พืชทำเงิน เกษตรรอบด้าน

ช่วงต้นฤดูร้อน ฝุ่นมากมาย ชวนปลูก 6 พรรณไม้ ลดมลพิษทางอากาศ

ฤดูฝุ่น PM 2.5 ในประเทศไทยมักเกิดขึ้นช่วงฤดูหนาวถึงต้นฤดูร้อน (พฤศจิกายน-เมษายน)   เนื่องจากสภาพอากาศปิด ลมนิ่ง และอุณหภูมิผกผัน ทำให้ฝุ่นสะสมง่าย ร่วมกับการเผาป่า และการเผาเศษวัสดุทางการเกษตร ส่งผลกระทบต่อระบบทางเดินหายใจและหัวใจ เพื่อความปลอดภัย ควรป้องกันด้วยการสวมหน้ากากป้องกัน PM2.5 ทุกครั้งที่ออกนอกอาคาร และใช้เครื่องฟอกอากาศ

        จากมลภาวะอากาศ ฝุ่น PM 2.5 และสภาวะโลกร้อนนั้น สาเหตุส่วนหนึ่งนั้นมาจากการตัดไม้ทำลายป่า สิ่งแวดล้อมมีการเปลี่ยนแปลง โดยพื้นที่ป่าของประเทศมีการลดลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งวิธีการที่จะฟื้นฟูสภาพแวดล้อมและลดมลพิษที่ใช้ได้ผลอย่างยั่งยืน นั่นคือการปลูกต้นไม้  เนื่องจากต้นไม้มีส่วนช่วยในการ ฟอกอากาศ เพิ่มความชื้นในสภาพแวดล้อม อีกทั้งยังเป็นแหล่งอาหารของทั้งคนและสัตว์ รวมทั้งทุกส่วนของต้นไม้ยังสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ การปลูกต้นไม้จึงเป็นการลดมลพิษทางอากาศอย่างยั่งยืน

        ซึ่งการปลูกต้นไม้ 1 ต้น สามารถช่วยลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ได้ถึง 9 – 15 กิโลกรัมต่อปี สามารถลดอุณหภูมิในพื้นที่ที่ปลูกได้ถึง 2 – 4 องศาเซลเซียสต่อปี และลดฝุ่นในอากาศได้ถึง 1.4 กิโลกรัมต่อปี (ข้อมูลจากกรมโยธาธิการและผังเมือง www.seub.or.th)

          การปลูกต้นไม้ ลดฝุ่น 2.5 เป็นอีกแนวทางหนึ่งที่จะช่วยสร้างและรักษาสิ่งแวดล้อมเพราะ เปรียบเสมือน “เครื่องฟอกอากาศธรรมชาติ”  การปลูกต้นไม้ ลดฝุ่น 2.5 โดยเริ่มต้นจากตัวเราและต่อยอดไปสู่ครอบครัว และชุมชน จะเป็นการสร้างและรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน หากคุณกำลังมองหาต้นไม้ที่ช่วยเพิ่มพื้นที่สีเขียวในบ้านและเป็นต้นไม้ที่สามารถลดมลพิษและดูดซับฝุ่นได้มาก ขอแนะนำ 6 พรรณไม้ดังนี้  


ต้นพลูด่าง

คุณสมบัติ ในเวลา  24 ชั่วโมง สามารถช่วยลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในอากาศได้ถึงร้อยละ 75

พลูด่าง   เป็นทั้งไม้ฟอกอากาศและไม้มงคลที่ได้รับความนิยมสูงเพราะหาซื้อง่าย ราคาไม่แพง และช่วยเพิ่มพื้นที่สีเขียวในพื้นที่จำกัด เติบโตได้ดี เมื่อปลูกในสภาพแสงรำไร รดน้ำวันเว้นวัน

ต้นไทรใบสัก : คุณสมบัติช่วยดูดซับสารพิษและฟอกอากาศให้สดชื่น

ต้นไทรใบสัก ให้ใบเขียวสวยตลอดปี ดูแลไม่ยากเพียง วางในบริเวณที่มีแสงแดดรำไร ระวังอย่าให้น้ำขังเสี่ยงเจอปัญหารากเน่าได้ง่าย ควรปลูกในดินที่โปร่งระบายน้ำได้ดี   รดน้ำ  1-2 ครั้งต่อสัปดาห์ หมั่นเช็ดฝุ่นบนใบเพื่อการสังเคราะห์แสงที่ดี

ต้นลิ้นมังกร  คุณสมบัติ ดูดสารพิษได้น้อย เป็นต้นไม้ที่คายออกซิเจนในเวลากลางคืนทำให้อากาศสดชื่น จึงเหมาะที่จะปลูกในห้องนอน

ต้นลิ้นมังกร หรือ “หอกพระอินทร์”  จัดอยู่ในกลุ่มไม้มงคล โดยมีความเชื่อว่าบ้านใดปลูกลิ้นมังกรไว้ประจำบ้านจะช่วยป้องกันภัยจากภายนอกได้  และเป็นไม้ฟอกอากาศที่องค์การนาซาได้นำมาทดลองวิจัย ซึ่งก็ได้ผลวิจัยว่า “ต้นลิ้นมังกร” มีลักษณะพิเศษกว่าพันธุ์ไม้ชนิดอื่น คือคายก๊าซออกซิเจนในเวลากลางคืน ส่วนกลางวันจะปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์แทน ทำให้สามารถปลูกต้นลิ้นมังกรในบ้านได้โดยไม่มีอันตรายต่อคนในบ้าน โดยธรรมชาติแล้ว ต้นลิ้นมังกร ชอบแสงแดดปานกลางถึงแสงแดดจัด ปลูกได้ภายในอาคารและภายนอกอาคาร ต้องการปริมาณน้ำและความชื้นปานกลาง ควรให้น้ำ 5 – 7 วันต่อครั้ง

ต้นเศรษฐีเรือนนอก หรือเศรษฐีไซง่อน   คุณสมบัติช่วยดูดซับสารพิษ ประเภทแอมโมเนียได้เป็นอย่างดี

ต้นเศรษฐีเรือนนอก จัดอยู่ในกลุ่มไม้มงคล นิยมปลูกเพื่อเสริมโชคลาภด้านเงินทอง เป็นไม้ประดับที่มีลักษณะเด่นที่ขอบใบสีขาว ครีม และใบสีเขียวอยู่ด้านใน  เลี้ยงง่าย ทนทาน แตกหน่อเร็ว ชอบแดดรำไรถึงแดดจัด

ต้นเงินไหลมา  :   คุณสมบัติช่วยดูดซับสารพิษภายในบ้านเป็นอย่างดี

ต้นเงินไหลมา ไม้เลื้อยใบกลมสีเขียวเข้ม เงา มีลายสวยงาม โดยมีความเชื่อกันว่าเป็นต้นไม้มงคลเสริมโชคลาภ ช่วยให้เงินทองไหลมาไม่ขาดมือ ปลูกดูแลง่าย ไม่ยาก  สามารถปลูกได้ทั้งในน้ำและดิน เติบโตดีในดินร่วนที่ระบายน้ำได้ดี  วางในที่ร่มรำไร แสงแดดส่องถึงแต่ไม่จัด รดน้ำวันเว้นวันหรือเมื่อดินชั้นบนแห้ง ระวังอย่าให้แฉะหรือมีน้ำขัง นิยมขยายพันธุ์ด้วยการปักชำ

ต้นกวักมรกต : คุณสมบัติช่วยฟอกอากาศและเพิ่มความชุ่มชื้นในอากาศ

ต้นกวักมรกตจัดอยู่ในกลุ่มไม้มงคลยอดนิยม ช่วยเสริมโชคลาภ เงินทองไหลมาเทมา และความโชคดี ปลูก ดูแลง่าย ทนทาน เหมาะสำหรับมุมที่มีแสงรำไร ไม่ชอบน้ำมาก ควรรดน้ำเมื่อดินแห้ง หรือประมาณ 1-2 สัปดาห์ครั้ง เพื่อป้องกันรากเน่า  ข้อควรระวัง: ใบของกวักมรกตมีผลึกแคลเซียมออกซาเลต (Calcium Oxalate) ซึ่งเป็นอันตรายหากรับประทานเข้าไป ทำให้ระคายเคืองต่อปากและลำคอ โดยเฉพาะกับเด็กและสัตว์เลี้ยง

Related Posts