ปศุสัตว์
ระหว่างรอการแก้ปัญหาราคาหมูจากหลายภาคส่วนที่ยังหาข้อยุติอย่างยั่งยืนไม่ได้ ก็ยิ่งทำให้เกษตรกรรายย่อยที่เลี้ยงหมูต้องแบกรับภาระต้นทุนต่อไป ด้วยเหตุนี้ทางกรมปศุสัตว์จึงต้องเร่งหาทางออกเพื่อเป็นการช่วยเหลือบรรเทาปัญหาความเดือดร้อนของชาวบ้าน ด้านสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดเพชรบูรณ์ไม่รอช้านำแผนส่งเสริมเลี้ยงหมูดำมานำร่อง ชวนชาวบ้านในพื้นที่เลี้ยงในรูปแบบหมูอินทรีย์ พร้อมร่วมมือกับทางวิสาหกิจชุมชนแปรรูปสร้างตลาดรองรับหวังดึงผู้บริโภคกลุ่มรักสุขภาพช่วยให้ชาวบ้านมีรายได้เพิ่มขึ้น โดยสร้างแบรนด์ชูความโดดเด่นในชื่อ “หมูดำ เพ็ด-ซะ-บูน” “หมูดำ เพ็ด-ซะ-บูน” เป็นพันธุ์หมูที่มาจากการสร้างสายพันธุ์ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะ โดยมีสายพันธุ์ตั้งต้น จาก 1. หมูดำเชียงใหม่ 2. หมูพันธุ์เบิร์กเชียร์ และ 3. หมูพื้นเมืองเพชรบูรณ์ (หมูกระโดน) ดังนั้น ด้วยคุณลักษณะเด่นของแต่ละสายพันธุ์ที่มารวมกันจึงทำให้หมูดำ เพ็ด-ซะ-บูน เป็นสุกรที่ให้เนื้อคุณภาพสูง มีเนื้อนุ่ม เส้นใยเนื้อมีความละเอียด อุ้มน้ำ มีวิตามินบีสูง คอเลสเตอรอลต่ำ ไขมันดีสูง เนื้อมีความหอมแตกต่างจากสุกรทั่วไป มีวิธีเลี้ยงแบบปล่อยในสถานที่กว้าง ช่วยให้หมูดำได้ออก
การเลี้ยงแพะกำลังได้รับความนิยมอยู่ในปัจจุบัน เพราะขั้นตอนการเลี้ยงไม่มีความจำเป็นต้องใช้พื้นที่มากเหมือนอย่างเช่นสมัยก่อน และที่สำคัญในเรื่องการทำตลาดแพะสามารถทำได้หลากหลายช่องทาง เช่น แพะสวยงาม นำไปประกอบอาหาร และผลิตลูกพันธุ์ดีให้กับผู้ที่สนใจเลี้ยงต่อไป เพราะแพะสามารถให้ลูกได้ไว โดย 2 ปี อาจผลิตลูกได้เฉลี่ย 3-4 คอก จึงได้ผลตอบแทนและคืนทุนให้กับผู้เลี้ยงได้ไม่ยาก คุณวสันต์ กลิ่นสุข สัตวแพทย์ชำนาญงาน สำนักงานปศุสัตว์อำเภอบางเลน จังหวัดนครปฐม ให้ข้อมูลว่า การทำปศุสัตว์ในอำเภอบางเลน นอกจากการเลี้ยงไก่ไข่ที่โดดเด่นแล้ว การเลี้ยงแพะกำลังได้รับความนิยมเช่นเดียวกัน โดยทางสำนักงานมีความรับผิดชอบในเรื่องของการทำวัคซีนให้กับเกษตรกร เพื่อให้ฟาร์มเป็นแหล่งเลี้ยงที่มีความปลอดโรคและได้มาตรฐาน ดังนั้น ทางสำนักงานจึงมีการให้ความรู้ต่างๆ ของการเลี้ยงสัตว์ให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงอยู่เสมอ คุณพัชรีภรณ์ ภิรมนตรี อยู่บ้านเลขที่ 161 หมู่ที่ 6 ตำบลบางหลวง อำเภอบางเลน จังหวัดนครปฐม ยึดอาชีพการเลี้ยงแพะหลังจากลาออกจากงานประจำ จนสามารถประสบความสำเร็จทำการตลาดหลากหลาย เช่น การผลิตลูกพันธุ์ การเลี้ยงแพะสวยงาม ตล
สวัสดีครับ ผมระหกระเหเร่ร่อนสัญจรไปพบพี่น้องเกษตรกรมาทั่วประเทศ และอีกหลายประเทศก็เคยไป ผมพบว่าผืนแผ่นดินสำหรับทำการเกษตรมันลดน้อยถอยลงไปเรื่อยๆ โดยเฉพาะเกษตรกรรายย่อยที่มีที่ดินทำกินจำกัดเหลือเกิน ยิ่งเป็นประเทศกำลังพัฒนายิ่งไปใหญ่ ปัญหาการถือครองที่ดินของเกษตรกรยิ่งรุนแรง เกษตรกรมีที่ดินน้อยลง เรื่องเหล่านี้เป็นปัญหามาตลอด ไม่ว่าสมัยไหนรัฐบาลใดก็ไม่สามารถแก้ไขให้เกษตรกรตาดำๆ พ้นบ่วงกรรมนี้ไปได้ ในมุมมองของผม พี่น้องเกษตรกรรายย่อยควรตื่นตัวมองหาช่องทางทำกินให้เหมาะสมกับสถานการณ์ ที่ดินน้อยก็ปลูกพืชเลี้ยงสัตว์ที่เหมาะกับการใช้พื้นที่น้อย ปลูกพืชเลี้ยงสัตว์ที่สามารถขายได้เร็ว ผลผลิตสูง ราคาดี มีตลาดรองรับ ในด้านปศุสัตว์ผมเคยนำเสนอแพะและแกะให้เป็นสัตว์ที่เกษตรกรรายย่อยน่าจับตาและควรพิจารณาเป็นอย่างยิ่ง ด้วยความเหมาะสมในหลายๆ ด้าน มาฉบับนี้ผมนำเรื่องแกะเนื้อมารายงานอีกครั้งเพื่อเสนอเป็นทางเลือกให้พี่น้องเกษตรกรคนจำนวนมากแต่เสียงแผ่วเบา ให้เข้าใจลึกซึ้งยิ่งขึ้นครับ เลิกปลูกอ้อย หันมาเลี้ยงแพะ พาท่านมาพบกับ คุณฐษณพร ทิพย์รักษ์ ที่ ตำบลศรีมงคล อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี คุณฐษณพร เริ่มเล่าใ
“ผมนั้นเคยติดคุกอยู่ที่บางขวาง 13 ปี ข้อหาปล้นฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ช่วงที่อยู่ในเรือนจำได้เรียนรู้เกี่ยวกับการเกษตร โดยเฉพาะการทำเกษตรแบบเศรษฐกิจพอเพียงของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จึงเป็นความตั้งใจว่า หากได้พ้นโทษออกมาจะมาเริ่มต้นชีวิตใหม่กับการทำเกษตรแบบเศรษฐกิจพอเพียง” นายสุพันธ์ ศรีภักดี เจ้าของ“ ศรีภักดีฟาร์ม” อยู่บ้านเลขที่ 13 หมู่ที่ 7 ตำบลหนองงูเหลือม อำเภอเบญจลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ โทร. (087) 240-6827 บอกกล่าวถึงอดีตก่อนก้าวมาเป็นเกษตรกรในระดับ Smart Farmer ด้านปศุสัตว์ ภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานปศุสัตว์อำเภอเบญจลักษ์ และสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดศรีสะเกษ จากที่ต้องถูกจองจำอยู่เป็นเวลา 13 ปี เมื่อพ้นโทษออกมา ในปี 2535 จึงเป็นปีแห่งการเริ่มต้นชีวิตใหม่ ด้วยการเข้าร่วมโครงการปรับโครงสร้างเพื่อการผลิตตามโครงการของกรมส่งเสริมการเกษตร ภายใต้การสนับสนุนของอำเภอ งานเกษตรอำเภอเบญจลักษ์ และเริ่มต้นทำฟาร์ม ภายใต้ชื่อ “ศรีภักดีฟาร์ม” บนพื้นที่ 24 ไร่ เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2535 ด้วยความมุมานะพยายามในการประกอบอาชีพจึงทำให้ก้าวสู่ฟาร์มชั้นแนวหน้า มีกิจกรรมประกอบด้วย การเลี้ยงหมู
สวัสดีครับ ในฉบับนี้ ขอพาท่านมาที่ Uncle Sam Cattle Ranch (อังเคิลแซม แคทเทิลแรนซ์) ตำบลวังด้ง อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี มาพบกับ คุณสมเกียรติ วินิชพันธุ์ หรือ คุณแซม ผู้เป็นเจ้าของ ซึ่งเป็นนักเรียนนอกรักการเลี้ยงวัว คุณสมเกียรติ เริ่มเล่าให้ฟังว่า “ผมจบการศึกษาสาขาวิศวะการเกษตร จาก Rutgers State University of New Jersey สหรัฐอเมริกา จบปริญญาโทจากสถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย (AIT) เรียนจบก็มาทำธุรกิจ แล้วเห็นว่าเรามีพื้นที่เยอะบวกกับความชอบส่วนตัวเลยเอาวัวมาเลี้ยงในพื้นที่ของเราที่มีอยู่ 3,000 กว่าไร่ เริ่มเลี้ยงวัวมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2538 เริ่มต้นตอนแรกผมก็ซื้อวัวเข้ามาเลย 100 ตัว เป็นวัวพันธุ์บรามันห์สายเก่า ซื้อต่อมาจาก ดร. สุนทราภรณ์ รัตนดิลก ณ ภูเก็ต อดีตผู้เชี่ยวชาญกรมปศุสัตว์ และบางส่วนซื้อมาจากสวนันท์แรนซ์ ฟาร์มบรามันห์เลื่องชื่อในอดีต ดังนั้น วัวที่ผมมีทุกวันนี้ยังมีเชื้อสายเป็นบราห์มันสายเก่าที่ได้สายเลือดมาจากทั้ง 2 แหล่งนี้ครับ” เลี้ยงวัวในพื้นที่แห้งแล้ง ต้องได้ของฟรีกินมากที่สุด ปัจจุบัน Uncle Sam Cattle Ranch มีวัว 500 กว่าตัว เลี้ยงปล่อยอิสระในพื้นที่กว่า 3,000 ไ
“หนทางไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ” คำพูดนี้สะท้อนความจริงในชีวิตของ คุณสำรวย อันธพันธ์ ที่เกิดมาในครอบครัวชาวไร่ชาวสวน แม้ไม่ถึงกับยากจนแต่ก็ไม่ได้ร่ำรวย นั่นทำให้อนาคตทางการศึกษาของเธอเดินมาสุดทางเพียงชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 จนเมื่อได้ลงหลักปักฐาน สร้างครอบครัวเล็กๆ กับ คุณชุมพล อันธพันธ์ ผู้เป็นสามี คุณสำรวยก็ยังคงยึดอาชีพทำไร่อ้อย ปลูกข้าวโพด ปลูกทานตะวัน เป็นอาชีพเลี้ยงครอบครัวมาตลอด แต่เพียงตัดอ้อยเก็บข้าวโพดและทานตะวันขายไม่อาจตอบโจทย์ ความมั่นคงทางรายได้ให้กับครอบครัวได้ ในปี 2535 คุณสำรวยและคุณชุมพลจึงตัดสินใจว่าจะทำฟาร์มเลี้ยงไก่เนื้อเป็นอีกอาชีพเสริม ซึ่งความหวังที่ว่านี้ก็เกิดผลเป็นรูปธรรมอย่างที่คิดไว้จริงๆ เพราะอาชีพเสริมนี้กลับสร้างรายได้ที่ดี จนทำให้ครอบครัวมีฐานะดีขึ้นพอสมควร เวลานั้นคุณสำรวยคิดว่าการเลี้ยงไก่คงจะเป็นอาชีพเลี้ยงตัวได้แน่ๆ แต่ก็เหมือนฟ้าแกล้งจากปัญหาไข้หวัดนกระบาดอย่างหนักในปี 2547 ถึงแม้ว่าฟาร์มไก่ของเธอจะไม่เป็นโรคอย่างเพื่อนร่วมอาชีพ แต่ตอนนั้นเธอยอมรับว่าทุกคนต่างกลัวกันไปหมด เลยจำเป็นต้องเลิกเลี้ยงไก่ไปทั้งที่ไม่ได้อยากเลิก จากจุดเปลี่ยนในครั้งนั้นทำให้คุ
ไก่งวง เป็นสัตว์ปีก จัดอยู่ในวงไก่ฟ้าและนกกระทา ในต่างประเทศชาวคริสต์นิยมรับประทานในวันขอบคุณพระเจ้า ไก่งวงมีขนาดใหญ่กว่าไก่ทั่วไป หน้าตาผิดแผกไปจากไก่พื้นบ้าน ปัจจุบัน มีการส่งเสริมการเลี้ยงไก่งวงในภาคอีสาน ว่ากันว่า เริ่มแรกไก่งวงเข้ามาในประเทศไทยโดยทหารอเมริกันเข้ามาประจำในฐานทัพที่ จ.อุดรธานี และ จ.นครราชสีมา ปัจจุบัน เกษตรกรนิยมเลี้ยงไก่งวง 3 สายพันธุ์หลัก คือ พันธุ์เบลท์สวิลล์ สมอล ไวท์ (Beltsville Small White) พันธุ์อเมริกัน บรอนซ์ (American Bronze) และไก่งวงลูกผสม (Crossbred) เกษตรกรได้รับการส่งเสริมการเลี้ยงไก่งวงอย่างแพร่หลาย ปัจจุบัน จังหวัดมหาสารคาม ถือเป็นแหล่งผลิตพ่อแม่พันธุ์ไก่งวงที่ดีที่สุดของประเทศ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการปศุสัตว์ที่ 4 ได้สนับสนุนการเลี้ยงและพัฒนาแม่พันธุ์ไก่งวงตัวใหม่ โดยใช้ชื่อว่า “ไก่งวงเมืองตักสิลา” เพื่อเป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดมหาสารคาม “ไก่งวงเมืองตักสิลา” กลายเป็นสัตว์เศรษฐกิจที่ช่วยให้เกษตรกรผู้เลี้ยงมีรายได้เพิ่มขึ้น จนสามารถจัดตั้งกลุ่มวิสาหกิจชุมชนในเวลาต่อมา ไก่งวงเมืองตักสิลา เน้นเลี้ยงในวิถีธรรมชาติ เนื้อของไก่งวงจะมีสีแดงน่ารับประทาน ที่สำคั
ในฉบับนี้ ขอพาไปเยี่ยมชมกองทัพนวัตกรรมสิ่งประดิษฐ์ของกรมปศุสัตว์ ในงาน SIMA ASEAN Thailand 2018 ที่ช่วยให้การเลี้ยงสัตว์กลายเป็นเรื่องง่าย สะดวกสบายมากขึ้น ตอบโจทย์ “เกษตรอัจฉริยะ 4.0” ของรัฐบาล ที่มุ่งขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน เครื่องกก ลูกไก่ ลูกเป็ด อินฟราเรด “เครื่องกก ลูกไก่-เป็ด อินฟราเรด อัจฉริยะ” เป็นหนึ่งในผลงานไฮไลต์ที่ได้รับความสนใจจากเกษตรกรจำนวนมาก คุณบุญศักดิ์ เกลียวกมลทัต ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและบำรุงพันธุ์สัตว์นครสวรรค์ สำนักพัฒนาพันธุ์สัตว์ กรมปศุสัตว์ โทร. (056) 237-256-7 เปิดเผยว่า เครื่องกก ลูกไก่ ลูกเป็ด อินฟราเรด อัจฉริยะ เป็นนวัตกรรมใหม่ของกรมปศุสัตว์ ควบคุมอุณหภูมิด้วยระบบดิจิตอล ใช้แท่งอินฟราเรด ขนาด 300 วัตต์ ในการให้ความอบอุ่น สามารถกกลูกไก่ ลูกเป็ด500 ตัว ต่อกิโลกรัม ต่อ 1-2 สัปดาห์ ลดต้นทุนการผลิตลูกไก่ ลูกเป็ด ลงถึง 20% ลดอัตราการสูญเสียจากการตายของลูกไก่ ลูกเป็ด 3-5% ตู้ฟักไข่ไก่เศรษฐกิจ ขนาด 500 ฟอง ตู้ฟักไข่ไก่แบบเดิมเป็นตู้ไม้อัดชั้นเดียว ไม่มีโครงเหล็กและไม่มีแผ่นโฟมบุชั้นตรงกลาง ทำให้อุณหภูมิภายในตู้ฟักไม่คงที่ สร้างคว
จากการติดตามของสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 3 (สศท.3) ในพื้นที่ หมู่ที่ 3 ตำบลนาดี อำเภอเฝ้าไร่ จังหวัดหนองคาย พบว่า เกษตรกรหันมาเลี้ยงไก่พื้นเมืองมากขึ้น ซึ่งจากเดิมเกษตรกรส่วนใหญ่เลี้ยงสุกร แต่ในช่วงปีที่ผ่านมา ราคาสุกรลดลงอย่างต่อเนื่อง ทำให้เกษตรกรหันมาเลี้ยงไก่พื้นเมืองแทน เพราะได้กำไรดีกว่า แถมเลี้ยงง่าย ต้นทุนต่ำ ทนต่อสภาพอากาศและสิ่งแวดล้อมได้ดี การเลี้ยงนิยมเลี้ยงปล่อยอิสระ ทำให้ไก่ไม่เครียด แข็งแรง เจริญเติบโตตามธรรมชาติ จึงไม่จำเป็นต้องใช้สารเร่งการเจริญเติบโตเหมือนกับไก่พันธุ์เนื้อที่เลี้ยงในโรงเรือน อีกทั้งสามารถลดการใช้ยาปฏิชีวนะลงได้มาก และจากที่พันธุ์ไก่ขาดตลาด เกษตรกรจึงเริ่มหันมาปลูกสร้างโรงเรือนเพื่อเพาะพันธุ์ไก่ด้วยตนเอง ด้านต้นทุน พบว่า เกษตรกรเลี้ยงไก่ 1,000 ตัว จะมีต้นทุนค่าพันธุ์ไก่เฉลี่ย 25,000 บาท ค่าอาหารไก่ เฉลี่ย 30,000 บาท ค่ายาปฏิชีวนะและวัสดุอุปกรณ์ เฉลี่ย 5,000 บาท รวมต้นทุน เฉลี่ย 60,000 บาท โดยไก่ใช้ระยะเวลาเจริญเติบโต 3-4 เดือน ได้ผลผลิตอย่างน้อย 800 ตัว น้ำหนักตัว เฉลี่ย 1.5 กิโลกรัม ขายราคากิโลกรัมละ 100 บาท คิดเป็นรายได้ 120,000 บาท (คิดเป็นกำไร ปร
เป็ดเป็นสัตว์เศรษฐกิจสำคัญ เป็นแหล่งอาหารโปรตีนที่ให้คุณค่าทางโภชนาการสูง สำนักงานเกษตรพื้นที่กรุงเทพมหานคร จึงส่งเสริมให้เกษตรกรรวมกลุ่มกันเลี้ยงเป็ดใน “โครงการเลี้ยงเป็ดไข่และการแปรรูปไข่” ภายใต้โครงการ 9101 ตามรอยเท้าพ่อ ภายใต้ร่มพระบารมีเพื่อการพัฒนาการเกษตรอย่างยั่งยืน ซึ่งจะทำให้เกษตรกรมีอาหารบริโภคในครัวเรือนและขายผลผลิต เป็นการยกระดับรายได้ให้นำไปใช้เพื่อพัฒนาการยังชีพที่มั่นคง คุณจันทิรา บวรรัตนสุภา เกษตรกรุงเทพมหานคร สำนักงานเกษตรพื้นที่กรุงเทพมหานคร เล่าให้ฟังว่า สภาพพื้นที่กรุงเทพมหานครเป็นพื้นที่ราบลุ่ม มีพื้นที่การเกษตร 120,450 ไร่ เกษตรกร 7,032 ครัวเรือน เกษตรกรส่วนใหญ่จะทำนาเป็นอาชีพหลักตลอดทั้งปีหรือเฉลี่ย 2 ปี 5 ครั้ง เป็นการใช้พื้นที่ซ้ำด้วยวิธีการทำนาแบบเดิมๆ ทำให้ต้องใช้ปัจจัยการผลิตมากขึ้น ดินเสื่อมคุณภาพ มีความเสี่ยงด้านการตลาด ไม่คุ้มค่าต่อการลงทุน สำนักงานเกษตรพื้นที่กรุงเทพมหานครและสำนักงานเกษตรพื้นที่ 1 กรุงเทพมหานคร จึงส่งเสริมเกษตรกรให้ทำอาชีพเสริมด้วยการรวมกลุ่มกันเลี้ยงเป็ดใน “โครงการเลี้ยงเป็ดไข่และการแปรรูปไข่” ภายใต้โครงการ 9101 ตามรอยเท้าพ่อ ภายใต้ร่ม
