พืชทำเงิน
ชื่อวิทยาศาสตร์ Hesperethusa crenulate (Roxb) Roem. ชื่อวงศ์ RUTACEAE ชื่ออื่นๆ ขะแจะ (เหนือ) พญายา (ราชบุรี) ตุมตัง (ตะวันออกเฉียงเหนือ) พุดไทร จุมจัง ฮางแกง กระแจะจัน พินิยา ทานาคา ตะนาว (มอญ) หนูไม่ใช่สาวเนื้อนิ่ม แม้ว่าใหม่ๆ สีเนื้อขาว แต่พอโดนแดดลมสีจะเปลี่ยนเนื้อเป็นเหลืองอ่อนแล้วเป็นสีน้ำตาล แต่ผิวขรุขระแตกร่องเข้ม ขัดแย้งกับที่ว่าทำไมผู้คนชอบเอาเนื้อหนูไปบดฝนเป็นผงละเอียดผสมแป้งใส่กลิ่นหอมทาหน้า ทาแก้ม อย่าแปลกใจนะคะที่หนูขึ้นต้นคำว่า “กระแดะ” ไม่ใช่คำหยาบนะ หลายคำมีที่มาและรู้ว่าเป็นคำเรียก-พูดใช้มาตั้งแต่ปู่ ย่า ตา ทวด ปัจจุบันเขียนแค่คำว่า “กะแดะ” คือหนูมีเพื่อนอยู่ที่อำเภอกาญจนดิษฐ์ สุราษฎร์ธานี เขาชวนไป “ปากแดะ” กินหอยนางรม เพราะบ้านอยู่ที่ “ปากน้ำกระแดะ” แล้วนั่งเรือออกทะเลดูฟาร์มหอยแครง หอยนางรม แต่ต้องแวะที่ “กระแดะ” คือตลาดในอำเภอหรือจะไปดูศูนย์ฝึกลิงเพื่อการเกษตรที่ “แดะแจะ” ด้วย หนูนี้งงสุดๆ คิดว่าเขาพูดชื่อหนูผิด จาก “กระแจะเป็นกระแดะ” เขาอธิบายว่าที่กาญจนดิษฐ์พูดคำสั้นๆ เช่น ไปตลาดกระแดะ พูดว่า “ไปแดะหรือไปหลาดแดะ” ไปปากน้ำกระแดะว่า “ไปปากแด
เกษตรทางรอดวันนี้ ขอแนะนำการปลูกสิ่งที่อยู่ใกล้ตัว นั่นคือเมล็ดแดงๆ ที่เรียกว่า พริก มีคำถามว่าพริก เรียกเป็นผักหรือผลไม้ ทำไมพริกอยู่กับวิถีคนไทยมาตลอด เกิดมาก็พบพริกอยู่ทุกภูมิภาคของไทย คนไทยบริโภคพริกมายาวนาน คนไทยกินเผ็ดมาก อาหารไทยก็เผ็ด แต่จริงๆ แล้วคนไทยรู้จักและกินพริกหลังชาติอื่นนานมาก เมื่อเรานึกถึงอาหารไทย ใครๆ ก็คงจะนิยามว่าเผ็ดจัดจ้าน ส่งผลให้ “คนไทยกินเผ็ด” เป็นภาพจำของคนส่วนใหญ่ และเราคนไทยเองก็ไม่ปฏิเสธเสียด้วย ว่ากันจากประสบการณ์ส่วนตัว ฉันเจอคนไทยกินเผ็ดมากกว่าคนไม่กินเผ็ดแบบสู้กันไม่ได้ และแม้แต่คนที่บอกว่าไม่กินเผ็ดก็ยังกินผัดกะเพรา (เผ็ดน้อย แต่ก็ใส่พริกนั่นละ) ยังเติมพริกป่นในก๋วยเตี๋ยว (นิดหนึ่ง แต่ก็เติม) นึกๆ ดูฉันยังไม่เคยเจอคนที่ไม่กินเผ็ดแบบไม่แตะพริกไม่แตะพริกไทยเลยสักคน ซึ่งอาจจะเป็นเพราะอาหารไทยนั้นผูกโยงอยู่กับวัตถุดิบที่มีความเผ็ด ตั้งแต่เผ็ดจริงจังอย่างพริก เผ็ดเบาลงหน่อยอย่างพริกไทย ไปจนถึงเผ็ดร้อนน้อยๆ จากสารพันเครื่องเทศและสมุนไพร ฉะนั้น จะบอกว่าเราชาวไทยคุ้นชินกับความเผ็ดกันตั้งแต่เล็กแต่น้อยก็ว่าได้ กล่าวถึงพริกยังไม่บอกเลยนะครับว่าเป็นผลไม้หรือผั
สภาพภูมิอากาศบ้านเราเดี๋ยวชื้น เดี๋ยวหนาวเย็น เดี๋ยวร้อน ยามร้อนก็ร้อนร้าว จนชาวบ้านต่างพากันบ่นพึมพำ แช่งด่าดวงตะวันที่อยู่ไกลเราไปตั้ง 150 ล้านกิโลเมตร ร้อนจริงร้อนจัง ร้อนอย่างแท้จริง ร้อนจนจำต้องหมดเงินค่าน้ำค่าไฟเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว เพื่อช่วยคลายร้อนที่ดวงตะวันแบ่งปันส่งมาให้ หมดเงินเพิ่มอีกเยอะเลย เอะหรือว่ารัฐบาลเขาขึ้นราคาค่าน้ำค่าไฟที่เราใช้ของเขาไป ซ้ำเติมให้เร่าร้อนเข้าไปอีก แต่ช่องทางผ่อนคลายร้อนแบบบ้านๆ ก็มีอยู่ คืออาศัยความเป็นธรรมชาติ ต้นไม้ หาดทราย สายน้ำลำธารมากมาย รวมทั้งอาหารการกินที่ชาวบ้านเขารู้จัก และธรรมชาติเสกสรร ให้มีในหน้าร้อนนี้ พืชผักหลายอย่างช่วยคลายร้อนได้ เราเรียกกันว่า “ผักพื้นบ้าน” ผักพื้นบ้าน ส่วนใหญ่เป็นผักได้จากป่า เอามาทำกินกันกับคนที่บ้าน หรือพืชผักริมรั้วที่มีในท้องถิ่นก็ใช่ มีมากกันทุกภาคของไทยที่ป่าไม้ยังอุดมสมบูรณ์ ชาวบ้านหาเก็บมาวางขายตามตลาดท้องถิ่น เป็นที่นิยมแพร่หลายในหมู่นักบริโภคอาหารป่า ซึ่งปลอดภัยจากสารพิษ เช่นผักชนิดนี้น้อยคนนักที่จะรู้จัก ชื่อเขาแปลกๆ เรียกกันว่า “สะแล” ส่วนที่นำมาเป็นอาหารคือ ดอกอ่อน ลักษณะดอกคล้ายกับผล ดอกอ่อนสะแลม
ตำบลบ้านใหม่ ประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตร มีครัวเรือนเกษตรจำนวน 989 ครัวเรือน พืชเศรษฐกิจสำคัญคือ ข้าวนาปี ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ยางพารา เกษตรกรประสบปัญหาผลผลิตตกต่ำ มีต้นทุนสูงจากใช้ปุ๋ยเคมี ในปี 2562 ทางนักวิชาการส่งเสริมการเกษตรของสำนักงานเกษตรอำเภอเมืองพะเยา จังหวัดพะเยา ได้มาให้คำแนะนำเรื่องการตรวจวิเคราะห์ดิน และได้รวบรวมตัวอย่างดินของเกษตรกรส่งตรวจวิเคราะห์กับสถานีพัฒนาที่ดินพะเยา ปรากฏว่าดินของเกษตรกรทุกรายมีค่าเป็นกรดสูง เนื่องจากมีการใช้ปุ๋ยเคมีเป็นระยะเวลายาวนาน และพื้นที่เป็นชุดดินเรณู ที่มีความเป็นกรดสูง ทางนักวิชาการส่งเสริมการเกษตรของสำนักงานเกษตรอำเภอเมืองพะเยา จังหวัดพะเยา จึงได้เข้ามาถ่ายทอดความรู้เรื่องการปรับปรุงบำรุงดิน ให้กับเกษตรกรในพื้นที่ ต่อมา คุณประสาน เชื้อดี และเกษตรกรแกนนำบ้านใหม่ บ้านร่องไฮ จำนวน 10 ราย ได้มาขอคำปรึกษาเพิ่มเกี่ยวกับการปรับปรุงบำรุงดิน และต้องการลดต้นทุนการผลิตสินค้าเกษตร ที่สูงเพิ่มขึ้นทุกปี นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรของสำนักงานเกษตรอำเภอเมืองพะเยา ร่วมกับกลุ่มแกนนำจึงได้ประชาสัมพันธ์ ชักชวนผู้สนใจรวมตัวจัดตั้งเป็น ศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชน
ผักเหลียง หรือ ผักเหมียง เป็นพืชผักสมุนไพรพื้นบ้านที่มีรสจืด รสมัน ไม่ขม ไม่มีกลิ่น เมื่อจัดเป็นผักเครื่องเคียงกินกับขนมจีนน้ำยา หรือกินกับกับข้าวรสชาติจัดจ้านจะช่วยให้เจริญอาหารและได้คุณค่าทางโภชนาการสูง ที่ภาคใต้และภาคตะวันออกเกษตรกรได้ปลูกเป็นพืชเชิงเดี่ยว ปลูกเป็นพืชแซมในสวนยางพาราหรือสวนมะพร้าว เป็นพืชเศรษฐกิจที่มีตลาดรองรับในการซื้อขาย ส่งผลให้ผู้ปลูกมีรายได้นำไปสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตและยังชีพได้มั่นคง คุณทวิชา คุปต์ทรงคุณ ผู้ปลูกผักเหลียง เล่าให้ฟังว่า ผักเหลียง หรือ ผักเหมียง เป็นพืชผักสมุนไพรพื้นบ้านที่เกษตรกรในพื้นที่ภาคใต้ปลูกกันแพร่หลาย มีทั้งปลูกเป็นสวน ปลูกเป็นพืชแซมในสวนยางพารา สวนมะพร้าว หรือสวนปาล์ม เป็นผักกินใบที่มีรสจืด รสมัน ไม่ขม ไม่มีกลิ่น เมื่อจัดเป็นผักเครื่องเคียงกินกับกับข้าวรสจัดหรือกินกับขนมจีนน้ำยารสจัดจ้านจะช่วยให้ได้ลิ้มรสชาติความอร่อยเป็นพิเศษ หรือนำยอดผักเหลียงไปลวกกินกับน้ำพริก ผัดใส่ไข่ หรือนำไปทำเป็นลาซานญ่า พิชซ่าโรลหรือพายผักเหลียง ก็จะได้ลิ้มลองรสชาติแปลกใหม่ ประโยชน์ที่ผู้กินได้รับจากผักเหลียงคือ มีใยอาหารหรือไฟเบอร์ ช่วยป้องกันอาการท้องผูก ให้ค
ผมคาใจทุกครั้งกับการแอบตั้งชื่อสวนให้น้องโจ – ณฐภัทร แสงโรจน์ศิริกุล เพราะเป็นการนำเรื่องราวจากชีวิตจริงมาตั้งชื่อสวนแบบบอกให้คนอื่นรู้โดยไม่ต้องถามกันเลยเชียว ผู้คนทั่วไปจะรู้จักชื่อประเทศ ฝรั่งเศส เมื่อมาเจอสวนน้องโจ ผมเลยเสนอชื่อไปว่า “สวนฝรั่งโสด” ก็เกิดคำถามตามมาอีกว่า คนจะเข้าใจผิดไหมว่าเจ้าของสวนเป็นชาวฝรั่ง ก็ตอบน้องไปว่า “นั่นแหละดี เราจะได้มีเรื่องให้เขาถามและเราคอยอธิบาย” จากอดีตเด็กหนุ่มผู้มีแรงใจและใฝ่ฝัน จะเป็นเจ้าของธุรกิจของตัวเองในยามที่สำเร็จการศึกษาใหม่ๆ จึงรวบรวมทุนและกำลังใจ จดทะเบียนเปิดบริษัทประกอบธุรกิจ เกี่ยวกับเครื่องจักรกลและโลหะที่กรุงเทพมหานครเมืองฟ้าอมรของใครๆ ในแต่ละวันก็ดำเนินธุรกิจไปได้อย่างราบรื่นพอสมควร รายรับ-รายจ่าย ยังพอเรียกว่า “พอมีกำไร” แต่ลึกๆ ของหัวใจที่มิได้ถวิลหาแต่น้องนางที่จะมาเป็นคู่ร่วมชีวิตเท่านั้น ในทุกโมงยามยังแบ่งใจให้กับเรื่องราวทางด้านการเกษตรอีกด้วย เริ่มศึกษาเรื่องพันธุ์ไม้ สัตว์เศรษฐกิจต่าง ๆ รวมถึงการไปเดินตามงานเกษตรที่มีจัดอยู่ทั่วไป และประกอบกับทางบ้านพอมีที่ดินที่ยังไม่ได้ใช้ประโยชน์ ที่อำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี อยู่พ
จังหวัดราชบุรี เป็นแหล่งเพาะปลูกมะพร้าวน้ำหอมเป็นอันดับ 1 ของประเทศ คิดเป็นร้อยละ 34.38 ของพื้นที่ปลูกทั้งประเทศ (สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร) มะพร้าวน้ำหอมราชบุรี ที่นิยมปลูกส่วนใหญ่เป็น “พันธุ์ก้นจีบ” ที่มีลักษณะเด่นคือ ลูกใหญ่ ผลดก มีจำนวนทะลายมาก ให้ผลผลิตสม่ำเสมอ เนื้อมะพร้าวนุ่ม มีรสชาติหวาน 7-10 องศาบริกซ์ หอมกลิ่นใบเตยอ่อนๆ ซึ่งเป็นอัตลักษณ์เฉพาะตัว ปัจจุบันจังหวัดราชบุรีกลายเป็นพื้นที่นำร่องโมเดลเศรษฐกิจสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน (Bio-Circular-Green Economy : BCG Model) ตามนโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ส่งเสริมให้เกษตรกรชาวสวนมะพร้าวจังหวัดราชบุรี รวมกลุ่มกันอย่างเข้มแข็ง มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ข้อมูลการปลูกการตลาดมะพร้าวน้ำหอมให้ได้คุณภาพมาตรฐาน GAP จึงเป็นที่นิยมของผู้ซื้อทั้งในประเทศและส่งออก กลายเป็นสินค้าขายดี ครองแชมป์มูลค่าส่งออกสินค้า GI สูงสุดปี 2564 เอ็นซี โคโคนัท ราชบุรี ต้นแบบ BCG Value Chain คุณณรงค์ศักดิ์ ชื่นสุชน เป็นลูกชาวสวน หลังจบการศึกษา ก้าวเข้าสู่อาชีพเกษตรทำสวนมะพร้าว บุกเบิกตลาดค้าส่งมะพร้าวน้ำหอมก่อนพลิกบทบาทเป็นนักธุรกิจเกษตรอย่างเต็มตัวและเป็นเจ้าของธุรกิจ
หอยเชอรี่ ศัตรูข้าวที่สำคัญ ทำความเสียหายแก่ข้าวในนา ตั้งแต่ในระยะกล้าจนถึงระยะแตกกอ ทั้งในประเทศไทยและหลายประเทศ หากไม่ทำการป้องกันกำจัด หอยเชอรี่สามารถทำลายข้าวในพื้นที่ 1 ตารางเมตร เสียหายได้ภายในเวลา 1 คืน สามารถทำให้สูญเสียผลผลิตข้าวมากกว่าร้อยละ 50 แม้ว่าปัจจุบันปัญหาการแพร่ระบาดของหอยเชอรี่จะลดลงเนื่องจากการแพร่กระจายของศัตรูตามธรรมชาติที่สำคัญคือ นกปากห่าง แต่พื้นที่นาข้าวที่การปลูกข้าวไม่ต่อเนื่อง โดยเฉพาะนาข้าวที่ลุ่มมีน้ำท่วมขัง จึงยังพบปัญหาการแพร่ระบาดของหอยเชอรี่ คุณอุรัสยาน์ ขวัญเรือน นักวิชาการเกษตรชำนาญการพิเศษ กองวิจัยและพัฒนาข้าว กรมการข้าว กล่าวว่า ปัจจุบันมีการศึกษาวิจัยสารสกัดจากพืชหลายชนิดเพื่อนำมาทดแทนการใช้สารเคมีในการป้องกันกำจัดหอยเชอรี่ รวมทั้งการวิจัยพัฒนารูปแบบของผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมและมีประสิทธิภาพ แต่การศึกษาถึงในระดับแปลงนายังมีน้อย สารสกัดจากพืชที่นิยมนำมาใช้ป้องกันกำจัดหอยเชอรี่คือ กากเม็ดชา แต่ส่วนใหญ่ที่ใช้กันนำเข้ามาจากประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน คุณอุรัสยาน์ บอกว่า มีความสนใจสารสกัดจากพืชชนิดหนึ่งที่มีในประเทศไทยคือ มะคำดีควาย หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว
เกษตรกรหลายคนอาจพบปัญหาหอยเชอรี่ และปูนาระบาดกัดกินทำลายต้นข้าวเสียหาย หอยเชอรี่เป็นสัตว์ศัตรูข้าวที่สำคัญมาก นอกจากจะขยายพันธุ์ได้อย่างรวดเร็วแล้ว ยังสามารถทนทานต่อความแห้งแล้งได้ดี โดยจะหมกตัวมีชีวิตอยู่ในพื้นนาได้นานตลอดฤดูแล้ง และยังลอยตัวไปตามน้ำไหลได้อีกด้วย จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องป้องกันกำจัดอย่างต่อเนื่อง 🍀วัตถุดิบ เปลือกมังคุด 1 กิโลกรัม มะกรูด 1 กิโลกรัม น้ำเปล่า 🪴ขั้นตอนการทำ 1. หั่นมะกรูดทั้งหมดเป็นชิ้นเล็กๆ ใส่ในภาชนะที่ต้องการใช้หมัก 2. เติมน้ำเปล่าให้พอท่วมมะกรูด ปิดฝา หมักทิ้งไว้ 7 วัน 3. หั่นเปลือกมังคุดเป็นชิ้นเล็กๆ แล้วเติมน้ำเปล่าให้พอท่วม ปิดฝา หมักทิ้งไว้ 7 วัน 4. หลักจากแยกหมักทั้งมังคุดและมะกรูด ครบ 7 วันแล้ว ให้เททั้งน้ำหมักมะกรูด และน้ำหมักเปลือกมังคุดผสมกัน 5. คนส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากัน ก่อนนำไปใช้ 💡การนำไปใช้ สูตรนี้ให้ใช้ทั้งกาก และน้ำที่หมัก โดยสาดหรือโยนในนาข้าวเป็นจุดๆ ในช่วงตอนเย็น ทุกๆ 5-7 วัน จะช่วยป้องกันและกำจัดหอยเชอรี่ และปูนาได้เป็นอย่างดี ✨เคล็ดลับ ถ้าเกษตรกรมีเวลามากพอ คุณนำพาอยากให้เกษตรกรเก็บหอยเชอรี่หรือปูนาที่ระบาดมารวมกันให้มากที่สุด จ
“แตงร้าน” ถือได้ว่าเป็นพืชที่อยู่คู่ครัวคนไทยมาอย่างยาวนาน เป็นที่นิยมบริโภคกันอย่างแพร่หลายทั่วโลกทั้งการบริโภคสดและแปรรูป เนื่องจากมีคุณค่าทางอาหารทั้งวิตามินและแร่ธาตุต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย อีกทั้งแตงร้านยังมีน้ำเป็นองค์ประกอบถึงร้อยละ 96 จึงมีคุณสมบัติแก้กระหาย และเพิ่มความชุ่มชื้น และช่วยการกำจัดของเสียตกค้างในร่างกายอีกด้วย และเป็นพืชที่ตลาดมีความต้องการตลอดทั้งปี “แตงร้าน” เป็นพืชที่ปลูกง่าย อายุสั้น การเจริญเติบโตเป็นพุ่มและมีเถาเลื้อย เดิมมีถิ่นกำเนิดอยู่แถบเอเชีย มีการบันทึกประวัติการปลูกมากกว่า 3,000 ปีแล้ว อยู่ในวงศ์เดียวกับแตงโม ฟักทอง บวบ มะระ น้ำเต้า ในแตงร้าน 1 ต้นจะมีดอกตัวผู้และดอกตัวเมีย เมื่อผสมเกสรจะติดผลที่ดอกตัวเมีย ซึ่งการปลูกแตงร้าน 30-45 วันก็เก็บเกี่ยวได้แล้ว คุณพิไลรัตน์ กาวน อายุ 26 ปี และ คุณพิทักษ์ สนิทสตรี อายุ 28 ปี สองสามี-ภรรยา อยู่บ้านเลขที่ 245 หมู่ที่ 4 ตำบลท่าสวรรค์ อำเภอนาด้วง จังหวัดเลย เล่าให้ฟังว่า “ความรู้การปลูกแตงร้านเริ่มจากศูนย์” ภายในหมู่บ้านมีการปลูกแตงร้านกันอย่างแพร่หลาย รายได้ดี ตนเองและสามีจึงทดลองปลูกตามคำแนะนำของญาติ และช
