ปศุสัตว์
หลายๆ คน อาจจะประสบปัญหาปลวกที่แอบซ่อนอยู่ในบ้าน เฉพาะบ้านที่มีโครงสร้างไม้ หรือใช้เฟอร์นิเจอร์ที่มีไม้เป็นวัสดุหลักย่อมมีความเสี่ยงจากปลวกด้วยกันทั้งนั้น เนื่องจากปลวกตอบสนองได้ดีต่อความชื้น และขยายอาณาจักรด้วยการเลือกสถานที่ที่อบอุ่น ไม่ว่าจะเป็นความอบอุ่นจากแสงไฟหรือแสงอาทิตย์ และปลวกยังเป็นแมลงที่เคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา เราจึงต้องหาวิธีกำจัดปลวกให้หมดไปจากบ้านทำด้วยตัวเองได้ง่ายๆ แต่ถ้าไม่อยากใช้สารเคมี วันนี้เทคโนโลยีชาวบ้านมีเคล็ดลับกำจัดปลวกแบบไม่ใช้สารเคมี อุปกรณ์หาได้ง่ายๆ และทำตามกันได้ ไปดูว่ามีวิธีไหนกันบ้าง ใบขี้เหล็ก ต้องบอกเลยว่าประสิทธิภาพการกำจัดปลวกของใบขี้เหล็กนั้นดีเยี่ยม เป็นวิธีกำจัดปลวกด้วยธรรมชาติ ที่สามารถกำจัดปลวกได้เป็นอย่างดี วิธีทำ : นำใบขี้เหล็กประมาณ 5 กรัม มาบดหรือปั่นเพื่อให้มีความละเอียด จากนั้นจึงผสมน้ำลงไป 20 ลิตร ก่อนจะบรรจุใส่ขวดสเปรย์เพื่อให้ง่ายต่อการใช้งาน โดยฉีดในจุดที่ปลวกขึ้น และฉีดซ้ำๆ ประมาณ 3-5 วัน ปลวกที่คอยรังควานบ้านก็จะค่อยๆ ลดหายไป น้ำส้มสายชู น้ำส้มสายชูเป็นวัตถุดิบสารพัดประโยชน์ เป็นของใช้ในบ้านที่มีประโยชน์มากจริงๆ นอกจากใช้ทำอาหาร
ปัจจุบันกระแสการดูแลสุขภาพกำลังได้รับความนิยม อาหารที่รับประทานต้องมีความปลอดภัยได้มาตรฐาน มีตรารับรองคุณภาพ ยิ่งผลิตแบบอินทรีย์ยิ่งได้ราคาสูง ตลาดยังกว้างแต่ผลผลิตมีน้อยไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาด ไก่ดำ เป็นไก่ที่มีการพัฒนาสายพันธุ์ขึ้น เพื่อให้เป็นไก่ที่ตอบโจทย์กับความต้องการของตลาด คือมีเนื้อดำ หนังดำ มีหน้าแข้งดำ เครื่องในและกระดูกดำ ซึ่งความดำในตัวไก่ดำมีความเชื่อกันว่ามีสรรพคุณบำรุงร่างกาย การได้กินไก่ดำเปรียบเสมือนได้กินยาอายุวัฒนะ ทำให้ชะลอความแก่ได้ จึงเป็นที่สนใจของผู้ที่รักสุขภาพ คุณระเบียบรัตน์ มณีมัย หรือ พี่แดง อยู่บ้านเลขที่ 4 หมู่ที่ 5 ตำบลเขาดิน อำเภอเขาพนม จังหวัดกระบี่ เป็นอีกหนึ่งเกษตรกรที่ทำการเกษตรหลากหลาย ทั้งปลูกผักกางมุ้ง เลี้ยงสุกรขุน ทำไร่นาสวนผสม มีรายได้หมุนเวียนจากกิจกรรมที่ทำตลอดทั้งปี และยังให้ความรู้แก่ผู้ที่สนใจทำอาชีพเกษตร โดยสามารถเข้ามาชมที่สวนได้ตลอดเวลาโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย จึงได้รับการคัดเลือกจากสำนักงานเกษตรอำเภอเขาพนม ให้เป็นศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.ศูนย์เครือข่าย) ซึ่งจะมีทั้งเกษตรกรในพื้นที่และจากจังหวัดใกล้เ
“ไก่ฟ้าโกลเด้น” (GOLDEN PHEASANT) หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า “ไก่ฟ้าสีทอง” เป็นสัตว์ป่าประเภทไก่ฟ้าที่นำมาเลี้ยงเป็นสัตว์เลี้ยงสวยงาม ได้รับความนิยมอย่างมากในขณะนี้ มีถิ่นกำเนิดดั้งเดิมบนภูเขาสูง พบมากทางภาคกลางและภาคตะวันตกของสาธารณรัฐประชาชนจีน รวมถึงบางพื้นที่ในปากีสถาน, อินเดียและศรีลังกา เป็นต้น มีความสวยงามและทนทานต่ออากาศหนาวได้เป็นอย่างดี ลักษณะที่โดดเด่นของไก่ฟ้าโกลเด้น ( ตัวผู้ ) มีสีสันสวยงาม จึงทำให้ไก่ฟ้าโกลเด้นแตกต่างจากไก่ฟ้าสายพันธุ์อื่นๆ คือ มี 5 สีในตัวเดียวกัน ได้แก่ สีเหลือง-ทอง, สีแดง ,น้ำเงิน ,เขียว และส้ม (เฉพาะตัวผู้เท่านั้น) ขนด้านบนหัวจะเป็นสีทอง ไล่โทนตั้งแต่ท้ายทอยเป็นสีส้มทองตัดด้วยวงแหวนเป็นคลื่นสีดำ ตรงด้านหลังคอมีลักษณะเป็นขนสีทองลายขีดสีดำยาวปกคลุมลงมาถึงหลัง ขนปีกสีดำจุดน้ำตาล และที่ใต้ปีกมีสีเหลืองทองอยู่ด้านใน ขนหางคู่กลางยาวมาก โคนหางสีน้ำตาลแดงอ่อนจุดดำไปจนถึงปลายหาง ด้านล่างของลำตัวใต้ท้องมีสีแดงเพลิงเลือดหมู ไม่มีหงอนบนหัวแข้งขาสีเนื้อ ขนาดตัวเล็กกว่าไก่ฟ้าสายพันธุ์ไทย ส่วนไก่ฟ้าตัวเมีย สีขนทั่วทั้งลำตัวเป็นสีน้ำตาลเข้ม มีลายขีดสีน้ำตาลดำ ลำตัวด้าน
ในปัจจุบันพบว่าประเทศไทยมีผลผลิตน้ำนมดิบประมาณ 2,800-3,000 ตันต่อวัน ในขณะที่ตลาดผลิตภัณฑ์นมพร้อมดื่มโดยรวมปีนี้เติบโตสูงกว่าปีก่อนถึง 7% ซึ่งแนวโน้มปริมาณการผลิตน้ำนมดิบกลับลดลง เนื่องจากต้นทุนอาหารสัตว์ที่สูงขึ้นและพร้อมกับภาวะโลกเดือด จึงทำให้จำนวนเกษตรกรโคนมที่ลดลง อีกทั้งอุตสาหกรรมโคนมก็ยังเป็นแหล่งของการปล่อยก๊าซมีเทน หากไม่มีการจัดการฟาร์มอย่างเป็นระบบครบวงจร เนสท์เล่ได้เล็งเห็นถึงปัญหาและความท้าทายที่เกิดขึ้น จึงร่วมมือกับเกษตรกรในการส่งเสริมการทำฟาร์มโคนมตามแนวทางความยั่งยืน ด้วยการเกษตรเชิงฟื้นฟู หรือ Regenerative Agriculture คุณสลิลลา สีหพันธุ์ ผู้อำนวยการบริหารฝ่ายองค์กรสัมพันธ์ บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด กล่าวว่า เพราะน้ำนมดิบถือเป็นวัตถุดิบสำคัญของเนสท์เล่ในการนำมาผลิตผลิตภัณฑ์แบรนด์ต่างๆ ที่เป็นที่รู้จัก เช่น ไมโล ตราหมี และเนสกาแฟ เราจึงให้ความสำคัญกับการจัดหาน้ำนมดิบที่ต้องมีคุณภาพดี และมีแหล่งผลิตที่ยั่งยืนหรือ Sustainable Sourcing เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เนสท์เล่ได้ดำเนินโครงการเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในฟาร์มโคนม ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในแผนงานเพื่อบรรลุเป้าหม
ในช่วงนี้การทำปศุสัตว์ค่อนข้างได้รับความนิยมไม่แพ้การทำเกษตรอื่นๆ โดยเกษตรกรได้มีการเลี้ยงสัตว์หลายชนิดภายในพื้นที่ เพื่อสร้างเป็นสัตว์ที่มีคุณภาพและขยายพันธุ์จำหน่าย เพราะการทำตลาดของปศุสัตว์นั้นไม่เพียงแต่บริโภคเนื้อเพียงอย่างเดียว แต่ยังสามารถนำมาผลิตสร้างตลาดได้หลากหลาย จึงทำให้เกษตรกรเริ่มให้ความสนใจในการแบ่งพื้นที่ของตัวเองเพื่อเลี้ยงสัตว์มากขึ้น อย่างน้อยเมื่อสัตว์อีกชนิดราคาตกก็ยังมีสัตว์ชนิดอื่นได้ราคาที่ทดแทนกัน คุณธีราเมท โรจนวีรเดช อยู่บ้านเลขที่ 58/2 หมู่ที่ 6 ตำบลวังน้ำเขียว อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม เกษตรกรรุ่นใหม่ไฟแรงที่มีความชื่นชอบในเรื่องของการเลี้ยงโคเนื้อมาตั้งแต่เด็ก ชนิดที่ว่าทุกลมหายใจของเขาอยากจะเลี้ยงสัตว์เพียงอย่างเดียว จนทำให้สิ่งที่เขารักและชอบได้มาเป็นอาชีพของเขาในทุกวันนี้ มีตั้งแต่การเลี้ยงโคเนื้อพันธุ์อเมริกันบราห์มัน การเลี้ยงแกะ และสัตว์อื่นๆ อีกหลายชนิด จนสร้างรายได้ให้กับเขาได้ตกปีละเป็นแสนบาทกันเลยทีเดียว คุณธีราเมท เล่าให้ฟังว่า เริ่มเลี้ยงโคอย่างจริงจังตอนเขามีอายุได้ 18 ปี โดยนำเงินที่เก็บสะสมมาตั้งแต่สมัยที่เป็นเด็กที่มีญาติพี่น้องให้มาเรื่อ
หมาไทยหลังอาน เป็นสุนัขพันธุ์พื้นเมืองเก่าแก่ของประเทศ มีจุดเด่นตรงแผ่นหลังที่มีขนคล้ายอาน มีขนสั้น หูตั้งเป็นรูปสามเหลี่ยม ปลายจมูก ปาก ลิ้นสีดำ หางเรียวยาวเป็นรูปดาบ ถือเป็นเอกลักษณ์ประจำพันธุ์ที่มีความสวยงาม ทั้งยังเป็นหมาที่มีความฉลาด อุปนิสัยรักอิสระ ซื่อสัตย์ เชื่อมั่นในตัวเอง มีความกระตือรือร้น ไม่เกรงกลัวศัตรูจะเป็นคนหรือสัตว์อื่นในแบบใจถึงพึ่งได้ สามารถเลี้ยงไว้เฝ้าบ้าน เฝ้าสวน เป็นได้ทั้งเพื่อนและคู่หูผู้ซื่อสัตย์ “ไทยหลังอาน บ้านสุขสันต์” ฟาร์มเพาะ-ขาย หมาไทยหลังอานที่ได้คุณภาพ หมาทุกตัวผ่านการผสมอย่างถูกต้องตามขั้นตอน มีรูปร่างลักษณะตรงตามเกณฑ์ทุกตัว ฟาร์มแห่งนี้ตั้งอยู่ หมู่ที่ 7 ตำบลหนองหงส์ อำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช มี คุณสุขสันต์ ไกรวาปี เป็นเจ้าของ คุณสุขสันต์เริ่มเลี้ยงหมาไทยหลังอานไว้เป็นเพื่อนเฝ้าบ้านจำนวน 2 ตัว เหตุผลที่ชอบเพราะเห็นว่ามีความแข็งแรง ไม่ค่อยเจ็บป่วย เลี้ยงง่าย โครงสร้างร่างกายสวยงามสมส่วน โดยเฉพาะจุดเด่นที่อานหลังมีลักษณะคล้ายรูปศร ไม่ดุร้ายหรือก้าวร้าว เมื่อเลี้ยงมาได้สัก 2 ปีจึงลองเพาะขยายพันธุ์ได้สำเร็จตามคุณลักษณะทุกอย่าง จากนั้นจึงพัฒนาเพ
อ้น เป็นสัตว์ฟันแทะจำพวกหนึ่ง มีรูปร่างคล้ายหนูขนาดใหญ่ มีรูปร่างโดยรวมคือ มีลำตัวกลม อ้วน ป้อม ขนสีน้ำตาล ตาและหูเล็กมาก ขาและหางสั้นไม่มีขน อาศัยอยู่ใต้ดินหรือโพรงไม้ ฟันแทะคู่หน้ามีขนาดใหญ่เห็นได้ชัด อ้นถูกแบ่งเป็น 4 ชนิด 1. อ้นใหญ่ 2. อ้นกลาง 3. อ้นเมืองจีน 4. อ้นเล็ก อ้นเป็นสัตว์ป่า มักจะขุดรูอาศัยอยู่ในป่า โดยเฉพาะป่าไผ่ เพราะกินไผ่และหน่อไม้เป็นอาหารหลัก ส่วนอาหารอื่นๆ ได้แก่ ผลไม้ประเภทต่างๆ ที่หล่นตามพื้น ภายในรูมีทางยาวมากและแบ่งเป็นห้องได้หลายห้อง ใช้สำหรับเลี้ยงดูลูกอ่อนและเก็บอาหาร แต่จะขึ้นมาหากินบนพื้นดิน โดยปกติแล้วอ้นจะไม่กินน้ำโดยตรง แต่จะกินน้ำโดยผ่านจากการกัดแทะจากไม้ประเภทต่างๆ ที่กินเข้าไป อ้นจะผสมพันธุ์ในฤดูฝน ออกลูกครั้งละ 1-8 ตัว ซึ่งอ้นในภาษาเหนือมักถูกเรียกว่า “ตุ่น” ซึ่งเป็นสัตว์ที่มีลักษณะและพฤติกรรมคล้ายคลึงกัน แต่ไม่ใช่สัตว์ชนิดเดียวกัน คุณวิโรจน์ เจนหัตถ์ อยู่หมู่ที่ 1 ตำบลพนานิคม อำเภอนิคมพัฒนา จังหวัดระยอง ประกอบอาชีพเสริม เพาะเลี้ยงอ้นระบบฟาร์ม คุณวิโรจน์ กล่าวว่า ตนเองเป็นคนที่ชอบสัตว์อยู่แล้ว จึงมีน้องที่รู้จักกันแนะนำและพาไปดูอ้น ตอนนั้นก็เกิดความช
โดยทั่วไป การเลี้ยงแพะ มักมีการเจ็บป่วยของแพะที่จะต้องจำเป็นรักษาเบื้องต้น แพะที่มีสุขภาพไม่ดีจำเป็นต้องได้รับการบำรุงและถ่ายพยาธิ ซึ่งยาที่ใช้ในการรักษานั้นทางกลุ่มผู้เลี้ยงแพะมักได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานปศุสัตว์อำเภอท่าแพ และสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดสตูล ในรูปของกองทุนยาสัตว์ และมีการจัดตั้งอาสาปศุสัตว์ขึ้นเพื่อช่วยดูแลอีกทางหนึ่งด้วย อย่างไรก็ตาม กลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงแพะบ้านท่าแพใต้สามัคคี ตำบลท่าแพ อำเภอท่าแพ จังหวัดสตูล ได้นำภูมิปัญญาชาวบ้านใช้พืชสมุนไพรมาช่วยในการรักษาแพะซึ่งได้ผลดี แพะมีสุขภาพแข็งแรงขึ้น อย่างน่าพึงพอใจ สำหรับสมุนไพรที่นิยมใช้ในการรักษาโรคสัตว์ของทางกลุ่ม ประกอบด้วย ละมุดดิบ หรือที่ภาษาถิ่นเรียกว่า ลูกซาหวา และฝรั่ง ใช้แก้ท้องร่วง ด้วยการให้กินผลและใบสด ตะไคร้หอม ใช้ไล่ยุงและแมลง ด้วยการทุบให้กลิ่นออกมาหรือการเผา ฟ้าทลายโจร ใช้ถ่ายพยาธิ ด้วยการบดละลายน้ำให้แพะกินประมาณครึ่งแก้ว ใบยอและใบหมุย ใช้แก้ไข้ ด้วยการเผารมควันให้แพะที่นอนป่วย บอระเพ็ดแช่น้ำปัสสาวะ ใช้บำรุงกำลัง ด้วยการนำบอระเพ็ดมาทุบพอแหลก แช่รวมกับน้ำปัสสาวะ 1 คืน ให้แพะกินครั้งละ 1 แก้ว ตะไคร้ผสมเกล
กระทรวง อว. โดย บพข. หนุนทีมวิจัย ม.เกษตร พัฒนา “ระบบประเมินน้ำหนักออนไลน์อัจฉริยะ” ตอบโจทย์ความต้องการของอุตสาหกรรมฟาร์มสัตว์ปีก ลดภาระงานเกษตร ลดความเครียดของสัตว์จากการถูกรบกวน เพิ่มความแม่นยำ ยกระดับประสิทธิภาพการเลี้ยงสัตว์ปีก เติมเต็ม Ecosystem ให้ระบบ Smart Farm อุตสาหกรรมฟาร์มสัตว์ปีกถือเป็นธุรกิจหลักของประเทศไทย โดยเฉพาะ “ไก่” ซึ่งเป็นสัตว์เศรษฐกิจที่มีมูลค่าการส่งออกเนื้อไก่สดแช่แข็งและเนื้อไก่แปรรูป ปีละกว่าหนึ่งแสนล้านบาท และมีสัดส่วนมากกว่า 95% ของปริมาณการส่งออกผลิตภัณฑ์ปศุสัตว์ ปัจจุบันทั่วโลกยังนิยมบริโภคโปรตีนจากเนื้อไก่สูงกว่าเนื้อสัตว์ประเภทอื่น ๆ ภาคการผลิตรวมถึงเกษตรกร จึงมีการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมต่าง ๆ เข้ามาเป็นตัวช่วยในการบริหารจัดการการเลี้ยงไก่ในฟาร์ม ในรูปแบบของ “สมาร์ท ฟาร์ม” (Smart Farm) หรือโรงเรือนเกษตรอัจฉริยะ เพื่อช่วยเพิ่มผลผลิต แก้ไขปัญหา เพิ่มความสะดวกสบาย ประหยัดเวลาและลดค่าใช้จ่าย อย่างไรก็ดีระบบ Smart Farm ที่ใช้กันในปัจจุบัน ส่วนใหญ่จะเป็นอุปกรณ์ ไอโอที (IoT) ในการตรวจวัดและควบคุมสภาพแวดล้อมของโรงเรือนหรือควบคุมการให้อาหารและน้ำ แต่
เป็ดคอลดั๊ก (call duck) เป็นเป็ดพันธุ์หนึ่งที่เลี้ยงไว้เพื่อเป็นสัตว์เลี้ยงเป็นหลัก เป็ดคอลดั๊กดูคล้ายกับเป็ดบางสายพันธุ์ แต่มีขนาดเล็กกว่า หน้าตาน่ารัก ปากสั้น ตัวกลม เป็นเป็ดสวยงามอีกชนิดหนึ่ง เป็ดคอลดั๊กมีต้นกำเนิดมาจากประเทศเนเธอร์แลนด์ เดิมทีชาวเนเธอร์แลนด์ใช้เป็ดคอลดั๊กเป็นตัวล่อเป็ดป่า เพราะว่าตัวเมียมีเสียงดัง (จึงน่าจะเป็นที่มาของชื่อ call duck) ถ้าเป็นบ้านเรา เป็ดคอลดั๊กก็คงอาจจะคล้ายๆ กับ (นกต่อ) แต่ส่วนตัวผู้จะไม่ค่อยร้องเสียงดัง เป็ดคอลดั๊กถูกนำเข้ามาในประเทศไทย ช่วงปี 2014 มีกลุ่มผู้เลี้ยงนำเข้ามาเลี้ยงเพราะความน่ารักและมีนิสัยเชื่อง ติดคน ตัวเล็ก ปากสั้น ตัวกลม นิยมเลี้ยงไว้เป็นสัตว์สวยงาม ประดับสวน หรือหากฝึกดีๆ ก็สามารถฟังคำสั่งได้ไม่ต่างจากสัตว์เลี้ยงอย่างสุนัข แมว เป็ดคอลดั้กสามารถเลี้ยงแบบปล่อยได้เพราะมันกินอาหารที่ไหน มันก็จะกลับมากินอาหารที่เดิม และยังสามารถบินได้ ถ้าหากทำให้ตกใจ (แต่บินได้ไม่สูงมากนัก) เป็ดคอลดั๊กถือเป็นเป็ดสวยงามที่นิยมเลี้ยงในกลุ่มเฉพาะ ราคาที่ซื้อขายกัน มีตั้งแต่หลักพัน จนถึงหลักหมื่นบาท โดยจะแบ่งตามเกรด คัดเลือกเกรดจากลักษณะ ความน่ารัก ทำให้เ
