พืชทำเงิน
กล้วยหิน เป็นกล้วยป่า พบในธรรมชาติครั้งแรกเป็นจำนวนมากในสภาพอากาศร้อนชื้น บริเวณป่าสองฝั่งแม่น้ำปัตตานี ในพื้นที่ตำบลบาเจาะ อำเภอบันนังสตา จังหวัดยะลา เนื่องจากทำเลทองแห่งนี้มีผืนดินที่อุดมสมบูรณ์ มีความชื้นทั้งในดินและในอากาศสูงตลอดทั้งปี กล้วยหิน 1 เครือ จะมีประมาณ 7-10 หวี เฉลี่ยหวีละ 10-15 ผล กล้วยหินเติบโตได้ในดินแทบทุกประเภท ทนแล้งได้ดี ลำต้นมีขนาดใหญ่ แข็งแรง แตกกอเก่ง ไม่ค่อยมีโรคและแมลงรบกวน ทนทานต่อโรครากเน่า (ตายพราย) มีเปลือกหนาทนทานต่อการขนส่ง และผลแก่เก็บไว้ได้นานนับสัปดาห์ ลำต้นอ่อนนำมาปรุงอาหารรสชาติดีกว่ากล้วยน้ำว้า ทั้งนี้ กล้วยหินบันนังสตา ได้รับความนิยมจากผู้บริโภคในวงกว้าง สำนักงานเกษตรจังหวัดยะลาจึงส่งเสริมให้เกษตรกรรวมกลุ่มเป็นวิสาหกิจชุมชน นำกล้วยหินมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ เพื่อเพิ่มมูลค่าให้สินค้า ปัจจุบัน กล้วยหินบันนังสตา ได้ขึ้นทะเบียนเป็นสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI : Geographical Indication) ลักษณะผลส่วนใหญ่เป็นรูปสี่เหลี่ยม แต่ผลด้านข้างสุดของหวีทั้งสองด้านมักจะเป็นรูปสามเหลี่ยม เปลือกหนา ผลดิบเปลือกสีเขียวเข้ม เมื่อสุกเปลือกสีเหลือง เนื้อแน่น ผลดิบเนื้
การปลูกพริกที่ดี จะต้องจัดการทรงต้นให้ดีตั้งแต่แรก คุณพิสุทธิ์ ต๊ะปิง หมู่ที่ 9 บ้านรักไทย ตำบลชมพู อำเภอเนินมะปราง จังหวัดพิษณุโลก โทรศัพท์ (098) 593-7591 เล่าว่า หลังการย้ายกล้าพริกลงแปลงปลูกได้ประมาณ 15-20 วัน ก็จะต้องเริ่มแต่งกิ่งต้นพริก ต้นพริกจะมี 2 ง่ามก่อนเป็นอันดับแรก จากนั้นก็จะแตกง่ามเพิ่มจาก 2 เป็น 4 จาก 4 เป็น 8 ง่าม เป็นต้น ส่วนที่แตกใบต่ำกว่า 2 ง่ามแรกลงมา ให้ริดใบและแขนงทิ้งให้หมด หรือความสูงจากพื้นดินขึ้นมา 30 เซนติเมตร ต้องริดใบหรือแขนงต้นออกให้หมด ซึ่งเป็นหลักการทั่วไปสำหรับการปลูกพริก โดยส่วนใหญ่ก็จะรู้ว่าจะต้องจัดการทรงต้นพริกแบบนี้ แต่ก็ไม่ค่อยทำกัน ซึ่งเหตุผลที่ทราบจากการได้พูดคุย คือ เสียดายใบพริก คิดว่าเสียเวลาในการเด็ดแขนงเหล่านี้ทิ้ง ซึ่งจริงแล้วเมื่อลำต้นหรือโคนพริก โปร่ง แดดส่องถึง ทำให้เป็นผลดีกับต้นพริกมากกว่า เช่น หน้าฝน ฝนตก โคนต้นพริกที่แฉะ เมื่อลมโกรกผ่านได้ดี แดดส่องถึง ก็จะทำให้ดินและทรงพุ่มพริกแห้งได้ไว แต่ถ้าพุ่มพริกแน่น ร่มทึบ โอกาสที่ต้นและผลพริกเน่าสูงมาก อีกอย่าง การที่ทรงพุ่มพริกทึบหนา การฉีดพ่นสารป้องกันกำจัดโรคและแมลงก็จะไม่ทั่วถึงอีกด้วย ก
“มะนาว” ไม้ผลตระกูลส้ม มีรสเปรี้ยวและกลิ่นหอมเฉพาะตัว ใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย อาทิ ปรุงแต่งรสชาติอาหาร ใช้ทำขนม เครื่องดื่ม เป็นส่วนผสมของผลิตภัณฑ์ความงาม นำไปแปรรูป ตลอดจนเป็นวัตถุดิบสินค้าในภาคอุตสาหกรรมจำพวกผลิตภัณฑ์ประเภทซักล้าง จากคุณสมบัติที่รอบด้าน ส่งผลให้มะนาวขายได้ตลอดทั้งปี ตลาดมีความต้องการมะนาวตลอดเวลา ดังนั้น จะดีแค่ไหน ถ้ามะนาวที่ปลูกสามารถย่นระยะเวลาเก็บเกี่ยว ให้ผลผลิตเพิ่มขึ้น ถ้าอยากรู้ “เทคโนโลยีชาวบ้าน” มีเคล็ดลับดีๆ ของ คุณประวิทย์ แซ่โง้ว เกษตรกรเจ้าของพื้นที่ 20 ไร่ ในตำบลแพงพวย อำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี ผู้คิดค้นเทคนิคการปลูกมะนาวต้นคู่ โตเร็ว ให้ผลผลิตที่ไวกว่าเดิม ฉีกกฎปลูกมะนาว จากต้นเดี่ยว เป็นต้นคู่ คุณประวิทย์ เป็นคนชอบคิดค้นสร้างสรรค์สิ่งใหม่ เดิมสวนแห่งนี้ปลูกแต่มะนาวต้นเดี่ยวเป็นแบบยกร่อง ต่อมาทดลองปลูกเป็นแบบต้นคู่ หรือ 2 ต้น ลักษณะลำต้นไขว้กันในหลุมเดียวกัน แทนที่มะนาวจะโตช้า กลับโตเร็วเหมือนแข่งกันโต ฉะนั้น จึงนำเทคนิคดังกล่าวมาขยายผลอย่างจริงจัง พื้นที่จำนวน 20 ไร่ ปลูกมะนาวต้นคู่ทั้งหมด โดยใช้มะนาวพันธุ์แป้นพวง เพราะเปลือกบางให้น้ำปริมาณมาก ข
คุณพรเพ็ญ เจริญสุวรรณ หรือคุณนก เจ้าของสวนมะม่วงขายตึกที่มีชื่อเสียงของจังหวัดฉะเชิงเทรา และเป็นเกษตรกรรายแรกๆ ที่เริ่มปลูกมะม่วงขายตึก บนพื้นที่ 120 ไร่ ที่จังหวัดฉะเชิงเทรา บอกเล่าถึงจุดเด่นและวิธีการขยายพันธุ์ของมะม่วงขายตึกว่า จุดเด่นของมะม่วงขายตึก เป็นมะม่วง 3 รส เปรี้ยว หวาน มัน ให้ลูกดกติดผลง่าย นิยมทานดิบจิ้มกับพริกเกลือรสชาติกำลังดี ผลสุกเนื้อข้างในจะมีสีเหลืองเหมือนขมิ้น น่าทาน โดยมีเคล็ดลับความอร่อย เวลาเก็บจากต้นจะต้องค้างคืนไว้ 1 คืน เพื่อให้ลืมต้น แล้วจะเจอรสชาติอร่อย การขยายพันธุ์ คุณพรเพ็ญใช้วิธีการเสียบกิ่งพันธุ์ โดยใช่มะม่วงกะล่อนทองเป็นตอ เน้นความแข็งแรง มะม่วงกะล่อนโดยธรรมชาติแล้วรากจะลึกหากินเก่ง เพราะหลังๆมะม่วงมีการทำสารระงับการเจริญเติบโตการแตกใบอ่อน และถ้าเจออากาศร้อนๆ ต้นจะโทรมจัด เพราะฉะนั้นถ้าใช้มะม่วงกะล่อนเสียบตอในอนาคตจะดี ถ้าดูแลดี ถูกวิธี ลูกจะโต ระยะติดดอก-ออกผล เดือนตุลาคมเริ่มทำดอก ออกผลช่วงเดือนพฤศจิกายน เก็บขายช่วงเดือนธันวาคม ถึงปลายเดือนเมษายน เดือนมีนาคมมะม่วงขายตึกจะออกผลเยอะ ห่อผลอยู่กับลูกประมาณ 50วัน ให้ผลผลิตต่อต้น ประมาณ 300กิโลกรัม ราค
วันนี้ได้รับการเชิญชวนจาก คุณขจรศักดิ์ เบ็ญชัย อาชีพทนายความ และอดีต ส.อบจ. สกลนคร เขตอำเภอวานรนิวาส และทำการเกษตร ปลูกพืชเลี้ยงสัตว์ ให้เดินทางไปชมแปลงปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ ในพื้นที่บ้านห้วยแสง ตำบลหนองแวง อำเภอวานรนิวาส จังหวัดสกลนคร สิ่งที่น่าสนใจเพราะเป็นคนรุ่นหนุ่มสาว หลังเรียนจบมักจะทำงานราชการ แต่กลับมาปลูกพืชผัก ส่งขายรายได้เลี้ยงครอบครัวและเป็นรายใหญ่ของสกลนคร จุดนัดพบกันอยู่ที่หน้ามหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร คุณขจรศักดิ์ เบ็ญชัย ได้ให้เกียรติขับรถมารับ ในเช้าวันนี้ วันที่อากาศขมุกขมัว ท่ามกลางอากาศที่เปื้อนฝุ่น พี เอ็ม 2.5 (PM 2.5) รุนแรง ในสภาวการณ์ฝุ่นละออง ต้องสวมเครื่องกันฝุ่น เพื่อความปลอดภัย จากสภาพที่เห็นในปัจจุบัน สภาพแล้งร้อนเริ่มรุมเร้าและมีแนวโน้มทวีความรุนแรงขึ้นเป็นลำดับ หลังจากเตรียมตรวจสอบอุปกรณ์ครบ คุณขจรศักดิ์ ทนายความที่ชื่นชอบการเกษตรเป็นผู้ทำหน้าที่สารถีเอง มุ่งหน้าไปตามถนนสายสกลนคร-อุดรธานี ราว 30 นาที หลุดออกมาจากตัวเมืองสกลนคร เข้าสู่เขตอำเภอพรรณานิคม มองสองฟากฝั่งข้างถนน มีบางช่วงจะพบกับคลองชลประทานจากเขื่อนน้ำอูน เห็นน้ำในคลองไหลรินเอื่อยๆคาดการณ์ว่าน่าจะมี
ธ.ก.ส.จับรางวัลออมทรัพย์ทวีโชคระดับประเทศ จัดเต็มแจกรถยนต์ 18 รางวัล และทองคำรูปพรรณ เส้นละ 1 บาท 100 เส้น รวมมูลค่ากว่า 14 ล้านบาท พร้อมนำกองทัพศิลปินมากมายส่งมอบความบันเทิง ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พลาซา อุดรธานี 7 มีนาคมนี้ วันนี้ (18 กุมภาพันธ์ 2563) ณ โรงแรมเซ็นทารา และคอนเวนชัน เซ็นเตอร์ อุดรธานี นายกษาปณ์ เงินรวง ผู้ช่วยผู้จัดการ ธ.ก.ส. เปิดเผยว่า ธ.ก.ส.จะจัดงานจับรางวัล ออมทรัพย์ทวีโชคระดับประเทศ ประจำปีบัญชี 2562 ให้ลูกค้าผู้ฝากเงินกับบัญชีออมทรัพย์ทวีโชค สมุดบัญชีเงินออมสีแดง ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์เงินฝากที่ธ.ก.ส. จัดทำเพื่อรณรงค์ให้ประชาชนทั่วไป และเกษตรกรลูกค้าได้ออมเงินเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันในการดำเนินชีวิต โดยสามารถฝากสะสมเงินได้อย่างต่อเนื่อง เมื่อครบทุก 2,000 บาท และฝากติดต่อกัน 3 เดือน จะได้สิทธิ์ลุ้นจับรางวัลในระดับจังหวัดปีละ 2 ครั้ง ช่วงเดือนสิงหาคม และเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งในปี 2562 ของรางวัลในการจับรางวัลทวีโชคทั่วประเทศ มูลค่ารวมกว่า 1,300 ล้านบาท ประกอบด้วย รถยนต์ จำนวน 580 คัน รถจักรยานยนต์ จำนวน 5,539 คัน รางวัลทองคำน้ำหนักรวม 5,900 บาท และของรางวัลอื่น ๆ อีกมากมาย แ
มะตูม เป็นไม้ผลเศรษฐกิจ เป็นพืชสมุนไพรที่ให้คุณค่าทางโภชนาการสูง มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Aegle marmelos ในประเทศไทยมีชื่อเรียกแตกต่างกัน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีชื่อเรียกว่า หมากตูม ภาคเหนือมีชื่อเรียกว่า มะปิน ภาคใต้มีชื่อเรียกว่า กะทันตาเถร ตูม และตุ่มตัง มะตูม เป็นพืชที่สามารถปลูกได้ทั้งแบบหัวไร่ปลายนาและปลูกในเชิงธุรกิจ มีการนำผลไปฝานตากแห้งทำเป็นน้ำมะตูม หรือทำเป็นมะตูมเชื่อม ส่งผลให้ทั้งผู้ปลูกและผู้แปรรูปมีรายได้ วันนี้จึงนำเรื่อง มะตูม ไม้ผลเศรษฐกิจสร้างรายได้เงินแสน วิถีที่ก้าวสู่ความมั่นคง มาบอกเล่าสู่กัน คุณลุงสละ นิรากรณ์ เกษตรกรปลูกมะตูม เล่าให้ฟังว่า มีพื้นที่ปลูกพืชผสมผสาน 9 ไร่ ได้จัดการพื้นที่ปลูก พืชผักสวนครัว เช่น มะนาว ข่า ตะไคร้ และพริก หรือปลูกดอกหงส์เหิน ปลูกไม้ผล เช่น มะม่วง ขนุน มะยงชิด เงาะ ลองกอง มะขามหวานและมะตูม การปลูกพืชผสมผสานจะช่วยลดความเสี่ยงด้านการผลิตและด้านการตลาด มีผลผลิตให้เก็บเกี่ยวต่อเนื่องและมีรายได้ตลอดปี มะตูม เป็นพืชเศรษฐกิจพื้นบ้านที่ปลูกง่าย โตไว ได้ปลูกเป็นพืชผสมผสาน 200 ต้น หลังการปลูกได้ปฏิบัติดูแลรักษาให้เจริญเติบโตสมบูรณ์ดี เมื่อเข้าสู่ปี
คุณเจือ พุ่มทับทิม อยู่บ้านเลขที่ 48/4 หมู่ที่ 1 ตำบลน้ำขุม อำเภอศรีนคร จังหวัดสุโขทัย เกษตรกรผู้ปลูกมะม่วงโชคอนันต์เป็นอาชีพ แม้พื้นที่ปลูกต้องรอน้ำในช่วงฤดูฝนเพียงอย่างเดียว แต่เกษตรกรท่านนี้ก็ยังสามารถปลูกและสร้างเงินให้กับเขาได้เป็นอย่างดี คุณเจือ พุ่มทับทิม คุณเจือ เล่าให้ฟังว่า ก่อนที่มาทำสวนมะม่วงเหมือนเช่นทุกวันนี้ ได้เน้นการปลูกพืชจำพวก ถั่วเหลือง ฝ้าย และทำนาข้าว ด้วยผลตอบแทนที่ได้รับของการเกษตรในรูปแบบนั้น ยังไม่เป็นที่น่าพอใจมากนัก จึงมีการคิดเปลี่ยนการปลูกพืชชนิดอื่นขึ้นภายในใจ “พืชล้มลุกพวกนั้น ปีหนึ่งปลูก 2 ครั้งเอง ได้เงินมาก็ยังไม่ถึง 5,000 ต่อไร่เลย นี่ยังไม่ได้หักต้นทุนด้วยนะ ก็เริ่มคิดแล้วว่าแบบนี้ไม่ดีแน่ ต้องหาอะไรที่มันได้รายได้มากขึ้น โดยที่เราไม่ต้องมีพื้นที่มากกว่าเดิม แต่รายได้ต้องมีมากกว่าเดิมที่เราทำ ก็ลองปลูกมาหลายอย่าง ช่วงนั้นโชคดีที่ได้อ่านหนังสือเกี่ยวกับมะม่วงโชคอนันต์ ก็เลยเกิดแรงบันดาลใจที่จะทำขึ้นมาในตอนนั้นเลย” คุณเจือ เล่าถึงความเป็นมาในสมัยก่อน พื้นที่ภายในสวน ซึ่งสวนมะม่วงของเขาเป็นมะม่วงแบบระยะชิด เพื่อไม่ให้เปลืองเนื้อที่มากนัก ปลู
หลายคนคงสงสัยว่ายางพารา พืชเศรษฐกิจที่สำคัญชองภาคใต้ มาโผล่อยู่บนผืนแผ่นดินของจังหวัดบึงกาฬได้อย่างไร บุคคลที่พอจะให้ข้อมูลเกี่ยวกับยางพาราต้นแรกในบึงกาฬได้ คือ นายสมหมาย แก้วมณี เกษตรอำเภอศรีวิไล ซึ่งนายสมหมายกล่าวว่า จากคำบอกเล่าของชาวบ้าน ยางพาราต้นแรกของจังหวัดบึงกาฬ ถูกปลูกขึ้นราว ปี พ.ศ. 2503 โดยมีพระธุดงค์รูปหนึ่ง ได้เดินทางไปธุดงค์ที่จังหวัดพัทลุง แล้วนำเมล็ดพันธุ์ยางพารากลับมาปลูกในพื้นที่บ้านหนองแวง ตำบลถ้ำเจริญ อำเภอโซ่พิสัย จังหวัดหนองคายในขณะนั้น จนกระทั่งปี พ.ศ. 2525 ชาวบ้านเกิดความสงสัย ว่าต้นไม้ต้นนี้เป็นต้นยางพาราจริงหรือไม่ จึงชักชวนให้ตนไปพิสูจน์ ผลปรากฏว่า เป็นต้นยางพาราจริง การพิสูจน์ในครั้งนี้ทำให้นายสมหมาย แก้วมณี ตกตะกอนทางความคิดได้ว่า ยางพาราสามารถปลูกและเจริญเติบโตได้ดีในพื้นที่จังหวัดบึงกาฬ ประกอบกับตนเองมีพื้นเพเดิมอยู่ในจังหวัดนครศรีธรรมราช และมีความรู้ด้านการปลูกยางพารา นับจากนั้นมา นายสมหมาย แก้วมณี จึงเริ่มส่งเสริมการปลูกยางพาราให้กับเกษตรกรในพื้นที่อำเภอโซ่พิสัย เพื่อเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการประกอบอาชีพให้กับพี่น้องเกษตรกร หลังจากนั้นไม่นาน ความร้อนแรง
“KUBOTA Farm” ไม่ใช่แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรแห่งใหม่ของจังหวัดชลบุรี ที่ใครๆ ก็เดินเข้ามาชมได้ง่ายๆ เพราะที่นี่ยังเป็นฟาร์มปิด ที่อนุญาตให้เกษตรกรและผู้สนใจอาชีพเกษตร หน่วยงานภาครัฐ และหน่วยงานพันธมิตร เข้ามาศึกษาเรียนรู้นวัตกรรมเกษตรสมัยใหม่ ที่ บริษัท สยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด ทุ่มทุนกว่า 160 ล้านบาท ในการจัดสร้างและดำเนินงานมาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่เดือนมกราคม พ.ศ. 2561 จนถึงปัจจุบัน KUBOTA Farm เนื้อที่กว่า 220 ไร่ ถูกออกแบบภายใต้แนวคิด End to End Solutions ที่มีการออกแบบและติดตั้งระบบจัดการฟาร์ม ด้วย IoT (Internet of Things) มาใช้ในระบบบริหารจัดการเครื่องจักรกลการเกษตร โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จสมบูรณ์ต้นเดือนสิงหาคมนี้ เพื่อเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ที่สนใจด้านการเกษตรได้รู้จักและทดลองใช้งานนวัตกรรมเครื่องจักรกลการเกษตรอันทันสมัยของสยามคูโบต้า นายทาคาโนบุ อาซึมะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท สยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด กล่าวว่า ในปี 2562 ที่ผ่านมา แนวโน้มการเกษตรทั่วโลกให้ความสำคัญเรื่องเกษตรอัจฉริยะและเกษตรอัตโนมัติ เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนแรงงานภาคเกษตรทั่วโลก คูโบต้า คอร์ปอเรชั่น ญี
