พืชทำเงิน
สวนภูผาลัม อำเภอวิเชียรบุรี จังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นสวนแรกๆ ที่เริ่มลงปลูกด้วยต้นพันธุ์เพาะเนื้อเยื่อ และครั้งนี้เป็นการพูดคุยเพื่อให้เห็นความก้าวหน้าของผู้ปลูกอินทผลัมรายต้นๆ ของประเทศ ว่าประสบความสำเร็จหรือพบกับปัญหาอุปสรรคอย่างไร คุณอภิชน วรรณี เจ้าของสวนภูผาลัม ยังคงให้การต้อนรับอย่างอบอุ่นเช่นเคย ที่นี่ปลูกต้นอินทผลัมทั้งพันธุ์แบบเพาะเมล็ด พันธุ์จากการแยกหน่อ รวมถึงพันธุ์ที่ซื้อต้นเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อมาปลูก โดยนำเข้ามาจากต่างประเทศในกลุ่ม UAE ซึ่งสามารถคัดแยกเพศ พร้อมกับระบุสายพันธุ์ได้อย่างชัดเจน พร้อมกับขายผลผลิตที่ปลูก แล้วยังขายต้นพันธุ์จากการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อจากต่างประเทศ ต้นพันธุ์ที่คุณอภิชนสั่งซื้อมา เป็นต้นอินทผลัมจากการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อนำเข้า ซื้อมาหลายพันธุ์จากทาง UAE เขาให้เหตุผล เพราะต้องการทดสอบปลูกในแต่ละพันธุ์เพื่อหาความเหมาะสมในพื้นที่ แต่พันธุ์ที่เน้นมากคือ บาร์ฮี (Barhi) เพราะเป็นพันธุ์ที่เหมาะสำหรับการรับประทานผลสดโดยเฉพาะ สัดส่วนระหว่างต้นตัวเมียและต้นตัวผู้ควรมีความเหมาะสม อย่างที่ได้ศึกษามาหลายแห่ง พบว่า จะให้ต้นตัวผู้มี 1 ต้น ต้นตัวเมีย 30-40 ต้น ซึ่งเป็น
วัสดุ หน่อกล้วย 15 กิโลกรัม สารเร่ง พด.2 2 ซอง กากน้ำตาล 10 กิโลกรัม น้ำเปล่า 200 ลิตร วิธีทำ หั่นหรือสับหน่อกล้วยให้เป็นชิ้นเล็กๆ กากน้ำตาล ผสมน้ำ 10 ลิตร นำสารเร่ง พด.2 ผสมลงไป คนให้เข้ากันนาน 5 นาที นำหน่อกล้วยสับแล้ว ใส่ในถังพร้อมน้ำเปล่าทั้งหมด และส่วนผสมกากน้ำตาลกับสารเร่ง พด.2 คนส่วนผสมให้เข้ากัน ปิดฝาไม่ต้องสนิท ตั้งไว้ในที่ร่ม ระหว่างการหมักคนหรือกวนทุกวัน วันละ 1 ครั้ง เพื่อการระบายก๊าซและทำให้ส่วนผสมคลุกเคล้าได้ดีขึ้น หมักนาน 21 วัน กรองน้ำใส่ขวดไว้ใช้ได้ การใช้ น้ำหมัก 1 ลิตร ผสมน้ำเปล่า 100 ลิตร ใช้ฉีดพ่นลงดิน จะทำให้ดินร่วนซุย ฉีดพ่นทางใบลดปริมาณน้ำหมักลงครึ่งหนึ่ง ฉีดพ่น ปีละ 2 ครั้ง ช่วงก่อนออกดอกและช่วงหลังตัดแต่งกิ่ง …………………………………………………………………………………………. พิเศษ! สมัครสมาชิกนิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้าน, มติชนสุดสัปดาห์ และศิลปวัฒนธรรม ลดราคาทันที 40% ตั้งแต่วันนี้ – 30 มิถุนา
ลำปาง นอกจากจะมีรถม้าเป็นเอกลักษณ์แล้ว ในด้านผลไม้ประจำถิ่นก็มีหลากหลาย แต่ส่วนหนึ่งที่เป็นเอกลักษณ์ ซึ่งน้อยคนที่จะรู้ เพราะว่าจะขายตามตลาดพื้นบ้านเท่านั้น ปัจจุบันนี้มีคนรู้จักมากขึ้น และเป็นส่วนหนึ่งของ “ของดีลำปาง” คือ ส้มโอหวานลำปาง เป็นต้น ซึ่งเป็นพันธุ์ดั้งเดิมของชาวลำปาง ส่วนใหญ่จะปลูกแบบธรรมชาติ ไม่ใช้ยาฆ่าแมลง ใช้แต่ปุ๋ยคอกและปุ๋ยชีวภาพเท่านั้น และอีกอย่างหนึ่งส้มโอมีศัตรูพืชรบกวนน้อยมาก ไม่เหมือนพืชตระกูลส้มอื่นๆ ถือว่าเป็นส้มโอปลอดสารก็ว่าได้ ในหมู่บ้านที่ปลูกส้มโอหวานลำปางมีมากมาย แต่ที่มีชื่อเสียงมีสองหมู่บ้านเป็นที่ยอมรับในรสชาติส้มโอหวานลำปาง คือ บ้านแม่กืยและบ้านหมอสม ตำบลปงแสนทอง อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง เป็นหมู่บ้านที่ร่มรื่น ชาวบ้านส่วนใหญ่มีเนื้อที่ปลูกส้มโอคนละ 2 ถึง 4 ไร่ ก็แบ่งปลูกส้มโอ แต่ส่วนใหญ่ก็ปลูกส้มโอผสมผสานพันธุ์กันไป และไม่สนใจเรื่องส้มโอหวานลำปางมาก่อน บางท่านก็ตัดส้มโอหวานลำปางทิ้ง แทนที่ด้วยส้มโอพันธุ์อื่น ซึ่งก็มีรสชาติอร่อยเช่นกัน แต่ว่าทุกพันธุ์ที่ปลูกเป็นพันธุ์ที่นำมาจากแหล่งอื่น มีรสชาติหวานอมเปรี้ยว แต่เดี๋ยวนี้ชาวบ้านเริ่มที่จะหันกลับมาปลูกส้ม
ชื่อในพระไตรปิฎก กมลาสริสิตถิโย (วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี) ตำนาน ชาดก อลัมพฺสาชาดก ต้นไม้ในปรัมปราวิทยา เทพปกรณัมศาสนาพุทธ ตำนานพื้นบ้านไทย อาณาเขต ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ วรรณคดีอ้างอิง พระเวสสันดรชาดก มหาชาติคำหลวง ไตรภูมิพระร่วง ภาษาอังกฤษ (n) Tree bearing fruits in the shape of girls. ชื่ออื่นๆ นารีผล หนูเกิดก่อนที่นักพฤกษศาสตร์ไทยจะกำหนดจัดให้อยู่ในชื่อวิทยาศาสตร์ หรือวงศ์ไหน เพราะคนส่วนใหญ่จะรู้จักหนูในตำนาน นิยาย หรือเทพนิยายที่เป็นจินตนาการ เป็นนิยายอิงธรรมะ เป็นเรื่องเล่าเชิงพุทธศาสนา แต่จะอยู่ในกฎเกณฑ์แห่งทวิภพหรือไม่หนูก็ไม่เข้าใจ ช่วงนี้หนูได้ข่าวว่า โลกมนุษย์ปั่นป่วนด้วยเชื้อ “ไวรัส โควิด-19” ซึ่งไม่เคยได้ยินใน “ป่าหิมพานต์” หนูจึงอยากปรากฏตัวอาสาช่วย “อสม. และคุณหมอ พยาบาล” จะได้นำกลับไปป้องกันที่ป่าหิมพานต์ด้วยค่ะ คุณๆ ที่เคยได้ยินชื่อหนู ถ้าเป็นคนรุ่นใหม่อาจจะไม่คิดว่าเป็นต้นไม้ คือจะคิดถึงตัวธิดาเทพ แต่คนรุ่นก่อนๆ จะจินตนาการถึงต้นไม้ที่ออกดอกผลเป็นหญิงสาวงาม มีขั้วติดมวยผมกับต้นไม้ ห้อยกับกิ่ง มีทั้งลักษณะคู้เข่า หรือเหยียดเท้าตรง แล้วแต่ช่วงอายุวัย และสิ่งที่เห
ทุเรียน ผลไม้เศรษฐกิจลือชื่อของไทย ที่เขายกกันให้เป็นราชาแห่งผลไม้ (King of Fruit) แหล่งปลูกมากก็ฝั่งตะวันออกแถบจังหวัดจันทบุรี ระยอง ตราด กับทางภาคใต้บางจังหวัด มักจะพูดติดปากกันว่า “ทุเรียนต้องที่จันทบุรี’ หรือ ‘ทุเรียนจันท์’ ” อันนั้นก็ว่ากันไป แต่ยุคสมัยใหม่ อะไรๆ ก็เปลี่ยนแปลงไปได้ และเร็วกว่าที่เราคาดคิดกัน ความเชื่อและค่านิยมที่แตกต่าง ช่วยสร้างแหล่งผลิตทุเรียนใหม่ๆ ขึ้นมา ทั้งภาคอีสาน ตะวันตก และเหนือตอนล่าง ล่าสุดอีกแห่งที่ปลูกทุเรียนหมอนทองได้คุณภาพดี เป็นที่นิยมชมชอบของลูกค้า ก็ต้องเป็น “ทุเรียนหมอนทองป่าละอู” จากอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จัดเป็นดาวรุ่งดวงใหม่ล่าสุด ด้วยรสชาติฟินได้ที่ มีความหวานมัน กลิ่นหอมละมุน เนื้อแห้งละเอียด นุ่มเนียน เมล็ดลีบ เหมาะที่จะซื้อเป็นของฝากได้อย่างมั่นใจ ฤดูกาลที่จะถึงนี้ ไม่ต้องขึ้นไปถึงป่าละอู แวะไปชิมช้อปกันได้ที่ ร้าน “เจ๊เขียวซีฟู๊ด” หมู่บ้านเขาตะเกียบ อำเภอหัวหิน ช่วงเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม 2563 ศกนี้ ทัวร์ป่าละอู ตามดูสวนทุเรียนหมอนทอง เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2563 ที่ผ่านมา ได้มีโอกาสกลับไปหัวหินบ้านเกิด เพื่อร่วมกิจกรรมกับญาติพี่น้
เมื่อเข้าสู่หน้าฝนเป็นช่วงที่ทุเรียนหลง-หลิน ลับแล แห่งเมืองอุตรดิตถ์ สุกพร้อมออกสู่ตลาด นับเป็นช่วงเวลาที่รอคอยของเกษตรกรชาวสวนทุเรียนจังหวัดอุตรดิตถ์ ส่งผลให้บรรยากาศในตลาดทุเรียน เทศบาลตำบลหัวดง ตำบลแม่พูล อำเภอลับแล ในฤดูกาลผลผลิตนี้คึกคัก เต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวมาเยี่ยมชมเลือกซื้อทุเรียนเพื่อไปรับประทาน รวมทั้งพ่อค้าแม่ค้ามาเลือกซื้อทุเรียนเพื่อนำส่งสู่ผู้บริโภคทั่วไทย ทุเรียน “หลงลับแล” ต้นเดิมปลูกโดย นายลม-นางหลง อุประ ชาวบ้านหัวดง ตำบลแม่พูล ซึ่งได้นำเอาเมล็ดทุเรียนไม่ทราบพันธุ์ไปปลูกจนต้นโตติดผลดก ณ บ้านผามูบ ตำบลแม่พูล อำเภอลับแล ต่อมา ปี 2520 ได้รับรางวัลยอดเยี่ยม “ทุเรียนที่ปลูกจากเมล็ด” ของจังหวัดอุตรดิตถ์ จากการประกวดของกรมวิชาการเกษตรและกรมส่งเสริมการเกษตร จึงจดทะเบียนรับรองพันธุ์ ในชื่อ “ทุเรียนหลงลับแล” ในปี 2521 โดยลักษณะเด่น ผลกลม ร่องพูไม่ชัดเจน เมล็ดลีบ เนื้อในสีเหลืองจัด รสชาติหอมมัน กลิ่นอ่อน ทุเรียน “หลินลับแล” ต้นเดิมปลูกโดย นายหลิน บันลาด ชาวบ้านผามูบ ซึ่งนำเอาเมล็ดทุเรียนไม่ทราบพันธุ์ไปปลูก ณ บ้านผามูบ ตำบลแม่พูล อำเภอลับแล ต่อมาออกผล เกิดการกลายพันธุ์ มีรูปท
สถานการณ์การระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 หรือไวรัสโควิด-19 ในประเทศของเราตั้งแต่ต้นเดือนมกราคมปีนี้เป็นต้นมา จวบจนถึงปัจจุบันอาจอยู่ยาวอีกเป็นเดือน สถานการณ์เช่นนี้ทางการแนะนำให้กินร้อน มีช้อนกลางของตนเอง สวมหน้ากากอนามัย และล้างมือให้บ่อยๆ พฤติกรรมดังกล่าวอาจจะต้องเกิดการเปลี่ยนแปลงวิถีแห่งการดำเนินชีวิตเดิมจากอดีตทั้งการกิน อยู่ หลับนอน ซึ่งเกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตพี่น้องคนไทยจำนวนหนึ่งอาจจะต้องว่างงาน กลับภูมิลำเนาบ้านเกิดตั้งต้นชีวิตใหม่ หรือต่อยอดกิจการจากที่พ่อ-แม่สร้างสมไว้ สิ่งสำคัญคือการเริ่มหรือสะสมภูมิคุ้มกันทั้งด้านคลังอาหารและทรัพย์สินเงินทอง เพราะวิถีชีวิตจะไม่เหมือนเดิม แล้วจะทำอะไร? ทำอย่างไร? เศรษฐกิจพอเพียงช่วยท่านได้ ผมแนะนำให้ท่านศึกษาหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงให้ลึกซึ้งและถ่องแท้ เมื่อศึกษาแล้วเกิดความศรัทธาก็คิดออกแบบ วางแผน ลงมือปฏิบัติอย่างเป็นขั้นเป็นตอน ชีวิตความเป็นอยู่จะมีความมั่นคงยั่งยืนอีกครั้ง เมื่อเดือนมีนาคม ผมได้มีโอกาสไปเที่ยวชมงานอยู่งานหนึ่ง เป็นงานวันถ่ายทอดเทคโนโลยี (หรือ Field Day) ที่บ้านแม่ลานเหนือ อำเภอลอง จังหวัดแพร่ งานจัดที่
สวัสดีครับ สวัสดีผู้อ่านทุกท่าน พบกันเป็นประจำในคอลัมน์ “คิดใหญ่แบบรายย่อย The challenge of smallscale farmers” กับผม ธนากร เที่ยงน้อย วันนี้ในประเทศไทย ใครๆ ก็พูดถึงการทำเกษตรอัจฉริยะ Smart Farm หรือเกษตรอัจฉริยะ คือการทำการเกษตรที่นำเอาเทคโนโลยีมาช่วยบริหารจัดการดูแลการเพาะปลูก รวมไปถึงกระบวนการผลิต (https://www.dtc.co.th) แนวคิดของการทำเกษตรอัจฉริยะ คือ การเกษตรแม่นยำสูง (Precision Agriculture หรือ Precision Farming) เน้นประสิทธิภาพในการเพาะปลูก สามารถควบคุมปัจจัยการผลิตต่างๆ ได้เข้มงวดและมีประสิทธิภาพมากขึ้น (http://smartfarmthailand.com/) ข้อมูลทั้งหลายเหล่านี้หาอ่านได้ทั่วไปตามอินเตอร์เน็ต แต่เมื่อผมได้ไปสัมผัสจริง แค่เรื่องการให้น้ำในแปลงปลูกพืชโดยใช้ระบบอินเตอร์เน็ตควบคุมการปิด-เปิด ควบคุมการตั้งเวลา ควบคุมการสั่งการผ่านโทรศัพท์มือถือ ราคาของการติดตั้งอุปกรณ์และติดตั้งระบบอยู่ในกรอบราคาเดียวกัน คือหลักแสนบาททั้งหมดทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีของภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคเอกชนร่วมกับรัฐ ราคาก็ไม่ต่างกัน นั่นทำให้ผมเก็บกลับมาคิดว่า Smart Farm หรือเกษตรอัจฉริยะที่ภาครัฐส่งเสริมคงยากที่
สวัสดีครับท่านผู้อ่านที่รักและคิดถึงทุกท่าน เป็นอย่างไรกันบ้างหนอในช่วงนี้ เท่าที่ติดตามข่าวได้เห็นความหลากหลายที่เกิดขึ้นจากทุกมุมโลก แต่กับบ้านเมืองเรา นอกจากปัญหาไข่ขาดตลาดในช่วงแรกก็ไม่เจอปัญหาในเรื่องอาหารการกินมากนัก ได้เห็นการแจกข้าวสารอาหารแห้งจากผู้ใจบุญอยู่มากมาย นั่นเป็นคำตอบหนึ่งว่าบ้านเมืองเรายังอุดมสมบูรณ์ดี เรายังสู้กับวิกฤติร้ายนี้ไปได้ด้วยดี นอกจากปัญหาเงินช่วยเหลือจากภาครัฐที่ยังมีคนได้-ไม่ได้แล้ว แทบจะไม่เห็นข่าวชาวบ้านแย่งซื้ออาหารกันสักนิด ไม่เหมือนภาคพื้นอื่นๆ ในโลกใบนี้ แต่สิ่งหนึ่งที่ผมมองเห็น กลับเป็นการมีผลผลิตในปริมาณที่ล้นเกินในบางพื้นที่ และการบริหารจัดการในเรื่องขนส่งที่ยังไม่สมบูรณ์ดีนัก ผลไม้หลายชนิดที่เคยส่งออกได้ก็เจอปัญหา ต้องหาทางระบายภายในประเทศในแบบขายขาดทุนก็ต้องยอม เพื่อให้เจ็บตัวน้อยที่สุด นี่อาจเป็นปีแรกที่ผมได้กินลำไยกิโลละ 20-25 บาท มะม่วงอกร่องกิโลละ 10 บาท หรือแตงโมกิโลละ 3 บาท หรือบางพื้นที่ประกาศให้ไปเก็บกินฟรีๆ ก็ยังมีให้เห็น แต่ก็ยังมีอีกไม่น้อยที่แปรรูปผลผลิตออกมาจำหน่าย ไม่ว่าจะเป็นมะม่วงกวน กล้วยตาก กล้วยอบบดผง หรือกระทั่งอาหารปรุงสำ
ปีนี้ เป็นปีที่ คุณจำลอง ขุริรัง อดีตข้าราชการครูบำนาญและครูต้นแบบ มีอายุครบ 80 ปี แม้วัยจะสูงขึ้นตามลำดับ แต่อดีตข้าราชการครูคนนี้ ก็ไม่เคยว่างเว้นจากงานเกษตร สองมือยังคงจับจอบเสียมอยู่ทุกวัน ทำให้สุขภาพร่างกายแข็งแรงเสมือนหนุ่มๆ วันที่พูดคุยกัน คุณจำลอง ยังถือจอบกลับกองปุ๋ยหมักที่เตรียมไว้สำหรับใส่สวนมะม่วงที่มีอยู่ “ผมเป็นครูเกษตร สอนมาตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2509 เกษียณอายุราชการในตำแหน่งรองผู้อำนวยการ มาเริ่มต้นทำสวนมะม่วงก่อนเกษียณ ราวปี พ.ศ. 2530 และเริ่มทำมะม่วงนอกฤดูในอีก 5 ปีถัดมา” คุณจำลอง ได้รับรางวัลครูต้นแบบ ในปี พ.ศ. 2561 ความหมายของครูต้นแบบที่ครูจำลองบอก คือ ครูที่ดำเนินชีวิตอย่างเรียบง่าย และไม่เป็นหนี้ เริ่มต้นปลูกมะม่วง บนพื้นที่ 30 ไร่ เป็นมะม่วงเขียวเสวย และฟ้าลั่น ผลผลิตที่ได้ มีพ่อค้ามารับซื้อถึงสวน ไม่ต้องเสียค่าขนส่งไปไหน มีกำไรมาก เพราะคุณจำลองบริหารจัดการภายในสวนให้เกิดต้นทุนน้อยที่สุด แต่ปัจจุบัน ลูกชายแบ่งพื้นที่ไปปลูกปาล์มน้ำมันและยางพารา ทำให้เหลือพื้นที่สวนมะม่วงที่คุณจำลองบริหารจัดการเองเพียงคนเดียว เพียง 12 ไร่ แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังมีรายได้เข้ามาเป็นกอบเป็นกำ
