พืชทำเงิน
ปัจจุบัน กระแสรักสุขภาพและการรับประทานอาหารที่ปลอดภัยกำลังได้รับความนิยม โดยผู้บริโภคได้เล็งเห็นถึงการเลือกซื้อวัตถุดิบที่นำมาประกอบอาหาร ต้องไม่มีสารปนเปื้อน ทั้งสารกำจัดวัชพืช สารกำจัดแมลง และปุ๋ยเคมี ซึ่งล้วนส่งผลกระทบโดยตรงต่อผู้บริโภค จึงทำให้การผลิตพืชผักในรูปแบบเกษตรอินทรีย์ได้รับความนิยมอยู่ในขณะนี้ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ได้จัดตั้งโครงการ “ต้นแบบการทำเกษตรอินทรีย์ KMITL” (The KMITL organic agriculture model) เพื่อพัฒนาการทำเกษตรอินทรีย์ให้เกิดความยั่งยืน โดยนำวิทยาการและองค์ความรู้ต่างๆ ของสถาบันฯ ที่มีความพร้อมในทุกด้านมาเป็นกำลังสำคัญในการผลิตพืชผักในรูปแบบเกษตรอินทรีย์ เพื่อสร้างเป็นต้นแบบให้เกษตรกรหรือผู้ที่สนใจได้เรียนรู้การทำเกษตรอินทรีย์ที่ถูกต้องและเป็นอาชีพที่ยั่งยืน ศ.ดร. สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง กล่าวว่า สถาบันฯ มีความพร้อมในเรื่องงานวิจัยและเทคโนโลยีต่างๆ โดยคณะวิทยาศาสตร์ ได้ใช้แนวคิดด้านวิทยาศาสตร์นาโนเทคโนโลยีเคมีหรือด้านฟิสิกส์ และด้านคณิตศาสตร์ เข้ามาช่วยทำการเกษตรให้ปลอดสารและมีประ
สานฝัน คือการคิดและทำงานให้ประสบผลสำเร็จ งานเกษตร คือการปลูกพืช เลี้ยงสัตว์ และการประมง ก่อนเกษียณ คือคนที่มีอายุไม่ถึง 60 ปี มีพันธกิจทั้งจากงานภาครัฐและเอกชน บางคนมีฝันก็เริ่มสร้างฝันอนาคตด้วยการสร้างสวนไม้ผลก่อนเกษียณ 3-5 ปี เป็นการเตรียมพร้อมเพื่อก้าวเปลี่ยนสู่วิถีชีวิตใหม่ อนาคตที่มั่นคง คือมีงาน มีรายได้ มีสังคมที่ดี หรือมีคุณภาพชีวิตที่มั่นคง เนื้อความข้างต้นเป็นแนวคิดของ ครูเอกชัย ตองอบ กับสมาชิกในครอบครัวที่ได้ร่วมใจร่วมแรงวางแผนและสร้างสวนไม้ผลเมื่อหลายปีก่อน ได้ร่วมพัฒนาการผลิตไม้ผลคุณภาพ ทุกวันนี้ได้ก้าวเดินมาสู่ความสำเร็จ และด้วยวัยเกษียณร่างกายเริ่มโรยรา ได้ให้ลูกสาวพร้อมกับสมาชิกทำหน้าที่สร้างและพัฒนาการผลิตไม้ผลคุณภาพสืบต่อไป ครูเอกชัย ตองอบ ผู้ปลูกสร้างสวนไม้ผล เล่าให้ฟังว่า ก่อนนี้ดำรงตำแหน่งอดีตผู้อำนวยการโรงเรียนนาแก้ววิทยา โดยพื้นฐานแล้วคุณพ่อ-แม่เป็นชาวไร่ชาวนา เมื่อครั้งเป็นเด็กได้ช่วยท่านทำงานไร่นา สวน จึงได้ซึมซับความรู้ และทักษะเกษตรไว้พอสมควร เมื่อเรียนจบปริญญาตรีทางด้านการศึกษา ได้เข้าทำหน้าที่ครูที่ โรงเรียนนาแก้ววิทยา อำเภอขุนหาญ จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งก็เป็น
สภาพอากาศร้อน และมีฝนตกในบางพื้นที่ระยะนี้ กรมวิชาการเกษตร แนะเกษตรกรผู้ปลูกพริกเตรียมรับมือการระบาดของโรคกุ้งแห้ง สามารถพบได้ในระยะที่ต้นพริกเจริญเติบโตทางลำต้นจนถึงในระยะการเก็บเกี่ยวผลผลิต มักพบแสดงอาการบนผลพริกที่เริ่มสุกหรือก่อนที่ผลพริกจะเปลี่ยนสี เริ่มแรกจะพบจุดหรือแผลช้ำยุบตัวเล็กน้อย ต่อมาแผลขยายใหญ่สีน้ำตาลหรือดำ ลักษณะเป็นวงรีหรือวงกลม บริเวณแผลพบส่วนของเชื้อราเป็นจุดสีดำขนาดเล็กเรียงเป็นวงซ้อนกัน กรณีที่สภาพอากาศชื้น จะเห็นเมือกเยิ้มสีส้มอ่อน ถ้าอาการรุนแรง จะทำให้ผลเน่าและร่วงก่อนเก็บเกี่ยว หากพบอาการที่ผลอ่อน จะทำให้ผลพริกโค้งงอบิดเบี้ยวลักษณะคล้ายกุ้งแห้ง เกษตรกรควรหมั่นตรวจแปลงปลูกอย่างสม่ำเสมอ หากพบเริ่มระบาด ให้เก็บผลพริกที่เป็นโรคนำไปเผาทำลายทิ้งนอกแปลงปลูก เพื่อลดปริมาณเชื้อสาเหตุโรค และกำจัดวัชพืชในแปลงปลูก เพื่อไม่ให้แปลงปลูกมีความชื้นสูง ซึ่งเป็นสภาพที่เหมาะสมต่อการเกิดโรค หากพบว่าเริ่มมีการระบาดของโรค ให้พ่นด้วยสารป้องกันกำจัดโรคพืชอะซอกซีสโตรบิน 25% เอสซี อัตรา 10 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร หรือสารแมนโคเซบ 80% ดับเบิ้ลยูพี อัตรา 40-50 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร หรือสารโพร
สยามคูโบต้า เดินหน้า โครงการ “KUBOTA Smart Farmer Camp 2019” ภายใต้แนวคิด “FARMNOVATION นวัตกรรมทำได้จริง” สร้างแคมป์เกษตรยุคใหม่สาย INNO ให้เยาวชนไทยทุกคนเรียนรู้ ได้ดูด้วยตาตัวเอง ทดลองใช้เครื่องปลูกผัก เพื่อควบคุมประสิทธิภาพการปลูก ประหยัดเวลาและขั้นตอนการทำงาน รวมทั้งออกแบบและจัดการฟาร์มด้วยแนวคิดเกษตรรายได้สูง นายสมศักดิ์ มาอุทธรณ์ กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ บริษัท สยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด เปิดเผยว่า สยามคูโบต้า ได้จัดกิจกรรมส่งเสริมความรู้ด้านการเกษตรและทักษะการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในการประกอบอาชีพเกษตรกรรมให้แก่เยาวชน ตั้งแต่ ปี 2543 ผ่านโครงการยุวเกษตรมานานหลายสิบปี จนกระทั่ง เมื่อปี 2555 ได้เปลี่ยนชื่อโครงการเป็น KUBOTA Smart Farmer Camp โดยปัจจุบัน เป็นปีที่ 7 ของการจัดโครงการนี้ขึ้นมา สำหรับ โครงการ KUBOTA Smart Farmer Camp เป็นการดำเนินงานตาม CSR Policy ของบริษัท ด้านการศึกษาและเยาวชน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อถ่ายทอดความรู้และเทคโนโลยีเครื่องจักรกลด้านการเกษตร สร้างทัศนคติที่ดีและกระตุ้นให้เยาวชนรุ่นใหม่ใส่ใจการทำอาชีพเกษตรกรรม ตลอดจนตระหนักถึงการนำนวัตกรรมเทคโนโลยีเครื่องจัก
ระหว่างเดือนกรกฎาคมถึงเดือนกันยายน เป็นช่วงเวลาที่อินทผลัมผลสดให้ผลผลิตมากที่สุด บางปีอาจจะเหลื่อมระยะเวลาไปบ้าง แต่ก็ไม่เร็วหรือช้าไปกว่านี้ และจำนวนผลผลิตอินทผลัมผลสดที่ได้แต่ละปี อาจแปรผันมากน้อยขึ้นกับสภาพอากาศ กลุ่มอินทผลัมภาคตะวันตก หรือ Western Date Palm Group (WDP) เป็นกลุ่มที่เริ่มจากเกษตรกรจำนวนหนึ่งในแถบภาคตะวันตก ที่ปลูกอินทผลัมจากต้นเพาะเนื้อเยื่อ แรกเริ่มมีเพียงเกษตรกรในพื้นที่ภาคตะวันตก แต่เมื่อการบริหารจัดการภายในกลุ่มมีประสิทธิภาพ ทำให้เกษตรกรที่สนใจปลูกอินทผลัมภาคอื่นๆ ให้ความสนใจ จึงเปิดกว้างรับสมาชิกผู้ปลูกอินทผลัมเพาะเนื้อเยื่อทั่วประเทศ มีสมาชิกจากหลายภาคหลายจังหวัด อาทิ เชียงใหม่ เชียงราย ลำปาง พะเยา อุบลราชธานี อุดรธานี เป็นต้น ยกเว้นภาคใต้ที่แม้จะสมัครเป็นสมาชิกแล้ว แต่ไม่สามารถปลูกอินทผลัมได้ เนื่องจากสภาพอากาศไม่เหมาะสม จึงเป็นสมาชิกในรูปแบบของตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์แปรรูปของกลุ่ม รวมสมาชิกจากทั่วประเทศ ทั้งหมด 150 ราย พื้นที่ปลูกอินทผลัมทั้งสิ้น ประมาณ 2,000 ไร่ จำนวน 55,000-60,000 ต้น เป็นจำนวนต้นที่ให้ผลผลิตแล้วเพียง 30 เปอร์เซ็นต์ ประมาณ 200 ตัน ใกล้เคียงก
“พระเจ้าทองทิพย์คู่ถิ่น แหล่งทำกินหนองเล็งทราย มากมายมะพร้าวเผา” นี่คือคำขวัญท่องเที่ยวของอำเภอแม่ใจ จังหวัดพะเยา ในวันนี้ขอยกประเด็นเรื่องของมะพร้าวเผามาคุยกัน เล่าเรื่องส่วนตัวกันนิดหนึ่งว่าผู้เขียนเองเป็นลูกแม่ค้าขายมะพร้าวเผา (จริงๆ คือมะพร้าวต้ม) สมัยเป็นนักเรียนมัธยมศึกษา แม่จะซื้อมะพร้าวแถวละแวกบ้านที่ตำบลหนองตอง อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ มาปอกเปลือกนอกทิ้งเหลือติดกะลาเพื่อไม่ให้คาน (เปลืองพื้นที่) หม้อจะได้ปริมาณมากๆ ต่อการต้ม 1 ครั้ง แล้วเอาไปต้ม เมื่อสุกก็นำไปแช่ในน้ำเย็นแกะเปลือกทิ้ง นำมาขูดด้วยกระจกให้ผิวเกลี้ยงเกลา แล้วจึงนำไปขายที่ตลาดหนองดอก อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน ยังมีเรื่องเล่าตลกๆ กันในหมู่แม่ค้าว่ามีแม่ค้ารายหนึ่งยืนยันกับลูกค้าว่ามะพร้าวที่ตนเองขายเป็นมะพร้าวเผา เผอิญลูกค้าถามว่ามะพร้าวลูกนี้ทำไมหัวจุกมันมีสีเขียวคล้ำ แม่ค้าเผลอตอบไปว่ามันอยู่บนสุดน้ำท่วมไม่ถึงสีมันจึงออกสีคล้ำๆ ทำให้ลูกค้าจับได้ว่าเป็นมะพร้าวต้มไม่ใช่มะพร้าวเผา ตอนมาเรียนที่แม่โจ้ เมื่อมีงานทางชมรมนักศึกษาไม้ผลก็จะสอยมะพร้าวในสวนของสาขามาเผาขาย (เผาจริง) ทำให้รู้ว่าถึงแม้ผิวข้างนอกจะเหมือนกัน แต
หากพูดถึง เงาะ ที่นิยมบริโภคในปัจจุบัน จะมีอยู่ด้วยกัน 3 สายพันธุ์ ได้แก่ เงาะโรงเรียน เงาะสีชมพู เงาะสีทอง ฯลฯ แต่หากพูดถึงเงาะที่คนเมืองกาญจน์นิยมบริโภค ณ เวลานี้ คงหนีไม่พ้น “เงาะทองผาภูมิ” สำนักงานเกษตรจังหวัดกาญจนบุรี รายงานว่า “เงาะทองผาภูมิ” (Thong Pha Phum Rambutan) หมายถึง เงาะพันธุ์โรงเรียน เป็นผลไม้ที่มีชื่อเสียงของจังหวัดกาญจนบุรี สร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรในพื้นที่ มีลักษณะโดดเด่นคือ ผลค่อนข้างกลมเล็ก ขนสวย เปลือกบาง เมล็ดเล็ก เนื้อหนา หวาน ล่อน กรอบ ไม่ฉ่ำน้ำ พบพื้นที่ปลูกในอำเภอทองผาภูมิ อำเภอไทรโยค อำเภอสังขละบุรี และอำเภอศรีสวัสดิ์ พื้นที่ปลูกเงาะทองผาภูมิ จะมีลักษณะเป็นพื้นที่ดอน ดินทั่วไปเป็นดินร่วนปนดินเหนียว และเป็นป่ามีฝนตกบ่อยครั้ง ด้วยสภาพภูมิประเทศและภูมิอากาศดังกล่าว เงาะที่ปลูกในพื้นที่ดังกล่าวจึงมีรสชาติ และมีความเป็นเอกลักษณ์แตกต่างจากพื้นที่อื่น ในส่วนของอำเภอทองผาภูมิ มีพื้นที่ปลูกเงาะ จำนวน 1,054 ไร่ ให้ผลผลิต จำนวน 519 ไร่ โดยมีผลผลิตเฉลี่ย 620 กิโลกรัม ต่อไร่ ปัจจุบัน สำนักงานเกษตรจังหวัดกาญจนบุรีอยู่ในขั้นตอนดำเนินการจดสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (Geographi
ชีวิตที่ดี อาจจะไม่ต้องมีองค์ประกอบมากมาย อาจจะจะเริ่มต้นด้วยการได้ลืมตาตื่นขึ้นมา ในเช้าวันใหม่อยู่ในเมืองที่มีคุณภาพชีวิตที่ดี “ยะลา” เมืองที่คนดำเนินวิถีชีวิตแบบเรียบง่าย อบอุ่น เต็มไปด้วยรอยยิ้มและอาหารการกินที่หลากหลาก ถือเป็นมนต์เสน่ห์ที่ใครหลายๆ คนหากได้มาสัมผัสแล้วจะหลงรัก “ยะลา” เมืองพหุวัฒนธรรม….วิถีชีวิตที่หลากหลาย #วิถีชีวิต #ยะลา #อัญมณีชายแดนใต้ #ภาคใต้ #ใต้สุดสยามเมืองงามชายแดน #เมืองสโลว์ไลฟ์
ที่บ้านเลขที่ 49/3 หมู่ 5 ต.ตะเสะ อ.หาดสำราญ จ.ตรัง นางภัชรวดี เจริญฤทธิ์ อายุ 43 ปี หันมาใช้พื้นที่ว่างข้างบ้าน ประมาณ 2 งาน เพื่อปลูกขึ้นฉ่ายจีนแบบไร้ดินจำนวนหลายพันต้น โดยใช้ระบบน้ำไหลเวียนให้ปุ๋ยอินทรีย์ สัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง ใช้เวลาปลูกประมาณ 50 วัน ก็สามารถเก็บขายได้ ในราคากิโลกรัมละ 60-70 บาท แต่หากเป็นหน้าฝนขึ้นฉ่ายก็จะมีราคาสูงขึ้นเป็นกิโลกรัมละ 160-180 บาท หรือกว่า 1 เท่าตัว ซึ่งหลังทดลองปลูกเป็นรายแรกใน อ.หาดสำราญ จ.ตรัง จนประสบความสำเร็จ จึงได้ขยายโรงเรือนเพิ่มอีกจำนวนหลายหลังในพื้นที่ อ.ปะเหลียน จ.ตรัง เพื่อให้ผลผลิตเพียงพอต่อความต้องการของตลาด ซึ่งปลูกขายมาแล้วกว่า 1 ปี สามารถเก็บขายได้วันละไม่ต่ำกว่า 50-100 กิโลกรัม สร้างรายได้กว่า 5,000 บาท ต่อวัน นางภัชรวดี เป็นภรรยาของ พ.ต.ท.นายหนึ่ง สังกัด สภ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช แต่หันมาคิดต่างด้วยการใช้ที่ดินของตน ปลูกขึ้นฉ่าย ซึ่งเกษตรกรรายอื่นใน อ.หาดสำราญ ยังไม่มีใครปลูก เพราะคิดว่าการปลูกแบบไร้ดินจะดูแลยุ่งยาก และเสียค่าใช้จ่ายมากกว่า แต่ความจริงแล้ว เป็นการลงทุนแค่ครั้งเดียว สำหรับค่าวัสดุอุปกรณ์ ส่วนระยะเวลาการปลูกแบบไร้ดินก็
“ผักหวานป่า” ชื่อวิทยาศาสตร์ Melientha suavis Pierre วงศ์ OPILIACEAE …ย่างเข้าเดือนหก ฝนก็ตกพรำพรำ กบมันก็ร้องงึมงำ ระงมไปทั่วท้องนา ฝนตกทีไร คิดถึงขวัญใจของข้า… ฤดูกาลที่ร้อนอบอ้าว…แห้งแล้ง ย่างกรายหนีห่างจากเราไป พร้อมๆ กับสายฝนพรำที่คืบคลานเข้ามาแทนที่ ตามธรรมชาติเริ่มเดือนหกฝนก็ตกแล้ว พอพูดถึงฝน…ภาพของกบออกมาเล่นน้ำฝนน่าจะยังอยู่ในจินตนาการของคนเมืองกรุง แต่ถ้าเป็นชาวบ้านแถบอีสาน ป่านนี้คงนอนยิ้มหวานนึกถึงภาพตัวเองออกไปจับอึ่งกับเพื่อนฝูงมาต้ม มาลาบ ไม่ก็หาแหย่ไข่มดแดง หลังจากฝนตกมากพอ “ผักหวานป่า” ก็จะแตกยอดอ่อน ใบอ่อน ชูช่อเล่นน้ำฝน ณ เวลานี้ คงไม่มีผักใดที่ฮอตฮิตไปกว่า “ผักหวานป่า” อีกแล้ว ราคาก็ช่างดีเหลือหลาย ยิ่งสรรพคุณเกือบไม่ต้องพูดถึงเลย เพราะมีมากมาย คนไทยคนต่างชาติรู้จักกันดี ถ้าเอ่ยถึง ผักหวานป่ากับไข่มดแดง เพราะเป็นอาหารยอดนิยม ผักหวานป่า จัดเป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง และเป็นพืชประจำถิ่นที่นิยมรับประทานในแถบภาคอีสาน สมัยโบราณผักหวานป่าเป็นของมีค่าและราคาแพง ผักหวานป่ามีความสามารถในการขยายพันธุ์ต่ำ จึงทำให้ผักหวานป่าปลูกยากไปด้วย แต่ก็ไม่พ้นความพยายาม
