พืชทำเงิน
หลายท่านคงคุ้นเคยหรือเคยได้ยินกันมาบ้างแล้วกับคำว่า “เกษตรสร้างชาติ” ซึ่งความหมายของคำว่าเกษตรสร้างชาติในความหมายของแต่ละคนอาจแตกต่างกันออกไป แต่ถ้าหากจะให้เอ่ยจริงๆ แล้วการทำเกษตรกรรมไม่ว่าจะทำมากหรือทำน้อย ก็นับได้ว่าเป็นการสร้างชาติ สร้างชีวิต และสร้างเศรษฐกิจที่ดีให้กับประเทศได้ทั้งนั้น เพราะฉะนั้น ฉบับนี้ผู้เขียนจะขอนำเสนอ เกษตรกรตัวอย่างในยุคโควิด-19 ที่พลิกชีวิตจากโค้ชสอนออนไลน์สู่การเป็นเกษตรกร ให้เป็นอีกหนึ่งแรงบันดาลใจให้กับคนที่กำลังท้อแท้ให้ลุกขึ้นมาฝ่าฟันวิกฤตครั้งนี้ไปพร้อมกัน คุณชัยธวัช คำแสงดี หรือ พี่ยุ้ย อยู่บ้านเลขที่ 30 หมู่ที่ 6 บ้านภูเงิน ตำบลภูเงิน อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ อดีตโค้ชสอนออนไลน์ เกี่ยวกับธุรกิจสุขภาพและความงาม ผันตัวมาเป็นเกษตรกรในยุคโควิด-19 ใช้เทคนิคการวางแผนจัดการระบบ จัดการผืนที่ก่อนปลูก รวมถึงการนำความรู้ทางด้านออนไลน์มาใช้ในการสร้างตลาด จนประสบความสำเร็จในอาชีพเกษตรกรสามารถสร้างรายได้เลี้ยงครอบครัวได้เดือนละหลายหมื่นบาทต่อเดือน พี่ยุ้ย เล่าถึงจุดเริ่มต้นการทำเกษตรให้ฟังว่า ก่อนหน้านี้ตนเองทำอาชีพเป็นโค้ชสอนออนไลน์มาก่อน แต่เนื่องด้วยสถาน
ต่อจากฉบับที่แล้ว ที่ได้มาแชร์ถึงประสบการณ์การขออนุญาตปลูกกัญชงของไร่สาสุขกันไปแล้ว แบบพอหอมปากหอมคอ ในฉบับนี้ก็จะมาต่อกันในเรื่องของเทคนิคการปลูกกัญชงเชิงพาณิชย์ ปลูกอย่างไร ขายอย่างไร ลงทุนเท่าไหร่ หาตลาดอย่างไร มาฝากท่านผู้อ่านกันอีกครั้ง สำหรับขั้นตอนเทคนิคการปลูกกัญชง ทนพ. ปิยะวิทย์ สาสุข หรือ พี่เนป อยู่ที่ 121 หมู่ที่ 3 บ้านลำภูพาน ตำบลผาตั้ง อำเภอสังคม จังหวัดหนองคาย เกษตรกรเจ้าของไร่สาสุข อธิบายขั้นตอนเริ่มต้นว่า ต้องเริ่มจากการเลือกสายพันธุ์ที่ดี โดยที่ไร่เลือกปลูกสายพันธุ์รับรอง RPF3 จากสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง จังหวัดเชียงใหม่ จุดประสงค์เพื่อต้องการเมล็ดไปแปรรูปใช้ทำอาหารโดยเฉพาะ ซึ่งสายพันธุ์ RPF3 ตอบโจทย์ความต้องการตรงที่จะมี THC ไม่เกิน 1 เปอร์เซ็นต์ ตรงกับกฎข้อบังคับสำหรับสกัดแปรรูปนำไปทำอาหาร ทีนี้มารู้จักประเภทของกัญชงเบื้องต้นจะมีหลักๆ อยู่ 2 ประเภท คือ 1. โฟโต้ พีเรียด (Photo–period) โฟโต้ ที่แปลว่า แสง แสดงว่าพวกนี้อ่อนไหวง่ายกับแสง จะออกดอกตามชั่วโมงแสง ถ้าแสงชั่วโมงเยอะก็จะเป็นใบอย่างเดียว ถ้าลดชั่วโมงแสงลงได้ ก็จะออกดอก สามารถชำกิ่งได้ อายุการเก็บเกี่ยวของส
แมลงดานาเป็นสัตว์เศรษฐกิจที่น่าสนใจ ตลาดมีความต้องการสูง ทั้งยังมีราคาดี ทว่าผู้เลี้ยงต้องทำอยู่บนพื้นฐานความคุ้มค่าด้วย ไม่ควรลงทุนมากเกินไป สำหรับตลาดแมลงดานา ซึ่งปัจจุบันมีการนำเข้ามาจากประเทศเพื่อนบ้านปีละหลายแสนตัว ถือเป็นตลาดที่ใหญ่มาก จึงไม่ต้องกังวลเลยว่าหากจะเลี้ยงเองหรือจับเอาตามธรรมชาติจะไปขายที่ไหน เพราะเชื่อว่ามีเท่าไรก็ไม่พอ รวมถึงตลาดต่างประเทศ ตามร้านอาหารไทยในที่ต่างๆ ล้วนมีความต้องการแมลงดานากันทั้งนั้น คุณวิรัตน์ โนนกลาง หรือ พี่อ็อฟ บ้านเลขที่ 44/2 หมู่ที่ 8 ตำบลชีวาน อำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา ใช้เวลาว่างหลังทำนา สร้างอาชีพเสริมจากสิ่งใกล้ตัวด้วยการจับแมลงดานาตามทุ่งนา มาแปรรูปสร้างรายได้เลี้ยงครอบครัวและสร้างเงินหมุนเวียนให้คนในชุมชนได้เป็นอย่างดี พี่อ็อฟ เล่าถึงจุดเริ่มต้นการแปรรูปแมลงดานาขายว่า เกิดจากที่ตนเองมีอาชีพหลักคือการทำนา ประกอบกับพื้นที่บริเวณแถบนี้ชาวบ้านส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเป็นเกษตรกร ทำนาเป็นส่วนใหญ่ ทำให้เมื่อถึงฤดูกาลเก็บเกี่ยวทำให้บริเวณพื้นที่ของตนเองจะมีแมลงดานาจากธรรมชาติค่อนข้างเยอะ จนเกิดเป็นไอเดียขึ้นมาได้ว่าจะจับแมลงดาที่หาได้จากนาตนเองมา
“ทำเกษตรแบบคนรุ่นใหม่ ไม่เครียดและไม่กดดัน เพราะมีหลักคิดง่ายๆ เริ่มทำอย่างไรก็ได้ให้มีความสุขก่อน อย่าเพียงมุ่งหาแต่รายได้ คิดแค่ว่าทำเพื่อลดรายจ่ายก่อน แล้วรายได้จะตามมาทีหลัง” หลักคิดการทำเกษตร ของ คุณเมธยา คุณเมธยา ภูมิระวิ หรือ คุณเมย์ อยู่บ้านเลขที่ 343 หมู่ที่ 6 ตำบลวังตะกอ อำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร เกษตรกรรุ่นใหม่สานต่องานเกษตรที่พ่อสอน บนเนื้อที่ 27 ไร่ คุณเมย์ เล่าว่า เธอเรียนจบคณะวิทยาการคอมพิวเตอร์ จากมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต เมื่อเรียนจบเธอตัดสินใจกลับบ้านที่จังหวัดชุมพรทันที ไม่ได้อยู่ทำงานตามสายที่เรียนมา เนื่องจากเคยได้ฝึกงานก่อนที่จะเรียนจบ แต่รู้สึกว่าไม่ใช่วิถีชีวิตที่ชอบ ไม่ชอบทำงานในออฟฟิศที่ต้องตื่นเช้ามาตอกบัตรเข้า-ออก ต้องนั่งทำงานที่มีพาร์ติชั่นกั้นเป็นล็อกๆ รู้สึกอึดอัด จึงคิดว่าที่บ้านก็มีพื้นที่ให้ทำต่อยอด ทำไมไม่กลับไปดูแลพื้นที่ของตัวเอง เริ่มทำเกษตร บนคำสบประมาท ของชาวบ้าน หาว่า “บ้า” ด้วยความที่ คุณเมย์ เรียนจบคณะวิทยาการคอมพิวเตอร์มา เธอเล่าว่า หากย้อนไปเมื่อ 10 ปีที่แล้ว บุคลากรที่มีความรู้ด้านคอมพิวเตอร์ขาดแคลน ตลาดกำลังต้องการ แต่เธอเลือกที่จะทิ้งโอ
“ผักสาบ” ผักป่า มากคุณค่าของไทย ผักสาบ เป็นพืชผักในวงศ์เสาวรส หรือ กะทกรก PASSIFLORACEAE มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Adenia viridiflora craib ชื่อเรียกในท้องถิ่นต่างๆ ของไทย เช่น ภาคกลาง เรียก ผักอีนูน ผักอะนูน คนเมืองกาญจน์ เรียก นางนูน ทางภาคเหนือ อีสาน เรียก ผักสาบ เป็นไม้เถาเลื้อย อายุยืนหลายปี เป็นไม้ป่าที่ชาวบ้านป่า หรือพรานป่ารู้จักในชื่อ “เครือน้ำ” เมื่อเวลาเดินป่า ขาดน้ำกิน หาน้ำจากห้วยหนองไม่มี ก็อาศัยตัดเถา หรือเครือผักสาบรองกินน้ำที่หยดออกมาจากเถานั้นได้ เป็นเถาไม้ที่ดูดอมน้ำไว้ในเถา คนที่รู้จักจะอนุรักษ์ไม้เถาชนิดนี้ไว้ ไม่ให้ตัดฟันให้เกิดแผลโดยไม่จำเป็น ต้นผักสาบจะตายได้ เพราะถ้าเกิดแผลตัด น้ำที่สะสมดูดอมไว้จะไหลออกมาหมดจนเถาแห้งต้นตายได้ เถาเล็กๆ ที่ให้ยอดใบที่อ่อนนุ่มเป็นอาหาร เถาใหญ่ให้ดอกผลเป็นอาหารเช่นกัน เถาเล็กสีเขียว ส่วนปลายยอดสีม่วงแดง เมื่อแก่จะเป็นสีน้ำตาล ผิวขรุขระเล็กน้อย เห็นเนื้อไม้ชัดเจน เถาใหญ่ส่วนโคนต้น บางเถาโตมากกว่า 3 เซนติเมตร มีมือเกาะที่แตกแขนงได้ ใบเป็นใบเดี่ยวออกเรียงสลับ ก้านใบสั้น แผ่นใบรูปหัวใจ ปลายใบแหลม ขอบใบเรียบ ใบสีเขียว เนื้อใบหนา เห็นเส้นใบชั
เรียน คุณหมอเกษตร ทองกวาว ที่นับถือ ปัจจุบัน กัญชากำลังมาแรง ผมอยากทราบว่า ในกัญชานั้นมีสารอะไร ที่บอกว่า สามารถรักษาได้สารพัดโรค แล้วกัญชาต่างกับกัญชงอย่างไร และพืชอีกชนิดหนึ่งคือ กัญชาแมว เป็นพืชชนิดเดียวกันหรือไม่อย่างไร คำถามของผมอาจจะเชย แต่คำตอบก็เป็นประโยชน์กับตัวผมเองและผู้อ่านท่านอื่นๆ อีกด้วย ผมจึงขอรบกวนคุณหมอให้ข้อมูลรายละเอียดของพืชทั้งสามชนิดดังกล่าว ผมขอขอบคุณ หมอเกษตร มาในโอกาสนี้ ขอแสดงความนับถือ วรเมศร์ จันทร์ประสงค์สุข กรุงเทพฯ ตอบ คุณวรเมศร์ จันทร์ประสงค์สุข ปัจจุบัน ในบ้านเรามีการกล่าวขวัญถึงกัญชากันอย่างกว้างขวางและเกือบทุกวงการ กัญชา (Cannabis หรือ Marijuana ก็เรียกกัน) มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Cannabis sativa L.subsp.indica มีถิ่นกำเนิดอยู่ในทวีปเอเชีย ตั้งแต่ไซบีเรีย แถบเปอร์เซีย และทางตอนเหนือของอินเดีย ต่อมามีผู้นำมาปลูกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไปจนถึงอินโดนีเซีย และหมู่เกาะแปซิฟิก กัญชา มีลำต้นสูง 90-150 เซนติเมตร ใบแหลมเป็นแฉก ลึกเข้าไปในก้านใบ คล้ายมือมนุษย์ที่แบออก มี 5-7 แฉก แต่ละแฉก กว้าง 0.3-1.5 เซนติเมตร และยาว 6-10 เซนติเมตร ขอบใบเป็นจักรแบบฟันเลื่อย ลำต
ตระกูล “โสวรรณะตระกูล” ที่มี นายชม เป็นหัวหน้าครอบครัว ย้ายจากแถบสะพานพระราม 6 ไปทำมาหากินอยู่ที่อำเภอเมือง นครนายก โดยยึดอาชีพการเกษตร ปลูกทุเรียนและไม้ผลอื่นๆ ก่อนที่นายชมจะเสียชีวิตได้แบ่งที่ดินให้กับลูกๆ ทุกคน ซึ่งมีอยู่ 5 คน ด้วยกัน ลูกแต่ละคนตั้งชื่อสวนของตัวเองว่า “สวนละอองฟ้า” สวนละอองฟ้า 1 รู้จักกันดีในฐานะที่รวบรวมทุเรียนพันธุ์ดีไว้กว่า 40 พันธุ์ มี คุณชาตรี โสวรรณะตระกูล เป็นเจ้าของในปัจจุบัน สมาชิกของครอบครัวนี้เคยเล่าให้ฟังว่า สมัยที่นายชมดูแลสวนทุเรียนอยู่ ลูกๆ ซึ่งเป็นหนุ่ม ไปหาน้ำมารดต้นทุเรียนในหน้าแล้ง ต้องไปแบ่งน้ำกับชาวบ้าน บางทีกระทบกระทั่งกัน เกือบจะมีเรื่อง เมื่อลูกๆ มารายงาน นายชม บอกว่า “เอาทุเรียนไว้ก่อน” นั่นแสดงว่า นายชมรักและผูกพันกับทุเรียนอย่างมาก น่าดีใจ ที่ทุกวันนี้ ทั้งรัฐและเอกชน เห็นความสำคัญพันธุกรรมทุเรียนสวนละอองฟ้า 1 มีการอนุรักษ์และนำไปเผยแพร่ในวงกว้างพอสมควร ละอองฟ้า 2 เด่นมะยงชิด และมะปรางหวาน ผู้ที่ได้ครอบครองที่ดิน บริเวณบ้านเลขที่ 153 หมู่ที่ 3 ตำบลสาลิกา อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก จำนวน 12 ไร่ 2 งาน คือ คุณวชิระ โสวรรณะตระกูล เดิมที
เป็นที่ยอมรับกันว่าหากสนใจมะม่วงน้ำดอกไม้สีทองอร่อย หวาน หอม ในแบบเกรดพรีเมี่ยม คงไม่ต้องไปหาที่ไหนแล้ว ปักหมุดไปที่ “เนินมะปราง” พิษณุโลก เพราะเป็นแหล่งผลิตมะม่วงน้ำดอกไม้สีทองพรีเมี่ยมที่ดีที่สุดของไทย เพราะชาวบ้านใส่ใจกับการผลิตจึงเป็นมะม่วงที่มีคุณภาพและความปลอดภัย ได้รับการรับรองมาตรฐานการปลูก GAP หรืออาจถึงขั้นส่งขายต่างประเทศ สร้างเม็ดเงินมากมาย อย่าง “สวนรวงทอง” ที่มี คุณชลธิชา ช่างประดิษฐ์ เป็นเจ้าของสวน ตั้งอยู่เลขที่ 83 หมู่ที่ 13 บ้านวังน้ำบ่อ ตำบลไทรย้อย อำเภอเนินมะปราง จังหวัดพิษณุโลก เป็นสวนมะม่วงน้ำดอกไม้สีทองที่ได้รับการันตีรางวัลชนะเลิศให้เป็นแปลง GAP ดีเด่น และอีกหลายรางวัลมากมาย ทั้งยังผลิตมะม่วงน้ำดอกไม้สีทองคุณภาพมาตรฐานส่งออก เกรดพรีเมี่ยม “การปลูกมะม่วงที่ขายทั่วไปมีความเสี่ยงด้านราคาผันผวน ถึงขั้นเสี่ยงขาดทุนหากราคาขายต่ำกว่าทุน ขณะเดียวกัน ถ้าทำมะม่วงคุณภาพเกรดพรีเมี่ยม ไม่ว่าจะขายในหรือต่างประเทศก็มีราคาสูง เพราะตลาดลูกค้ากลุ่มนี้มีความต้องการแล้วมีกำลังซื้อมาก ทำให้ราคาขายสูง” เจ้าของสวนกล่าว ภายหลังประสบความสำเร็จสามารถส่งผลผลิตมะม่วงน้ำดอกไม้จากสวนตัวเองไป
วันนี้ขับรถผ่านถนนสายบ้านคำเม็ก ตำบลไผ่ อำเภอเมืองกาฬสินธุ์ ไปบ้านนา ตำบลม่วงนา อำเภอดอนจาน กิโลเมตรที่ 3 พบเกษตรกร 4 คน นั่งเก็บผลผลิตทางการเกษตร คือต้นตะไคร้ที่ปลูกริมถนนหน้าไร่นาสวนผสม ความยาวประมาณ 100 เมตร ความกว้าง 5-6 กอตะไคร้ มองดูสวยงามเป็นทิวแถวสีเขียว หน้าสวน มากกว่า 1,000 กอ คุณจิมรัว ผลพูน อายุ 60 ปี บ้านเลขที่ 248 หมู่ที่ 4 บ้านคำเม็ก ตำบลผ่า โทร. 061-092-7161 ให้การต้อนรับด้วยไมตรีจิต พร้อมเล่าให้ฟังว่า การปลูกตะไคร้ เป็นงานทำเพื่อความสวยงามหน้าสวนแต่ก่อให้เกิดรายได้ ปลูกต้นเดียว ระยะห่างประมาณ 50 เซนติเมตร 5-6 แถว เจริญเติบโตแตกกอดีมาก ตนเองตัดใบยิ่งแตกกอมากขึ้น ตอนแรกแยกต้นขายได้วันละ 500-600 บาท พอตลาดรับรู้ มาขอซื้อจำนวนมาก กิโลกรัมละ 10 บาท เชื่อไหมว่า ตะไคร้ 1 กอ สร้างเงินมากถึง 100 บาท คือได้ผลผลิตถึง 10 กิโลกรัม รายได้มากกว่า 100,000 บาท ไม่ใช่เรื่องล้อเล่นกับการปลูกตะไคร้ หากราคาไม่ถูกใจทำการตัดใบใส่ปุ๋ยให้แตกกอเพิ่มขึ้น คุณจิมรัว กล่าวว่า ตะไคร้เป็นพืชตระกูลหญ้า ปลูกง่าย โตไว ไม้คาบปี อยู่ได้นาน เตรียมดินให้ร่วนซุย ปลูกถี่ป้องกันวัชพืช ใบตะไคร้คลุมวัชพืชได้ ปุ
หญ้าแฝก เป็นพืชที่มีระบบรากลึกและแผ่กระจายลงไปในดินตรงๆ เป็นพืชที่มีอายุได้หลายปี ขึ้นเป็นกอแน่น สามารถขยายพันธุ์ที่ได้ผลรวดเร็ว การปลูกหญ้าแฝกส่วนใหญ่จะมุ่งเน้นในเรื่องการอนุรักษ์ดินและน้ำ ลดการชะล้างพังทลายของดิน การช่วยเก็บกักตะกอนดินในพื้นที่ลาดชัน แต่จากผลของการวิจัยพบว่า หญ้าแฝกยังมีลักษณะในด้านการฟื้นฟูทรัพยากรดินด้วย ซึ่งช่วยให้ดินมีศักยภาพในการให้ผลผลิตเพิ่มขึ้น การปลูกหญ้าแฝกในพื้นที่ดินเสื่อมโทรมหรือพื้นที่ดินมีปัญหาจึงมีส่วนช่วยฟื้นฟูและปรับปรุงดินให้มีสภาพดีขึ้น เนื่องจากผลของอินทรียวัตถุที่เพิ่มขึ้น และกิจกรรมของจุลินทรีย์บริเวณรากหญ้าแฝก รวมทั้งการมีความชื้นที่ยาวนานขึ้น สภาพดินจึงมีการพัฒนา และความอุดมสมบูรณ์เพิ่มขึ้นเป็นลำดับ คุณอนุสิทธิ์ พวงมาลัย หรือ พี่ป๋อ อยู่บ้านเลขที่ 82 หมู่ที่ 6 ตำบลไผ่ดำพัฒนา อำเภอวิเศษชัยชาญ จังหวัดอ่างทอง เกษตรกรเจ้าของบ้านสวนอนุลักษณ์ ผิดหวังจากการปลูกพืชผสมผสาน เนื่องจากพื้นที่ทำกินต้องประสบปัญหาน้ำท่วมทุกปี จึงหาทางออกด้วยการนำหญ้าแฝกมาปลูกเพื่อลดการชะล้างพังทลายของดิน และเพื่อปรับปรุงพื้นดินเสื่อมโทรมให้กับมาอุดมสมบูรณ์เหมาะกับการเพาะปลู
