พืชทำเงิน
กล้วยน้ำว้าในประเทศไทย พบว่ามีอยู่ประมาณ 3 กลุ่มใหญ่ คือ กลุ่มกล้วยน้ำว้าไส้ขาว, กลุ่มกล้วยน้ำว้าไส้เหลือง และกลุ่มกล้วยน้ำว้าไส้แดง โดยกล้วยน้ำว้าในแต่ละกลุ่มก็มีลักษณะการใช้งานที่เหมาะสมที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับการนำไปใช้ประโยชน์ เช่น กล้วยน้ำว้าไส้ขาว ที่รู้จักกันดีคือ “กล้วยน้ำว้ามะลิอ่อง” เป็นกล้วยน้ำว้าไส้ขาว เมื่อนำไปทำ “กล้วยตาก” จะได้กล้วยตากที่สีเหลืองสวย ไม่ดำคล้ำ หรือเอาไปทำกล้วยแผ่นอบ ก็จะมีสีเหลืองสวยพอดี ไม่เหลืองมาก เหมือนกลุ่มกล้วยน้ำว้าเหลือง ส่วนกล้วยน้ำว้ากลุ่มไส้เหลือง เหมาะสำหรับการกินผลสด ทำกล้วยเชื่อม กล้วยทอด กล้วยบวชชี เป็นกล้วยที่เหมาะสำหรับการแปรรูป ทำขนม ใช้งานได้หลากหลายที่สุด สุดท้ายคือ กล้วยน้ำว้ากลุ่มไส้แดง เป็นกล้วยที่ติดผลค่อนข้างดก ไส้กลางค่อนข้างแข็ง มีความฝาด จะเหมาะนำไปทำกล้วยเชื่อม หรือทำไส้ข้าวต้มมัด เพราะไส้กล้วยมีความแข็งไม่เละ กล้วยน้ำว้ากลุ่มไส้แดงนั้น ไม่เหมาะที่จะนำไปทำกล้วยตาก เพราะกล้วยตากที่มีสีคล้ำดำ สีไม่สวย ดูเหมือนกล้วยตากเก่า ในกรณีดังกล่าวก็เคยเกิดขึ้นกับผู้ปลูกหลายรายที่ส่งกล้วยน้ำว้าไส้แดงขายกับผู้ผลิตกล้วยตาก พบว่ากล้วยตากที่ได
“ฟักข้าว” นับเป็นพืชโบราณ ที่เชื่อว่ามีมาตั้งแต่ก่อนจะค้นหาพืชพรรณธัญญาหาร แต่ทุกวันนี้นับวันจะหาตามธรรมชาติยากมากขึ้น บางพื้นที่หายสูญไปเลย คนรุ่นใหม่ไม่ค่อยจะรู้จัก จะเห็นมีคนที่อายุมากสักหน่อย มักจะถามหากัน ก็อาจเป็นเพราะปัจจุบัน มีสื่อเผยแพร่สรรพคุณของฟักข้าว ว่าเป็นพืชมหัศจรรย์ มีคุณประโยชน์ต่อร่างกาย โดยเฉพาะการซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอเสื่อมสภาพตามกาลเวลา เช่น ผิวหนัง เส้นผม และที่สำคัญต้านทานยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อเอดส์ และยับยั้งมะเร็ง และมีการจดลิขสิทธิ์พืชทรงคุณค่าให้ประโยชน์ของประเทศไทยแล้ว เป็นพืชที่จัดอยู่ในวงศ์ CUCURBI TACEAE มีชื่อวิทยาศาสตร์ Momordica cochinchinens is Spreg. มีชื่อเรียกแถบภาคกลางว่า “ฟักข้าว” ทางเหนือ ที่จังหวัดตาก เรียก “ผักข้าว” แพร่-น่าน เรียก “มะข้าว” ชาวกะเหรี่ยงแม่ฮ่องสอน เรียก “พุกู้เด๊ะ” เชียงใหม่ เรียก “ฟักข้าว” ทางอีสานทั่วไป เรียก “ฝักไฟ” จังหวัดเลย เรียก “หมากข้าว” ปักษ์ใต้ที่ปัตตานี เรียก “ขี้กาเครือ” สตูล-สงขลา เรียก “ขี้พร้าไฟ” เวียดนาม เรียก “แก็กงึก” ซึ่งที่เวียดนามนั้นมีปลูกฟักข้าวกันมาก โดยปลูกพันขึ้นไม้ระแนงข้างบ้าน ลักษณะทั่วไปของ
ลำไย จัดเป็นไม้ผลเศรษฐกิจที่สำคัญอันดับหนึ่งของภาคเหนือที่ทำรายได้จากการส่งออกทั้งในรูปผลสด อบแห้ง และลำไยกระป๋อง คิดเป็นมูลค่าปีละไม่ต่ำกว่า 5,000 ล้านบาท ในอดีตแหล่งผลิตหลักของลำไยอยู่ในเขตภาคเหนือตอนบน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในจังหวัดเชียงใหม่และลำพูน เนื่องจากบริเวณดังกล่าวมีอากาศหนาวเย็นเพียงพอที่จะชักนำให้ลำไยออกดอกนอกฤดูได้ แต่ภายหลังจากการค้นพบคุณสมบัติของสารโพแทสเซียมคลอเรตด้วยความบังเอิญว่าสามารถชักนำการออกดอกของลำไยโดยไม่ต้องพึ่งอากาศหนาวเย็น นับตั้งแต่นั้นมาลำไยจึงแพร่กระจายไปยังจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศ ทำให้พื้นที่การผลิตลำไย จาก 3 แสนกว่าไร่ ในปี 2537 เพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 1 ล้านไร่ ในปี 2549 ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของปัญหาผลผลิตลำไยล้นตลาด ส่งผลให้ราคาผลผลิตตกต่ำ นอกจากนี้ ยังขาดแคลนแรงงานในการเก็บเกี่ยวผลผลิต จากปัญหาดังกล่าวได้มีการระดมความคิดจากผู้เกี่ยวข้อง ได้แก่ เกษตรกร ผู้ประกอบการ นักวิชาการ และหน่วยงานต่างๆ จากภาครัฐ โดยมีความคิดเห็นร่วมกันว่าควรมีการผลิตลำไยนอกฤดูโดยกระจายผลผลิตให้ออกสู่ตลาดหลายๆ รุ่นต่อปี แต่การผลิตลำไยนอกฤดูให้ประสบผลสำเร็จนั้นจะต้องใช้ความรู้ความเข้าใจแล
หนุ่มนิสิตวิศวะจุฬาฯ สร้างรายได้เสริมระหว่างเรียน ด้วยการ “เพาะต้นไม้ป่าหายากขาย” สร้างรายได้หลักแสนต่อเดือน โดยไม่ต้องขอเงินจากคุณพ่อคุณแม่ คุณแฟรงค์ หรือ คุณปรเมศ สุขมงคล นิสิตชั้นปีที่ 3 คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย วัย 21 ปี ที่นอกจากการเรียน แล้วยังมองหาอาชีพสร้างรายได้ระหว่างเรียน ด้วยการเพาะต้นไม้ป่าหายากขาย สร้างรายได้ระหว่างเรียนสูงสุดถึง 170,000 บาทต่อเดือน ถือว่าเป็นธุรกิจที่เหมาะกับสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 ในช่วงที่ทุกคนต้องกักตัวอยู่บ้าน โรงเรียนและมหาวิทยาลัยก็ปิดการเรียนการสอน ทำให้เกิดความเบื่อในการอยู่บ้าน จึงคิดที่จะเพาะต้นไม้ป่าและปลูกต้นไม้เพื่อผ่อนคลาย ซึ่งเป็นความชอบต้นไม้เป็นการส่วนตัวอยู่แล้ว จากความชอบและสนใจต้นไม้มาตั้งแต่อายุ 14 ปี เริ่มแรกสนใจปลูกต้นมะนาว พยายามศึกษามาเรื่อยๆ และก็หยุดไปช่วงหนึ่งแต่ความชอบนั้นยังอยู่ในใจตลอด ถ้ามีโอกาสก็จะแวะไปดูตามสวนต่างๆ สนใจเรื่องต้นไม้ด้วยตนเอง โดยทางครอบครัวไม่เคยมีประสบการณ์เรื่องต้นไม้มาก่อน แต่ท่านก็สนับสนุนและเป็นกำลังใจให้ตลอดมา เขามาเริ่มต้นเพาะต้นไม้ป่าอีกครั้งเพราะว่าเรียนออนไลน์ที่บ้าน มีสถา
คุณบุญยืน วงค์กระโซ่ เกษตรกรหนุ่มใหญ่ อยู่บ้านเลขที่ 99 หมู่ที่ 3 บ้านโพนไฮ ตำบลหนองแคน อำเภอดงหลวง จังหวัดมุกดาหาร คุณบุญยืน เล่าว่า ปลูกผักหวานป่าเป็นอาชีพเสริมมาตั้งแต่ พ.ศ. 2547 สาเหตุที่สนใจปลูกผักหวานป่า เพราะเคยไปศึกษาดูงานเรื่องการปลูกผักหวานป่า ที่อำเภอบ้านหมอ จังหวัดสระบุรี ขากลับแวะซื้อต้นกล้าผักหวานป่า และเมล็ดพันธุ์กลับบ้านมาด้วย การปลูกผักหวานป่าด้วยเมล็ดของคุณบุญยืน เขาใช้วิธีการเพาะเมล็ดให้ออกรากเสียก่อน แล้วนำลงปลูก ช่วงปลูกเป็นฤดูฝน ฝนตกสม่ำเสมอ ทำให้ไม่มีปัญหาเรื่องการรดน้ำ ประกอบกับพื้นดินที่ใช้ปลูกมีความสมบูรณ์ค่อนข้างสูง การรอดของต้นกล้าจึงอยู่ในระดับที่น่าพอใจ จากนั้นก็ขยายปลูกเพิ่มเรื่อยๆ จนเต็มพื้นที่ราว 11 ไร่ การดูแลรักษา คุณบุญยืน เล่าว่า ทำเหมือนกับต้นไม้อื่นทั่วไป เช่น การใส่ปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยชีวภาพ และปุ๋ยเคมี พืชที่เป็นพี่เลี้ยงก็ไม่ให้ความสำคัญมากนัก จะมีเพียงต้นลำไยซึ่งปลูกไว้ห่างๆ นอกจากนั้นยังมีต้นไม้ที่เกิดเองตามธรรมชาติบ้าง การเพิ่มปริมาณโดยไม่ต้องปลูกเพิ่ม คุณบุญยืน ใช้วิธีขุดหลุมข้างต้นผักหวานป่า หลุมที่ขุดควรห่างจากต้นแม่ ประมาณ 50-100 เซนติ
หอมหัวใหญ่…เป็นพืชผักคู่ครัว ปลูกง่าย ใช้น้ำน้อย และโตไว ปลูกได้ 2 วิธี คือ ปลูกแบบสวนหลังบ้านเพื่อเก็บผลผลิตมาบริโภค และการปลูกในเชิงการค้า จะเน้นการปลูกเพื่อให้ได้ผลผลิตออกมาปริมาณมากที่เพียงพอกับความต้องการของตลาด หอมหัวใหญ่เป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญที่ส่งผลให้เกษตรกรผู้ปลูกมีรายได้และมีความมั่นคงในการยังชีพ วันนี้จึงนำเรื่อง เกษตรกรปลูกหอมหัวใหญ่แปลงใหญ่…ได้คุณภาพผลผลิต มาบอกเล่าสู่กัน คุณเจริญ พิมพ์ขาล หัวหน้ากลุ่มงานส่งเสริมและพัฒนาการผลิต สำนักงานเกษตรจังหวัดลพบุรี เล่าให้ฟังว่า หอมหัวใหญ่หรือหอมใหญ่ (Onion) เป็นพืชผักคู่ครัว มีสรรพคุณช่วยรักษาเบาหวาน โรคหัวใจ ลดน้ำตาลในเลือด บำรุงระบบโลหิต ช่วยขับลม แก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ หรือมีวิตามินซีสูงที่เสริมสร้างให้มีสุขภาพแข็งแรง หอมหัวใหญ่ เป็นพืชผักที่ปลูกเพียง 1 ครั้ง ต่อปี เมื่อย้ายต้นกล้าอายุ 45 วัน ลงปลูกในแปลง หลังจากนั้นอีก 90-110 วัน ก็เก็บเกี่ยวผลผลิตได้ โดยลักษณะดอกหอมหัวใหญ่จะออกเป็นช่อ แทงขึ้นมาจากลำต้นใต้ดิน กลีบดอกสีขาว หัวหอมกลมป้อม เปลือกนอกบาง มีสีม่วงแดง เมื่อแห้งจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล เกษตรกรที่รวมกลุ่มปลูกหอมใหญ่แ
เรียน คุณหมอเกษตร ทองกวาว ที่นับถือ ผมเป็นคนชอบรับประทานหน่อไม้ ผมว่าคนไทยทุกคนก็คงชอบเหมือนกับผม ทั้งนี้ ผมคิดว่าในหน่อไม้น่าจะมีประโยชน์ต่อร่างกายของมนุษย์อย่างแน่นอน ผมอยากได้ความรู้เพิ่มเติมว่า ในหน่อไม้มีธาตุอาหารสำคัญอะไรบ้าง นอกจากเป็นความรู้แล้ว ผมจะได้นำไปเล่าให้ลูกหลานได้รับทราบต่อไป ขอขอบคุณมาในโอกาสนี้ครับ ขอแสดงความนับถือ ประวิทย์ ภิรมย์เวช นครนายก ตอบ คุณประวิทย์ ภิรมย์เวช หน่อไม้ ใช้ประกอบอาหารจานเด็ดได้หลากหลายเมนู ตัวอย่าง แกงอ่อม แกงหน่อไม้ แกงเหลือง ต้มจืด หน่อไม้ดอง ซุบหน่อไม้ หน่อไม้ผัดไข่ หรือแม้แต่ต้มจิ้มน้ำพริกก็แสนอร่อย นอกจากนี้ ยังมีประโยชน์ทางด้านอื่นๆ อีกหลายประการของหน่อไม้ เมื่อบริโภคจะช่วยดูดซับสารพิษในระบบทางเดินอาหาร แล้วขับถ่ายออกจากร่างกาย หน่อไม้ช่วยลดการกระหายน้ำ อุดมไปด้วยกรดอะมิโนที่เป็นประโยชน์กับร่างกายหลายชนิด ธาตุฟอสฟอรัส มีมากพอที่ให้พลังงานกับร่างกาย แคลเซียม ช่วยเสริมสร้างกระดูกให้แข็งแรง ธาตุเหล็ก มีบทบาทในการสร้างเม็ดเลือดแดง ดังนั้น จะเห็นว่าหน่อไม้มีประโยชน์มากมาย แต่อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ที่เป็นโรคเก๊าต์และโรคไต ควรบริโภคหน่อไม้ด้วยคว
ชีวิตของลูกเกษตรกร ที่ไม่ได้ร่ำเรียนมาสูง แต่สามารถเลือกทางเดินชีวิตตนเองได้ ด้วยการกลับมาทำการเกษตรที่บ้าน เป็นนายตัวเอง ไม่ต้องเป็นลูกจ้างใคร คุณชุติมา จักษุมา ชาวอำเภอหนองฉาง จังหวัดอุทัยธานี เรียนจบผู้ช่วยพยาบาล ทำงานโรงพยาบาลเอกชนในกรุงเทพฯ ระยะหนึ่ง ก่อนลาออกกลับบ้านเกิด และสมัครงานในตำแหน่งผู้ดูแลเด็กของศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก 2 แห่ง ใกล้บ้าน แต่ตอนนี้ เธอเป็นนายของตัวเองมาได้ 8 เดือนแล้ว ถามว่า ทำไมจึงเป็นนายตัวเอง คุณชุติมาให้คำตอบว่า เธอลาออกจากงานประจำทั้งหมดที่ทำอยู่ เพื่อออกมาทำเกษตร “โคก หนอง นา” เป็นเกษตรกรเพียงอาชีพเดียว “รายได้เดือนละ 8,000-10,000 บาท ยืนพื้น อาจจะมีมากหรือน้อยกว่าบ้าง แต่ละวันแทบไม่ได้ใช้จ่ายอะไรเลย” เกือบ 3 ปีก่อน คุณชุติมาลาออกจากงานประจำที่กรุงเทพฯ กลับมาอำเภอหนองฉาง จังหวัดอุทัยธานี ยังคงทำงานตามวิชาชีพที่ร่ำเรียนมา ทั้งที่ลึกๆ ในใจ อยากทำตามความฝันของตนเอง คือการดำเนินชีวิตตามกระแสพระราชดำรัสของในหลวงรัชกาลที่ 9 ให้อยู่อย่างพอเพียง “เงินที่เก็บมาและขอที่ดินจากพ่อและแม่ ตั้งใจจะทำโคก หนอง นา โชคดีที่พ่อและแม่ไม่ขัด ทำให้เราทำตามความฝันเราได้ ใช้เงินไปท
พูดถึง กระเจียว หลายคนคงนึกถึงภาพทุ่งกระเจียวสีชมพูอมม่วงที่สวยสดงดงามในช่วงหน้าฝน ที่อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม อำเภอเทพสถิต จังหวัดชัยภูมิ แต่ในความเป็นจริงดอกกระเจียวใช่จะมีไว้ดูเพื่อความสวยงามเท่านั้น แต่บางสายพันธุ์ยังสามารถนำมากินได้ด้วย ชาวบ้านในจังหวัดยโสธรรู้จักกันเป็นอย่างดี เพราะกินกันเป็นประจำอยู่แล้ว โดยเฉพาะการนำมาต้มจิ้มน้ำพริกต่างๆ ซึ่งใครที่เคยได้ลิ้มรสต่างติดใจกันเป็นแถว ดอกกระเจียวหวาน ทำได้สารพัดเมนู คุณเมืองชัย ทองลา หรือ คุณโบ้ อายุ 31 ปี ซึ่งจบ ปริญญาตรี (เทคโนโลยีการผลิตสัตว์) สาขาส่งเสริมการเกษตร มหาวิทยาลัยแม่โจ้-แพร่ เฉลิมพระเกียรติ ได้รวมกลุ่มชาวบ้านจดทะเบียนจัดตั้งเป็น “วิสาหกิจชุมชนดอกกระเจียวหวานบ้านโคกนาโก” อำเภอป่าติ้ว จังหวัดยโสธร โดยตัวเขาเองทำหน้าที่เป็นเลขานุการของกลุ่ม จากแรกเริ่มมีแค่ 20 คน ตอนนี้เพิ่มเป็น 50 คนแล้ว ปัจจุบันมีเนื้อที่ปลูกโดยรวมประมาณ 20 ไร่ และมีแนวโน้มขยายพื้นที่ปลูกเพิ่มขึ้นอีก เพราะเห็นชัดว่าเป็นพืชเสริมที่ทำรายได้ดี ปลูกกระเจียว เสริมพืชหลัก คุณเมืองชัย เล่าว่า ก่อนจะมาทำไร่ดอกกระเจียวนี้ ได้หาประสบการณ์ในการทำเกษตรและการทำธุรกิจ
นายชัฐพล สายะพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 6 ชลบุรี (สศท.6) สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยถึงการจัดทำข้อมูลปริมาณการผลิตไม้ผลเอกภาพรอบที่ 1 ปี 2565 โดยล่าสุดคณะทำงานสำรวจข้อมูลไม้ผลเศรษฐกิจภาคตะวันออก ได้ติดตามข้อมูลการพยากรณ์ไม้ผลตะวันออก ของสินค้า 4 ชนิด ได้แก่ ทุเรียน มังคุด เงาะ และลองกอง ในพื้นที่ 3 จังหวัด (จันทบุรี ระยอง ตราด) คาดว่าจะมีประมาณ 1,139,393 ตัน เพิ่มขึ้นจากปี 2564 ที่มีจำนวน 900,126 ตัน (เพิ่มขึ้น 239,267 ตัน หรือร้อยละ 27) เนื่องจากปีนี้สภาพอากาศเอื้ออำนวย ช่วงปลายปี 2564 เริ่มหนาวเย็นเร็ว ส่งผลต่อการออกดอกติดผลของไม้ผล ทั้งนี้ คาดว่าผลผลิตจะเริ่มออกสู่ตลาดได้ตั้งแต่กลางเดือนกุมภาพันธ์ ต่อเนื่องจนถึงกลางเดือนกันยายน 2565 ซึ่งผลผลิตจะออกชุกช่วงเดือนพฤษภาคม 2565 สำหรับเนื้อที่ยืนต้น ของไม้ผลทั้ง 4 ชนิด มีจำนวน 779,391 ไร่ เพิ่มขึ้นจากปี 2564 ที่มีจำนวน 743,593 ไร่ (เพิ่มขึ้น 35,798 ไร่ หรือร้อยละ 5) โดยทุเรียน เพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 11 ส่วนลองกอง ลดลงร้อยละ 5 เงาะ ลดลงร้อยละ 3 และมังคุด ลดลงร้อยละ 1 เนื่องจากเกษตรกรปรับเปลี่ยนมาปลูกทุเรียนมากขึ
