พืชทำเงิน
เมื่อเร็วๆ นี้ ได้มีการเปิด โครงการ “ธรรมศาสตร์ทำนา และปลูกผัก บนหลังคาลอยฟ้า” หรือ “Thammasart Urban Rooftop Organic Farm” เป็นความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และสำนักส่งเสริมวิถีชีวิตสุขภาวะ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้เกษตรอินทรีย์อย่างถูกต้องและสามารถปฏิบัติได้อย่างเป็นรูปธรรม รวมทั้งเป็นกุศโลบายในการสร้างความตระหนักให้เกิดขึ้นในสังคมไทย ในการให้ความสำคัญกับเกษตรปลอดภัยอย่างจริงจัง นำไปสู่ความมั่นคงทางด้านอาหารและปลอดภัยต่อผู้บริโภค อุทยานการเรียนรู้ ป๋วย 100 ปี ณ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต เปิดให้บริการในรูปแบบเนินเขากลางกรุง ผืนเกษตรชุ่มน้ำ แหล่งเรียนรู้การเพาะปลูกปลอดสาร และประชาธิปไตย บนพื้นที่กว่า 53,000 ตารางเมตร ความสูงเท่ากับตึก 4 ชั้น มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต เปิดให้บริการแล้ว ประกอบด้วย ห้องสมุดประชาชน ห้องประชุมและสัมมนา พื้นที่ Co-Working Space ศูนย์นิทรรศการ พื้นที่จัดแสดงงานคอนเสิร์ต ขนาด 630 ที่นั่ง ศูนย์อาหารออร์แกนิก และพื้นที่กิจกรรมอเนกประสงค์ (Amphitheatre) เพื่อการเรียนรู้เรื่องการพัฒนาอย่างยั่
เมื่ออุทกภัยปี 2554 ผ่านไป หลายคนอยากให้ผ่านเลย ไม่ต้องหวนกลับมาอีก เพราะอุทกภัยครั้งนั้นยากเกินเยียวยา จนอยากลืมประโยค “น้ำท่วมใครว่าดีกว่าฝนแล้ง” ไปจากความทรงจำ แต่กับชาวนาอำเภอปากคาด จังหวัดบึงกาฬ จึงหวัดน้องใหม่ที่มีพื้นที่ติดริมโขงทอดยาวต่อเนื่องไปถึงจังหวัดนครพนม กลับอยากผายมือรับน้ำตลอดทั้งปี ไม่ใช่แค่เพื่อทำนาอย่างที่บรรพบุรุษทิ้งอาชีพไว้ให้ แต่เพื่อโอกาสในการสร้างรายได้ที่ล้นหลาม คุณนรินทร์ ศรีวรษา เกษตรกรที่ยึดอาชีพทำนามาตั้งแต่บรรพบุรุษ มีผืนนาอยู่บริเวณ หมู่ที่ 4 บ้านนาดงน้อย ตำบลนาดง อำเภอปากคาด จังหวัดบึงกาฬ เป็นเกษตรกรรายแรกที่มองเห็นโอกาสสร้างเม็ดเงินจากน้ำ วิกฤติที่เกิดขึ้นทุกปีของชาวนาบ้านนาดงน้อย คือ ปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก พื้นที่หลายตำบลของอำเภอปากคาด เป็นพื้นที่ต่ำ เมื่อถึงฤดูน้ำหลาก น้ำจะท่วมผืนนา เมื่อนั้นการทำนาจะถูกปิดฉากลงชั่วระยะหนึ่งจนกว่าน้ำจะแห้ง พร้อมรองรับการทำนาในรอบปีต่อไป คุณนรินทร์ นั่งมองผืนนาที่ถูกน้ำท่วม หมดหวังไปกับการสร้างรายได้เพิ่มในรอบ 2-3 ของการทำนาเช่นที่อื่น เป็นมาอย่างนี้ชั่วอายุคน กระทั่งวันที่เห็นคนขายฝักบัวในตลาดปากคาด มีโอกาสได้กิน ฝักบัว
กรมวิชาการเกษตร เปิดตัวมะขามเปรี้ยวพันธุ์ใหม่ “ศรีสะเกษ 1” ฝักใหญ่ เมล็ดน้อย ให้ผลผลิตสูง ปริมาณเนื้อมาก ฝักดาบ โค้ง ยาว แกะเปลือกแยกเนื้อออกจากรกง่าย ลักษณะเด่นชนะมะขามพันธุ์ท้องถิ่นและพันธุ์เดิมที่เกษตรกรปลูกมากว่า 20 ปี เร่งกระจาย “ศรีสะเกษ 1” มะขามเปรี้ยวพันธุ์ดีสู่เกษตรกรไม่น้อยกว่า 1,000 กิ่ง/ปี นางสาวเสริมสุข สลักเพ็ชร์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า มะขาม เป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญพืชหนึ่งของประเทศไทย ตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศมีแนวโน้มความต้องการเพิ่มสูงขึ้นทุกปี โดยไทยเป็นประเทศผู้ผลิตมะขามเปรี้ยวใหญ่เป็นอันดับ 2 ของเอเชีย รองจากประเทศอินเดีย ผลิตภัณฑ์มะขามที่ส่งออกมีทั้งมะขามสด มะขามเปียก และมะขามแห้ง โดยมีประเทศคู่ค้าที่สำคัญ ได้แก่ จีน ญี่ปุ่น เวียดนาม แคนาดา สหภาพยุโรป และสหรัฐอเมริกา มะขามเปรี้ยวแกะเปลือกหรือมะขามเปียก ใช้เป็นเครื่องปรุงรสเปรี้ยวที่เป็นเอกลักษณ์ด้านรสชาติในอาหารไทยเกือบทุกชนิด ภัตตาคาร และร้านอาหารไทยในต่างประเทศจึงมีความต้องการนำเข้ามะขามเปรี้ยวจากไทยเพิ่มขึ้น มะขามเปรี้ยวจึงถือเป็นสินค้าเกษตรชนิดหนึ่งของไทยที่มีศักยภาพในการส่งออกสร้างรายได้ให้กับ
ถามถึงพื้นที่ปลูกส้มที่มากที่สุดของประเทศ คงเป็นภาคเหนือ โดยเฉพาะที่จังหวัดเชียงใหม่ สายพันธุ์ที่นิยมปลูกกันมากในปัจจุบัน หนีไม่พ้นส้มสายน้ำผึ้ง ด้วยคุณสมบัติที่ใยส้มจะนิ่ม ไม่หนา เนื้อแน่น น้ำเยอะ เปลือกบางล่อน และผิวมีสีเหลืองทองอร่ามเมื่อสุกได้ที่ แต่ก็ยังมีสายพันธุ์อื่นที่ปลูกไว้มากและก่อนที่จะมีส้มสายน้ำผึ้งเข้ามา เช่น ส้มสีทอง ส้มเขียวหวาน ส้มโอเชี่ยน ฮันนี่ ส้มฟรีมองต์ ส้มเช้ง ส้มแมนดาริน เป็นต้น คุณแหลง รายคำ หรือ ลุงต๊ะ เกษตรกรทำสวนส้ม หมู่ที่ 5 ตำบลสันทราย อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ ที่ทำสวนส้มมาตลอด 20 ปี มีตัดออกแล้วปลูกมะม่วง มะนาว ทดแทนบ้างนิดหน่อย เพื่อให้สวนมีความหลากหลายมากขึ้น แต่ยังคงยึดพื้นที่เกือบทั้งหมดที่มีอยู่ 80 ไร่ เป็นสวนส้ม สวนส้มของลุงต๊ะ แบ่งเป็น ส้มสายน้ำผึ้ง ส้มสีทอง และส้มโอเชี่ยน ฮันนี่ (หลังจากนี้ จะเรียกชื่อย่อ เหลือเพียง ส้มโอเชี่ยน) รวม 3 ชนิด และสัดส่วนส้มสายน้ำผึ้ง เป็นส้มที่ปลูกมากที่สุด ลุงต๊ะ บอกว่า แม้ว่าส้มสายน้ำผึ้งจะเป็นที่นิยมของผู้บริโภคและตลาดต้องการ แต่การปลูกส้มชนิดอื่นก็มีประโยชน์ด้วยเช่นกัน เพราะแม้จะเป็นพืชชนิดเดียวกัน แต่การให้ผลผล
กรมวิชาการเกษตร คลอดกล้วยน้ำว้าพันธุ์ใหม่ “สุโขทัย 1” ผลกลมป้อม ใหญ่ยาว เนื้อทั้งสุกและดิบสีครีมอ่อน เนื้อละเอียดเหนียว รสชาติหวานไม่อมเปรี้ยว ให้ผลผลิตสูง 1 เครือ มี 9 หวี น้ำหนักเครือกว่า 16 กิโลกรัม ทึ่งคุณค่าทางโภชนาการ วิตามินบี 3 และโพแทสเซียมสูง แซงพันธุ์การค้า นางสาวเสริมสุข สลักเพ็ชร์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า ประเทศไทยมีพื้นที่ปลูกกล้วยประมาณ 481,639 ไร่ ในจำนวนนี้มีพื้นที่ปลูกกล้วยน้ำว้ามากที่สุด จำนวน 328,456 ไร่ กล้วยไข่ จำนวน 63,233 ไร่ กล้วยหอม จำนวน 62,525 ไร่ และกล้วยอื่นๆ จำนวนประมาณ 27,425 โดยพื้นที่ปลูกกล้วยน้ำว้าจะปลูกมากที่สุดในเขตภาคเหนือ อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาในประเทศไทยแต่ยังขาดกล้วยน้ำว้าพันธุ์ดี และขาดข้อมูลของพันธุ์ ดังนั้น ศูนย์วิจัยพืชสวนสุโขทัย กรมวิชาการเกษตร จึงได้ศึกษาหาสายต้น หรือพันธุ์กล้วยน้ำว้าที่ดีมีคุณภาพ เพื่อปรับปรุงพันธุ์ให้ได้สายพันธุ์ใหม่ที่มีลักษณะดีเด่น ให้ผลผลิตสูง มีคุณภาพ และมีคุณค่าทางโภชนาการสูงกว่าพันธุ์การค้า เป็นที่ยอมรับของเกษตรกรและผู้บริโภค เพื่อเป็นพันธุ์ทางเลือกสร้างรายได้เพิ่มให้แก่เกษตรกร ระหว่างปี 2547-2554 ศูนย์วิ
เมื่อวิกฤตเศรษฐกิจแปรปรวน รายได้กับรายจ่ายไม่สมดุลมักส่งผลกระทบกับวิถีการยังชีพต่อครัวเรือน การคิดใหม่ทำใหม่ของเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังด้วยการรวมกลุ่มเข้าร่วมโครงการ “แปลงใหญ่มันสำปะหลังตำบลวังม่วง” เพื่อทำกิจกรรมและใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมพัฒนาการผลิต รวมถึงการนำเหง้ามันสำปะหลังมาเผาในเตาเผาถ่านชีวมวลไร้มลพิษ ผลิตเป็นถ่านไม้ได้ผลิตภัณฑ์ขายดี ทำให้มีรายได้เพิ่ม วันนี้จึงนำเรื่อง “สู้วิกฤตเศรษฐกิจที่แปรปรวน ผลิตถ่านไม้จากเหง้ามันสำปะหลังขาย ทำให้วิถีมั่นคง” มาบอกเล่าสู่กัน คุณเสาวนิตย์ พรหมโชติ เกษตรอำเภอวังม่วง เล่าให้ฟังว่า ได้ส่งเสริมเกษตรกรรวมกลุ่มปลูกมันสำปะหลังในโครงการแปลงใหญ่มันสำปะหลังตำบลวังม่วง มีสมาชิก 76 ราย พื้นที่ดำเนินการ 2,392 ไร่ พร้อมกับสนับสนุนให้เกษตรกรจัดระบบปลูกพืชแบบเหลื่อมฤดูเพื่อหลีกเลี่ยงการเก็บเกี่ยวในช่วงฝนตกชุกและลดความเสียหายจากการเน่าเสียของผลผลิต ให้จัดระบบปลูกพืชแบบหมุนเวียนเพื่อการปรับปรุงบำรุงดิน และลดต้นทุนการผลิต ส่งเสริมให้เกษตรกรใช้ประโยชน์จากทุกส่วนของต้นมันสำปะหลัง รวมทั้งให้นำเหง้ามันสำปะหลังมาเผาในเตาเผาถ่านชีวมวลไร้มลพิษ ก็จะได้น้ำส้มควันไม้เพ
มะยงชิด ผลไม้ขึ้นชื่อจังหวัดนครนายก หากใครได้ลิ้มลองรสชาติ เป็นอันต้องติดใจ ด้วยลักษณะพิเศษที่ไม่เหมือนที่อื่น ทั้งขนาดของผลที่ใหญ่ สีของเปลือกและรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ ไม่แปลกใจเลยว่า ทำไมมะยงชิด ของที่นี่มีชื่อเสียงกลายเป็นซิกเนเจอร์ของจังหวัด ที่ใครมาแล้วต้องซื้อกลับ ซึ่งครั้งนี้เทคโนโลยีชาวบ้านก็ไม่พลาดที่จะพาท่านผู้อ่านไปรู้จักกับสวนมะยงชิดลุงนวย นับเป็นอีกสวนที่ขึ้นชื่อเรื่องของคุณภาพ และรสชาติของมะยงชิดที่หวานกำลังดี มีอมเปรี้ยวหน่อยๆ รวมถึงขนาดผลใหญ่ ที่ใหญ่เท่าๆ กับไข่ไก่ จนแม่ค้าต้องมานอนเฝ้าขอซื้อถึงสวน คุณอำนวย อินไชยะ (ลุงนวย) ข้าราชการเกีษยณ วัย 81 ปี (เจ้าของสวนมะยงชิดลุงนวย) อยู่บ้านเลขที่ 1 หมู่ที่ 7 ตำบลท่าช้าง อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก เล่าว่า ก่อนที่จะมาทำสวนมะยงชิด ตนทำงานรับราชการเป็นนายช่างสมุทร อยู่กรมพัฒนาที่ดินมาก่อน งานสวนถือเป็นเรื่องไกลตัว อาศัยความมีใจรัก ระหว่างรับราชการมีโอกาสได้ไปคุมงานตามต่างจังหวัด ก็จะไปเสาะหาพันธุ์ไม้ดีๆ มาปลูกสะสมไว้ ด้วยลักษณะของงานที่ทำค่อนข้างเครียด กลับบ้านก็อยากพักผ่อนได้เห็นสีเขียวๆ เดินดูเพลินๆ ปลูกมาหลายชนิด มาจบสุดท้ายที่ม
อาชีพเกษตรกรรมในความหมายของแต่ละคนแตกต่างกันออกไป บางคนมองว่าอาชีพเกษตรกรรมเป็นอาชีพที่ไม่มีเกียรติ เป็นอาชีพของคนจน แต่ในความหมายของบางคนมองว่าอาชีพเกษตรกรรมเป็นอาชีพที่ทั้งมีเกียรติและมีกิน คุณอรรณพ สารนอก เกษตรกรรุ่นใหม่ป้ายแดง อยู่บ้านเลขที่ 18 หมู่ที่ 7 ตำบลโนนทองหลาง อำเภอบัวใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา ผู้ที่นับว่าเป็นเกษตรกรป้ายแดงเริ่มทำเกษตรเมื่อปี 2562 นับมาถึงปัจจุบันระยะเวลาผ่านมาเพียง 1 ปี แต่ระยะเวลาไม่ได้เป็นตัวการันตีความสำเร็จ เขาคนนี้ผู้มีความชอบใจรักในการเกษตร จึงใช้เวลาหลังจากลาออกจากงานประจำมาศึกษาเรียนรู้และต่อยอดงานเกษตรของที่บ้านอย่างไม่หยุดยั้ง จุดเริ่มต้นลาออกจากงานประจำ มาต่อยอดงานเกษตรของครอบครัว คุณอรรณพ เล่าว่า ก่อนที่จะผันตัวมาเป็นเกษตรกร ตนเองเรียนจบด้านภูมิศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ จบมาทำงานเป็นพนักงานประจำของกรมทรัพยากรน้ำบาดาลเป็นระยะเวลากว่า 4 ปี จึงตัดสินใจลาออกจากงาน เพื่อมาทำเกษตรเนื่องจากตลอดระยะเวลาที่ทำงานมีความคิดตลอดว่าการเป็นพนักงานประจำในตำแหน่งที่ทำได้เงินเดือนดีก็จริง แต่ก็ยังเลี้ยงได้แค่ตัวเอง ไม่สามารถเลี้ยงคนในครอบครัวได้ และเหตุ
สวัสดีท่านผู้อ่านที่รักทุกท่านครับ ในวันที่กำลังเขียนต้นฉบับอยู่นี้ ลมหนาวพัดพรูจนขนแขนสแตนด์อัพ ผมมายืนอยู่ในจุดที่เขาว่ากันว่าเป็นแหล่งโอโซนที่ดีมากๆ นั่นคือ วังน้ำเขียว อดแปลกใจกับสภาพอากาศมิได้ ปลายเดือนมกราคม จากอากาศที่เริ่มทิ้งหนาวเข้าสู่ร้อนแต่กลับมีความหนาวหวนกลับมาอีกครั้ง ก็ชอบใจสิครับ ได้ไอหนาวพอให้กระชุ่มกระชวย วังน้ำเขียว เป็นหนึ่งในพื้นที่สำหรับคอนักท่องเที่ยวต้องไม่พลาด ไม่ว่าจะเป็นสภาพพื้นที่เป็นภูเขาสูงสลับพื้นราบ มีการทิ้งระดับอย่างสวยงาม น้ำท่าก็อุดมสมบูรณ์ ไม่ต้องพูดถึงอากาศที่สูดได้อย่างสบายปอดยิ่งนัก อุณหภูมิในยามเย็นจนถึงมืดค่ำยังอยู่ที่ 12-14 องศาเซลเซียส ได้เสื้อกันหนาวสักตัวพร้อมกองไฟน้อยๆ สักกอง ก็คงมีเรื่องราวในการใช้ชีวิตกลางแจ้งได้ไม่น้อย ที่สำคัญ ด้วยระยะทางที่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ มากนัก เดินทางมาได้หลายเส้นทาง ทำให้วันนี้วังน้ำเขียวยังเป็นสถานที่ๆ เราอาจไปเจอเพื่อนเก่าได้ไม่ยาก ดังสโลแกน ใครๆ ก็ไปวังน้ำเขียว ผมมีนัดกับ น้าอ้วน บ้านเกษตรพอเพียง ณัฏฐวุธ กลางอรัญ โทร. (098) 261-3412 แกบอกว่า จะชวนไปชิมเสาวรสที่หวาน หอมอร่อยสุดๆ พร้อมกับฝรั่ง ที่เริ่มให้ผลผลิต
ไม่กี่ปีมานี้ คอกาแฟจำนวนไม่น้อยคงได้ลิ้มชิมรสกาแฟบ้านโป่งลึก-บางกลอย กันมาแล้ว ปลูกโดยชุมชนชาวกะหร่าง ที่ตำบลห้วยแม่เพรียง อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี ใช้ชื่อแบรนด์ “HOEM” ซึ่งถ้าใครไปที่นั่นในช่วงฤดูผลไม้ นอกจากจะได้ดื่มกาแฟที่ปลูกแบบธรรมชาติ ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานแล้ว ยังจะได้รับประทานทุเรียน กล้วย และเงาะ ไปด้วย และถ้ามีเวลาก็สามารถล่องแพไม้ไผ่ตามลำน้ำเพชรบุรี ชมวิถีชุมชนบ้านบางกลอย ชมการทอผ้าลายปกาเกอะญอ พร้อมทั้งเดินชมวิถีเกษตรผสมผสาน พื้นที่บ้านโป่งลึกและบ้านบางกลอย เป็นพื้นที่ต้นแบบการประยุกต์ตามแนวพระราชดำริของในหลวง รัชกาลที่ 9 เพื่อพัฒนาพื้นที่ โดยมูลนิธิปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริ ร่วมกับจังหวัดเพชรบุรี อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน และหน่วยงานราชการในพื้นที่ เน้นการพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้านในหลากหลายมิติ เริ่มด้วยการจัดหาแหล่งน้ำเพื่อทำการเกษตร ปลูกกาแฟ ในสวนผลไม้ ปัจจุบัน มีพื้นที่ที่มีน้ำใช้ตลอดปี จำนวน 454 ไร่ และยังสามารถนำน้ำมาใช้ในการอุปโภคบริโภคในครัวเรือนด้วย และเกษตรกรมีรายได้จากการทำการเกษตรและพืชเศรษฐกิจที่มีมูลค่าสูงที่โครงการส่งเสริม เช่
