแก้ไขปัญหาให้แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมที่มีปัญหา รวมทั้งให้ความร่วมมือกับหน่วยงานราชการต่างๆ เป็นอย่างดี  

เพิ่มปริมาณน้ำนม ด้วยเทคนิคระเบิดฐานนม

ลุงทินกรพัฒนาระบบการจัดการฟาร์ม เพื่อให้โคนมสามารถให้ผลผลิตน้ำนมได้มากนั้น ถือเป็นเทคนิคสำคัญที่ลุงทินกรได้กระทำมาอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งนำวิชาการตามข้อแนะนำของกรมปศุสัตว์เข้ามาช่วย รวมถึงการคิดค้นพัฒนาเทคนิคการเลี้ยงของตนเองขึ้นมา

การระเบิดฐานนม เป็นหนึ่งในเทคนิคที่ลุงทินกรได้คิดค้นขึ้น และได้ปฏิบัติใช้ในฟาร์มจนประสบความสำเร็จ สามารถทำให้แม่โคมีปริมาณการให้น้ำนมต่อตัวที่เพิ่มมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

สิ่งสำคัญที่ทำให้ลุงทินกรประสบความสำเร็จในอาชีพการเลี้ยงโคนม อาศัยการใส่ใจดูแลเอาใจแม่โคนมเป็นอย่างดี โดยเฉพาะในเรื่องของสุขภาพ เพราะถือหลักว่า เลี้ยงโคนมเหมือนกับการเลี้ยงลูกหลานในครอบครัว ทำให้โคนมทุกตัวให้น้ำนมสูงทั้งสิ้น โดยเลี้ยงโคนมตัวหนึ่ง จะสามารถรีดน้ำนมได้ไม่ต่ำกว่า 3,000-4,000 กิโลกรัม สิ่งสำคัญคือ ต้องมีการดูแลเอาใจใส่ ให้ทั้งอาหารและยาบำรุงอย่างเต็มที่

จุดเริ่มต้นของการใช้เทคนิคระเบิดฐานนมของลุงทินกร เกิดขึ้นจากวันหนึ่งได้ซื้อแม่โคนมท้อง 3 จากฟาร์มของเพื่อนเกษตรกรเข้ามาเลี้ยง แต่แม่โคกลับไม่ให้ปริมาณน้ำนมมากนัก จึงมาพิจารณาหาสาเหตุ ก็พบว่า จากการเลี้ยงที่ผ่านมา แม่โคไม่ได้รับการให้อาหารที่ดี และไม่มีการบำรุงเลย ลุงทินกรจึงปรับโปรแกรมการเลี้ยงใหม่ทั้งหมด ทั้งให้อาหารและฉีดยาบำรุงต่อเนื่อง จนมีสุขภาพดีขึ้น แม่โคก็ให้ปริมาณน้ำนมมากขึ้น จากเดิมที่เคยให้น้ำนมเพียง 18 กิโลกรัม ต่อวัน เพิ่มขึ้นมาเป็น 32-40 กิโลกรัม เลยทีเดียว แต่กว่าจะสำเร็จได้ ก็ลองผิดลองถูกอยู่นานเหมือนกัน

สำหรับเทคนิคการระเบิดฐานนมนั้น มีเคล็ดลับสำคัญ 2 ประการ คือ การให้อาหาร และการฉีดยาบำรุง รวมถึงการถ่ายพยาธิ ต้องเริ่มทำตั้งแต่แม่โคตั้งท้องได้ประมาณ 7 เดือน การให้อาหารนั้นดูจากสภาพโคเป็นหลักว่ามีลักษณะอ้วนหรือผอม จากนั้นให้อาหารกินอย่างเต็มที่ในช่วงแรก โดยใช้สูตรอาหารที่คิดส่วนผสมขึ้นเอง มีปลาป่น เปลือกสับปะรดหมัก กากเบียร์ แร่ธาตุ กินดิน รำ เป็นส่วนผสมหลัก ให้แม่โคกินเต็มที่ วันละ 5-7 กิโลกรัม นานประมาณ 2 เดือน ก่อนหยุดรีดนม

แต่เดือนสุดท้าย จะหยุดการให้อาหารข้น เปลี่ยนมาให้ฟางหรือเปลือกสับปะรดหมักเพียงอย่างเดียว เพื่อให้แม่โคนมแห้งมากที่สุด และต้องมีการรีดนมออกทุกวัน เพื่อป้องกันการเกิดการอักเสบของเต้านม ซึ่งตรงนี้เจ้าของโคต้องมีการตรวจเช็คดูแลตลอดว่า เต้านมของแม่โคมีการอักเสบ หรือเป็นฝีเกิดขึ้นหรือไม่ หากพบก็รีบให้ดำเนินการแก้ไข พอนมเหลือวันละ 6-7 กิโลกรัม ต่อวัน ก็จะหยุดการรีด ปล่อยให้เป็นโคดราย หลังจากแม่โคคลอดลูกแล้วประมาณ 3 เดือน ก็จะผสมพันธุ์รอบใหม่

ส่วนยาบำรุง จะฉีดยาให้กับแม่โคอย่างต่อเนื่อง ทุก 7-10 วัน โดยดูจากสภาพโคเป็นหลัก ว่าอ้วนหรือผอม และหลังจากคลอดลูกแล้ว การฉีดยาบำรุงก็จะทำต่อเนื่อง โดยฉีดให้ทุก 7-15 วัน เช่นกัน รวมถึงการถ่ายพยาธิอย่างต่อเนื่องด้วย

Related Posts