พืชทำเงิน
สถานการณ์ไวรัส โควิด-19 เมื่อต้นปีที่ผ่านมา มีคนเป็นห่วงราคาทุเรียนในประเทศไทยเป็นอย่างมาก เพราะต้นตอของโรคร้ายอยู่ที่จีน ซึ่งซื้อผลผลิตจากไทยเป็นหลัก ดังนั้น จึงพบข่าวปลอมอยู่เสมอว่า ราคาทุเรียนตกต่ำส่งจีนไม่ได้ แต่ข้อเท็จจริงแล้ว เมื่อเดือนมีนาคม 2563 ราคาซื้อขายทุเรียนที่จันทบุรี เกรด เอ บี กิโลกรัมละ 140 บาท เข้าสู่เดือนเมษายนลดลงเหลือ 120 บาท เกรดซีและดีก็ลดหลั่นกันไป สรุปแล้วราคาทุเรียนปีนี้ในภาคตะวันออก สูงกว่าปีที่แล้วราว 20 เปอร์เซ็นต์ เนื่องจากช่วงนี้เป็นยุคทองของทุเรียน เกษตรกรจึงหันมาสนใจปลูกกันมาก คุณชลธี นุ่มหนู ผู้อำนวยการสำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตร เขตที่ 6 ให้ข้อมูลว่า ระยะ 4-5 ปีมานี้ เกษตรกรซื้อต้นทุเรียนไปปลูกไม่ต่ำกว่า 10 ล้านต้นทั่วประเทศ แต่รอดไม่เกิน 50 เปอร์เซ็นต์ เพราะปัจจัยไม่เหมาะสม กระแสความนิยมของทุเรียนพุ่งสูง แต่ปัจจัยหลักอย่างน้ำ กลับมีน้อยลง เพราะคนใช้กันเยอะ อนาคตเรื่องน้ำเป็นเรื่องใหญ่แน่ ปีไหนฝนดีก็รอดตัวไป แต่ปีไหนแล้ง จะเสียหายในวงกว้าง ทุเรียนมูซังคิง จากมาเลย์ สู่เมืองไทย พันธุ์ทุเรียนของไทย เบอร์ 1 ต้องยกให้ หมอนทอง เคยสัมภาษณ์ ดร. ทรงพล สมศรี น
กลุ่มเกษตรกรทําสวนคุณภาพ ตําบลเหมืองง่า จัดตั้งเมื่อ วันที่ 5 กรกฎาคม 2559 สมาชิกแรกตั้ง 30 คน สมาชิกปัจจุบัน 130 คน ประธานกลุ่ม นายมงคล ทองกลาง ที่ทําการกลุ่ม เลขที่ 191/1 หมู่ที่ 6 ตําบลเหมืองง่า อําเภอเมืองลําพูน จังหวัดลําพูน ผลงานดีเด่น ความคิดริเริ่ม โครงการลดรายจ่ายในครัวเรือน ด้วยการจัดหาข้าวสารมาจําหน่ายให้กับสมาชิกในราคาถูก พื้นที่ของตําบลเหมืองง่า อำเภอเมืองลำพูน จังหวัดลําพูน ส่วนใหญ่ทําสวนลําไย ไม่มีพื้นที่ในการทํานา ทําให้สมาชิกของกลุ่มเกษตรกรทําสวนคุณภาพตําบลเหมืองง่าต้องซื้อข้าวสารมาเพื่อบริโภคในครัวเรือน ซึ่งมีราคาค่อนข้างแพงและไม่มีคุณภาพ ดังนั้น เพื่อเป็นการช่วยลดค่าใช้จ่ายของสมาชิก และให้สมาชิกได้บริโภคข้าวสารที่มีคุณภาพ กลุ่มเกษตรกรฯ จึงได้ริเริ่มในการจัดหาแหล่งผลิตและจําหน่ายข้าวสารราคาถูกมาจําหน่ายให้แก่สมาชิก ซึ่งช่วยลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือนในการซื้อข้าวสาร จํานวน 50 บาท/กระสอบ และกลุ่มเกษตรกรฯ ก็มีรายได้เข้ามาอีกทางหนึ่งด้วย โดยกลุ่มมียอดจําหน่ายข้าวสาร 1,054,735 บาท/ปี โครงการประยุกต์ใช้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง จังหวัดใกล้เคียงอีกด้วย ในกลุ่มเกษตรกร โดยการผลิตปุ๋ย
ภาษิตโบราณที่ว่า “ช้างเผือกอยู่ในป่า จะไร้คุณค่า ไร้ราคา ถ้าไม่ถูกนำมาชุบเลี้ยง” ภาษิตนี้ยังคงสะท้อนความเป็นจริงของสรรพสิ่งที่มีอยู่ทุกหนแห่งบนโลกใบนี้ ยังมีของดีอีกมากมายที่ยังไม่ถูกนำมาใช้ประโยชน์ ทั้งที่มีคุณสมบัติที่ดีอยู่อย่างครบครัน สับปะรดท้ายวัง เป็นอีกหนึ่งของดีที่กำลังรอการส่งเสริมและพัฒนา ด้วยคุณลักษณะที่ผลขนาดใหญ่กว่าพันธุ์ทั่วไป รสชาติหวานฉ่ำได้มาตรฐาน คงอีกไม่ช้านานคงได้ไปอยู่ชั้นแนวหน้า สร้างคุณค่าสับปะรดผลสดของจังหวัดตราดและของประเทศไทย จังหวัดตราด เป็นเมืองผลไม้ขึ้นชื่อของภาคตะวันออก ไม่ว่าจะเป็นทุเรียน เงาะ มังคุด และที่ขึ้นชื่อที่สุดก็เป็นสับปะรดตราดสีทอง ผลไม้อมตะซิกเนเจอร์ของที่นี่ ผู้เขียนได้เข้าไปทำงานที่จังหวัดตราด ตั้งแต่ ปี 2528 เมื่อเดินทางไปรับราชการที่สำนักงานส่งเสริมการเกษตรภาคตะวันออก จังหวัดระยอง (ชื่อขณะนั้น) โดยผู้อำนวยการได้มอบหมายให้รับผิดชอบงานส่งเสริมการผลิตสับปะรด เลยต้องออกเดินทางไปสำรวจข้อมูลทุกจังหวัดที่มีพื้นที่ปลูกสับปะรด ช่วงนั้นก็มีจังหวัดชลบุรี ระยอง ฉะเชิงเทรา และจังหวัดตราด ที่จังหวัดตราดได้รับความช่วยเหลือจาก พี่นิโรจน์ ประถมวงษ์ อดีตเก
คุณอัญชนา ตราโช รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ปัจจุบัน “กาแฟออร์แกนิก” (Organic Coffee) เป็นเครื่องดื่มที่ได้รับกระแสความนิยมอย่างแพร่หลาย เนื่องจากเป็นกาแฟที่ปลูกโดยวิธีทางธรรมชาติ ไม่ใช้สารเคมี ไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ จึงตอบโจทย์ผู้บริโภคกาแฟที่รักสุขภาพได้เป็นอย่างดี เกษตรกรจึงหันมาปลูกกาแฟเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะจังหวัดเลยเป็นแหล่งผลิตกาแฟที่สำคัญของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยเกษตรกรในพื้นที่รวมกลุ่ม ในรูปของวิสาหกิจชุมชน กลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟบ้านหนองแคน ปลูกกาแฟโรบัสต้าออร์แกนิก 100% จนประสบผลสำเร็จ เป็นแห่งแรกของจังหวัดเลย ถือเป็นต้นแบบของวิสาหกิจชุมชนจากการรวมกลุ่มของเกษตรกรเพื่อพัฒนาผลผลิต สร้างรายได้ และยังเป็นแหล่งเรียนรู้ร่วมกันของเกษตรกรในพื้นที่อีกด้วย สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 3 จังหวัดอุดรธานี (สศท.3) ติดตามสถานการณ์การผลิตกาแฟโรบัสต้าออร์แกนิกโดยสัมภาษณ์ประธานวิสาหกิจชุมชนกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟบ้านหนองแคน (คุณสุปราณี มืดทับไทย) พบว่า เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 2554 ปัจจุบันมีสมาชิกเกษตรกร 20 ครัวเรือน พื้นที่เพาะปลูกประมาณ 300 ไร
คนรุ่นเก่า วัย 79 ปี อย่าง คุณวิจิตร ไกรสรสวัสดิ์ ที่เกิดมาในยุคการเปลี่ยนผ่านเมื่อสงครามโลกครั้งที่ 2 ยุติลง หวนย้อนอดีตจากประสบการณ์ชีวิตในวัย 18 ปี ที่เป็นนักเรียนแพทย์ มหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ศิริราช ย่านบางกอกน้อย สมัยนั้นยังเวิ้งว้างหามีตึกรามบ้านช่องไม่ ริมสองฝั่งคลองบางกอกน้อยยังรกทึบเต็มไปด้วยต้นไม้ใบหญ้าและล่องสวน ผู้คนยังคงสัญจรไปมาด้วยเรือพาย เรือหางยาว มีอยู่วันหนึ่งเพื่อนพาไปเที่ยวบ้านสวน ที่บางขุนนนท์ เพื่อนเด็ดผลไม้ชนิดหนึ่งมาให้กิน ทำให้เขาติดอกติดใจรสชาติ ฝังอยู่ในความทรงจำตั้งแต่นั้นมา ผลไม้ชนิดนี้ในสมัยรัชกาลที่ 5 เรียกว่า มะปรางเสวย “ผมเป็นคนเรียนหนังสือเก่ง พ่อแม่เขาให้เรียนแพทย์ สมัยก่อนแพทย์ต้องมาเป็น อันดับ 1 แต่การเรียนแพทย์หนีไม่พ้นต้องผ่าพิสูจน์ศพ ผมรู้สึกไม่ชอบเอาเสียเลย จึงหนีไปญี่ปุ่น ไปเรียนวิศวะไฟฟ้าที่ญี่ปุ่น ตั้งแต่อายุ 20 ปี จนจบด้านไฟฟ้ามา 3 สาขา ได้เป็นวิศวกรไฟฟ้ากำลัง และกลับมาทำงานในประเทศไทย ดูแลเรื่องไฟฟ้าให้กับโรงงานต่างๆ ของญี่ปุ่น” คุณวิจิตร เล่า เมื่อได้ทำงาน เป็นนายช่างใหญ่ ชีวิตไม่เคยแวะเวียนเข้าสวนอีกเลย จนกระทั่ง โรงงานใหญ่ในกรุงเทพฯ ไม่
วันนี้ วัชรินทร์ เขจรวงศ์ เกษตรอำเภอสหัสขันธ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ เชิญท่านมาสหัสขันธ์บ้านของเรา อำเภอสหัสขันธ์ ถูกน้ำท่วมเมื่อการก่อสร้างเขื่อนลำปาว ปี พ.ศ. 2505 และกักเก็บน้ำ ปี พ.ศ. 2510 จากตำบลโนนศิลา มาตั้งที่ตำบลโนนบุรี จึงเรียกว่า “อำเภอใหม่” เป็นชื่อที่คนเมืองกาฬสินธุ์ หรือเมืองน้ำดำเรียก “อำเภอสหัสขันธ์” มี 8 ตำบล 85 หมู่บ้าน พื้นที่ทางการเกษตรกว่าแสนไร่ มีข้าว อ้อย มันสำปะหลัง ยางพารา ปาล์มน้ำมัน ไม้ผล พืชผัก เกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนเกษตรกร 6,500 ครัวเรือน อำเภอสหัสขันธ์ เป็นเมืองหลักในอดีตที่ผ่านมา แยกออกเป็นอำเภอคำม่วง อำเภอสามชัย อำเภอสมเด็จ คุณวิลัย ภูยิ่ง อดีตกำนันตำบลภูสิงห์ เล่าให้ฟังว่า ตนเองเป็นสายเลือดนักปกครอง จากผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน มาเป็นผู้ใหญ่บ้าน และเป็นกำนัน จนเกษียณอายุราชการ ทำหน้าที่บำบัดทุกข์บำรุงสุข ให้ประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง ไม่มีวันหยุด วันลา หรือมาสาย ฝนแล้ง แมลงกิน ดินไม่ดี ปราบปรามโจรขโมย ว่าความลูกบ้าน ขัดแย้งกันเรื่องส่วนตัว ครอบครัว ผัวเมียทะเลาะกัน ลูกบ้านขัดแย้งกัน ทุกเรื่องราว ของทุกกระทรวง ทบวง กรม กำนันวิลัยเดินนำหน้า คุณวัชรินทร์ เขจรวงศ์ เกษตรอำเภอใ
ปัจจุบัน ชาวนาในหลายพื้นที่กำลังตื่นตัวและมองเห็นความสำคัญของวิธีการทำนาต้นทุนต่ำ หนึ่งในนั้นก็คือ คุณพิชิต เกียรติสมพร ชาวนาวัย 45 ปี ประธานศูนย์ข้าวชุมชนบ้านสวนแตง อำเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี เจ้าของรางวัลเกษตรกรดีเด่น ระดับเขต สาขาอาชีพทำนา เขต 2 ประจำปี 2559 และสมาร์ทฟาร์มเมอร์ต้นแบบด้านการปลูกข้าวแบบลดต้นทุนการผลิต ถามว่าแนวทางของวิธีการทำนาลดต้นทุนคืออะไร…นั่นก็คือ การจัดการต้นทุนการผลิตอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้ส่วนต่างระหว่างรายจ่ายกับรายรับอยู่ห่างกันให้มากที่สุด ผลที่ตามมาก็คือ กำไร ที่เพิ่มมากขึ้นนั่นเอง คุณพิชิต เกียรติสมพร เริ่มดำเนินการศูนย์ข้าวชุมชนบ้านสวนแตง เมื่อ ปี 2544 ปัจจุบัน มีสมาชิก 27 ราย โดยเน้นการพัฒนาการผลิตข้าวของสมาชิกให้มีความสามารถในการผลิตและการจัดการผลผลิตข้าว สมาชิกสามารถผลิตเมล็ดพันธุ์ดีควบคู่กับการจำหน่ายข้าวเปลือกคุณภาพดี ทำให้สมาชิกมีรายได้เพิ่มขึ้น มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น บนพื้นที่นากว่า 15 ไร่ คุณพิชิต เลือกปลูกข้าวพันธุ์ปทุมธานี 1 และ กข 61 เนื่องจากเป็นที่ต้องการของตลาด และใช้แรงงานในครัวเรือนทั้งหมด โดยมุมมองในการทำนาของคุณพิชิตคือ ถ้าต
ผักสวนครัวในรั้วบ้านเป็นแหล่งอาหารปลอดภัยของสมาชิกทุกวัยในครอบครัว หากเริ่มปลูกผักเสียตั้งแต่วันนี้ คุณจะมีสุขภาพดีในวันข้างหน้า กิจกรรมปลูกพืชผักสวนครัวภายในบริเวณบ้าน นอกจากจะทำให้สมาชิกในครัวเรือนมีผักปลอดสารพิษไว้บริโภคแล้ว ยังเป็นการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับเด็กและผู้สูงอายุในครอบครัว การปลูกผักสวนครัว เป็นเหมือนตัวกลางเชื่อมสัมพันธ์ให้สมาชิกได้มีกิจวัตรประจำวันทำโดยไม่รู้สึกเหงา สร้างประโยชน์มหาศาลให้เกิดขึ้นในครอบครัว คุณจะมีห้องเรียนธรรมชาติ ฝึกทักษะชีวิต เสริมพัฒนาการสำหรับลูกหลาน และเป็นสนามกีฬาของผู้สูงวัยได้ขยับร่างกาย และเสริมจิตใจไม่ให้เหี่ยวเฉา และหากทุกครัวเรือนร่วมใจปลูกผักในรั้วบ้านเท่ากับเป็นการสร้างคลังอาหารชุมชน ช่วยเสริมให้คนในชุมชนกลมเกลียวกันมากขึ้น นำไปสู่การใช้พื้นที่ชุมชนผลิตอาหารปลอดภัยอย่างมีประสิทธิภาพ ก่อให้เกิดประโยชน์ด้านอื่นๆ ต้นแบบครอบครัวเป็นสุขและลดรายจ่ายได้อย่างเห็นผล เกิดขึ้นแล้วกับชุมชนทั่วประเทศที่เข้าร่วมปลูกผักกับกรมการพัฒนาชุมชน (พช.) กระทรวงมหาดไทย โดยน้อมนำแนวพระราชดำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพร
อำเภอสรรคบุรี เป็นพื้นที่รับน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยา จังหวัดชัยนาท โดยทั่วไปจึงอุดมสมบูรณ์ ที่เห็นอยู่นอกจากนาข้าวแล้วยังมีแปลงปลูกส้มโอขาวแตงกวา รวมทั้งพืชเกษตรอื่นๆ คุณเสบียง มั่นคงจรัลศรี ปัจจุบันอายุ 54 ปี จากบ้านเกิดเมื่อปี 2525 เข้าไปทำงานกรุงเทพฯ เขากลับบ้านเมื่อ ปี 2552 มาปักหลักทำเกษตรอยู่ บ้านเลขที่ 49 หมู่ที่ 10 ตำบลเที่ยงแท้ อำเภอสรรคบุรี จังหวัดชัยนาท “จบ ม.6 เข้าไปทำงานบริษัทในกรุงเทพฯ จากนั้นทำงานอีกหลายแห่ง ต่อมาถึงเวลาต้องกลับบ้าน ก็มาทำนา แต่ไม่ได้ทำแบบคนอื่นเขา เพราะเรามีเพื่อน มีกลุ่ม ได้เรียนรู้วิธีทำนา รวมถึงพันธุ์พืชที่มีประโยชน์ เราไม่ได้ทำนาอย่างเดียว” คุณเสบียง บอก รอบๆ นาของคุณเสบียง ชาวนาส่วนใหญ่ ทำการเกษตรสมัยใหม่ ใช้ปัจจัยการผลิต โดยเฉพาะสารกำจัดศัตรูพืช มีตั้งแต่วัชพืช แมลงศัตรูพืช โรคพืช นอกจากนี้ ยังมีเรื่องของปุ๋ยเคมี สิ่งเหล่านี้ ไม่ใช่สิ่งที่ผิด เพราะหากใช้อย่างเหมาะสมแล้วจะปลอดภัย แต่คุณเสบียงเลือกผลิตแบบวิธีธรรมชาติ จริงๆ แล้วการผลิตแบบธรรมชาติ ต้องย้อนไปโน่นเลย 50-60 ปีที่แล้ว แต่คุณเสบียงนำมาใช้กับยุคปัจจุบัน ข้าวพันธุ์เด่น “เวสสันตะระ” คุณเสบียง เร
เกษตรพอเพียงและเกษตรทฤษฎีใหม่เป็นแนวทางที่ดีเกี่ยวกับการจัดพื้นที่ดินเพื่อการอยู่อาศัยมีชีวิตอย่างยั่งยืน โดยแบ่งพื้นที่เป็นส่วนๆ ได้แก่ พื้นที่สำหรับเก็บน้ำ พื้นที่ดินสำหรับทำนาปลูกข้าว พื้นที่สำหรับอยู่อาศัยและเลี้ยงสัตว์ ในอัตราส่วน 30 : 30 : 10 ตามลำดับ เป็นหลักการในการบริหารจัดการที่ดินและน้ำเพื่อการเกษตรในพื้นที่ดินขนาดเล็กให้เกิดประโยชน์สูงสุด เกษตรกรที่น้อมนำมาปฏิบัติจนถึงระยะเวลาหนึ่งก็จะประจักษ์ในความสำเร็จตามแบบแผนนี้ ทำให้การทำการเกษตรเป็นสิ่งที่ทำมาหาเลี้ยงชีพได้จริง นอกจากนี้ ยังเป็นหลักมั่นคงทางอาหารและรายได้ในครอบครัวอีกด้วย ว่าที่ ร.ต. วรพล พานทอง เจ้าของไร่พานทองพอเพียง โทรศัพท์ (085) 615-6369 แห่งบ้านมอตะแบก ตำบลโพธิ์ทอง อำเภอปรางศิลา จังหวัดกำแพงเพชร ได้เล่าถึงเรื่องนี้ว่า “เดิมพ่อแม่อยากให้รับราชการ จึงไปสอบทหารแต่ไม่ติด จึงไปสอบเข้าเรียนสาขาเกษตรป่าไม้ ที่มหาวิทยาลัยแม่โจ้แพร่เฉลิมพระเกียรติ ซึ่งเป็นสาขาที่เรียนเกษตรและป่าไม้ ก็ตั้งใจจะรับราชการตอนจบแล้ว ตอนฝึกงานปีสุดท้ายมีโอกาสได้ไปฝึกงานที่ศูนย์วิจัยพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง จังหวัดเลย ขึ้นกับกรมอุทยานสัตว์ป่าและพัน
