พืชทำเงิน
สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร รายงานว่า สถานการณ์การผลิตและการตลาดโกโก้ของโลกในช่วงปี 2557-2561 เพิ่มขึ้น ร้อยละ 2.96 ต่อปี ประเทศที่มีผลผลิตมากเป็นอันดับ 1 ของโลก ได้แก่ โกตดิวัวร์ รองลงมา ได้แก่ ประเทศกานาและอินโดนีเซีย ส่วนประเทศในกลุ่มอาเซียนที่ผลิตโกโก้ได้มากรองจากประเทศอินโดนีเซีย ได้แก่ ฟิลิปปินส์ และมาเลเซีย ยุโรปเป็นตลาดใหญ่ของโลกที่มีความต้องการเมล็ดโกโก้มากที่สุด ร้อยละ 46 รองลงมาคือ ประเทศในทวีปอเมริกาเหนือ ร้อยละ 25 ประเทศในเอเชีย โอเซียเนีย ร้อยละ 15 และประเทศในอเมริกาใต้ ร้อยละ 9 โดยนำไปใช้ในการแปรรูปและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ในอุตสาหกรรมขนมหวานช็อกโกแลต อุตสาหกรรมอาหาร เครื่องดื่ม และอุตสาหกรรมเครื่องสำอางและยา เป็นต้น ในช่วง ปี 2558-2562 การนำเข้าเมล็ดโกโก้ของโลกเพิ่มขึ้น ร้อยละ 6.77 ต่อปี ประเทศนำเข้าที่สำคัญ ได้แก่ เนเธอร์แลนด์ เยอรมนี และสหรัฐอเมริกา ส่วนการนำเข้าผลิตภัณฑ์โกโก้ของโลกเพิ่มขึ้น ร้อยละ 3.18 ต่อปี ประเทศนำเข้าที่สำคัญ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา เยอรมนี และฝรั่งเศส ด้านการส่งออกเมล็ดโกโก้ของโลกเพิ่มขึ้น ร้อยละ 7.61 ต่อปี รวมถึงการส่งออกผลิตภัณฑ์โกโก้ของโลกเพ
เอ่ยถึง “ผักแว่น” หลายคนคงรู้จัก ฤดูฝน ช่วงเดือนสิงหาคม-กันยายน ตรงกับฤดูทำนา เป็นช่วงที่ผักแว่นมีรสชาติอร่อยมาก ในช่วงที่ต้นข้าวกำลังแตกกอ ผักแว่นจะเจริญงอกงามดี ได้รับความอุดมสมบูรณ์จากธรรมชาติ ผักแว่นกำลังแตกใบ ทอดยอด อวบสวยใส น่ากิน หากผ่านพ้นช่วงนี้ไปผักแว่นจะเริ่มแก่ เหนียว ไม่อร่อยแล้ว คนไทยนิยมกินผักแว่นเป็นผักสด เครื่องเคียงกินกับน้ำพริกปลาร้า น้ำพริกปลาปิ้ง น้ำพริกกะปิ ลาบ ก้อย ยำเตา แจ่วปูนา ยำหน่อไม้ ซุบหน่อไม้ หรือนำมาทำน้ำแกงจืดให้เด็กและคนชรากินได้ “ผักแว่น” พบได้ทั่วทุกภาคของไทย ภาคใต้เรียกว่า “ผักลิ้นปี่” ตามลักษณะใบย่อยรูปลิ่ม คล้ายลิ้นปี่เครื่องเป่าประโคมดนตรีปี่พาทย์นั่นเอง ผักแว่น อยู่ในวงศ์ MARSILEACEAE ชื่อวิทยาศาสตร์ Marsilea crenata Presl. ชื่อสามัญ Water Clover เป็นพืชตระกูลเฟิร์น ขยายพันธุ์ด้วยสปอร์ ชอบขึ้นบริเวณที่ดินชื้นและในน้ำ รากเกาะติดกับพื้นดิน มีไหล และเจริญอยู่ในน้ำได้ ผักแว่น มีลำต้นอ่อนสีเขียว เมื่อต้นแก่มีสีน้ำตาล ลำต้นเลื้อยไปตามพื้นดิน ลำต้นค่อนข้างกลม มีขนสีน้ำตาลอ่อนปกคลุม ใบเป็นใบประกอบ มีใบย่อย 4 ใบ รูปร่างใบย่อยมีลักษณะเป็นสามเหลี่ยมหรือเป็
การเริ่มต้นการปลูก “มะละกอ” นั้น ก็จะต้องเริ่มจากการเพาะกล้ามะละกอเสียก่อน ดังนั้น ผู้เขียนจึงนำประสบการณ์ ที่นักวิชาการแนะนำหรือจากที่นำไปปฏิบัติเองในการเพาะเมล็ดมะละกอมานำเสนอให้ผู้ที่สนใจนำไปใช้เป็นแนวทางในเรื่องของการเพาะกล้า เนื่องจากมะละกอทุกสายพันธุ์ใช้วิธีการเพาะกล้าเหมือนกัน สำหรับเคล็ดลับการเพาะเมล็ดมะละกอให้งอกดีและสม่ำเสมอ รศ.ดร. กวิศร์ วานิชกุล ได้ให้ข้อมูลไว้ว่า “การเพาะเมล็ดมะละกอให้งอกดีสม่ำเสมอนั้น ให้นำเมล็ดมะละกอแช่น้ำ 1-2 วัน โดยในช่วงวันแรกให้เปลี่ยนน้ำอย่างน้อย วันละ 1 ครั้ง หลังจากนั้นให้เปลี่ยนน้ำถี่ขึ้น เนื่องจากเมล็ดมะละกอมีการหายใจมากขึ้น ทำให้ออกซิเจนในน้ำเหลือน้อยลง หากแช่น้ำแล้วไม่เปลี่ยนน้ำเลย ก็จะเหลือออกซิเจนในน้ำน้อย เมล็ดมะละกอนั้นก็จะเกิดการหมักจนเน่าได้ และวันที่ 3 อาจนำเมล็ดมะละกอนั้นห่อด้วยผ้าเปียกน้ำและมีการพรมน้ำอยู่เรื่อยๆ ก็ได้ หากแช่เมล็ดมะละกอในน้ำดังกล่าวแล้ว จะทำให้ได้ต้นกล้ามะละกอที่งอกได้ดีและโตสม่ำเสมอกัน” หรือหากจะลดความยุ่งยากและยังไม่มีความชำนาญในการเพาะกล้า บางท่านก็อาจจะเลือกใช้วิธีของศูนย์พันธุ์พืชเพาะเลี้ยง จังหวัดสุพ
อำเภอแม่ใจ เป็นหนึ่งในเก้าอำเภอของจังหวัดพะเยา มีคำขวัญเพื่อการท่องเที่ยวว่า “พระเจ้าทองทิพย์คู่ถิ่น แหล่งทำกินหนองเล็งทราย มากมายสวนลิ้นจี่ รสดีมะพร้าวเผา” จะเห็นได้ว่ามีพืชผลทางด้านการเกษตรถึง 2 ชนิด อยู่ในนั้น ซึ่งผู้เขียนเขียนถึงมาแล้ว 1 ชนิด คือ ลิ้นจี่ วันนี้จะมาเขียนถึงเมล่อน พืชใหม่ที่ทำได้ และทำเงิน วันก่อนผู้เขียนลงพื้นที่ผ่านโรงเรือนปลูกเมล่อน น้องๆ ที่สำนักงานบอกว่าเป็นแปลงปลูกเมล่อนของประธานวิสาหกิจชุมชนปลูกเมล่อนของอำเภอแม่ใจ เมื่อมีเวลาจึงลงไปพบปะแลกเปลี่ยนข้อมูลกับเจ้าของแปลง คือ คุณธวัชชัย ใจมิภักดิ์ บ้านเลขที่ 77 หมู่ที่ 9 ตำบลศรีถ้อย อำเภอแม่ใจ จังหวัดพะเยา เดิมคุณธวัชชัยประกอบอาชีพทางช่าง มีบุตร 2 คน ส่งให้เรียนหนังสือจนจบและมีอาชีพเลี้ยงตัวเองได้ จึงหันมาทำการเกษตร โดยปลูกพืชผักขาย ลองผิดลองถูกมาพอสมควร ในที่สุดหันมาผลิตแบบปลอดภัยจากสารพิษ รวมทั้งการปลูกแคนตาลูป ที่เกษตรกรอำเภอแม่ใจมีการปลูกกันมาก และมีโอกาสได้รับการส่งเสริมจากมหาวิทยาลัยพะเยา ในเรื่องของแคนตาลูป และพัฒนาไปถึงเมล่อน ซึ่งทางอาจารย์ของมหาวิทยาลัยพะเยาได้ให้ความรู้ และนำไปศึกษาดูงานจากหลายแห่ง จึงทดลอ
เพราะเมื่อก่อน มีการขยายพันธุ์ขนุนด้วยเมล็ด จึงกลายพันธุ์ได้ลักษณะที่แปลกใหม่ เจ้าของจึงตั้งชื่อ แล้วเผยแพร่ ขนุนยุคแรกๆ ที่รู้จักกันดีคือ ขนุนตาบ๊วย จากนั้นจึงเป็นยุคของ ฟ้าถล่ม ทองสุดใจ และจำปากรอบ ของจังหวัดปราจีนบุรี เวลาผ่านไป มีขนุนออกมาอวดโฉมในวงการเกษตรมากขึ้น ทำให้ผู้ปลูกและผู้บริโภค เป็นตัวชี้วัด ว่าขนุนพันธุ์ไหนควรจะปลูกและสืบหน่อต่อแนว ทำให้พันธุ์ขนุนส่วนใหญ่หายไป นับว่าเป็นที่น่าเสียดาย เพราะไม่มีการอนุรักษ์ไว้เหมือนไม้ผลชนิดอื่น เท่าที่เห็นอยู่ในขณะนี้ในตลาดมี ขนุนทองประเสริฐ ปีเดียวทะวาย มาเลเซีย และเหลืองบางเตย สำหรับ ขนุนพันธุ์ไพศาลทักษิณ ขนุนพันธุ์มหามงคล มีปลูกไว้ที่ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตรเลย ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตรระยอง และเกษตรกรในภูมิภาคต่างๆ ขนุนอีถ่อ ผลยาวที่สุด พันธุ์ขนุนของไทยนั้นมีเสน่ห์ อย่าง ขนุนอีถ่อ ผลยาวที่สุด ขนุนทองนาทวี น้ำหนักมากสุด เคยชั่งได้ 80 กิโลกรัม ต่อผล ขนุนปีเดียวทะวาย ปลูกแล้วให้ผลผลิตเร็วที่สุด เพียง 8 เดือน ก็ให้ผลผลิตแล้ว จึงมีอีกช
“หม่อนยูนนาน-มะนาวหอม” เป็นผลผลิตจาก สวนเอฟเวอร์กรีน เขาใหญ่ เจ้าของสวนแห่งนี้คือ คุณน้อย หรือ คุณนิรันดร์ชัย เกษบึงกาฬ ได้ยืนยันว่า “หม่อนยูนนาน-มะนาวหอม” เป็นสินค้าเพื่อสุขภาพที่ได้รับความสนใจจากผู้ซื้อในวงกว้าง หลังจากได้เปิดขายในงานแสดงสินค้า และสื่อออนไลน์ต่างๆ ในช่วงที่ผ่านมา สำหรับหม่อนยูนนาน ขายส่งในราคา กิ่งละ 80 บาท มีออเดอร์จากทั่วประเทศ เดือนละนับ 1,000 กิ่ง คุณน้อย หรือ คุณนิรันดร์ชัย เกษบึงกาฬ เจ้าของสวนเอฟเวอร์กรีน เขาใหญ่ คุณน้อย เรียนจบสาขาพืชสวน จากสถาบันเทคโนโลยีราชมงคล วิทยาเขตบางพระ สาขาพืชสวน หลังจากนั้นทำงานกับโบนันซ่า เขาใหญ่ และทำอาชีพรับจ้างจัดสวนอยู่หลายปี ก่อนจะหันมาทำอาชีพเกษตรกรรมอย่างเต็มตัว โดยใช้ชื่อสวนเกษตรแห่งนี้ว่า สวนเอฟเวอร์กรีน เขาใหญ่ ตั้งอยู่ เลขที่ 10 หมู่ที่ 7 ตำบลหมูสี อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา 30130 คุณน้อยชื่นชอบการบริโภค “หม่อนกินผลสด หรือมัลเบอร์รี่” มากเป็นพิเศษ เพราะเป็นผลไม้ที่มีคุณประโยชน์ต่อสุขภาพสูง เขาจึงสะสมพันธุ์มัลเบอร์รี่สายพันธุ์ไทยและต่างประเทศไว้เป็นจำนวนมาก “หม่อนยูนนาน” ให้ผลดกทั้งปี เมื่อ 3 ปีก่อน คุณน้อยได้ไปเที่ยว
สวนปาล์มโลก (Palms of The World) เป็นหนึ่งในแม่เหล็กสำคัญของสวนนงนุชพัทยา ที่ดึงดูดคนรักพรรณไม้ต้องหาเวลาแวะเข้าชมพันธุ์ปาล์มแห่งนี้ ทั้งนี้ ทั่วโลกมีสายพันธุ์ปาล์มอยู่ประมาณ 2,600 ชนิด ปัจจุบัน สวนนงนุชพัทยา เก็บสะสมพันธุ์ปาล์มจากทั่วทุกมุมโลกไว้มากถึง 1,567 ชนิด อยู่ในที่เดียวกัน ทำให้สวนปาล์มแห่งนี้กลายเป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้ของนักพฤกษศาสตร์จากทั่วโลก ที่ผ่านมา สวนปาล์มโลก (Palms of The World) ของสวนนงนุชพัทยา เคยใช้เป็นสถานที่รองรับสมาชิกสมาคมปาล์มโลก เข้ามาเยี่ยมชมศึกษาดูงาน ระหว่างการจัดงานประชุมปาล์มนานาชาติ ปี ค.ศ. 1998 และ ปี ค.ศ. 2012 นอกจากนักท่องเที่ยวจะได้ชื่นชมสายพันธุ์ปาล์มต่างๆ ด้วยบรรยากาศสบายๆ แล้ว ภายในสวนแห่งนี้ยังมีประติมากรรม หอคอย 4 แบบ (Four Towers) หอคอยทั้ง 4 ได้สร้างเมื่อปี พ.ศ. 2548 ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมประยุกต์จากศิลปะที่มีความสวยงามแบบตะวันตก จำลองจากประเทศลาว พม่า แบบล้านนา และบาหลีของประเทศอินโดนีเซีย ทำให้นักท่องเที่ยวมีมุมภาพสวยๆ สำหรับถ่ายภาพเก็บไว้ในความทรงจำอีกด้วย ตื่นตากับสายพันธุ์ปาล์มนานาชนิด คนไทยจำนวนมากนิยมใช้ปาล์มประดับนานาสายพันธุ์ในการประดับต
กรมวิชาการเกษตร แนะเกษตรกรผู้ปลูกสตรอเบอรี่เฝ้าระวังการระบาดของโรคแอนแทรกโนส สามารถพบได้ในทุกระยะการเจริญเติบโตของสตรอเบอรี่ มักพบอาการบนก้านใบและลำต้น มีแผลสีม่วงแดงขนาดเล็กขยายลุกลามไปตามความยาวของก้านใบและลำต้น ต่อมาเปลี่ยนเป็นแผลสีน้ำตาล เนื้อเยื่อบริเวณแผลแห้ง ทำให้เกิดรอยคอด หากอาการรุนแรง ต้นจะเหี่ยว และตายในที่สุด อาการบนผล พบแผลฉ่ำน้ำสีน้ำตาลเข้ม เนื้อเยื่อรอบขอบแผลสีซีด แผลยุบตัวลง หากอาการรุนแรง แผลจะขยายใหญ่จนทำให้ผลเน่า ในสภาพที่มีอากาศชื้นอาจพบกลุ่มสปอร์สีส้มของเชื้อราสาเหตุโรคอยู่บริเวณแผล ส่วนอาการบนไหล จะมีแผลเล็กสีม่วงแดงขยายลุกลามไปตามความยาวของสายไหล ต่อมาแผลที่ขยายยาวจะเปลี่ยนเป็นแผลสีน้ำตาล ทำให้เกิดรอยคอดของไหลบริเวณที่เป็นแผล เมื่อย้ายต้นจากไหลที่มีการติดเชื้อมาปลูกหากสภาพอากาศเหมาะสมกับการเจริญเติบโตของเชื้อราสาเหตุโรค สตรอเบอรี่จะแสดงอาการใบเฉา ต่อมาจะเหี่ยวอย่างรวดเร็ว และพบว่ากอด้านในจะเน่าแห้งสีน้ำตาลแดง หรือบางส่วนเป็นแผลขีดสีน้ำตาลแดง และต้นจะตายในที่สุด แนวทางในการป้องกันกำจัด เกษตรกรต้องหมั่นตรวจและกำจัดวัชพืชในแปลงปลูกอย่างสม่ำเสมอ หากพบโรคให้ตัดส่วนที
จังหวัดพะเยาเป็นจังหวัดหนึ่งของภาคเหนือที่มีการปลูกงาในช่วงฤดูหนาวขาย เพราะผู้คนนิยมนำไปประกอบอาหารและประกอบการทำขนมต่างๆ กิน เพราะมีคุณค่าทางโภชนาการสูง โดยเฉพาะหน้าหนาว ชาวบ้านจะทำการปลูกงามน เพื่อนำออกจำหน่ายกันทั้งหมู่บ้าน โดยที่ชาวบ้าน ทุ่งป่าข่า หมู่ที่ 6 ตำบลศรีถ้อย อำเภอแม่ใจ จังหวัดพะเยา ก็เป็นหมู่บ้านหนึ่ง ที่มีการปลูกงามน (ไม่ใช่งาดำหรืองาขาว) ซึ่งเป็นงาที่ใช้นำมาประกอบผสมทำเป็นขนมและนำมาตำคลุกข้าวเหนียวปั้นเป็นก้อนกิน โดยเฉพาะช่วงหน้าหนาวนี้ เชื่อว่างามนมีคุณค่าทางโภชนาการสูง ทำให้ร่างกายแข็งแรงอีกด้วย งาขี้ม้อน ชื่อสามัญ Perilla ชื่อวิทยาศาสตร์ Perilla frutescens (L.) Britton (ชื่อพ้องวิทยาศาสตร์ Ocimum frutescens L.) จัดอยู่ในวงศ์กะเพรา (LAMIACEAE หรือ LABIATAE) งาขี้ม้อน มีชื่อท้องถิ่นอื่นๆ ว่า งามน (แม่ฮ่องสอน), งาขี้ม้อน งาปุก (คนเมือง), แง (กาญจนบุรี), นอ (กะเหรี่ยงแม่ฮ่องสอน, กะเหรี่ยงเชียงใหม่), น่อง (กะเหรี่ยง-กาญจนบุรี), ง้า (ลัวะ), งาเจียง (ลาว), งาม้อน เป็นต้น ลักษณะของงาขี้ม้อน ต้นงาขี้ม้อน จัดเป็นไม้พุ่มหรือไม้ล้มลุก มีความสูงของต้นประมาณ 1-2 เมตร ลำต้นตั้งตรง
คุณชยุตม์ โตสำราญ อยู่ หมู่ที่ 2 ตำบลโพชนไก่ อำเภอบางระจัน จังหวัดสิงห์บุรี ยังสมาร์ทฟาร์มเมอร์ นักเรียนรู้ พัฒนาสวนไม้ผลจากความรู้ติดลบ สู่สวนไม้ผลอินทรีย์ สร้างผลผลิตคุณภาพ ขายได้ราคาดี ด้วยต้นทุนเพียงหลักสิบ คุณชยุตม์ โตสำราญ เล่าถึงจุดเริ่มต้นของการเป็นเกษตรกรว่า ก่อนที่จะมาประกอบอาชีพเป็นเกษตรกร ตนเป็นพนักงานประจำของบริษัทญี่ปุ่นมาก่อน ส่วนจุดเปลี่ยนในการหันมาทำอาชีพเกษตรกรรมนั้น เกิดจากที่แม่ป่วยแล้วไม่มีใครดูแล จึงต้องตัดสินใจลาออกจากงานแล้วกลับมาดูแลแม่ ซึ่งในช่วงแรกที่กลับมาต้องยอมรับตรงๆ เลยว่า รู้สึกเคว้งคว้าง เพราะไม่ได้มีการเตรียมตัวหางานรองรับไว้ล่วงหน้า จนบังเอิญได้ไปเจอหนังสือโครงการพระราชดำริของในหลวง รัชกาลที่ 9 ก็ได้ลองหยิบมาอ่านจนเกิดแรงบันดาลใจและเริ่มมองเห็นอนาคตว่าจะเดินไปต่ออย่างไร ซึ่งอนาคตที่มองเห็นนั้นคือ การทำเกษตร ที่ถือเป็นการสร้างแหล่งอาหารขั้นต้น ประจวบเหมาะกับที่บ้านมีพื้นที่ว่างอยู่ 3 ไร่ จึงตัดสินใจทดลองทำเกษตรตั้งแต่นั้นมา โดยเริ่มต้นจากการทดลองปลูกฝรั่ง จำนวน 30 ต้น ด้วยพื้นฐานความรู้ด้านการเกษตรเป็นศูนย์ รู้เพียงแค่ว่าปลูกแล้วต้องดูแลรดน้ำ ส่วนการด
