ผักหวานเป็นหนึ่งในผักพื้นบ้านยอดนิยมที่ตลาดต้องการตลอดทั้งปี ผักหวานปลูกดูแลง่าย ปลูก 4 ปีก็เก็บยอดขายได้แล้ว เกษตรกรหลายคนมีรายได้จากการทำสวนผักหวานป่าผสมผสานกับสวนผลไม้ สร้างรายได้ก้อนโต หักค่าใช้จ่ายแล้วยังมีเงินเหลือเก็บเหลือใช้


การจัดการแปลง
โดยธรรมชาติแล้ว ต้นผักหวานป่ามักพบเห็นได้ตามป่าเบญจพรรณที่มีไม้ยืนต้นหลากหลายชนิด หากนำมาปลูกในพื้นที่เรือกสวนไร่นาจำเป็นต้องสร้างบรรยากาศภายในสวนให้มีร่มเงาเหมือนป่าตามธรรมชาติ โดยปลูกผักหวานป่าแซมกับไม้ผลไม้ยืนต้น ประเภทต้นลำไย มะยงชิด ต้นหม่อน หากปลูกผักหวานป่าแบบพืชเชิงเดี่ยว ต้นผักหวานป่าจะแสดงอาการใบเหลืองและมีโอกาสตายได้

การปลูก
คำแนะนำ ในการปลูกผักหวานป่า เวลาขุดดินใส่ต้นกล้าผักหวานป่าลงไป ระวังอย่าให้รากขาด เพราะต้นผักหวานป่าจะไม่เจริญเติบโต ไม่แตกยอด เวลาปลูกควรใส่ปุ๋ยคอกบำรุงดินลงไป ต้นผักหวานป่ามีอายุยืน 50-100 ปี แถมดอกผักหวานป่ายังขายได้ราคาดีอีกต่างหาก ขายส่งในราคา กก.ละ 300 บาท ตลาดนิยมดอกผักหวานป่าเพราะถือว่าเป็นของแปลก เป็นยาดี ขายแยกดอก แยกใบ
ตัดยอดบ่อย ยิ่งแตกยอดได้ดี
หากต้องการให้ต้นผักหวานป่าเจริญเติบโตเร็วและแตกยอดได้ดี ควรตัดยอดบ่อยๆ เพื่อกระตุ้นให้ต้นผักหวานป่าแตกยอดใหม่ได้มากขึ้น เทคนิคนี้ได้ผลดีเมื่อทำกับต้นผักหวานป่าที่มีอายุมากแล้วเท่านั้น นอกจากนี้ การขุดรากผักหวานป่าที่เป็นต้นแก่แล้วสามารถช่วยให้เกิดการแตกต้นใหม่ได้เช่นกัน

ชาผักหวาน
ผักหวานนอกจากใช้ทำอาหารแล้ว ยังสามารถแปรรูปสร้างมูลค่าเพิ่มในรูปแบบ “ ชาผักหวาน ”ได้อีกทางหนึ่ง คุณธิติมา ทองจันทร์ ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชน กลุ่มเกษตรกรปลอดหนี้ ตั้งอยู่เลขที่ 144 หมู่ที่ 4 ตำบลนาสีนวน อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร เป็นหนึ่งในแหล่งผลิตชาผักหวานที่ได้รับความนิยมจากประชาชนทั่วไป
ใบผักหวานป่าที่นำมาผลิตเป็นชา จะใช้ลำดับที่ 5 ของยอด โดยนับจากปลายยอดลงมาเท่านั้น ที่ต้องเอาใบที่ 5 ก็เพราะเป็นใบที่มีผลการศึกษาวิจัยมาแล้ว จากสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) มูลนิธิหมอชาวบ้านมาแล้วว่าเป็นใบที่เหมาะสม มีสารต่างๆ ครบถ้วนกว่าส่วนใดของผักหวานป่า
หลังเก็บใบผักหวานที่ต้องการแล้วจะนำมาทำความสะอาดโดยการล้างน้ำ ผึ่งลม ผึ่งแดด คั่ว บด สุดท้ายบรรจุลงในซองและกล่อง ซึ่งขั้นตอนที่ยากที่สุดคือการคั่ว เพราะต้องทำให้ทุกส่วนของใบผักหวานป่าได้รับความร้อนสม่ำเสมอกัน คือสุกทุกส่วน หากทำแบบสุกๆ ดิบๆ จะทำให้คุณค่าของสารและวิตามินต่างๆ ที่มีอยู่สูญหายไป เสร็จจากการคั่วก็เข้าสู่การบด ก่อนบรรจุซองพร้อมจำหน่าย

ผลการศึกษาของสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.)พบว่า ชาสำเร็จรูปจากผักหวานป่าเป็นเครื่องดื่มที่สามารถต้านอนุมูลอิสระได้ดีมาก มีค่าความเข้มข้นที่ช่วยยับยั้งการเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชั่นได้ถึง 50% ชาผักหวานป่ามีค่าเท่ากับ 5-8% (VV.) ดีกว่าชาดอกคำฝอยและชาใบหม่อน
ชาผักหวานป่ามีคุณค่าทางโภชนาการสูงมาก ในปริมาณ 100 กรัม มีพลังงาน 39 แคลอรี น้ำ 87.1% โปรตีน 0.1 กรัม ไขมัน 0.4 กรัม ใยอาหาร 2.1 กรัม เถ้า 1.8 กรัม วิตามินเอ 8,500 หน่วยสากล วิตามินบีหนึ่ง 0.12 กรัม วิตามินบีสอง 1.65 กิโลกรัม วิตามินบีสาม 3.6 มิลลิกรัม วิตามินซี 168 มิลลิกรัม แคลเซียม 24 มิลลิกรัม ฟอสฟอรัส 68 มิลลิกรัม ธาตุเหล็ก 1.3 มิลลิกรัม นอกจากมีคุณค่าทางโภชนาการแล้ว ชาผักหวานป่ายังมีสารต้านอนุมูลอิสระที่สำคัญ เช่น เบต้าแคโรทีน วิตามินเอ วิตามินซี และสารประกอบฟินอลิกอีกด้วย ดังนั้น ชาผักหวานป่า จึงเป็นอีกหนึ่งเครื่องดื่มบำรุงสุขภาพที่น่าสนใจสำหรับทุกคน

ผักหวานแตกยอดได้ ไม่จำเป็นต้องเผาป่า !!!
เชื่อหรือไม่ ผักหวานป่า เป็นหนึ่งสาเหตุหลักของการเกิดไฟป่าทุกฤดูแล้ง สร้างความเสียหายต่อทรัพยากรธรรมชาติ สุขภาพ สังคม เศรษฐกิจอย่างมหาศาลจนประเมินค่าไม่ได้ เพราะชาวบ้านบางกลุ่มมีความเชื่อว่า ต้นผักหวานจะแตกยอดได้ ก็ต้องจุดไฟเผาต้นนั้น ถือเป็นความเข้าใจผิดอย่างมาก
กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ยืนยันว่า ผักหวานแตกยอดได้ ไม่จำเป็นต้องเผาป่า ตามภาพจะเห็นได้ว่าพื้นที่และต้นผักหวานนั้น สภาพป่าเป็นป่าเต็งรัง ไม่ได้เกิดไฟไหม้ป่าแต่อย่างใด แต่ผักหวานก็ยังสามารถแตกยอดได้ จึงขอความร่วมมือพี่น้องประชาชนทุกท่าน “ไม่จุดไฟเผาป่า” เพราะผักหวานแตกยอดได้ ไม่จำเป็นต้องเผาป่า


