พืชทำเงิน
ตำราพรหมชาติ ว่าการปลูกต้นไม้ตามทิศต่างๆ มีความหมาย และเป็นสิริมงคลต่อบ้านเรือนที่อยู่อาศัย ในทิศตะวันตกของบ้านเรือน ให้ปลูกมะยมเป็นไม้มงคล โดยเชื่อว่าการปลูกมะยมไว้ ผู้คนจะได้นิยมชมชอบชื่นชม หรือมีนะเมตตามหานิยม นอกจากนั้น มะยมยังเป็นไม้ที่มีประโยชน์ เป็นทั้งผลไม้เป็นทั้งผัก เป็นทั้งยาสมุนไพร คนทั่วทุกภาค ปลูกต้นมะยมไว้ตามบ้านเรือน เรือกสวนไร่นา ริมสระน้ำ ริมคลอง เป็นไม้ที่โตเร็ว มีผลดกมาก ถึงเวลาติดผลจะเห็นชัดเจน เป็นช่อพวง ระย้าเต็มกิ่งก้าน ต้นมะยมไม่สูงนัก พอเอื้อมมือเด็ดผลได้ อย่างเก่งก็ตั้งม้า เก้าอี้ เด็ดมะยม แต่ที่แน่ๆ คือ ร่วงง่ายมาก ถ้าสอยปลิดก็ร่วงทั้งพวง หล่นร่วงใส่หัว กระเด็นกระดอนกระจายเต็มพื้น ถ้าจะใช้ไม้สอย หรือเขย่ากิ่ง ก็ต้องมีกระสอบ ผ้า ตาข่าย รองรับใต้ต้น ระวังอย่าปีนต้นมะยม กิ่งต้นมะยมเปราะหักง่ายมาก เช่นเดียวกัน หลายคนชอบโน้มกิ่งมะยม เด็ดเอายอดไปเป็นผักเคียงส้มตำ ยำ ลาบ ให้ระวังด้วย กิ่งหักเสียหายง่าย หาวิธีเก็บผล หรือเด็ดยอดอ่อน ตั้งโต๊ะ ม้าขาตั้ง บันไดเหล็ก เป็นวิธีที่ดีที่สุด มะยม เป็นไม้ที่คนไทยปลูกกันแพร่หลายมานานแล้ว เป็นไม้พุ่มขนาดกลาง สูงไม่เกิน 10 เมตร ลำ
นายคำพันธ์ เหล่าวงษี ปราชญ์เกษตรของแผ่นดิน สาขาเศรษฐกิจพอเพียง ปี 2559 อยู่บ้านเลขที่ 43 หมู่ที่ 2 บ้านดอนแตง ตำบลศรีสุข อำเภอกันทรวิชัย จังหวัดมหาสารคาม ขยายพันธุ์มะละกอโดยการตอน สามารถเก็บผลผลิตได้หลังปลูกเพียง 2 เดือน เท่านั้น นายคำพันธ์ บอกข้อดีของการตอนมะละกอ ดังนี้ ได้ผลผลิตไม่กลายพันธุ์ ต้นเตี้ย เก็บเกี่ยว ดูแลรักษาง่าย ต้นแข็งแรง ต้นไม่สูง ไม่หักโค่นง่าย แตกกิ่งก้านมากขึ้น ได้ผลผลิตมากขึ้น ให้ผลผลิตเร็ว หลังจากปลูกด้วยกิ่งตอน 2 เดือน อุปกรณ์ในการตอน ประกอบด้วย…ขุยมะพร้าว ถุงพลาสติก มีดตอน เชือกฟาง “เลือกกิ่งที่ไม่แก่ไม่อ่อนเกินไป นับจากยอดลงมา 25-30 เซนติเมตร ใช้มีดปาดกิ่งมะละกอเฉียงขึ้นไป แล้วใช้เศษไม้หรือหินคั่นรอยปาดไม่ให้สนิทกันอย่างเดิม หุ้มด้วยตุ้มตอน ที่ทำให้พอเหมาะกับขนาดของกิ่ง มัดด้วยเชือกฟาง…ราว 25 วัน กิ่งมะละกอเริ่มออกราก นับตั้งแต่วันตอนถึงตัดกิ่ง ใช้เวลา 45 วัน แล้วตัดชำอีก 15 วัน จึงนำลงปลูกได้ ช่วงนี้ทางผมศึกษาการปลูกในวงบ่อ โดยใช้กิ่งตอน…มะละกอ เมื่อเราตอน จะแตกกิ่งใหม่ออกมาให้ตอนเรื่อยๆ อายุของต้นที่ปลูกด้วยกิ่งตอน อยู่ได้ 3 ปี” นายคำพันธ์ แ
พริกเป็นผักอีกชนิดหนึ่งที่มีศักยภาพสูงและมีความสำคัญทางด้านเศรษฐกิจของประเทศไทย มีการปลูกอย่างแพร่หลายทั่วทุกภาคของประเทศ คาดว่าพื้นที่ปลูกพริกของเกษตรกรไทย จากข้อมูลการสำรวจพบว่า โดยเฉลี่ยคนไทยบริโภคพริกคนละ 5 กรัมต่อวัน หรือ ลองคำนวณคร่าวๆ ด้วยประชากรคนไทย 60 ล้านคน ก็จะประมาณได้ว่าคนไทยบริโภคพริกถึง 109,500,000 กิโลกรัมต่อปี พื้นที่ในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือ “พริกขี้หนูหัวเรือ” มีการขยายพื้นที่ปลูกกันมากที่สุดโดยเฉพาะในเขตจังหวัดอุบลราชธานี แต่ที่ผ่านมาเกษตรกรที่ปลูกพริกสายพันธุ์นี้พบปัญหาเรื่องผลผลิตต่อไร่ต่ำลงเรื่อยๆ เนื่องจากมีการเก็บเมล็ดพันธุ์เองและไม่มีการคัดเลือกสายพันธุ์ หลังจากที่ศูนย์วิจัยพืชสวนศรีสะเกษ ใช้เวลาประมาณ 7 ปี ในการคัดเลือกพันธุ์พริกหัวเรือแบบสายพันธุ์บริสุทธิ์ สุดท้ายได้ทำการทดสอบสายพันธุ์ในไร่ของเกษตรกร ได้พริกขี้หนูเรือพันธุ์ใหม่ที่ให้ผลผลิตสูงกว่าพันธุ์ที่เกษตรกรเก็บพันธุ์เองถึง 14 เปอร์เซ็นต์ ขนาดของทรงพุ่มเล็กกะทัดรัด มีความสูงและเส้นผ่าศูนย์กลางของต้นประมาณ 80-90 เซนติเมตรเท่านั้น มีอายุการเก็บเกี่ยวเร็วคือ 90 วัน หลังจากย้ายปลูกลงแปลง ที่สำคัญเป็นพริกที
ข้าวเหนียวดำ หรือเรียกตามภาษาพื้นเมืองของภาคเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือว่า “ข้าวก่ำ” เป็นการเรียกตามลักษณะสีของเมล็ดที่มีสีแดงเข้ม หรือ “แดงก่ำ” ซึ่งข้าวก่ำนั้นถือได้ว่ามีคุณค่าทางสมุนไพรหรือความเป็นยาของข้าวก่ำที่ชาวเหนือดั้งเดิมหรือชาวล้านนาได้คิดค้นปรากฏชัดเจนในวัฒนธรรมข้าวชาวเหนือ โดยเฉพาะในนวัตกรรมการเพาะปลูกในพิธีกรรมการเซ่นไหว้ การโภชนาการ การเสริมสวย และยารักษาโรค นับว่าเป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นของโภชนศาสตร์เกษตรและเภสัชรักษาพื้นบ้านล้านนา โดยทางคณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้ส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกข้าวพันธุ์ก่ำดอยสะเก็ด ซึ่งได้รับใบรับรองจากกรมวิชาการเกษตรในการรับรองพันธุ์พืชขึ้นทะเบียน ตามพระราชบัญญัติพันธุ์พืช พ.ศ. 2518 รศ.ดร.ดำเนิน กาละดี ภาควิชาพืชศาสตร์และทรัพยากรธรรมชาติ คณะเกษตรศาสตร์ หน่วยวิจัยข้าวก่ำ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เปิดเผยว่า ข้าวพันธุ์ก่ำดอยสะเก็ด เป็นข้าวเหนียวที่มีประวัติการปรับปรุงพันธุ์ ในปี 2538 ได้รวบรวมพันธุ์ข้าวจาก คุณพินิจ คำยอดใจ อาชีพทำนา อยู่บ้านเลขที่ 31/1 บ้านสันปูเลย ตำบลสันปูเลย อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม
มีคำพูดกันจนติดปากว่า ถ้าใช้ปุ๋ยเคมีติดต่อกันนานๆ ผลผลิตที่เพิ่มขึ้นจะกลับลดลงเรื่อยๆ เพราะปุ๋ยเคมีทำให้ดินเสีย เช่น ทำให้ดินแข็งไถพรวนยาก พืชกินปุ๋ยได้น้อยลง จึงไม่เติบโตดีเท่าที่ควร ผลผลิตที่เพิ่มขึ้นที่เคยสูงก็จะลดลงเรื่อยๆ ทำให้ต้องใช้ปุ๋ยเคมีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เสมือนกับการใช้ปุ๋ยเคมีนั้นเป็นยาเสพติด ฯลฯ คำกล่าวนี้มีข้อเท็จจริงมากแค่ไหน? ปัญหาดินแข็งและแน่นทึบ เกิดจากอะไรได้บ้าง? ดินที่ปลูกพืชได้ผลผลิตสูงแต่เดิมนั้นเป็นดินดี เพราะมีดินชั้นบนเป็นดินโปร่งร่วนซุย และอุดมสมบูรณ์ เมื่อเราไถพรวนดินเพาะปลูกพืชอย่างต่อเนื่องติดต่อกันมานาน โดยไม่มีการปรับปรุงบํารุงดินเลยนั้น ดินก็จะเสื่อมสภาพ กลายเป็นดินเลว พืชผลที่ได้จากการเพาะปลูกจะลดลงอยู่เรื่อยๆ ซึ่งเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นตาม ปกติของดินกับการเพาะปลูก สาเหตุที่เป็นเช่นนี้ก็เนื่องจากการเตรียมดินเพื่อการเพาะปลูก แต่ละครั้งต้องมีการไถพรวนดิน สภาพโล่ง เตียนเมื่อมีฝนตกในช่วงนี้ ก่อนพืชที่ปลูกจะปกคลุมหน้าดิน จะเกิดการชะล้างพังทลายหน้าดิน โดยฝนที่ตกแต่ละครั้งที่เรียกว่าการชะกร่อน ทําให้หน้าดินสูญหายไปกับน้ำที่ไหลบ่าผ่านหน้าดินอยู่เรื่อยๆ นานเข้าดิ
หลายตำบลในอำเภอปากคาด จังหวัดบึงกาฬ กลายเป็นพื้นที่น้ำท่วมซ้ำซากที่สำนักงานเกษตรจังหวัดบึงกาฬเร่งหาวิธีแก้ไขปัญหาอย่างต่อเนื่อง โดยเข้าพื้นที่ศึกษาวิจัยในพืชที่สามารถปลูกเพื่อสร้างรายได้ในฤดูน้ำหลาก พบว่ามีพืชที่สามารถปลูกได้หลายชนิด แต่เพราะความเคยชินของเกษตรกรในพื้นที่ที่ประกอบอาชีพทำนา ทำให้การส่งเสริมเพื่อการเรียนรู้สำหรับเกษตรกรเป็นไปได้ไม่รวดเร็วนัก แต่สำหรับคุณนรินทร์ ศรีวรษา เกษตรกรที่ยึดอาชีพทำนามาตั้งแต่บรรพบุรุษ มีผืนนาตั้งอยู่บริเวณหมู่ 4 บ้านนาดงน้อย ตำบลนาดวง อำเภอปากคาด จังหวัดบึงกาฬ ซึ่งเป็นพื้นที่น้ำท่วมซ้ำซากมาโดยตลอด กลับพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสเมื่อน้ำหลากเข้าท่วมผืนนา ไม่สามารถปลูกข้าวได้ตามปกติ จากพื้นที่เดิมทั้งหมดกว่า 70 ไร่ เมื่อถูกจัดสรรให้กับพี่น้องแล้ว คุณนรินทร์ เหลือพื้นที่ทำนาราว 7 ไร่ และยังคงยึดอาชีพทำนาสร้างรายได้หลักให้กับครอบครัว แต่นับตั้งแต่ปี 2530 คุณนรินทร์ บอกอย่างยอมรับสภาพดินฟ้าอากาศที่เกิดขึ้นในทุกปีว่า ข้าวถูกน้ำท่วมทุกปี ในการทำนาทุก 3-4 ปี จะได้กำไรจากการปลูกข้าวเพียงครั้งเดียว สำนักงานเกษตรจังหวัดบึงกาฬ ให้ข้อมูลในการศึกษาพืชที่เหมาะสมสำหรับ
ปัญจขันธ์ หรือเจียวกู่หลาน (Jiaogulan) เป็นสมุนไพรที่มีถื่นกำเนิดในประเทศจีน มีชื่อวิทยาศาสตร์ Gynostemma pentaphyllun Makino อยู่ในวงศ์ Cucurbitaceae ชื่อภาษาอังกฤษคือ Miracle Grass, Southern ginseng นิยมปลูกกันอย่างกว้างขวางบริเวณเทือกเขาทางตอนใต้ประเทศจีน ในประเทศไทยรู้จักในชื่อปัญจขันธ์ เป็นไม้เถาชนิดเดียวกับพืชในตระกูลแตง ลักษณะของต้นจะเลื้อยไปตามพื้น ใบมีสีเขียวแตกออก 5 ใบ ในแต่ละกิ่ง ส่วนของใบและลำต้นมีสารสำคัญ จำพวก Saponins สารที่พบมีชื่อเฉพาะว่า gypenosides คล้ายที่พบในโสมคน (ในโสมคน เรียก ginsenosides) พบในส่วนใบมากกว่าลำต้น สรรพคุณทางเภสัชวิทยา ปัญจขันธ์ ที่ปลูกกันส่วนมากนิยมนำมาแปรรูปเป็นชา สำหรับดื่มแก้กระหาย เดิมเป็นอาหารที่ใช้กินให้อิ่ม ต่อมาได้มีการพัฒนาใช้ในการผลิตยา และเริ่มมีการค้นคว้าสารออกฤทธิ์ ในทางเภสัชวิทยาในประเทศจีนพบว่า ปัญจขันธ์ ประกอบด้วยตัวยา 82 ชนิด มีตัวยาที่เหมือนโสมคน 4 ชนิด ได้แก่ ginsenosides Rb1 Rd และ F3 สรรพคุณของปัญจขันธ์ ลดน้ำตาลในเลือด ลดความดันโลหิต ลดคอเลสเตอรอล ด้วยคุณสมบัติและสรรพคุณที่หลากหลาย รวมทั้งสภาพความเหมาะสมของดินและสภาพอาก
กล้วย คือผลไม้ที่คนไทยนิยมรับประทานทานกันมากโดยเฉพาะนักกีฬา กล้วยมีมากมายหลายชนิด เช่น กล้วยหอม กล้วยน้ำว้า กล้วยเล็บมือนาง เป็นต้น กล้วยชนิดต่างๆ มีความแตกต่างกันทั้งรสชาติ ขนาด และสี ชนิดของกล้วยจะมีจุดเด่นที่แตกต่างกันออกไปนอกจากจะมีหลายชนิดแล้ว กล้วยชนิดต่างๆ สามารถแบ่งพันธุ์ได้อีกมากมาย แต่พันธุ์ที่ต้องการแนะนำโดยเฉพาะคือ กล้วยหอมพันธุ์ คาเวนดิช (Cavendish) ชื่อภาษาไทยเรียกว่า กล้วยหอมเขียว เป็นกล้วยหอมที่ต่างประเทศให้ความนิยมเป็นอย่างมาก แต่ยังไม่เป็นที่นิยมในประเทศไทยมากนักและเป็นเรื่องที่ใหม่สำหรับเกษตรกรไทยอีกด้วย คุณวิเชียร เนียมจ้อย นักประดิษฐ์และเกษตรกรแบบผสมผสาน เช่น กล้วยไม้ มะม่วง กล้วยน้ำว้า อาศัยอยู่บ้านเลขที่ 40/2 หมู่ที่ 4 ตำบลบ้านใหม่ อำเภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี ปลูกกล้วยหอมคาเวนดิชได้ผลดี กล้วยหอมพันธุ์คาเวนดิช คุณวิเชียร มีชื่อเสียงโด่งดังจากมะม่วงและกล้วยน้ำว้าพันธุ์ โชควิเชียร กล้วยหอมคาเวนดิชเป็นพันธุ์กล้วยหอมพันธุ์ใหม่สำหรับเกษตรกรไทย คุณวิเชียร บอกว่า กล้วยหอมคาเวนดิช เพาะปลูกง่าย ดูแลไม่ยาก มีลำต้นที่แข็งแรงไม่ต้องใช้ไม้ค้ำเหมือนกล้วยหอมพันธุ์อื่นๆ ปกติกล้วย
ส้มโอขาวแตงกวา เป็นไม้ผลท้องถิ่นที่สำคัญทางด้านเศรษฐกิจของจังหวัดชัยนาท ขนาดผลกลมโตปานกลาง เนื้อกุ้งใหญ่สีขาวแห้ง หวานฉ่ำ รสอร่อย เป็นไม้ผลที่ปลูกสืบต่อกันมานานกว่า 100 ปี ถึงปัจจุบัน ในด้านการปลูกและผลิตมีการพัฒนาคุณภาพมาต่อเนื่อง กระทั่งได้ผลส้มโอขาวแตงกวาดีมีคุณภาพที่ผู้บริโภคต้องการ ทำให้เกษตรกรมีรายได้สู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตที่มั่นคง และการปลูกส้มโอขาวแตงกวาในสภาวะเศรษฐกิจฝืดเคืองจึงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ วันนี้จึงนำเรื่อง ส้มโอขาวแตงกวา…ไม้ผลเศรษฐกิจคุณภาพเมืองชัยนาท มาบอกเล่าสู่กัน จังหวัดชัยนาทเป็นที่ราบลุ่มมีแม่น้ำไหลผ่าน ดินมีความอุดมสมบูรณ์ที่เอื้ออำนวยต่อการปลูกพืชได้คุณภาพ โดยเฉพาะส้มโอขาวแตงกวาที่มีการปลูกมานานกว่า 100 ปี มีต้นแม่พันธุ์ต้นแรกอยู่ที่อำเภอมโนรมย์ มีการปลูกและพัฒนาคุณภาพมาต่อเนื่อง ทำให้ได้ผลส้มโอดีมีคุณภาพ มีเนื้อกุ้งใหญ่ขาว หวานฉ่ำ รสชาติอร่อยไม่แพ้ใคร เป็นหนึ่งไม้ผลที่สร้างชื่อให้กับจังหวัดชัยนาท ที่นี่ปลูกไม้ผลเป็นหลัก ได้แก่ มะม่วง กล้วยน้ำว้า ส้มเขียวหวาน มะนาว ส้มโอขาวแตงกวา มะละกอ พุทรา กระท้อน มะกรูด และมะปรางหวาน จำนวน 10 ชนิด รวมพื้นที่ 12,89
ทุกวันนี้น้อยคนนักที่จะรู้จักพันธุ์ของไผ่ ส่วนมากเมื่อได้พบเห็นก็มักรู้เพียงว่า มันคือ ต้นไผ่ เท่านั้น วันนี้จะมานำเสนอไผ่ชนิดใหม่ ที่มีการปลูกขยายพันธุ์เมื่อไม่นาน เรียกว่าเป็นสายพันธุ์ไผ่น้องใหม่ ที่เพิ่งเปิดตัวอย่างเป็นทางการในช่วงปลายปี 2559 ในงานสัมมนา “สุดยอดนวัตกรรมจากไผ่ของไทย” ซึ่งจัดโดย บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) นิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้าน ศูนย์ฝึกอาชีพ Matichon Academy และหนังสือพิมพ์ข่าวสด ได้ลองกินกัน คุณสุรูป แสนขันธ์ คือเกษตรกรผู้ริเริ่มขยายพันธุ์ไผ่รวกหวาน “ภูกระดึง 58” ณ บ้านเลขที่ 243 หมู่ที่ 5 บ้านซำบ่าง ตำบลห้วยส้ม อำเภอภูกระดึง จังหวัดเลย ชื่อไผ่รวกหวาน “ภูกระดึง 58” นี้ มีที่มาจาก เป็นไผ่รวกที่พบบนพื้นที่ยอดดอยภูกระดึง และ 58 คือ ปีที่คุณสุรูปเริ่มขยายพันธุ์จนสำเร็จ จนได้มีการจำหน่ายต้นพันธุ์ ทำให้ไผ่รวกหวานสายพันธุ์นี้เป็นที่รู้จักนั่นเอง แต่เดิมนั้น คุณสุรูป รับราชการครู สอนในรายวิชาการงานอาชีพ ซึ่งถือว่ามีความรู้ทางด้านเกษตรอยู่แล้ว ซึ่งในพื้นที่บ้านก็ได้มีการปลูกมะนาวไว้ และเป็นผู้รู้ที่ให้ความรู้เกี่ยวกับการปลูกมะนาวด้วย จนเมื่ออายุได้ 50 ปี ได้หันมาปลูกไผ่รวกหว
