พืชทำเงิน
ในวงการเกษตร การเลือกใช้ปุ๋ยและสารบำรุงที่เหมาะสมเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้ผลผลิตออกมาอย่างมีคุณภาพ หนึ่งในวิธีการที่ได้รับความนิยมในขณะนี้คือการใช้น้ำหมักชีวภาพ โดยเฉพาะน้ำหมักสูตรผีบอก ซึ่งมีส่วนช่วยในการเร่งความหวานและบำรุงให้ต้นไม้เติบโตเร็ว จากบทความ “อดีตเชฟชูทางเลือกใหม่ ปลูก ‘ผักขี้เหร่’ พลิกโอกาสเกษตรอินทรีย์ สร้างคุณค่าเทียบชั้นพรีเมียม” เราได้มีโอกาสสัมภาษณ์ คุณแพทตี้-ปิตุพร ภูโชคศิริ เจ้าของ Hug Hed Farm ซึ่งแชร์เคล็ดลับที่ทำให้ผักของฟาร์มคุณแพทเจริญเติบโตได้ดีและมีสีสันสวยงาม โดยส่วนสำคัญมาจากการใช้น้ำหมักสูตรผีบอกนั่นเอง คุณแพทเล่าว่า “สูตรนี้มาจากอาจารย์ศุภชัย อาจารย์จากมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ซึ่งเชี่ยวชาญด้านการปรุงดิน และการทำน้ำหมักต่างๆ ซึ่งน้ำหมักผีบอกนี้ ก็ได้ความรู้มาละนำสูตรที่ได้มาปรับสูตรเล็กน้อย เรียกได้ว่าพืชทุกชนิดของที่ฟาร์มล้วนใช้สูตรนี้ในการบำรุง วัตถุดิบ “น้ำหมักสูตรผีบอก” ถั่วเหลืองผ่าซีก 3 กิโลกรัม น้ำหมัก EM 3 ลิตร กากน้ำตาล 3 ลิตร น้ำเปล่า 50 ลิตร สับปะรด 3 กิโลกรัม ถัง ขั้นตอนการทำ เริ่มต้นด้วยการนำถั่วเหลืองผ่าซีก แช่น้ำทิ้งไว้ข้ามคืน จากนั้
มะพร้าวกะทิ เกิดจากการกลายพันธุ์ เนื้อผลมีเนื้อนุ่มหนา น้ำข้นเหนียวเป็นวุ้น หากกินในช่วงที่พอเหมาะจะรสชาติดี เดิมทีมีความเข้าใจว่า กินมะพร้าวกะทิเป็นอันตรายต่อสุขภาพ ปัจจุบัน พิสูจน์แล้ว ไม่มีผลแต่อย่างใด หากพบว่า มะพร้าวต้นไหนเป็นกะทิ มักจะพบในระยะต่อมา มะพร้าวต้นหนึ่งมี 12 ทะลายต่อปี อาจจะพบกะทิในทะลายที่ 2 ทะลายที่ 5 แต่ละทะลายอาจจะพบ 1-2 ผล ในทางวิชาการ ศูนย์วิจัยพืชสวนชุมพร วิจัยให้ได้มะพร้าวกะทิ 18-20 เปอร์เซ็นต์ ยกตัวอย่าง หากปลูกพันธุ์กะทิของศูนย์วิจัยฯ ลงดินไป เมื่อให้ผลผลิต 100 ผลต่อต้นต่อปี จะมีกะทิ 18-20 ผล ในทางปฏิบัติ เกษตรกรจะขายผลแห้ง 80 ผล เป็นมะพร้าวขูดน้ำกะทิ (มะพร้าวแกง) ผลละ 7 บาท เป็นเงิน 560 บาท ส่วนผลกะทิ ขายผลละ 40 บาท เป็นเงิน 800 บาท ดังนั้น เกษตรกรจะมีรายได้ 1,360 บาทต่อต้นต่อปี ในสภาพความเป็นจริง ผลผลิตอาจจะน้อยกว่า 100 ผล หรือมากกว่า 100 ผลต่อต้นต่อปี ก็ได้ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ประสงค์ ทองยงค์ ปลูกมะพร้าวอยู่อำเภอวัดเพลง จังหวัดราชบุรี พื้นที่ 100 ไร่ เป็นมะพร้าวน้ำหอม รบ.1, รบ. 2, รบ.3 อย่างอื่นมีมะแพร้ว, มะพร้าวพันธุ์กะทิ จากศูนย์วิจัยพืชสวนชุมพร และมะพร้าว
คู่รักเลี้ยง ‘นกกระทา’ เปิดเพลงเพื่อชีวิตให้ฟัง ทำนกอารมณ์ดี ไข่ดก เก็บไข่นกกระทาได้วันละ 1,500-1,600 ลูก รายได้มากกว่าทำสวนยางหลายเท่า บ้านเลขที่ 99 หมู่ที่ 5 ต.นาเมืองเพชร อ.สิเกา จ.ตรัง ซึ่งเป็นบ้านของ นายโกมล และ นางดรุณี ไชยบุตร สองสามีภรรยาที่ยึดอาชีพทำสวนยางพาราและเลี้ยงนกกระทาเป็นรายได้เสริมมานานถึง 23 ปีแล้ว ซึ่งปีนี้มีนกกระทาพร้อมขายอยู่เกือบ 3,000 ตัว และเก็บไข่นกกระทาได้วันละ 1,500-1,600 ลูก ขาย 100 ลูกราคา 110 บาท หรือตกลูกละ 1.10 บาท ทำลูกค้าสั่งซื้อจนมีไม่พอขาย หลังราคาไข่ไก่พุ่งสูงขึ้นอีกรอบ ซึ่งไข่นกกระทาของที่นี่ มีลูกใหญ่ ไข่ดก เพราะเป็นไข่ที่ได้จากนกอารมณ์ดี ซึ่งเจ้าของฟาร์มมีเทคนิคคือการเปิดเพลงให้นกฟังทุกวัน วันละ 4 ชั่วโมงในช่วงเช้า โดยเฉพาะเพลงเพื่อชีวิต เชื่อว่าจะทำให้นกเพลิดเพลิน กินอาหารได้ดี โตเร็ว และไข่ลูกใหญ่ทุกวัน ทำให้ลูกค้าติดใจสั่งซื้อเข้ามาอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ เจ้าของฟาร์มสองสามีภรรยา ยังเพาะลูกนกกระทาเพื่อเลี้ยงในฟาร์มของตัวเอง แล้วยังแบ่งขายให้กับเกษตรกรที่สนใจ โดยลูกนกกระทาอายุ 1 วัน ขายตัวละ 5 บาท อายุ 10 วันตัวละ 7-8 บาท อายุ 15 วันตัวละ 12
การขยายพันธุ์พืช เป็นการเพิ่มปริมาณต้นพืชจากต้นที่มีอยู่ด้วยวิธีการต่างๆ เพื่อให้พืชดํารงสายพันธุ์นั้นไว้ไม่ให้สูญพันธุ์ และรักษาลักษณะประจําพันธุ์ที่มีอยู่ในพืชนั้นๆ ให้คงอยู่หากลักษณะประจําพันธุ์ของพืชนั้นๆ หายไปแสดงว่าการขยายพันธุ์พืชไม่ประสบผลสําเร็จ ดังนั้นการขยายพันธุ์พืชจึงเป็นสิ่งจําเป็น และเป็นปัจจัยสําคัญในการพัฒนางานด้านการเกษตร โดยแบ่งเป็น 2 ประเภท ซึ่งแต่ละประเภทจะมีวิธีการและเทคนิคที่แตกต่างกันตามแต่ละชนิดของพืชและวัตถุประสงค์ ซึ่งมีทั้งข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกันออกไปนั่นเอง ก่อนอื่นจะพาทุกคนมาทำความรู้จัก “วิธีการขยายพันธุ์พืช” จะแบ่งออกเป็น 2 ประเภทด้วยกัน ประเภทที่ 1 การขยายพันธุ์แบบอาศัยเพศ คือ การขยายพันธุ์พืชเพื่อให้ได้ต้นพืชที่เกิดขึ้นใหม่โดยวิธีการเพาะเมล็ด ประเภทที่ 2 การขยายพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศ คือ การขยายพันธุ์พืชที่ให้ได้ต้นพืชใหม่จากส่วนของต้นพืชพันธุ์ที่ดี ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นการขยายพันธุ์ได้หลายวิธีด้วยกัน เช่น การอาศัยรากจากต้นอื่น จะเป็นการขยายพันธุ์แบบตอนกิ่ง , ปักชำ , การแบ่งและแยกส่วน และการอาศัยรากจากต้นตัวเอง จะเป็นการขยายพันธุ์แบบทาบกิ่ง , ติดตา และ
พญาลืมแกง ข้าวพันธุ์ดั้งเดิมของไทย เป็นข้าวพื้นถิ่นในแถบชายแดนอีสานใต้ จังหวัดบุรีรัมย์ สุรินทร์ อุบลราชธานี และศรีสะเกษ ลักษณะตามสายพันธุ์ เป็นข้าวใช้น้ำน้อย ทนแล้ง ไม่มีโรค พญาลืมแกง ที่มาของชื่อ เกิดจากรสชาติความอร่อย ออกรสหวานมัน อร่อยเสียจนเผลอกินแต่ข้าวเปล่า ลืมกินแกงไปเลย พญาลืมแกงเป็นพันธุ์ข้าวเหนียว ลักษณะเป็นข้าวไวต่อช่วงแสง ต้นสูงประมาณ 150 เซนติเมตร ต้นอ่อน ล้มง่าย แตกกอน้อย เมล็ดแบน นิยมปลูกในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยเฉพาะพื้นที่นาลุ่มมักมีน้ำขัง สามารถกักเก็บน้ำไว้ได้ ข้าวชนิดนี้ ขึ้นชื่อในเรื่องความหอมนุ่ม อร่อยมาก จึงเป็นที่นิยมบริโภคในพื้นที่ภาคอีสาน พันธุ์ข้าวเหนียว พญาลืมแกง หากปลูกโดยปกติโรงสีไม่รับซื้อ กลายเป็นจุดอ่อนของเกษตรกรที่เกรงว่าปลูกแล้วจะขายไม่ได้ แต่เกษตรกรผู้ปลูกได้นำมาเป็นจุดแข็ง ไม่มีเกษตรกรรายใดปลูก ทำให้สามารถขายในราคาสูงกว่าข้าวทั่วไปได้ และปัจจุบันมีลูกค้าสั่งออร์เดอร์ข้ามปี เพราะ “ข้าวพญาลืมแกง” มีรสชาติอร่อย ข้าวพญาลืมแกงเป็น “ข้าวเหนียว” ที่มีลักษณะคล้ายข้าวญี่ปุ่น ทั้งความนุ่มเหนียว และมีรสชาติอร่อย สามารถหุงได้แบบข้าวสวย เดิมทีโรงสีไม่รั
สวัสดีครับ สวัสดีผู้อ่านทุกท่าน พบกันเป็นประจำในคอลัมน์ “คิดใหญ่แบบรายย่อย The challenge of small scale farmers” กับผม ธนากร เที่ยงน้อย ในทางวิชาการเขาบอกว่า คนเจนเอ็กซ์ (Gen X) อย่างผมมีลักษณะนิสัยชอบอะไรง่ายๆ ไม่เป็นทางการ มีแนวคิดสร้างความสมดุลในเรื่องงานและครอบครัว คือไม่บ้างาน ไม่ทุ่มเท ทำทุกอย่างได้เพียงลำพัง ไม่พึ่งพาใคร เป็นตัวของตัวเองสูง ไม่เชื่อเรื่องศาสนา และไม่ยึดธรรมเนียมประเพณี แต่คนรุ่นใหม่ คนเจนวาย (Gen Y) ต้องการสร้างสมดุลเวลาให้กับตัวเอง เช่น หลังเลิกงานมักไปทำกิจกรรมให้ความสุขกับตัวเอง คนกลุ่มนี้มีความสามารถ ชอบงานด้านไอที ใช้ความคิดสร้างสรรค์ทำสิ่งใหม่ๆ สามารถทำอะไรหลายอย่างได้ในเวลาเดียวกัน ใช้เครื่องมือสื่อสารได้อย่างคล่องแคล่ว มีความคิดเป็นของตนเองและเป็นคนที่มีความคิดสร้างสรรค์ ชอบความท้าทาย มุ่งมั่นต่อความสำเร็จ ความก้าวหน้าในอาชีพ รวมทั้งแสวงหาโอกาสใหม่ๆ ในการทำงาน ฉบับนี้ผมจึงพาท่านมานครสวรรค์ เพื่อพบ พูดคุยกับเกษตรกรเจนวายว่าเขาคิดอย่างไรจึงเลือกที่จะหันหลังให้กับงานประจำแล้วกลับมาบ้านเพื่อทำการเกษตร ไปติดตามแนวคิดและวิธีปฏิบัติของเขากันเลยครับ จบเกษตรและปร
กระแสความนิยมของผักสลัดยังดีต่อเนื่อง จากพฤติกรรมของผู้บริโภคที่หันมาให้ความสำคัญกับสุขภาพกันมากขึ้น ส่งผลให้สินค้าหรือผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพกำลังมาแรง โดยเฉพาะสินค้าประเภทผักและผลไม้ที่ได้รับความนิยมเป็นพิเศษ เนื่องจากเป็นสินค้าที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย หาซื้อได้ง่าย จึงได้รับความนิยมทั้งในหมู่ผู้บริโภคและในหมู่นักปลูก เพราะผักสลัดเป็นพืชที่สร้างรายได้ดี ไม่มีข้อจำกัดเรื่องของพื้นที่การปลูก ให้ผลตอบแทนต่อพื้นที่สูง คุณสถาพร ทรงความดี หรือ คุณเต๋า เจ้าของฟาร์มคุณเต๋า เกษตรทรงดี อยู่ที่ตำบลบ้านกล้วย อำเภอบ้านหมี่ จังหวัดลพบุรี อดีตนักวิชาการสิ่งแวดล้อม หันหลังให้เมืองกรุง กลับมาพัฒนาบ้านเกิดปรับปรุงพื้นที่หลังบ้านทำแปลงปลูกผักสลัดสร้างรายได้ต่อเดือนไม่ธรรมดา คุณเต๋า เล่าให้ฟังว่า หากย้อนกลับไปเมื่อประมาณ 6-7 ปีที่แล้ว ตอนนั้นแถวบ้านยังไม่ค่อยมีคนรู้จักหรือปลูกผักสลัดกันมากนัก และค่อนข้างมีราคาสูง จึงเริ่มมีความสนใจอยากปลูกผักสลัดตั้งแต่ตอนนั้นมา ซึ่งจากคนที่ไม่มีพื้นฐานความรู้เรื่องการปลูกผักมาก่อน ก็มาเริ่มต้นศึกษาหาข้อมูลการปลูกผักตามอินเตอร์เน็ต และการออกไปอบรมนอกสถานที่ จนมั่
ปรับเปลี่ยนแนวคิดการทำเกษตรแบบทำไร่เชิงเดี่ยวที่เต็มไปด้วยการใช้สารเคมี สู่การปลูกฟักทองเกษตรอินทรีย์ ยกระดับวิถีชีวิตที่ดีขึ้น แปรรูปผลผลิตทุกส่วนของฟักทองขายส่งท็อปส์ ซูเปอร์มาร์เก็ต ส่วนหนึ่งในโมเดิร์นเทรด คุณฑิฆัมพร กองสอน หรือ แม่กำนัน ประธานวิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์ ตำบลบัวใหญ่ และเป็นผู้จัดการเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์น่าน ผู้ปลูกฟักทองมานานกว่า 8 ปี เล่าว่า จุดเริ่มต้นเกษตรกรอำเภอบัวใหญ่ ประสบปัญหาเรื่องที่ดินทำกินภูเขาหัวโล้น มีการใช้สารเคมีในการทำเกษตรส่งผลกระทบต่อสุขภาพ และมีปัญหาหนี้สิน จากปัญหาต่างๆ จึงได้ปรับเปลี่ยนวิถีการทำเกษตรจากการทำไร่เชิงเดี่ยวสู่การทำเกษตรอินทรีย์ ภายใต้โครงการ “1 ไร่เกษตรอินทรีย์บัวใหญ่” แนวคิดหันมาทำเกษตรอินทรีย์ในชุมชน เดิมจังหวัดน่านถือว่าเป็นจังหวัดที่เพาะปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์มากที่สุดในโซนภาคเหนือ มีพื้นที่การเพาะปลูกมากกว่า 1 ล้านไร่ เนื่องจากพื้นที่ส่วนใหญ่มีสภาพสูง อยู่บนดอย ไม่มีแหล่งน้ำในการทำเกษตร จึงเหมาะกับการเพาะปลูกข้าวโพดที่เป็นพืชทนแล้ง แต่การปลูกข้าวโพดมาหลายปี เกิดการสะสมของสารเคมีที่ใช้ ทำให้เกิดปัญหาต่างๆ ตามมา ไ
คุณกนกวรรณ มีภู่ หรือ น้องปูเป้ อยู่ที่บ้านโนนคร้อ ตำบลบ้านขาม อำเภอจัตุรัส จังหวัดชัยภูมิ เกษตรกรหน้าใส วัย 20 ปี หันเอาดีด้านงานเกษตร ใช้ธรรมชาติบำบัดในช่วงรักษาอาการภูมิแพ้ จนสามารถพัฒนาฝีมือตนเองไปสู่ขั้นเกษตรกรมืออาชีพ ที่ฝีมือลายมือในการปลูกแตงกวาของเธอไม่เป็นสองรองรุ่นใหญ่แน่นอน ปูเป้ เล่าถึงจุดเริ่มต้นการทำเกษตรว่า ด้วยปัญหาสุขภาพของตน ทำให้ต้องหยุดพักการเรียนไว้ชั่วคราว เพื่อมารักษาตัวให้แข็งแรงก่อน ซึ่งในขณะที่อยู่บ้านก็ได้ช่วยงานเกษตรของพ่อกับแม่ พร้อมกับการได้ซึมซับประสบการณ์ด้านงานเกษตรต่างๆ กลายเป็นความชอบ และอยากที่จะทดลองทำเองในแบบที่ต้องการคือ การปลูกพืชผสมผสาน เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหาร และเพื่อเปลี่ยนวิถีการทำเกษตรแบบเดิมๆ จากที่สมัยรุ่นพ่อกับแม่ปลูกพืชเชิงเดี่ยว มีรายได้มั่นคง ให้กลับมามั่นคงอีกครั้ง “ด้วยพื้นฐานเดิมพ่อกับแม่ทำนา ทำไร่มันสำปะหลัง ในแต่ละปีก็มักจะประสบปัญหารายได้ไม่พอใช้ เพราะข้าวและมันสำปะหลังเป็นพืชที่สร้างรายได้เพียงปีละครั้ง และในบางปีก็ถูกซ้ำเติมด้วยราคาผลผลิตที่ตกต่ำ หนูเลยอยากที่จะเปลี่ยนวิถีชีวิตแบบเดิมๆ ของพ่อแม่ ด้วยการลดพื้นที่ปลูกข้าว แ
ตลาดไผ่บงหวาน โดยเฉพาะ ไผ่บงหวานเพชรน้ำผึ้ง มีจุดเด่นเรื่องรสชาติ หวาน กรอบ หอมกลิ่นน้ำผึ้ง ทานดิบได้ ไม่ต้องต้มแถมนำไปทำอาหารได้หลากหลายเมนู. จึงติดอันดับสินค้าขายดี เป็นที่ต้องการของตลาดตลอดทั้งปี หน่อสดขาย ในฤดู มิ.ย.-ต.ค. ราคา 40 บาท/กก.หากเป็นผลผลิตนอกฤดู ช่วงเดือน ม.ค.-พ.ค. ราคาก็ขยับขึ้นไปแตะกก.ละ 60 บาท ทำให้เกษตรกรนิยมไผ่พันธุ์นี้กันอย่างแพร่หลาย ที่สำคัญ เป็นสายพันธุ์ไผ่ที่ โตไว ทนแล้งได้ดี ดังนั้นเกษตรกรมีโอกาสสร้างรายได้ด้วยการขายต้นพันธุ์ แบบขุดเหง้าใส่ถุงดำพร้อมปลูก ราคา ขายต้นพันธุ์ตั้งแต่ 30-100 บาท/ต้น ปลูกไผ่อิงธรรมชาติ คุณเบิร์ด หรือ คุณคมศักดิ์ ไชยวัง ทิ้งงานประจำที่มั่นคงจากกรุงเทพฯ กลับมาทำงานเกษตรที่ตนเองรัก ที่บ้านเกิด อำเภองาว จังหวัดลำปาง คุณเบิร์ดตัดสินใจทำเกษตรโดยยึดหลัก “ป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง” ตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 คือการฟื้นฟูธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพราะอยากทำสวนเกษตรที่เน้นอนุรักษ์และอิงธรรมชาติ เพื่อรักษาธรรมชาติที
