พืชทำเงิน
จังหวัดฉะเชิงเทราหรือเมืองแปดริ้ว มีวัดหลวงพ่อโสธรที่โด่งดังเป็นที่นับถือสักการะของผู้คนทั่วประเทศแล้ว เมืองแปดริ้วยังมีชื่อเสียงด้านการผลิตมะม่วงที่มีคุณภาพ ด้วยรสชาติที่หวานหอมและเนื้อนุ่ม ทั้งมะม่วงสุกหรือดิบ ทำให้ครองใจตลาดผู้บริโภคมาช้านาน แถมยังส่งไปขายต่างประเทศได้ในปริมาณที่สูงอีกด้วย หลายคนสงสัยว่า “ทำไม…มะม่วงแปดริ้ว จึงมีชื่อเสียงและขายได้” ก่อนอื่นควรรับรู้เรื่องราวเกี่ยวกับภาพรวมการผลิตมะม่วงของไทยเสียก่อน มะม่วงน้ำดอกไม้ ไทยมีมะม่วงพันธุ์ดีมากมาย ประเทศไทยมีมะม่วงหลากหลายสายพันธุ์ทั้งเก่าและใหม่ ตั้งแต่รุ่นบรรพบุรุษก็ปลูกมะม่วง พันธุ์อกร่อง พิมเสน ขายตึก ซึ่งสายพันธุ์เหล่านี้ในปัจจุบันได้รับความนิยมน้อยลง และบางพันธุ์หายไป หรือบางพันธุ์มีการนำมาปรับปรุงใหม่ เช่น พันธุ์ขายตึก หรืออย่างพันธุ์อกร่องที่พยายามนำกลับมาทำใหม่เพื่อให้ออกนอกฤดู แต่ไม่ประสบความสำเร็จ เพราะมะม่วงในฤดูมีปริมาณมาก ทำให้ราคาตก อย่างไรก็ตาม หากสามารถทำได้ก็จะประสบความสำเร็จเรื่องราคา เพราะเป็นพันธุ์ที่ได้รับความนิยมอยู่แล้ว มะม่วงสายพันธุ์ยอดนิยมคือ น้ำดอกไม้ ยังคงครองแชมป์ทั้งขายภายในและส่งออกไปต่างประ
รอยต่อระหว่างจังหวัดตากไปลำปาง สองข้างทางดูไม่ร่มรื่นนัก โดยเฉพาะที่อำเภอสามเงา ทั้งนี้ เป็นเพราะอยู่ในอิทธิพลของเงาฝน กระนั้นก็ตาม เมื่อเลี้ยวลึกเข้าไปตามซอกซอย จะเห็นแปลงปลูกฝรั่ง กล้วยไข่ รวมทั้งมะละกอ เกษตรกรอาศัยความอุมสมบูรณ์ที่แม่น้ำวังไหลผ่าน สำหรับทำการเกษตร มะละกอที่ปลูกกัน ทำรายได้ให้ดี โดยเฉพาะพันธุ์เรดเลดี้ คุณสมจิตต์ บุญมาวงศ์ เจ้าหน้าที่ฝ่ายขายเขตภาคเหนือ บริษัทเพื่อนเกษตรกร จำกัด ให้ข้อมูลว่า พื้นที่ปลูกมะละกอพันธุ์เรดเลดี้ ส่วนใหญ่อยู่ในจังหวัดเชียงราย เชียงใหม่ ตาก กำแพงเพชร นครศรีธรรมราช กระบี่ และจังหวัดอื่นๆ ลักษณะประจำพันธุ์ “เรดเลดี้” มะละกอของบริษัทเพื่อนเกษตรกร จำกัด ที่ได้รับความนิยมมีอยู่หลายสายพันธุ์ เรดเลดี้ เป็นสายพันธุ์หนึ่ง ที่ได้รับความนิยมอย่างมาก จุดเด่นคือให้ผลผลิตเร็ว ลำต้นสูง 60-80 เซนติเมตร ก็เริ่มให้ผลผลิตแล้ว ผลผลิตมากกว่า 40-50 ผล ต่อต้น ต้านทานไวรัสที่เป็นสาเหตุของโรคใบด่างวงแหวนได้ดี ผลที่เกิดจากดอกตัวเมียจะมีลักษณะกลม-สั้น เนื้อสีส้มแดง ผลที่เกิดจากดอกกะเทย ผลมีลักษณะยาว เนื้อหนา น้ำหนักผลเฉลี่ย 1.5-2 กิโลกรัม เมื่อสุก มะละกอเรดเลดี้ มีกลิ่น
พริกไทยปะเหลียน เป็นพริกไทยสายพันธุ์พื้นบ้านของชาวอำเภอปะเหลียน มีเอกลักษณ์เฉพาะที่โดดเด่นกว่าพริกไทยสายพันธุ์อื่นๆ ด้วยรสชาติที่เผ็ดร้อน มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว ฝักแน่น ทำให้ได้รับความนิยมจากร้านอาหารเป็นอย่างมาก สามารถปลูกได้ทุกพื้นที่ มีพื้นที่น้อยก็สามารถปลูกได้ จะปลูกในกระถาง ล้อยางรถยนต์ หรือเข่ง ก็ได้ ดูแลง่าย ให้ผลผลิตเร็ว ทนทานต่อโรค ปลูกได้ทุกสภาพอากาศ ราคาดี ถือเป็นพืชแซมในสวนที่สร้างรายได้ดีอีกชนิดหนึ่ง คุณมณี นิลละออ หรือ พี่กี้ อยู่ที่ 39/4 หมู่ที่ 7 ตำบลนาหมื่นศรี อำเภอนาโยง จังหวัดตรัง ผู้ที่เป็นทั้งเกษตรกรและนักอนุรักษ์ในเวลาเดียวกัน และที่มาของนักอนุรักษ์ก็มาจากการที่พี่กี้ได้พัฒนาพริกไทยพื้นบ้านตั้งแต่รุ่นตายายได้ปลูกไว้บริเวณบ้านมาเสียบยอดขยายพันธุ์เพิ่ม เพื่อเป็นการอนุรักษ์และแบ่งปันให้กับเพื่อนบ้าน จากการแบ่งปันกลายเป็นการต่อยอดสร้างรายได้ มีการพัฒนาจากการปลูกขึ้นค้างแบบเดิมมาเป็นการปลูกในภาชนะทำให้เป็นทรงพุ่ม โดยการเสียบยอดกับต้นโคลูบรินั่ม เพื่อให้ง่ายต่อการปลูก การดูแล พี่กี้ บอกว่า ก่อนที่จะมีการพัฒนาขยายพันธุ์พริกไทยปะเหลียน ตนเป็นเกษตรกรปลูกยางพาราอยู่แล้ว จำนวน
พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) ทรงตระหนักว่า ยังมีเกษตรกรชาวไทยที่ยากจนอยู่จำนวนมาก เนื่องจากยังขาดเงินทุนสำหรับประกอบอาชีพ และมีพื้นที่ทำประโยชน์จำนวนน้อย ไม่เพียงพอต่อแรงงานและผลตอบแทนเพื่อการดำรงชีพภายในครอบครัว ประกอบกับประชากรเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เกษตรดังกล่าวจึงได้เข้าหักร้างถางป่าและเพิ่มจำนวนมากขึ้นทุกปี อันทำให้เกิดความเสียหายต่อทรัพยากรของประเทศชาติอย่างใหญ่หลวง ในปี พ.ศ. 2513 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) เสด็จแปรพระราชฐานไปประทับแรม ณ วังไกลกังวล อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ระหว่างเสด็จแปรพระราชฐานได้ทรงออกเยี่ยมราษฎรในเขตจังหวัดเพชรบุรีและจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยเฉพาะอำเภอชะอำ อำเภอหัวหิน และอำเภอท่ายาง พระองค์สนพระราชหฤทัยในโครงการหมู่บ้านสหกรณ์หุบกะพง ซึ่งอยู่ในคำแนะนำ ส่งเสริมของศูนย์สาธิตสหกรณ์โครงการหุบกะพง กรมส่งเสริมสหกรณ์ ทรงเห็นว่าการดำเนินงานช่วยเหลือราษฎรให้มีที่ทำกินและประกอบอาชีพเป็นที่น่าพอพระราชหฤทัย ประกอบกับราษฎรในเขตอำเภอท่ายาง อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบ
เห็ดโคน หรือ เห็ดปลวก คนละชนิดกับเห็ดโคนน้อย ความจริงเห็ดโคนน้อยคือ เห็ดถั่ว โดยทั่วไปมักพบขึ้นอยู่ตามกองซากถั่วเหลือง หรือถั่วเขียว วงจรชีวิตของเห็ดโคนหรือเห็ดปลวกนั้น ต้องพึ่งพาปลวกเข้ามาช่วย จากข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ระบุว่า ปลวกงานจะนำเอาสปอร์ ซึ่งเป็นหน่วยขยายพันธุ์ที่มีขนาดเล็กมาก ทำหน้าที่เช่นเดียวกับเมล็ดพืชอื่นๆ ไปปลูกในรังให้เป็นอาหารของปลวกวัยอ่อน ส่วนสปอร์ที่หลงเหลือ เมื่อได้รับความชื้นในฤดูฝนก็จะเติบโตโผล่พ้นผิวดินขึ้นมาปรากฏให้เห็น และเป็นอาหารอันโอชะของมนุษย์เรา วิธีเพาะหรือปลูกเห็ดโคน ด้วยภูมิปัญญาชาวบ้าน เริ่มจากนำจาวปลวก ที่อยู่ภายในจอมปลวก มีขนาดใกล้เคียงกับกะลามะพร้าวผ่าซีก จอมปลวกหนึ่งรังจะมีจาวปลวกหลายอัน มีลักษณะเบา โปร่ง ซุย มีรอยทางเดิน ซอกแซก ทะลุถึงกันได้ จาวปลวกน่าจะเป็นสวนปลูกเห็ดอ่อน เพราะมีเส้นใยขาวเต็มไปหมด สามารถพัฒนาเป็นดอกเห็ดต่อไป เกษตรกรจะนำส่วนนี้ออกมาถู หรือขยี้ ให้เป็นฝุ่นโปรยลงบนข้าวเหนียวนึ่งสุก ทิ้งให้เย็น เติมน้ำเล็กน้อยแล้วคลุกให้เข้ากัน คล้ายกับการทำสาโท นำไปหมักในถังพลาสติก ปิดปากถังด้วยผ้าขาวบาง เกษตรกรบางท่านอาจฉีกหมวกเห็ดโคนผสมลงไปด้วยก็มี
ปัจจุบันการประกอบอาชีพทางการเกษตรมีหลายๆ คน กำลังมุ่งเน้นไปที่ความสุขมากกว่าผลตอบแทนที่ได้รับ เพราะไม่เพียงได้ทำอยู่กับงานที่ชอบแล้ว ยังมีเวลาอยู่กับบ้านและดูแลครอบครัวไปพร้อมๆ กัน จึงทำให้ไม่ต้องออกไปทำงานต่างถิ่น แต่ทำการเกษตรผสมผสานอยู่บนพื้นที่ของตนเอง เกิดรายได้และมีเงินเก็บสำหรับเลี้ยงครอบครัวมีความสุขกับทุกกิจกรรมที่ได้ทำในแต่ละวัน คุณวิภารัตน์ ปานเกิด เกษตรกรทำไร่นาสวนผสม อยู่ที่ตำบลโคกตม อำเภอประโคนชัย จังหวัดบุรีรัมย์ ยึดการทำเกษตรแบบให้มีหลายๆ อย่างอยู่บนพื้นที่ ทำให้ภายในสวนของเธอมีการทำเกษตรที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการเลี้ยงสัตว์ การเลี้ยงปลา ตลอดไปจนถึงการปลูกพืชต่างๆ จึงทำให้มีรายได้แบบรายวัน รายเดือน และรายปี เกิดเป็นเงินหมุนเวียนใช้จ่ายภายในครอบครัว และเงินเก็บไว้ใช้ยามฉุกเฉินอีกด้วย คุณวิภารัตน์ เล่าให้ฟังว่า สมัยก่อนยึดการเลี้ยงสัตว์เพียงอย่างเดียว ยังไม่ได้มีการปลูกพืชผักและต้นไม้ต่างๆ เพราะพื้นที่บริเวณนี้ค่อนข้างแห้งแล้งไม่เหมาะสมต่อการเพาะปลูก เมื่อมีความตั้งใจจริงที่อยากจะทำอาชีพทางด้านการเกษตรให้ประสบผลสำเร็จ จึงได้ไปเข้าอบรมเกี่ยวกับการให้ความรู้ โดยใช้พลังงานแ
จากพื้นแผ่นดินที่มีลักษณะลูกรังร้อนแล้ง คุณณรงค์ ไทยเจริญ ผู้มีแรงบันดาลใจจากหิ่งห้อยตัวเล็กๆ นับสิบตัวที่เขาพบเจอ สร้างแรงผลักดันสู่การอนุรักษ์และอยากสร้างป่าผืนเล็กๆ ขึ้นมาเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม โดยมีครอบครัวเป็นแรงสนับสนุนที่ดียิ่งกว่าใคร คุณณรงค์ และ คุณพิมลพรรณ ไทยเจริญ คุณณรงค์ ไทยเจริญ และครอบครัว มีอาชีพหลักคือการค้าขายอาหารสัตว์และเวชภัณฑ์สำหรับสัตว์อยู่ที่ร้านไทยเจริญซับพลาย อาศัยอยู่บ้านเลขที่ 74/3-4 หมู่ที่ 1 ตำบลดีลัง อำเภอพัฒนานิคม จังหวัดลพบุรี คุณณรงค์ เล่าให้ฟังว่า เดิมทีที่ตรงนี้เป็นนิคมสร้างตนเอง ตั้งแต่ยุค จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ได้มีนโยบายยกเลิกสามล้อ ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ให้คนที่มีอาชีพขับขี่สามล้อในสมัยนั้น โดยแจกที่ดิน ที่เขตนิคมสร้างตนเองพระพุทธบาท ให้คนละ 25 ไร่ ซึ่งสมัยก่อนที่แห่งนี้มีลักษณะเป็นป่าดงดิบ ไม่ค่อยมีผู้คนอยากอยู่นัก ปัจจุบันยังคงมีคนขับสามล้อ รุ่นที่หนึ่งที่ยังคงมีชีวิตอยู่อีก 2 ท่าน นั่นก็คือ ลุงผลู และ ลุงแก้ว มีนกเป็ดน้ำมาหากินที่สระประจำทุกวัน จุดเริ่มต้นมาจากแรงบันดาลใจ ผลจากการเข้าอยู่ของคนรุ่นแรก ป่าไม้หายวับไปกับตา สิ่งที่มาแทนคือพืชเ
“ถั่วเขียว” เป็นพืชอายุสั้น จึงใช้น้ำน้อยกว่าพืชไร่อื่นหลายชนิด และงอกได้เร็ว สามารถใช้ในระบบปลูกพืช เช่น ทดแทนข้าวนาปรัง ปลูกก่อนข้าวโพดในพื้นที่ประสบภัยแล้ง ใช้ปลูกก่อนหรือหลังการทำนาหรือทำไร่ เพื่อตัดวงจรการระบาดของศัตรูพืช ช่วยบำรุงรักษาความอุดมสมบูรณ์ของดิน ตรึงไนโตรเจนได้ดี สามารถใช้เป็นปุ๋ยพืชสดให้ปริมาณไนโตรเจนสูง และนอกจากประโยชน์ที่กล่าวมาข้างต้นแล้ว ถั่วเขียวยังสามารถนำมาแปรรูปสร้างมูลค่าเพิ่มได้อีกหลากหลายผลิตภัณฑ์ ทั้งอาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ อย่างเช่น เกษตรกรไอเดียบรรเจิดท่านนี้ ที่คิดค้นต่อยอดรายได้เสริมหลังการทำนา ด้วยการปลูกถั่วเขียวเพื่อแปรรูปเป็นเครื่องดื่ม “น้ำนมถั่วเขียว” เพื่อสุขภาพ สร้างมูลค่าเพิ่มจากหลักสิบเป็นหลักพัน คุณนุสร รุ่งพรหม อยู่ที่ 52 หมู่ที่ 9 ตำบลควนรู อำเภอรัตภูมิ จังหวัดสงขลา ยังสมาร์ทฟาร์มเมอร์สงขลาหัวก้าวหน้า อดีตผู้ช่วยพยาบาล หันมาเอาดีด้านงานเกษตร ริเริ่มพัฒนาและต่อยอดอาชีพที่รัก เริ่มจากศูนย์สู่ความสำเร็จ สุขกาย สบายใจ สร้างรากฐานครอบครัวมั่นคง คุณนุสร เล่าให้ฟังว่า ก่อนที่จะมาเป็นเกษตรกรอย่างเต็มตัว ตนเคยทำงานเป็นผู้ช่วยพยาบาลมาก่อน แล
“พริกหยวก”, “พริกหวาน” หรือ “พริกยักษ์” (bell pepper, sweet pepper หรือ capsicum) เป็นกลุ่มพันธุ์ของสปีชีส์ Capsicum annuum พริกหยวกให้ผลสีต่างๆ กัน รวมถึงแดง เหลือง ส้ม และเขียว บางครั้งพริกหยวกถูกจัดกลุ่มรวมกับพริกที่เผ็ดน้อย เรียกว่า “พริกหวาน” พริกเป็นพืชประจำถิ่นในเม็กซิโก อเมริกากลาง และทวีปอเมริกาใต้ตอนเหนือ ภายหลังเมล็ดพริกถูกนำไปยังสเปน ใน ค.ศ. 1493 และได้เผยแพร่ไปยังประเทศยุโรป แอฟริกา และเอเชีย ในทางการแพทย์ระบุสรรพคุณว่า พริกหยวกทุกสีมีสารแอนตี้ออกซิแดนท์ ซึ่งช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกาย ช่วยกระตุ้นการทำงานของกระเพาะอาหาร ทำให้ระบบการย่อยอาหารดี ช่วยเจริญอาหาร บำรุงธาตุ ขับเหงื่อ ขับลม ขับเสมหะ แก้อาเจียน แก้หิด กลาก เกลื้อน และสามารถลดความดันโลหิตได้ เพราะทำให้หลอดเลือดอ่อนตัว และช่วยให้ระบบการไหลเวียนของเลือดเป็นไปได้ดี นอกจากนี้ น้ำฉ่ำจากพริกหยวกยังช่วยทำให้สุขภาพเล็บของเราแข็งแรงด้วย นอกจากมีสารสำคัญอย่างแอนตี้ออกซิแดนท์ที่ช่วยป้องกันโรคมะเร็งได้แล้ว ยังมีสรรพคุณทางยา มีคุณค่าจากวิตามิน A B1 B2 และ C มีสารแคปไซซินเป็นแหล่งเบต้าแคโรทีน และมีสารไบโอฟลาโวนอยด์ที่มีประ
แปลงปลูกกุหลาบอินทรีย์แห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ อยู่ไม่ไกลจากกาดทุ่งฟ้าบด หรือกาดวัว เป็นตลาดวันเสาร์ที่ใหญ่ที่สุดในเชียงใหม่ ที่นี่มีขายทุกอย่าง แค่เดินเข้าซอยไปประมาณกิโลเมตรกว่าๆ ก็พบกับสวนกุหลาบซ่อนอยู่ตรงนี้จริงๆ สันป่าตอง ไม่ได้มีแค่ข้าวเหนียวสันป่าตองเท่านั้น แต่มีกุหลาบสันป่าตองด้วย กุหลาบมอญสีแดง สีชมพู กลิ่นหอมชื่นใจที่สุด กลิ่นหอม สะอาด จากกุหลาบเป็นอย่างนี้เอง “ถ้าพี่รู้ว่ามีสวนกุหลาบอินทรีย์อยู่ตรงนี้พี่มานานแล้ว พี่คิดว่าเป็นสวนกุหลาบธรรมดา” เมื่อมาเจอสวนกุหลาบ โชคดีได้พบเจ้าของสวนด้วย ลุงเสริฐ (ประเสริฐ สมโณ) ที่เพิ่งเก็บกุหลาบเสร็จใหม่ๆ นั่งชมกุหลาบแล้วก็คุยกับ ลุงเสริฐ เจ้าของสวนกุหลาบอินทรีย์ เปลี่ยนจากไร่นาเป็นสวนเกษตรอินทรีย์ ลุงเล่าว่า สมัยบรรพบุรุษมีผืนดินเป็นที่นา 33 ไร่ เมื่อ 7 ปีที่แล้ว ลูกสาวจบมาจากออสเตรเลีย เขาเริ่มมีความคิดว่า ปรับเป็นสวน เราก็คิดไว้แล้ว เมื่อก่อนก็ปลูกเป็นไร่นาผสมผสาน แต่เขาปรับเป็นสวนแล้วก็ทำเป็นพื้นที่เกษตรอินทรีย์ ก็เพื่อสุขภาพเราด้วย ตอนนั้นเจ้าหน้าที่จากกรมวิชาการเกษตรมาตรวจเอาดินไปตรวจ ไม่ให้สารเคมีจากพื้นที่ใกล้เคียงมารบกวน ตรวจหล
