พืชทำเงิน
การปลูกกระชายในเขตนี้น่าจะเป็นต้นแบบที่ดีของระบบเศรษฐกิจพอเพียง เนื่องจากเกษตรกรจะปลูกกระชายแซมในพืชหลัก เช่น ปลูกแซมในสวนผสม ขนุน กล้วย กระท้อน สะเดา มะม่วง ฯลฯ เป็นการใช้ประโยชน์ของพื้นที่เกษตรได้อย่างครบถ้วน” นี่คือคำพูดของ คุณวิโรจน์ เทียนขาว เกษตรกรนครสวรรค์ จัดเป็นเกษตรกรอีกรายหนึ่งที่ประสบความสำเร็จในอาชีพการปลูกกระชาย หลายคนต่างก็ทราบดีว่า “กระชาย” เป็นพืชผักสมุนไพรที่มีความสำคัญเคียงคู่ครัวไทยมาทุกยุคทุกสมัย ในตำราอาหารคาว “กระชาย” จะใช้เพิ่มรสเผ็ดร้อนและช่วยดับกลิ่นคาวของอาหาร ประชาชนในชนบทจะนิยมปลูกกระชายเป็นแบบพืชผักสวนครัวในบริเวณบ้านหรือใต้ร่มต้นไม้ผล เกษตรกรบางรายปลูกกระชายเป็นรายได้เสริม แต่สำหรับคุณวิโรจน์ปลูกกระชายในสวนผลไม้เก่าจากที่เคยเป็นรายได้เสริมมาสู่รายได้หลักในปัจจุบัน จากประสบการณ์ในการปลูกกระชายมานานกว่า 20 ปี ทำให้ทราบถึงวิธีการปลูกและบำรุงรักษา รวมทั้งเทคนิคต่างๆ มากมาย ในทางพฤกษศาสตร์ “กระชาย” จัดเป็นพืชล้มลุกที่มีอายุยืนและเป็นพืชที่ตอบสนองต่อช่วงแสง คือจะเจริญเติบโตทางลำต้นให้เห็นตั้งแต่เดือนพฤษภาคม (ต้นฤดูฝน) เรื่อยไปจนถึงเดือนธันวาคม (ฤดูหนาว) หลังจาก
“ไผ่” คือ คำตอบสำหรับการจัดการทรัพยากรพื้นที่ให้กับชาวชุมชนผาปัง อำเภอแม่พริก จังหวัดลำปาง ปัจจุบัน พื้นที่ปลูกไผ่ของชุมชนผาปัง มีเกือบ 20,000 ไร่ แบ่งเป็นที่ดินกรรมสิทธิ์ ที่ดินสิทธิทำกิน และพื้นที่ป่าชุมชน ไผ่ที่ปลูกเกือบทั้งหมดเป็นไผ่ซาง ได้แก่ ไผ่ซางหม่น ไผ่ซางนวล ไผ่ซางบ้าน มีบ้างที่เป็นไผ่รวก เพราะเป็นไผ่ชนิดเดิมที่มีอยู่ในพื้นที่อยู่แล้ว แต่ไม่ว่าจะเป็นไผ่ชนิดใด คุณรังสฤษฏ์ คุณชัยมัง ที่ปรึกษาเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนผาปัง ก็ยืนยันเป็นมั่นเหมาะว่า ไผ่ทุกชนิดสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ทุกส่วน ทั้งยังเป็นพืชพลังงานสูง และในเชิงเศรษฐกิจเป็นพืชที่ลงทุนในปีแรกเท่านั้น ปลายปี 2558 มีข่าวว่า วิสาหกิจชุมชนผาปังแห่งนี้ ได้ทดลองโดยการนำถ่านไม้ไผ่มาผลิตเป็นแก๊สรถยนต์จนประสบความสำเร็จ และเป็นรถยนต์ที่ใช้แก๊สจากถ่านไม้ไผ่คันแรกในเอเชีย เป็นสิ่งที่ต้องพิสูจน์ให้เห็นกับตา กลุ่มที่เกี่ยวข้องกับการผลิตไฟฟ้า มีการก่อตั้งขึ้น ภายใต้ชื่อ วิสาหกิจผลิตไฟฟ้าชีวมวลพลังงานทดแทนชุมชน เป็นวิสาหกิจต่อเนื่องที่นำเศษข้อไผ่ จำนวน 800-2,400 กิโลกรัมต่อวัน มาเป็นวัตถุดิบเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้าด้วยระบบผลิตก๊าซซิฟิเคชั่น (
“ดาวเรือง” จัดเป็นไม้ดอกที่มีความผันผวนทางด้านราคาค่อนข้างสูง หากปีไหนความต้องการมากแต่ผลผลิตน้อยเกษตรกรก็ยังพอยิ้มออกหน่อย เพราะราคาจะดีดขึ้นไปสูงถึงดอกละ 2.50-3 บาท แต่หากช่วงไหนผลผลิตล้นตลาด ราคาจะร่วงลงมา ชนิดที่ว่าคนปลูกก็ร่วงลงมาตามกันเลยทีเดียว และยิ่งมาประจวบเหมาะกับสถานการณ์โควิด-19 เทศกาลงานต่างๆ ถูกยกเลิก ส่งผลให้ราคาดาวเรืองตกต่ำซ้ำเติมเกษตรกรเข้าไปอีก เพราะฉะนั้น ถึงเวลาแล้วที่เกษตรกรควรที่จะเริ่มหาทางออกให้ตัวเอง ด้วยการนำผลผลิตที่มีอยู่นำมาแปรรูป เนื่องจากได้มีงานวิจัยจากออกมาว่า “ดอกดาวเรือง” ไม่ได้มีดีแค่นำมาร้อยพวงมาลัยหรือจัดแจกันไหว้พระเพียงเท่านั้น แต่ยังมีสารสำคัญที่มีคุณสมบัติช่วยบำรุงสายตาและบำรุงผิวพรรณได้อีกด้วย คุณนฤดี ทองวัตร หรือ พี่อุ๋ย อยู่บ้านเลขที่ 89 หมู่ที่ 8 ตำบลหนองบัว อำเภอภูเรือ จังหวัดเลย เกษตรกรนักสู้ ผิดหวังกับการปลูกดาวเรืองแบบขายดอกสด พลิกวิกฤตเปลี่ยนเส้นทางการตลาดหันทำชาดอกดาวเรืองขาย สร้างมูลค่าเพิ่มจากเดิมได้กว่าครึ่ง พี่อุ๋ม เล่าถึงจุดเริ่มต้นการแปรรูปชาดอกดาวเรืองว่า ตนเองประกอบอาชีพเป็นเกษตรกรปลูกดาวเรืองมานานกว่า 13 ปี แต่ช่วงหลายปีหลั
ผู้คนส่วนใหญ่ รู้จัก “จังหวัดสงขลา” ในฐานะแหล่งท่องเที่ยว และศูนย์กลางการค้าสำคัญของภาคใต้ ความจริง จังหวัดสงขลา เป็นแผ่นดินทองทางการเกษตร มีพืชเศรษฐกิจสำคัญหลายชนิด ทั้งยางพารา ปาล์มน้ำมัน นาข้าว พืชผักผลไม้และสินค้าประมง สร้างอาชีพและทำรายได้ที่มั่นคงให้กับเกษตรกรจำนวนมากมาอย่างยาวนาน สำนักงานเกษตรจังหวัดสงขลาให้ความสำคัญกับการส่งเสริมและอนุรักษ์พืชประจำถิ่น หรือพืชอัตลักษณ์ของจังหวัดสงขลามากขึ้น เนื่องจากรัฐบาลมีแนวทางส่งเสริมการปลูกพืชในประเทศ ซึ่งเป็นพืชอัตลักษณ์และพืชทางเลือกใหม่ เพื่อให้ประชาชนมีทางเลือกในการประกอบอาชีพมากขึ้น พืชอัตลักษณ์ของจังหวัดสงขลา สำหรับพืชอัตลักษณ์ของจังหวัดสงขลา จัดอยู่ในกลุ่มสินค้าขายดี เป็นที่รู้จักของผู้คนทั่วไป ได้แก่ 1. จำปาดะสะบ้าย้อย 2. ละมุดเกาะยอ, ละมุดบางกล่ำ 3. กาแฟสะบ้าย้อย 4. ทุเรียนพื้นบ้านนาหม่อม 5. ส้มโอหอมหาดใหญ่ 6. ส้มจุกจะนะ 7. มะม่วงเบาสิงหนคร ส่วนพืชเศรษฐกิจที่เป็นทางเลือกใหม่ ได้แก่ 1. มะละกอฮอลแลนด์ 2. กล้วยหอมทอง 3. พุทรานมสด 4. ชมพู่ทับทิมจันทร์ 5. เมล่อน 6. มะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง 7. มันเทศญี่ปุ่น เป็นต้น สวา (ละมุด) สงขลา อร่อยมา
หากเอ่ยชื่อ “ฟิก” (FIG) คิดว่าคงมีหลายคนที่ยังไม่รู้จักว่าคือพืชชนิดใด แต่หากเอ่ยชื่อ “มะเดื่อฝรั่ง” ก็คิดว่าคงมีบางคนที่เคยได้ยินชื่อมาบ้างแล้ว มะเดื่อฝรั่งเป็นผลไม้ที่ได้รับความนิยมไปทั่วโลก เนื่องจากมีรสชาติดีและอุดมไปด้วยคุณค่าทางสารอาหาร เชื่อกันว่า การกินมะเดื่อฝรั่งอาจมีส่วนช่วยรักษาโรคเบาหวาน บรรเทาอาการท้องผูก หูด และอาจมีประโยชน์ต่อผิวหนังด้วย มะเดื่อฝรั่ง เป็นผลไม้ที่มีแคลอรีต่ำและปราศจากไขมัน เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการลดน้ำหนักและผู้ที่อยากกินอาหารอื่นที่ยังได้ประโยชน์ต่อสุขภาพด้วย โดยมะเดื่อฝรั่งตากแห้ง 100 กรัม ประกอบด้วยกากใยอาหาร 9.8 กรัม ซึ่งจะช่วยให้อิ่มท้องนานขึ้นและยังส่งผลดีต่อสุขภาพ ทั้งการกระตุ้นการขับถ่าย ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล และควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด เพราะมะเดื่อฝรั่งอุดมไปด้วยวิตามินและเกลือแร่ต่างๆ หลายชนิด คือ วิตามินเอ วิตามินซี วิตามินบี วิตามินเค โพแทสเซียม สังกะสี เหล็ก และอื่นๆ อีกมากมาย ใครที่เคยเข้าไปกินขนมจีนสารพัดน้ำยา ที่ร้าน “บ้านคุณย่า” อยู่เลขที่ 60 หมู่ที่ 11 ตำบลบางหมาก อำเภอเมือง จังหวัดชุมพร คงได้เห็นแปลงปลูกพืชกางมุ้งที่ตั้งอยู่ติดลานจอด
ปลูกมะเขือเทศสีดา พันธุ์เทพประทาน 2 ไร่ สร้างรายได้งาม มะเขือเทศสีดา พันธุ์เทพประทาน มีจุดเด่นคือทนทานต่อโรคไวรัสใบหงิกเหลือง ต้นแข็งแรง สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้นาน ทรงผลยาวรี สีชมพูสวย น้ำหนักดี ผลมีเนื้อแน่นแข็งไม่แตกง่าย เมื่อปลูกในฤดูฝน ทนทานต่อการขนส่งทางไกล อายุเก็บเกี่ยวเพียง 65-70 วัน หลังย้ายกล้า มะเขือเทศสามารถปลูกได้ปีละ 2 ครั้ง ปลูกครั้งนึงสามารถเก็บผลผลิตได้นานถึง 6 เดือน ในการเก็บแต่ละครั้งสามารถสร้างมีรายได้เข้ามาประมาณ 30,000-40,000 บาท แล้วแต่ช่วงถ้าช่วงไหนราคาดีก็ได้เงินเยอะ บางครั้งมะเขือเทศราคาขึ้นสูงถึงกิโลกรัมละ 40-50 บาท แต่คุณกิ๊ฟบอกว่าเมื่อมีราคาสูงก็มีราคาต่ำลงมาเหลือแค่กิโลกรัมละ 8-10 บาท อยู่ที่เราวางแผนการปลูกอย่าให้ชนกับป่าใหญ่ วิธีการปลูก การเตรียมดิน เริ่มแรกไถตากดินแปรดิน ยกร่องห่างประมาณ 1.20 เมตร แล้วแต่บางคนชอบห่าง ชอบถี่ แต่ถ้ายกร่องห่างไว้จะดีกว่า เพื่อที่ระบายอากาศได้ง่าย โอกาสของการเกิดเชื้อราก็จะน้อยลง ความห่างระยะต้นลงหลุม 30 เซนติเมตร ต่อต้นต่อหลุม วางท่อสายน้ำหยด วางเสร็จคลุมผ้ายาง ก่อนปลูกเปิดน้ำใส่เพื่อให้ดินอ่อน แล้วใช่ไม้ในการเจาะหลุม ก่
สวัสดีครับ ท่านผู้อ่านที่รักและคิดถึงทุกท่าน ขึ้นต้นมาเหมือนทุกครั้ง แต่ในช่วงนี้ต้องบอกว่าแอบเหงาเล็กๆ ทำงานแบบเวิร์กฟรอมโฮมมาเป็นเดือนแล้ว เริ่มคิดถึงออฟฟิศ คิดถึงบรรยากาศการทำงาน ผู้คนที่อยู่ร่วมกัน แต่ในวันเช่นนี้เราต้องดูแล ป้องกันตัวเอง รักษาระยะห่าง ล้างมือ สวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้า ไม่อยู่ในที่ชุมชนคนหมู่มาก ใช้เครื่องใช้ของใครของมัน ชาม ช้อน แก้วน้ำ สิ่งเหล่านี้แม้จะอยู่บ้านเดียวกันก็ต้องช่วยกันทำในสิ่งเหล่านี้ ทำให้ในแต่ละวันกว่าจะผ่านไปได้ก็เหน็ดเหนื่อยไม่น้อย แอบอิจฉาพี่น้องเกษตรกรที่อยู่ตามไร่นาสวนหรือแปลงเกษตรของตัวเอง ห่างไกลผู้คน ห่างไกลสิ่งที่เรียกว่าเชื้อแปลกปลอมที่จะมาก่อเชื้อ มาเป็นเกษตรกรกันดีไหมครับ วันนี้อยากพูดเรื่องกล้วยๆ ให้ได้ทราบกันครับ เราประคองชีวิตกันด้วยความยากลำบากมากแล้ว เรามาหาเรื่องที่ง่ายๆ บ้าง ก็น่าจะดี โบราณว่า “ง่ายเหมือนปอกกล้วยเข้าปาก” กระนั้น เรื่องของเรื่องก็คือ ผมได้รู้จักกับชาวสวนผู้ปลูกกล้วยขายอยู่รายหนึ่ง ว่ากันว่าหวีละ 30-40 บาท ก็ดูจะแพงแล้วสำหรับกล้วยน้ำว้า แต่เกษตรกรรายนี้สามารถส่งขายกล้วยน้ำว้าได้ราคา หวีละกว่า 50 บาทเลยเชียว เข
ชื่อวิทยาศาสตร์ Pouteria campechiana (Kunth) Baehni ชื่อสามัญ Egg fruit, Tiesa, Yellow sapote . ชื่อวงศ์ SAPOTACEAE ชื่ออื่นๆ ม่อนไข่ ละมุดเขมร ละมุดอินเดีย โตมา หมากป่วน เลกีมา (ลูกท้อเวียดนาม) ท้อเขมร (ปราจีน) ทิสซ่า (เพชรบูรณ์) หนูไม่ได้เกิดเมืองไทยนะคะ เคยสืบสาวบรรพบุรุษพบว่าถิ่นกำเนิดอยู่ที่เม็กซิโกตอนใต้ อเมริกาใต้ กระจายอยู่ตั้งแต่กัวเตมาลา คอสตาริกา ปานามา แม้กระทั่งนิการากัว แต่แปลกไหมคะ ใครได้ยินชื่อหนูแล้วจะถามว่าหนูมาจากประเทศจีน หรือสิบสองปันนาตอนเหนือประเทศไทย ก็แหม พอเอ่ยชื่อ “เซียน” ก็นึกถึง โป๊ยเซียน แปดเซียน พอเอ่ยคำว่า “ท้อ” ก็ไปหมายถึงลูกท้อ ที่เป็นภาษาจีนแต้จิ๋ว และเกษตรกรภาคเหนือของไทยก็มีปลูกต้นท้อ ยังนำผลเล็กๆ ใส่ขวดดองขายนักท่องเที่ยวเลย จึงทำให้สับสนในการเรียกชื่อ สรุปว่า ถ้ากล่าวถึงลูกท้อ นั้น ภาษาอังกฤษเรียก Peach เมื่อออกดอก ก็จะทิ้งใบหมด เรียกว่า Peach Blossoms ดอกมีทั้งสีขาว สีแดง หรือสีชมพู ใครเห็นก็ไปเปรียบแก้มสาวงามว่า แก้มนวลเนียนเหมือนดอกท้อ หนูพยายามทำความเข้าใจว่า ต้นท้อ ลูกท้อ ดอกท้อ นั้น ไม่ใช่หนู แต่ชื่อ “เซียนท้อ” ของหนูก็ยังมีคนข้องใจเรื่องทำไ
ลบภาพจำการปลูกส้มที่เคยมีมา จากที่เมื่อก่อนหลายท่านคิดว่า ส้มจะปลูกให้ดีได้ต้องปลูกที่ภาคเหนือเท่านั้น แต่ในปัจจุบันได้มีเกษตรกรรุ่นใหม่พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า “ส้ม” สามารถปลูกบนพื้นที่ใดก็ได้ แม้แต่สภาพพื้นที่เป็นดินทรายอย่างทางภาคอีสานก็สามารถปลูกส้มให้ได้ผลผลิตดีและมีคุณภาพได้แล้ว เพียงต้องอาศัยเทคนิคและความขยันในการปรับปรุงบำรุงดินสักหน่อย คุณสมยศ บ่อหิน อยู่บ้านเลขที่ 103 หมู่ที่ 2 ตำบลเซกา อำเภอเซกา จังหวัดบึงกาฬ เกษตรกรคนเก่งผู้พลิกผืนดินทรายมาปลูกส้มสายน้ำผึ้ง แถมยังได้ส้มคุณภาพดี อย่างที่ปลูกในพื้นที่ภาคเหนืออีกด้วย คุณสมยศ เล่าว่า ก่อนที่จะมาทำสวนส้ม ตนประกอบอาชีพวิ่งรถขายเคมีเกษตรมาก่อน ซึ่งในขณะนั้นได้พบเจอกับเกษตรกรมากหน้าหลายตา จนวันหนึ่งมีโอกาสเข้าไปขายเคมีเกษตรในสวนส้มที่อำเภอฝาง ได้ไปเจอกับเกษตรกรผู้ที่คร่ำหวอดในวงการส้ม เขาให้ความรู้เรื่องการปลูกส้มมามากมาย ก็ได้มีโอกาสเก็บเกี่ยวประสบการณ์จากตรงนั้นมาวันละเล็กวันละน้อย จนสามารถชวนพี่ที่สนิทกันหาเช่าพื้นที่ทดลองทำสวนส้มที่อำเภอฝางแล้วค่อนข้างได้ผลดี จึงได้ทดลองนำมาปลูกที่บ้านจังหวัดบึงกาฬบ้าง ปลูกไปปลูกมาเริ่มติดใจและประ
คุณจรัญ เจริญทรัพย์ เกษตรกรสวนมะพร้าวในอำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี เจ้าของกิจการส่งออกมะพร้าวน้ำหอมทั้งลูกสดและแปรรูป ใครจะรู้ว่ากว่าที่จะมาเป็นเจ้าของสวนมะพร้าว กว่า 120 ไร่ เมื่อก่อนเคยติดหนี้สินจนเกือบจะเสียที่นาที่มีอยู่เพียง 1 ไร่ ไปแล้ว ปัจจุบัน เขาดำรงตำแหน่งประธานสภายุวเกษตรจังหวัดราชบุรี และประธานวิสาหกิจชุมชนอำเภอดำเนินสะดวก ทำธุรกิจส่วนตัวในฐานะผู้ประกอบการส่งออกผักและผลไม้ อยู่บ้านเลขที่ 196 หมู่ที่ 2 ตำบลท่านัด อำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี เคยได้รับรางวัล A Model Farmer From The Kingdom of Thailand โดย Food and Agriculture Organization of The United Nations จากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในงานวันอาหารโลกประจำปี 2556 ที่จัดขึ้น ณ องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาติ หรือ (FAO) ประจำภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก ประวัติของคุณจรัญนั้น เดิมทีพ่อแม่ทำสวนปลูกพืชล้มลุกจำพวก พริก ต้นหอม แตงกวา เรียนจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ตั้งแต่ยังเยาว์วัยมีความฝันอยากเป็นข้าราชการ แต่ไม่ได้เรียน เพราะฐานะทางบ้านยากจน มีพี่น้องทั้งหมด 8 คน พ่อกับแม่ได้รับมร
