พืชทำเงิน
ชื่อสามัญ : Tomato, Love apple, หมากเขือ ชื่อวิทยาศาสตร์ : Lycopersicon esculentum วงศ์ : Solanaceae เมื่อดูจากวงศ์แล้วจะเห็นว่า มะเขือเทศนั้น เป็นพี่น้องคลานตามกันมากับ ยาสูบ แต่มะเขือเทศนิสัยดีกว่าเยอะ อุดมด้วยสารอาหารที่เป็นประโยชน์กับร่างกาย เป็นแหล่งรวมแร่ธาตุและวิตามิน ไม่ทำร้ายสุขภาพร่างกายเหมือนเจ้ายาสูบ มะเขือเทศมีแหล่งกำเนิดจากเปรู กับเอกวาดอร์ จัดเป็นไม้ประเภทล้มลุกฤดูกาลเดียว หรือฝรั่งเรียกว่าพวก annual plants เนื่องจากมีวงจรอายุสั้นๆ ไม่ยืนยาว ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ : เป็นพืชใบเลี้ยงคู่ ชนิดล้มลุกกึ่งเลื้อยกึ่งต้น ลำต้นอ่อนอวบน้ำ มีขนอ่อนๆ คลุม ใบเดี่ยวเรียงสลับขอบใบเป็นจักๆ เว้าลึก ดอกมีขนาดเล็กๆ สีเหลืองสด ออกตามซอกใบ ผลทรงกลม หรือรีๆ เมื่ออ่อนจะมีสีเขียว พอแก่ก็จะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองส้ม แดง ผลอวบน้ำภายในมีเมล็ดเล็กๆ มากมาย สรรพคุณทางอาหารและยา : ในมะเขือเทศ 1 ลูก จะประกอบไปด้วย สารอาหารที่เป็นประโยชน์มากมาย มีเบต้าแคโรทีน วิตามินเอ วิตามินบี วิตามินซี มีกรดมาลิกทำให้มีรสเปรี้ยว มีกลูตามิกแอซิด (Glutamic acid) ซึ่งเป็นตัวเดียวกับที่มีในผงชูรส จึงเป็นแนวคิดที่อาจทำให้นำมาปรุง
เคยได้ยินนักธุรกิจมหาเศรษฐีไทยท่านหนึ่งได้กล่าวไว้ว่า คนเราจะเก่งทุกอย่างในเวลาเดียวกันไม่ได้ เปรียบเสมือน “เข็ม” นั้น มีแหลมคมด้านเดียว ไม่มีเข็มแหลมทั้งสองด้าน ทำนองเดียวกัน ถ้าหากมีความสามารถเฉพาะอย่างจะพาชีวิตของตัวเองประสบผลสำเร็จฉันนั้น พาชีวิตครอบครัวไปสู่ความเจริญรุ่งเรือง พร้อมเสียงแซ่ซ้องสรรเสริญของหมู่มิตรสหายที่รักใคร่ชื่อเสียง เกียรติยศขจรขจายไปทั่วหล้า ผู้เขียนจะพาท่านไปรู้จักบุคคลดีเด่นที่มีความรู้ความสามารถเพียบพร้อมคุณธรรม เป็นผู้ประสบความสำเร็จทั้งชีวิตการงานและครอบครัว นับวันที่หายากมากในยุคนี้ที่จะหาใครมาเทียบเท่าบุคคลของเมืองสุโขทัย ดินแดนแห่งเมืองประวัติศาสตร์มายาวนาน คนดีกรุงศรีสุโขทัย เพียบพร้อมด้วยตำนานประเพณีที่เก่าแก่ เขาล่ะ “จำเจน จิตรธร” นักปกครอง นักการเมือง นักเกษตร ที่ประสบผลสำเร็จจนคนรู้จักไปทั่วจังหวัดสุโขทัย และใกล้เคียง เส้นทางชีวิตของนายอำเภอจำเจน จิตรธร ที่ชาวบ้านรู้จักมากกว่าตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภา ประวัติส่วนตัวของคุณจำเจน จิตรธร เป็นชาวสวรรคโลกโดยกำเนิด ปัจจุบัน วัยใกล้ 80 ปีแล้ว เรียนจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 แล้วเข้าสมัครเป็นข้าราชการตำแหน่งเสมียนม
ในช่วงอากาศร้อนและแล้งระยะนี้ กรมวิชาการเกษตร แนะเกษตรกรสวนส้มเปลือกล่อน เฝ้าระวังการเข้าทำลายของ เพลี้ยไก่แจ้ส้ม จะพบในระยะที่ต้นส้มแตกยอดอ่อนและติดผล เกษตรกรควรสังเกตตัวอ่อนและตัวเต็มวัยดูดกินน้ำเลี้ยงจากตาและยอดอ่อน โดยตัวอ่อนของเพลี้ยไก่แจ้ส้มจะกลั่นสารสีขาวเป็นเส้นด้ายทำให้เกิดราดำ ใบและยอดที่ถูกเพลี้ยไก่แจ้ส้มทำลายจะหงิกงอและแห้งเหี่ยว กรณีพบการเข้าทำลายถึงขั้นรุนแรง จะทำให้ใบร่วงติดผลน้อยหรือไม่ติดผลเลย นอกจาก เพลี้ยไก่แจ้ส้ม จะเข้าทำลายยอดอ่อนต้นส้มโดยตรงแล้ว เพลี้ยไก่แจ้ส้ม ยังเป็นพาหะที่ถ่ายทอดทำให้เกิดโรคใบเหลืองต้นโทรมหรือโรคกรีนนิ่ง ซึ่งเป็นโรคที่สามารถแพร่กระจายไปเกือบทุกแหล่งที่ปลูกส้ม อีกทั้งยังเป็นสาเหตุที่ทำให้ต้นส้มทรุดโทรมและตายในที่สุด ให้เกษตรกรหมั่นสำรวจการเข้าทำลายของเพลี้ยไก่แจ้ส้ม ในระยะที่ต้นส้มแตกตาและมียอดอ่อน หากสุ่มพบเพลี้ยไก่แจ้ส้มทั้งตัวอ่อนและตัวเต็มวัย 5 ยอด ต่อต้น จำนวน 10-20 ต้น ต่อสวน และในแหล่งที่มีการระบาดของโรคใบเหลืองต้นโทรมหรือโรคกรีนนิ่ง เกษตรกรควรใช้วิธีป้องกันกำจัดในทันที โดยให้พ่นด้วยสารฆ่าแมลง อิมิดาโคลพริด 70% ดับเบิ้ลยูจี อัตรา 2 กรัม
หากชาวนาคนไหนอยากเดินห่างความจน ขอแนะนำให้ใช้เคล็ดลับทำนาให้ได้ผลผลิตดี กำไรงาม ของ “คุณธำรง ทัศนา” เกษตรกรจังหวัดราชบุรี ที่สะสมประสบการณ์การทำนามากว่า 20 ปี จนได้ผลผลิตคุณภาพดีสม่ำเสมอ สร้างผลกำไรสูง เป็นเกษตรกรต้นแบบของการพัฒนาอาชีพการทำนาสู่ความสำเร็จได้อย่างยั่งยืน คุณธำรง มีอาชีพทำนาบนเนื้อที่กว่า 50 ไร่ใน อำเภอปากท่อ จังหวัดราชบุรี เขาช่วยครอบครัวทำนามาตั้งแต่วัยเด็ก ตั้งแต่ไม่รู้อะไรเลย ลองผิดลองถูก เรียนรู้ขั้นตอนการไถนา ถอนกล้า เกี่ยวข้าวด้วยมือ ลงมือเรียนรู้การทำนาด้วยตัวเอง จนได้ข้อสรุปว่า ต้องปลูกดูแลอย่างไร จึงให้ได้ผลผลิตที่ดี พัฒนาจนกลายเป็นเทคนิคของตัวเองในที่สุด และยังได้รับรางวัลการันตีมาแล้วมากมาย เช่น รางวัลเกษตรกรดีเด่นสาขาอาชีพทำนาจังหวัดราชบุรี, รางวัลชนะเลิศอันดับ 1 ต้นทุนการผลิตข้าวเฉลี่ยต่อไร่ต่ำสุดระดับประเทศ ปี2556, เกษตรกรดีเด่น สาขาอาชีพทำนาระดับเขต, รางวัลคนดีศรีปากท่อ สาขาเกษตร และรางวัลศูนย์ข้าวชุมชนดีเด่น ระดับประเทศ ปี2550 เคล็ดลับสู่ความสำเร็จ แม้วันนี้ อาชีพทำนา ยังไม่ร่ำรวย แต่สร้างผลกำไรงาม สร้างเงินทุนสะสมก้อนโตให้กับคุณธำรงได้ หากใครทำนา ด้วยใจ
“ถั่วแระ” เป็นที่รู้จักและคุ้นเคยของคนไทยมานานแล้ว โดยได้จากการเก็บเกี่ยวถั่วเหลือง ในระยะที่ฝักไม่แก่และไม่อ่อนเกินไป ฝักยังคงมีสีเขียวอยู่ นำมาต้มหรือนึ่งทั้งต้นและฝัก โรยเกลือเล็กน้อย รับประทานเป็นอาหารว่าง ถั่วแระที่นำมาบริโภคนี้คือ ถั่วเหลือง เพื่อนำเมล็ดไปสกัดน้ำมัน หรือทำอาหารโปรตีน ดังนั้น เมล็ดจึงมีขนาดเล็กแข็งกระด้าง รสชาติจืด นอกจากนี้ ในท้องตลาดจะมีถั่วแระวางขายเป็นครั้งคราวเฉพาะฤดูที่มีการปลูกถั่วเหลืองเท่านั้น ไม่มีการปลูกถั่วเหลืองเพื่อผลิตถั่วแระโดยตรง ในทวีปเอเชีย ประเทศที่มีประวัติการบริโภคถั่วเหลืองในระยะฝักไม่อ่อนและไม่แก่เกินไปมานานคือ ญี่ปุ่น จีน และเกาหลี โดยเฉพาะชาวญี่ปุ่นนิยมรับประทานถั่วแระเป็นกับแกล้มเบียร์ หรืออาหารว่างเกือบทุกครัวเรือน จึงมีการพัฒนาปรับปรุงพันธุ์ถั่วเหลืองให้มีฝักและเมล็ดใหญ่กว่าถั่วเหลืองธรรมดา 2 เท่า เมล็ดนุ่ม รสชาติหวานมัน ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์สำหรับบริโภคฝักสดเพียงอย่างเดียว และมีความพยายามปลูกถั่วแระส่งตลาดตลอดทั้งปี ซึ่งความต้องการบริโภคถั่วแระญี่ปุ่น หรือถั่วเหลืองฝักสด (Vegetable Soybean) ของชาวญี่ปุ่น ประมาณปีละ 150,000 ตัน แต่สามา
ปลายเดือนพฤษภาคมต่อเนื่องไปเดือนมิถุนายน เป็นช่วงฤดูของไม้ผลสีแดงออกสู่ตลาด รสชาติดี มีหลายสายพันธุ์ แต่ละพื้นที่ปลูกจะมีความโดดเด่นของรสชาติที่แตกต่างกัน ว่ากันว่า ผลไม้ชนิดนี้ชอบสภาพอากาศหนาวเย็น จึงจะให้ผลผลิตดี เช่นที่จังหวัดเชียงราย เกษตรกรที่นำลิ้นจี่เข้ามาปลูกเมื่อ 40 กว่าปีก่อน ก็เพราะเห็นว่า ราคาดีและสภาพภูมิอากาศมีความเหมาะสม ที่ตำบลนางแล อำเภอเมือง ขณะที่สับปะรดนางแลและภูแล ได้รับความนิยมค่อนข้างสูง คุณบัวขาว ขันจันทร์แสง ไม่ได้ปลูกสับปะรดเหมือนเกษตรกรทั่วไป แต่เป็นเกษตรกรรายที่ยังคงปลูกลิ้นจี่อยู่จนถึงปัจจุบัน และนำลิ้นจี่เข้ามาปลูกในพื้นที่จังหวัดเชียงรายเป็นรายแรกๆ “ปี 2518 เป็นปีแรกที่นำลิ้นจี่เข้ามาปลูก เพราะยุคนั้นราคาลิ้นจี่ค่อนข้างสูง จึงนำพันธุ์มาจากทางอำเภอแม่สาย และสภาพอากาศมีความเย็นต่อเนื่องเหมาะสมดี นำกิ่งพันธุ์มาปลูกบนพื้นที่ 4 ไร่ จากนั้นขยายพันธุ์จากกิ่งพันธุ์ที่เจริญเติบโตเอง แล้วนำไปปลูกเพิ่มบนพื้นที่อีกแปลง ทั้งหมด 15 ไร่” สายพันธุ์ที่คุณบัวขาว นำมาปลูกมีทั้งหมด 4 สายพันธุ์ ได้แก่ ฮงฮวย โอวเฮียะ จักรพรรดิ์ และกิมเจ็ง พันธุ์ฮงฮวย เป็นพันธุ์ที่เจริญเติบโตเร
จากการประเมินของศูนย์ภัยพิบัติและแก้ปัญหาด้านการเกษตร ระบุว่า ปี 2563 สถานการณ์ภัยแล้งจะทวีความรุนแรงขึ้น เนื่องจากฤดูฝนปีที่ผ่านมา มีปริมาณน้ำฝนตกเฉลี่ยเพียง ร้อยละ 12 ปริมาณน้ำใช้ในอ่างเก็บน้ำมีเพียง ร้อยละ 22 ของความจุรวมทั้งหมด ทำให้พื้นที่ปลูกพืชเศรษฐกิจสำคัญเสี่ยงต่อภาวะขาดแคลนน้ำ เฉพาะพื้นที่ปลูกไม้ผลนอกเขตชลประทาน เสี่ยงขาดแคลนน้ำในพื้นที่ 30 จังหวัด คิดเป็นพื้นที่ประมาณ 370,000 ไร่ พื้นที่อำเภอแม่แจ่ม เป็น 1 ใน 21 อำเภอ ของจังหวัดเชียงใหม่ ที่ได้รับผลกระทบจากภาวะภัยแล้งอย่างหนัก ตัวเลขการประเมินสถานการณ์จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พบว่า มีเกษตรกรที่เกี่ยวข้องและได้รับผลกระทบเกือบ 40,000 ราย ในจังหวัดเชียงใหม่ พื้นที่การเกษตรอีกกว่า 200,000 ไร่ คุณมนตรี ภาสกรวงค์ อดีตพ่อหลวง ชาวตำบลแม่นาจร อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ ผู้นำชุมชนสู้ภัยแล้งต้นแบบในโครงการ “เอสซีจีร้อยใจ 108 ชุมชนรอดภัยแล้ง” ผู้ที่เคยใช้ชีวิตอยู่กับการรับจ้างในสังคมเมือง ไม่เคยหยิบจับการเกษตรมาก่อน แม้ว่าพื้นฐานครอบครัวจะทำการเกษตรมาโดยตลอดก็ตาม เมื่อแต่งงาน ก็ต้องการความมั่นคงให้ครอบครัว คุณมนตรี จึงลาจากสังคมรับจ
แคนตาลูปเป็นไม้ผลที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องและกว้างมากขึ้น สิ่งที่ทำให้ผู้ผลิตหลายคนสนใจพืชชนิดนี้เพราะราคาขายน่าพอใจ ตลาดซื้อ-ขายแคนตาลูปมีความชัดเจนมากกว่าเมล่อนเพราะผลผลิตยังไม่เพียงพอกับความต้องการของตลาด ทว่าพืชชนิดนี้มีข้อจำกัดการปลูกส่วนใหญ่อยู่กับกลุ่มเกษตรกรเดิมที่มีความรู้ ความชำนาญ และประสบการณ์ ส่วนรายใหม่ที่ยังขาดความรู้ทั้งด้านผลิตและการตลาด จึงยังไม่กล้าที่จะเข้ามาเป็นผู้ผลิตเต็มตัว อย่างไรก็ตาม ขณะนี้เกษตรกรทั่วทุกภูมิภาคให้ความสนใจปรับพื้นที่จากทำนา ทำไร่ แล้วเปลี่ยนมาปลูกแคนตาลูปกันมากขึ้นทั้งรายเล็ก รายใหญ่ เพราะเป็นพืชระยะสั้นที่ให้ผลตอบแทนเร็วแล้วมีรายได้ดีกว่า คุณสมิตานันท์ มะโน หรือ คุณปู บ้านเลขที่ 15 หมู่ที่ 4 บ้านหัวถิน ตำบลพังยาง อำเภอระโนด จังหวัดสงขลา โทรศัพท์ (091) 810-2776 ก็เช่นเดียวกันที่ได้ปรับเปลี่ยนพื้นที่ทำนาบางส่วนมาปลูกแคนตาลูปเนื่องจากประสบปัญหาราคาข้าว โดยคุณปูเลือกทำเกษตรกรรมแบบผสมผสานคือปลูกข้าว และผักชนิดต่างๆ สลับไป-มาหมุนเวียน แล้วทดลองปลูกแคนตาลูปบริเวณขอบคันนาก่อน ได้ผลดีมีคุณภาพ ทำให้ต้องขยายพื้นที่ปลูกทดแทนพื้นที่นา แล้วปรับวิธีปลู
คุณธัญญรัตน์ ชาญยงค์ อยู่บ้านเลขที่ 127 หมู่ที่ 2 ตำบลไม้เค็ด อำเภอเมือง จังหวัดปราจีนบุรี ได้ทำสวนทุเรียนปลูกอยู่รอบบริเวณบ้านรวมกับพันธุ์ไม้อื่นๆ เมื่อถึงหน้าฤดูกาลทุเรียนออกผลก็จะดูแลอย่างดี ส่งผลให้ผลผลิตที่ได้มีรสชาติดี ผลผลิตได้คุณภาพ เป็นที่ต้องการของลูกค้า และเมื่อทุเรียนหมดฤดูกาลไปก็จะได้ผลผลิตจากไม้อื่นทำรายได้แทน เธอจึงมีรายได้จากพืชหลากหลายชนิดทำรายได้ตลอดทั้งปี คุณธัญญรัตน์ เล่าให้ฟังว่า ตั้งแต่เธอจำความได้ ตั้งแต่สมัยเด็กครอบครัวของเธอก็มีสวนไม้ผลอยู่รอบบริเวณบ้าน โดยเน้นเป็นทุเรียนพันธุ์โบราณเป็นหลัก แต่ด้วยสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไป ส่งผลให้ทุเรียนเหล่านั้นตายไปจนหมดสวน ครอบครัวของเธอจึงได้หาต้นทุเรียนใหม่ๆ เข้ามาปลูกเพิ่มในพื้นที่บริเวณที่ตายไป พร้อมทั้งปลูกไม้ชนิดอื่นๆ เข้ามาแซมเป็นการเพิ่มผลผลิตให้มีหลากหลายมากขึ้น “พื้นที่รอบบ้านมีเนื้อที่อยู่ประมาณ 12 ไร่ จะปลูกทุเรียนอยู่ที่ 500 ต้น โดยทำเป็นสวนแบบผสมผสาน แต่ทุเรียนเป็นผลผลิตหลักของสวน ซึ่งผลผลิตทุเรียนทำเงินรายปี พืชผักพลูกินใบเป็นรายได้รายวันและรายเดือน จึงทำให้ในแต่ละปีถึงไม่มีผลผลิตจากทุเรียน เราก็ยังมีผลผลิตชนิด
มนุษย์เงินเดือนส่วนใหญ่ เมื่ออายุครบ 60 ปี จะกลายเป็นพนักงานวัยเกษียณทันที หลายคนตัดสินใจหยุดพักผ่อน หลังจากทำงานหนักมาตลอดชีวิต แต่ผู้สูงอายุกลุ่มหนึ่ง ตัดสินใจใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ ในเส้นทางอาชีพเป็น “เกษตรกร” วิธีนี้นอกจากใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์สูงสุดแล้ว การทำงานท่ามกลางธรรมชาติอันแสนบริสุทธิ์ ช่วยให้พวกเขามีสุขภาพแข็งแรงมากขึ้น สุขใจที่ได้บริโภคผักผลไม้ที่ปลูกด้วยมือตัวเอง ผลผลิตที่เหลือจากการบริโภคก็ขายสร้างรายได้เข้ากระเป๋าได้อีกทางหนึ่ง อาจารย์ธงเทพ ตันเจริญ เจ้าของสวน “ตันเจริญ” บ้านเลขที่ 3 หมู่ที่ 5 ตำบลโคกปี่ฆ้อง อำเภอเมืองสระแก้ว จังหวัดสระแก้ว 27000 โทร. 089-233-7586 เป็นหนึ่งในกลุ่มพนักงานวัยเกษียณที่มีความสุขในเส้นทางอาชีพเป็นเกษตรกรมานานกว่า 10 ปี เขาไม่ได้ทำเกษตรแบบเล่นๆ อาจารย์ธงเทพ มีความขยัน และตั้งใจจริงในการทำงานภาคเกษตร แม้เจอปัญหาอุปสรรคต่างๆ มากมายในช่วงที่ผ่านมา อาจารย์ก็สู้ไม่ถอย ใส่ใจเรียนรู้เทคโนโลยีการเกษตรใหม่ๆ อย่างไม่หยุดนิ่ง จนได้รับรางวัลชนะเลิศ สาขาอาชีพไร่นาสวนผสม จากการประกวดเกษตรกรดีเด่นระดับจังหวัด ประจำปี 2557 ของกรมส่งเสริมการเกษตร และ
