
นายอธิวัฒน์ บุญชุบ หรือที่หลายคนรู้จักกันในชื่อ ‘ตั้ม’ ทำอาชีพตีผึ้งป่าที่สามารถเลี้ยงครอบครัวได้ เริ่มต้นจากการเรียนรู้กับพี่ชายผู้มีประสบการณ์ ก่อนจะค่อยๆ ซึมซับและหันมายึดเป็นอาชีพหลัก จนกลายเป็นเส้นทางที่ทำมายาวนานกว่า 12 ปี โดยแต่ละวันจะขี่รถจักรยานยนต์ไปตามพื้นที่ป่า 3 จังหวัด คือ อ่างทอง อยุธยา และสุพรรณบุรี เพื่อหารังผึ้งป่า
รังผึ้งสดพร้อมน้ำผึ้งจัดจำหน่ายในราคาตั้งแต่ 100–500 บาท ขึ้นอยู่กับขนาดและความสมบูรณ์ของรัง ส่วนผลิตภัณฑ์น้ำผึ้งบรรจุขวด หากเป็นขวดแบนจำหน่ายในราคา 300 บาท ขวดกลม 500 บาท และสำหรับน้ำผึ้งเดือนห้า ซึ่งขึ้นชื่อว่ามีรสหวานหอมและคุณค่าสูง ราคาจะอยู่ที่ขวดกลม 700 บาท และขวดแบน 400 บาท
สำหรับการตีผึ้งป่าที่เป็นรังหลวงขนาดใหญ่ ชาวบ้านมักใช้ภูมิปัญญาเรียบง่ายอย่างการนำใบไม้มามัดรวมกับใบตองแห้ง ทำเป็นคบเพลิงสำหรับจุดไฟให้เกิดควัน ใช้ควันนั้นไล่ผึ้งออก ก่อนจะเข้าไปตัดรังใส่ถุงหรือภาชนะที่เตรียมไว้ ส่วนการตีรังผึ้งทั่วไป เพียงใช้ควันบุหรี่เป่าออกไป ก็สามารถเก็บรังได้เช่นกัน
นายอธิวัฒน์ ยังเล่าถึงเคล็ดลับเมื่อถูกผึ้งต่อยว่า สิ่งสำคัญที่สุดคือการตั้งสติให้มั่น แล้วค่อยๆ ถอยหลังออกมาอย่างช้า ๆ โดยไม่ใช้มือหรือสิ่งของไปปัดป้องฝูงผึ้งที่บินเข้าหา วิธีนี้จะทำให้ถูกผึ้งต่อยเพียงเล็กน้อย ไม่เกิน 2–3 ตัว แต่หากเผลอใช้มือโบกไล่หรือวิ่งหนี ผึ้งทั้งฝูงจะพุ่งเข้ามาต่อยพร้อมกันทันที
นอกจากการเลี้ยงผึ้งแล้ว เขายังอุทิศตนเป็นจิตอาสา คอยช่วยเหลือชาวบ้านในการนำรังผึ้งออกจากตัวบ้านหรือบริเวณต้นไม้ใกล้เคียง เพื่อความปลอดภัยของเด็กๆ และคนในชุมชน ทุกเช้าเมื่อออกตระเวนด้วยรถจักรยานยนต์ ภารกิจสำคัญคือการตีผึ้ง ซึ่งสร้างรายได้เฉลี่ยเดือนละหลายหมื่นบาท โดยเฉพาะในช่วงเดือนห้า ราคาน้ำผึ้งสูงขึ้น จึงยิ่งเพิ่มพูนรายได้ อาชีพนี้ถือว่าทำเงินได้ดี แต่ต้องแลกมากับความขยัน อดทน และความเสี่ยง ทั้งจากการถูกผึ้งต่อยและการปีนต้นไม้สูง หลังจากได้น้ำผึ้งมาแล้ว เขาจะนำไปโพสต์ขายทางออนไลน์ ผ่านเฟซบุ๊กเพจ ‘ตั้มพรานผึ้งอ่างทอง’ หรือจัดส่งให้ตามคำสั่งจองที่ได้รับ ซึ่งเป็นช่องทางสร้างรายได้ที่มั่นคงและต่อเนื่อง
ขอบคุณข้อมูล : มติชน
