กระแจะ หรือ ทานาคา พบมากใน ประเทศพม่า ศรีลังกา บังกลาเทศ และอินเดีย ชื่อวิทยาศาสตร์ Naringi crenulata (Roxb.) ชื่ออื่น ขะแจะ ตุมตัง พญายา
เป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็ก สูง 3-8 เมตร กิ่งก้านมีหนาม ใบประกอบแบบขนนก เรียงสลับ ใบย่อย 4-13 ใบ รูปวงรีแกมไข่สลับ กว้าง 1.5-3 ซ.ม. ยาว 2-7 ซ.ม. ก้านใบแผ่เป็นปีก ดอกช่อออกที่ซอกใบ กลีบดอกสีขาว ผลสดรูปทรงกลม
สรรพคุณ แก่นใช้เป็นยาดับพิษร้อน ดองเหล้ากินแก้กษัย ลำต้นใช้ต้มน้ำดื่มครั้งละครึ่งแก้ว วันละ 3 ครั้ง เช้า กลางวัน เย็น แก้อาการโรคผิวหนังมีผื่นคัน เป็นเม็ดขึ้นคล้ายผด คันมาก มักมีไข้ร่วมด้วย แก้ปวดตามข้อ ปวดเมื่อย เส้นตึง แก้ร้อนใน เปลือกต้นแก้ไข้บำรุงจิตใจให้ชุ่มชื่นแจ่มใส
MOST POPULAR
ในแต่ละวัน หลายบ้านต้องหุงข้าว และสิ่งที่มักถูกเททิ้งไปพร้อมกับน้ำล้างข้าวก็คือ “น้ำซาวข้าว” ทั้งที่ของเหลือจากครัวชนิดนี้ยังสามารถนำมาใช้ประโยชน์ต่อได้ โดยเฉพาะคนที่ปลูกต้นไม้ ทำสวน หรือทำเกษตรแบบพึ่งพาตัวเอง น้ำซาวข้าวมีสารอินทรีย์บางส่วนที่หลุดออกมาจากเมล็ดข้าว เช่น แป้งและสารอาหารในปริมาณเล็กน้อย ซึ่งสามารถเป็นแหล่งอาหารของจุลินทรีย์บางกลุ่ม เมื่อนำมาหมักอย่างเหมาะสม จึงเกิดเป็นน้ำหมักที่สามารถนำไปใช้ร่วมกับการดูแลสวน ช่วยเพิ่มอินทรียวัตถุและส่งเสริมกิจกรรมของจุลินทรีย์ในดิน วันนี้เทคโนโลยีชาวบ้านชวนมาทำ “จุลินทรีย์น้ำซาวข้าว” สูตรง่ายๆ ใช้วัตถุดิบไม่กี่อย่าง เหมาะสำหรับคนที่ปลูกผักสวนครัว ไม้ผล หรือไม้ประดับที่ต้องการนำวัสดุเหลือใช้กลับมาใช้ให้เกิดประโยชน์ หัวใจสำคัญจึงไม่ได้อยู่ที่การนำ “น้ำซาวข้าว” ไปรดต้นไม้โดยตรงเพียงอย่างเดียว แต่คือการนำมาใช้เป็นวัตถุดิบในการหมัก เพื่อให้เกิดผลิตภัณฑ์หมักที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการดูแลแปลงปลูก วัตถุดิบ หมายเหตุ: หากต้องการทำในปริมาณมาก สามารถเพิ่มสัดส่วนวัตถุดิบตามอัตราส่วนเดิมได้ วิธีทำ ขั้นตอนที่ 1 เตรียมน้ำซาวข้าว นำน้ำที่ได้จากการซาวข้
ในยุคที่เกษตรกรเริ่มหันมาปลูกพืชแบบปลอดสารพิษมากขึ้น สมุนไพรพื้นบ้าน กลายเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยลดการใช้สารเคมี หนึ่งในสมุนไพรที่ได้รับความสนใจอย่างมาก คือ “หนอนตายหยาก” ซึ่งมีสรรพคุณโดดเด่นในการ ป้องกันและกำจัดศัตรูพืช โดยเฉพาะหนอนและแมลงต่างๆ ได้ผลดีแถมปลอดภัยกับคนและสิ่งแวดล้อม รู้จักกับ “หนอนตายหยาก” หนอนตายหยาก (ชื่อวิทยาศาสตร์: Derris elliptica) เป็นไม้เลื้อยที่พบได้ทั่วไปในป่าเบญจพรรณของไทย มีชื่อเรียกในแต่ละท้องถิ่นแตกต่างกัน เช่น “กำลังช้างเผือก”, “เครือเขาหนัง”, หรือ “บงตายหยาก” นิยมใช้รากและเถ้าเป็นส่วนผสมหลักในการทำยากำจัดแมลง จุดเด่นอยู่ที่สาร โรติโนน (Rotenone) ที่มีอยู่ในรากและเปลือกลำต้น ซึ่งเป็นสารธรรมชาติที่ออกฤทธิ์ในการทำลายระบบประสาทของแมลง ทำให้แมลงหยุดกิน หยุดเคลื่อนไหว และตายในที่สุด สรรพคุณในการป้องกันและกำจัดศัตรูพืช โดยไม่ทำอันตรายต่อพืชหรือผู้บริโภค จึงเหมาะกับเกษตรอินทรีย์หรือผู้ที่ต้องการลดการใช้สารเคมีในสวนของตน หนอนตายหยากสามารถใช้ไล่และฆ่าแมลงศัตรูพืชได้หลายชนิด เช่น วิธีการทำน้ำหมักสมุนไพรหนอนตายหยาก ส่วนผสม วิธีทำ วิธีใช้เจือจางน้ำหมัก 100 ซีซี ต่อน
ลำไยเป็นพืชเศรษฐกิจที่สร้างงานสร้างเงิน สร้างรายได้ให้กับเกษตรเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะพื้นที่ปลูกลำไยในภาคเหนือ ในช่วงปลายเดือนกรกฎาคมนี้เกษตรกรกำลังเก็บเกี่ยวผลผลิตลำไยในฤดูอยู่ เป็นช่วงที่ลำไยติดผลและเจริญเติบโตตามธรรมชาติ ให้ผลผลิตปริมาณมากที่สุดในรอบปี เปิดตลาดพรีออเดอร์ลำไยลำพูน จังหวัดลำพูน เป็นแหล่งปลูกลำไยสำคัญของภาคเหนือ ซึ่งปี 2569 มีจำนวนเกษตรกรผู้ปลูกลำไย จำนวน 53,386 ราย ผ่านการรับรองมาตรฐาน GAP 16,110 ราย ด้านพื้นที่ปลูก เนื้อที่ยืนต้น 361,227 ไร่ ให้ผลผลิต 356, 687 ไร่ แบ่งเป็นลำไยในฤดู 258,404 ไร่ และลำไยนอกฤดู 98,283 ไร่ มีการรวมกลุ่มแปลงใหญ่ลำไยจังหวัดลำพูน จำนวน 60 แปลง มีเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ 3,131 ราย พื้นที่ 19,088.75 ไร่ สำนักงานเกษตรจังหวัดลำพูนสำรวจผลผลิตลำไยของจังหวัดลำพูน ในปี 2569 คาดว่ามีปริมาณลำไยทั้งสิ้น 227,871 ตันสด แปรรูปอยู่ที่ 18,019 ตันสด คิดเป็นร้อยละ 79 แยกเป็นน้ำสกัดลำไยเข้มข้น ลำไยกระป๋อง ลำไยคว้านเมล็ด และแปรรูปอบแห้ง ส่วนการบริโภคสดอยู่ที่ 47,852 ตันสด คิดเป็นร้อยละ 21 แยกเป็นตลาดในประเทศปริมาณ ร้อยละ 6 และตลาดส่งออกร้อยละ 15 สำหรับลำไยสด ในป
“ปูทะเล” ถือเป็นเมนูโปรดอันดับต้นๆ ในใจของสายอาหารทะเล และมีมูลค่าทางการตลาดสูงอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันประเทศไทยได้พัฒนาการเลี้ยงปูทะเลเชิงพาณิชย์ไปไกลมาก ทั้งรูปแบบ การเลี้ยงในบ่อดิน, การเลี้ยงในกระชัง, การเลี้ยงในกล่องหรือพลาสติกหลุม (ระบบน้ำหมุนเวียน) รวมไปถึงการพัฒนาระบบการเลี้ยงเรื่อยมาเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพและคุ้มทุนมากที่สุด จนกระทั่งก้าวมาสู่ระบบ “การเลี้ยงปูคอนโด” นวัตกรรมย่อขนาดพื้นที่ที่ช่วยแก้โจทย์เรื่องอัตรารอด ลดการจับคู่ต่อสู้กินกันเอง ประหยัดพื้นที่ได้มหาศาล และกลายเป็นโมเดลสร้างผลตอบแทนสุดคุ้มค่าให้กับผู้เลี้ยงในยุคนี้ น้าดอน-ปริญญ์ อำนวยสิทธิโชค เจ้าของ “ฟาร์มปูน้าดอนชลบุรี” ตั้งอยู่ในตำบลบางทราย อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี อดีตหนุ่มโรงงาน ผันตัวเป็นเกษตรกรเลี้ยงปูทะเล ต้องผ่านการลองผิดลองถูกและเริ่มต้นจากความล้มเหลว แต่ด้วยหัวใจของนักสู้ จึงมุ่งมั่นทดลองระบบเลี้ยงปูคอนโดจนประสบความสำเร็จ สามารถสร้างรายได้เลี้ยงครอบครัวได้ในระดับหนึ่ง ในอนาคตเตรียมวางแผนขยายพื้นที่การเลี้ยง พร้อมต่อยอดเปิดเป็นศูนย์อบรมถ่ายทอดความรู้ให้กับเกษตรกรและผู้ที่สนใจนำไปประกอบเป็นอาชีพต่อไป น้าดอ
