พืชทำเงิน
จากลูกชายเกษตรกรสวนยางพาราในตำบลทางเกวียน อำเภอแกลง จังหวัดระยอง ที่เคยคิดว่าชีวิตจะต้องผูกพันกับยางพาราเหมือนรุ่นพ่อแม่ แต่เมื่อสวนยางที่มีอายุ 40-50 ปีถึงคราวต้องโค่น อีกทั้งคนรุ่นใหม่ไม่อยากวนกลับไปเจอกระบวนการผลิตยาง คุณอาร์ม-ปฤญจ์ นิพัทธโกศลสุข เจ้าของแบรนด์ อินฟินิท คาเคา ( Infinite cacao ) ได้ตัดสินใจครั้งสำคัญ “ค้นหาพืชใหม่” ที่จะมาแทนยาง และก็พบคำตอบใน “โกโก้” พืชที่เมื่อ 10 ปีก่อนแทบไม่มีใครในไทยรู้จัก แต่คุณอาร์มกลับมองเห็น “โอกาส” ที่จะต่อยอดจากพืชชนิดนี้ จากการทดลองเล็กๆ สู่การปลูกจริงจัง คุณอาร์ม เล่าให้ฟังว่า เริ่มแรกได้ทดลองปลูกพืชหลายชนิด อย่างละ 1-2 ต้น และหนึ่งในนั้นคือโกโก้ แม้ไม่มีความรู้ด้านเกษตรมาก่อน แต่คุณอาร์มพบว่าโกโก้เป็นไม้ที่มีความอึด สามารถอยู่รอดได้แม้ขาดการดูแลเต็มที่ ความแข็งแรงเช่นนี้ทำให้คุณอาร์มตัดสินใจเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ลงทุนปลูกโกโก้เต็มพื้นที่กว่า 25 ไร่ “ช่วงนั้นสายพันธุ์มีไม่กี่ตัวเลือก ลูกผสมชุมพรที่จะหาง่ายหน่อย ผมก็ไปที่ศูนย์วิจัยพืชสวนชุมพรเเล้วจองข้ามปี จากนั้นก็ไปหาอีกที่หนึ่งไว้ด้วย อีกที่หนึ่งที่อยู่ที่จันทบุรี พร้อม
ศูนย์เกษตรวิถีเมือง มาจากแนวคิดความมั่นคงทางด้านอาหาร ข้อจำกัดในการปลูกพืชในเมืองและแนวคิด BCG จึงเกิดเป็นโครงการศูนย์เกษตรวิถีเมือง พื้นที่เรียนรู้นวัตกรรมการปลูกพืชในเมืองซึ่งจะเป็นศูนย์กลางที่รวบรวมและเผยแพร่ความรู้และนวัตกรรมเกี่ยวกับการปลูกพืชในเมืองให้กับประชาชนที่สนใจ โดยเป็นสถานที่กิจกรรมที่จะเชื่อมโยงผู้คนให้เข้ามาใช้พื้นที่และเรียนรู้เพื่อส่งเสริมให้เกิดการนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ได้จริงที่จะนำไปสู่การแก้ปัญหาได้ โครงการจะนำเสนอรูปแบบการปลูกพืชในเมืองที่มีความเหมาะกับแต่ละพื้นที่ ด้วยการปลูกพืชในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมในการปลูกพืช การวางระบบ ไปจนถึงการจัดการทรัพยากรในโครงการหมุนเวียนนำเอาทรัพยากรมาใช้ใหม่ การนำวัสดุเหลือทิ้งมาเป็นวัสดุทดแทน การใช้พลังงานสะอาดซึ่งจะตอบโจทย์แนวคิด BCG ทั้งเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว นอกจากการเป็นพื้นที่เรียนรู้นวัตกรรมการปลูกพืชในเมืองแล้ว ศูนย์เกษตรวิถีเมืองยังเป็นตัวอย่างของการสร้างพื้นที่ผลิตอาหารให้กับคนเมือง ซึ่งจะเป็นแนวทางในการไปปรับใช้ในที่อื่นๆ ต่อไป เพื่อคุณภาพชีวิตของคนเมืองที่ดีและการอยู่อาศัยอย่างยั่งยืน ผศ.ลือพ
ได้ฟังเพลง “อีสานบ้านเฮา” ที่ขึ้นต้นว่า หอมดอกผักกะแยง ยามฟ้าแดงค่ำลงมา แอ๊บแอ๊บเขียดจะนา ร้องยามฟ้าฮ้อนหวนหวน เขียดโม้เขียดขาคำ เหมือนหมอลำพากินม่วน เมฆดำลอยปั่นป่วน ฝนตกมาสู่อีสานฯ ทำให้คิดถึงผักแขยงที่อยู่ในแกงฟักทองส่งกลิ่นหอมโชยมา แล้วยังคิดไปถึงต้นสดที่นำมากินกับลาบ น้ำตก หรือแหนมเนือง ทั้งรสชาติ กลิ่นหอมของผักแขยงมันช่วยเติมเต็มความอร่อยให้เจริญอาหารได้สุดยอดมาก ผักแขยงปลูกได้ทั้งแบบสวนครัวและในเชิงการค้า ที่ทำให้ผู้ปลูกมีรายได้มั่นคง ผักแขยงเป็นผักอินทรีย์ปลอดภัยที่ให้คุณค่าทางโภชนาการสูงและน่าสนใจ วันนี้จึงนำเรื่อง แขยง ผักอินทรีย์ พื้นที่ปลูกครึ่งงาน ขายได้เงินกว่าหมื่นบาท มาบอกเล่าสู่กัน คุณลุงโชติ สายด้วง ประธานกลุ่มปลูกผักปลอดสารพิษ เล่าให้ฟังว่า ทำนาเป็นอาชีพหลัก พื้นที่ 35 ไร่ ปลูกข้าวพันธุ์ กข 7 ได้ผลผลิต 80-90 ถัง ต่อไร่ นำออกขาย 7,600-7,700 บาท ต่อเกวียน ราคาถูกหรือแพงขึ้นอยู่กับกลไกตลาด การทำนาใช้ต้นทุนการผลิตเฉลี่ยอยู่ที่ 4,000-4,500 บาท ต่อไร่ เมื่อปี 2555 มีพ่อค้าเข้ามาซื้อผลผลิตการการเกษตรในพื้นที่ หมู่ที่ 5 ตำบลสิงหนาท อำเภอลาดบัวหลวง ได้ถามว่า มีใครปลูกผักแขยงบ
คุณสงวน มงคลศรีพันเลิศ เกษตรกรจังหวัดกระบี่ เปิดบ้านเป็นศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบลหนองทะเล, ศูนย์เครือข่ายปราชญ์ชาวบ้าน และศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงชุมชนบ้านเขากลม ตำบลหนองทะเล อำเภอเมือง จังหวัดกระบี่ คุณสงวน เป็นเกษตรกรต้นแบบที่ได้รับรางวัลมากมาย เป็นเกษตรกรดีเด่น ปี 2548 สาขาปศุสัตว์, รางวัล 76 คนดีแทนคุณแผ่นดินปี 2552, รางวัลการประกวดผลงานตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงด้านประชาชนทั่วไป ปี 2550 และได้รับรางวัลศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรชนะเลิศอันดับ 1 ระดับจังหวัดปี 2550 ฯลฯ เดิมคุณสงวนทำงานเป็นมนุษย์เงินเดือนในจังหวัดปราจีนบุรี มีรายได้ถึงเดือนละ 28,000 บาท แต่ไม่เคยมีเงินเหลือเก็บ คิดถึงคำสอนในหลวงรัชกาลที่ 9 เรื่องกินก่อนคิดเรื่องเงิน จึงตัดสินใจลาออกกลับบ้านเกิดที่จังหวัดกระบี่ เริ่มต้นศึกษาเรื่องการทำเกษตรแบบพอเพียง เริ่มจากสร้างโรงปุ๋ยก่อน โดยใช้ทางปาล์มซึ่งชาวสวนต้องตัดทิ้งอยู่แล้ว นำมาเข้าเครื่องบดเป็นอาหารให้วัวที่มีอยู่ 4 ตัว เมื่อวัวถ่ายออกมา นำมูลของมันหมักในบ่อก๊าซชีวภาพ ลดค่าใช้จ่ายในการซื้อก๊าซหุงต้ม ส่วนขี้วัวที่เหลือยังไปทำเป็นอาหารปลาแล
อำเภอบางกระทุ่ม จังหวัดพิษณุโลก มีผลิตภัณฑ์ขึ้นชื่อเป็นสินค้าประจำจังหวัด โด่งดังไปไกลถึงต่างประเทศ และได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นทรัพย์สินทางปัญญาประเภทหนึ่ง ที่มีสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (Geographical Indications หรือ GI) คือ กล้วยตากบางกระทุ่ม วัตถุดิบหลักที่สำคัญที่สุด ของการทำกล้วยตากบางกระทุ่ม ก็คือ กล้วย กล้วย ที่เหมาะสมสำหรับทำกล้วยตากบางกระทุ่มมากที่สุด คือ กล้วยน้ำว้ามะลิอ่อง เดิมกล้วยน้ำว้ามะลิอ่อง ปลูกมากตามหัวไร่ปลายนา เมื่อนำมาทำเป็นกล้วยตาก ทำให้รู้ว่า กล้วยน้ำว้ามะลิอ่องนี้ มีคุณสมบัติที่เหมาะสำหรับการทำกล้วยตากที่สุด คุณอภิเษก อ่ำบางราย ชาวบ้านหมู่ที่ 7 บ้านบึงเรียน ตำบลบางกระทุ่ม อำเภอบางกระทุ่ม จังหวัดพิษณุโลก ผู้ที่ได้รับการเอ่ยถึงว่า ในฤดูแล้งที่น้ำน้อย พืชขาดน้ำ ส่งผลให้ราคาผลผลิตสูงขึ้น คุณอภิเษก เป็นหนึ่งในเกษตรกรผู้ปลูกกล้วยน้ำว้ามะลิอ่อง แล้วสามารถผลิตกล้วยน้ำว้ามะลิอ่องได้มีคุณภาพที่สุดคนหนึ่ง หรือเรียกตามภาษาชาวบ้านว่า แปลงสวย พิจารณาจากใบกล้วย ซึ่งแปลงตั้งอยู่ริมถนน พบว่า ใบกล้วยถูกลมในช่วงรอยต่อของฤดู ใบแตก ฉีก รุ่ย ไม่มีความสวย จึงวิเคราะห์ได้ว่า แปลงสวย ห
ผักสลัด ถือเป็นอีกหนึ่งเมนูเพื่อสุขภาพ เป็นแหล่งรวมสารอาหาร อย่างไฟเบอร์ เส้นใย มีวิตามินซีสูงช่วยบำรุงผิวพรรณ ปรับสมดุลร่างกาย และระบบขับถ่าย เป็นต้น ผักสลัดยอดฮิตที่หลายคนคุ้นเคย ยกตัวอย่างได้ 14 ชนิด ดังนี้ 1. กรีนโอ๊ค ผักใบหยิก สีเขียวอ่อน ปลายเป็นแฉกโค้ง ใบอ่อนนุ่มซ้อนกันเหมือนใบผักกาดหอม 2. เรดโอ๊ค หน้าตาคล้ายกรีนโอ๊ค แต่มีใบสีแดงอมน้ำตาลเข้ม ผักที่มีใบสีแดงอมน้ำตาล 3. เรดคอรัล ใบมีลักษณะหยิกเป็นพุ่มซ้อนกันเหมือนผักกาดหอม แต่มีปลายใบสีแดงเข้มอมน้ำตาล 4. บัตเตอร์เฮด เป็นผักที่มีใบกว้างกลมรี ลักษณะเกาะกันหลวมๆ เป็นหัว ใบ มีสีเขียวอ่อนนุ่ม 5. ผักกาดคอส หรือผักโรเมน เป็นผักสลัดที่มีใบยาว ก้านอวบสีขาว ใบหยักสีเขียวอ่อนไปจนถึงสีเขียวเข้ม ผักสลัดชนิดนี้มีเนื้อกรอบ 6. ผักกาดแก้ว มีใบซ้อนเกาะกันหลวมๆ ใบนิ่มสีเขียวอ่อน ก้านใบสีขาว ฉ่ำน้ำและกรอบ 7. เบบี้ร็อคเก็ต ใบเล็กเรียวเป็นแฉก ใบนุ่มสีเขียวอ่อน 8. ร็อคเก็ตป่า หรือไวล์ดร็อคเก็ต ใบเรียวยาวผอมเป็นหยักแฉก 9. เรดิชิโอ รูปร่างคล้ายกะหล่ำปลี มีก้านใบสีขาว ปลายใบสีแดงอมม่วงซ้อนกันเป็นชั้นๆ 10. มิซูน่า หรือผักน้ำญี่ปุ่น ผักสลัดที่มีใบสีเขียวเข้ม
มากกว่า 4 ทศวรรษที่ผ่านมา ชาวบ้านปางบงได้ปรับเปลี่ยนอาชีพจากการทำสวนเมี่ยง มาสู่การปลูกกาแฟอาราบิก้าอย่างเป็นระบบ สร้างรายได้ที่มั่นคงภายใต้การดูแลของสหกรณ์การเกษตรดอยสะเก็ดพัฒนา จำกัด จนกระทั่ง ปี 2019 ได้มีโครงการความร่วมมือไทย-ญี่ปุ่น ระหว่างกรมส่งเสริมสหกรณ์ และองค์การความร่วมมือระหว่างประเทศของญี่ปุ่น (JICA – ไจก้า) เพื่อพัฒนากาแฟอาราบิก้าดอยสะเก็ดให้เป็นกาแฟพรีเมียมคุณภาพสูง โดยผู้เชี่ยวชาญจากญี่ปุ่นเข้ามาถ่ายทอดความรู้ให้เกษตรกร ตั้งแต่กระบวนการผลิต การดูแลต้นกาแฟ การเก็บเกี่ยว การควบคุมคุณภาพ ไปจนถึงการแปรรูปด้วยเทคนิคพิเศษ คุณอานนท์ พวงเสน ถือเป็นเกษตรกรรุ่นใหม่ไฟแรง เจ้าของไร่กาแฟดอยปางบง ตำบลเทพเสด็จ อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ และเจ้าของแบรนด์กาแฟ “ดอยปางบง” ซึ่งสามารถคว้ารางวัลอันดับที่ 2 ประเภทกาแฟอาราบิก้าแบบกึ่งแห้ง (Honey Process) จากการประกวด Thailand Coffee Excellence Award 2022 ได้รับถ้วยรางวัลพระราชทานจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี สานต่ออาชีพของครอบครัว พัฒนาเป็นอาชีพที่ยั่งยืน คุณอานนท์ เล่าให้ฟังว่า จบการศึ
มะพร้าวน้ำหอม พืชเศรษฐกิจปลูกง่าย ใช้ต้นทุนในการผลิตต่ำ ให้ผลตอบแทนต่อเนื่องนานเป็น 10 ปี ปลูกเชิงการค้ายังน่าสนใจ เพียงแต่วิธีการจัดการดูแลอย่างเป็นระบบ และลดต้นทุนในการผลิตให้ได้มากที่สุด ในขณะที่คุณภาพและมาตรฐานก็ต้องดีด้วย ซึ่งการผลิตแบบอินทรีย์ก็ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดีสำหรับคนที่สนใจปลูกมะพร้าวน้ำหอมสร้างรายได้อยู่ไม่น้อย คุณปุญณสา ประชุมศรี หรือ พี่ป้อม เจ้าของสวนมะพร้าวน้ำหอมอินทรีย์ อยู่ที่ตำบลบางโตนด อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี เกษตรกรสาวทำสวนแบบตามใจตัวเอง เน้นทำเกษตรอย่างมีความสุข ไม่กดดันตัวเอง ปลูกมะพร้าวน้ำหอมเป็นพืชสร้างรายได้หลัก ทำสวนเกษตรผสมผสานเป็นรายได้เสริม พี่ป้อม เล่าให้ฟังว่า จุดเริ่มต้นของการทำสวนมะพร้าวน้ำหอมของตนเองเกิดจากความไม่ตั้งใจ เนื่องมาจากครอบครัวมีอาชีพทำอิฐมาตั้งแต่ดั้งเดิม จึงซื้อที่ดินเพื่อขุดดินไปทำอิฐ แต่แทนที่จะขุดเป็นบ่อให้เสียพื้นที่ จึงเลือกขุดเป็นร่องสวน และทำพื้นที่ให้เกิดประโยชน์โดยการเลือกปลูกมะพร้าวน้ำหอม เพราะเป็นพืชที่ไม่ต้องดูแลมาก และมองเห็นอนาคตแล้วว่าอีกไม่กี่ปีมะพร้าวที่ปลูกไว้จะกลับมาทำรายได้ให้ไม่มากก็น้อย โดยการยึดหล
หากเอ่ยชื่อ จินตนา ไพบูลย์ หรือ “ป้านุ้ย” สาวใหญ่วัย 50 ปี แห่งบ้านทอน-อม อำเภอทุ่งตะโก จังหวัดชุมพร ในแวดวงเกษตรกรรมแนวเศรษฐกิจพอเพียงของชุมพรคงไม่มีใครไม่รู้จัก เพราะเธอถือเป็นผู้หญิงแถวหน้า ซึ่งเป็นสมาชิกคนหนึ่งของเครือข่ายจากภูผาสู่มหานที ที่เคยฝากผลงานด้านเกษตรกรรมผสมผสาน รวมทั้งการปกป้องสิ่งแวดล้อมให้ชาวชุมพรและบุคคลทั่วไปได้รู้จักมาแล้วมากมาย ป้านุ้ย เป็นชาวชุมพร ที่เกิดในครอบครัวชาวสวนแห่งหมู่บ้านทอน-อม อำเภอทุ่งตะโก จังหวัดชุมพร เธอจึงเติบโตมากับพืชผัก ผลไม้ แทบทุกชนิดที่พ่อแม่ปลูกไว้กินและขายเป็นรายได้หลักของครอบครัว ปัจจุบันป้านุ้ยมีพื้นที่ทางการเกษตรประมาณ 30 ไร่ ส่วนใหญ่เป็นสวนทุเรียนพันธุ์หมอนทอง ปาล์มน้ำมัน ยางพารา มังคุด และกล้วยเล็บมือนาง ซึ่งป้านุ้ยทำมาได้ประมาณ 25 ปี จนในปี 2549 ป้านุ้ย ได้เดินทางไปเรียนรู้เกี่ยวกับเกษตรกรรมธรรมชาติตามแนวเศรษฐกิจพอเพียงที่ศูนย์กสิกรรมธรรมชาติเพลิน ภายในชุมพร คาบาน่า รีสอร์ท 2 วัน 1 คืน จึงได้รับความรู้มากมาย เช่น การทำน้ำส้มควันไม้ การทำเตาเผาถ่านอิวาเตะ การเลี้ยงกบคอนโดฯ การเลี้ยงหมูหลุม การปลูกพืชผักปลอดสารพิษ ฯลฯ โดยวิทยากรคุณภาพท
หลายคนยังไม่ทราบว่า ไต้หวัน เป็นประเทศที่มีพุทราสายพันธุ์ดีๆ มากมาย มีเกษตรกรไทยนำพันธุ์พุทราจากไต้หวันมาปลูกในบ้านเราจนประสบผลสำเร็จหลายราย เนื่องจากพุทราไต้หวันมีขนาดของผลใหญ่ รสชาติดี และเป็นที่ต้องการของตลาด ทำให้วงการการปลูกพุทราในประเทศไทยได้เปลี่ยนจากการปลูกพันธุ์ดั้งเดิมหันมาปลูกพุทราไต้หวันกันมากขึ้น อย่างที่เรารู้จักมักคุ้นกันดี อย่าง พุทราพันธุ์ “ซุปเปอร์จัมโบ้” และ พันธุ์ “ซื่อมี่” ที่คนไทยมักเรียกกันว่า “พุทรานมสด” ในขณะเดียวกันที่ไต้หวันเองได้มีการพัฒนาสายพันธุ์พุทราอย่างต่อเนื่อง อย่างกรณีของ พุทราพันธุ์ “มิ่งเฉา” ซึ่งเมื่อแปลเป็นภาษาไทย เรียกว่า พันธุ์ “น้ำผึ้ง” เป็นสายพันธุ์ที่มีการปลูกมากในไต้หวันในปัจจุบันนี้ด้วยคุณภาพที่เนื้อหวานและกรอบ มีกลิ่นหอมมาก มีรูปทรงยาวเป็นรูปกระสวย ขนาดของผลใหญ่ มีน้ำหนักผลเฉลี่ย 6-8 ผลต่อ 1 กิโลกรัม (ผลใหญ่สุด หนักมากกว่า 300 กรัม) แตกต่างจากพันธุ์ซุปเปอร์จัมโบ้และพันธุ์นมสดที่มีปลูกอยู่ในบ้านเราในขณะนี้ จากการที่ผู้เขียนได้ทดลองบริโภคพุทราพันธุ์ “มิ่งเฉา” พบว่า มีรสชาติหวาน กรอบ มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว และเมล็ดเล็กมาก (เมล็ดเล็กกว่าพันธุ์ซุปเ
