พืชทำเงิน
คุณวารินทร์ปลูกมะม่วงอาร์ทูอีทู อยู่ที่จังหวัดระยอง จำนวน 50 ไร่ เริ่มปลูกตั้งแต่เมื่อไหร่ ใช้เวลากี่ปี “ดั้งเดิมผมปลูกมะม่วงแบบเพื่อนบ้านทั่วๆไป มีมะม่วงอกร่อง น้ำดอกไม้ มะม่วงเปรี้ยว ธรรมดา ต่อมาก็มีการศึกษาเดินทางไปดูงานที่ต่างประเทศ ทำให้เริ่มมีความคิดที่กว้างขวาง ผมปลูกมะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง 650 ต้น ในพื้นที่ประมาณ 15 ไร่ แต่พอมาถึงช่วงหนึ่งผ่านมา 10 ปีได้แล้ว ผมมองว่ามะม่วงน้ำดอกไม้สีทองในอนาคตจะไม่ดีเท่าไหร่ ผมจึงเปลี่ยนมะม่วงน้ำดอกไม้สีทองโดยการเสียบยอดเป็นพันธุ์อาร์ทูอีทูทั้งหมด ซึ่งตรงกับแนวคิดที่เราคิดเอาไว้ ปัจจุบันผมถือว่าไปได้ดีในการทำมะม่วง แรกๆเราก็ส่งมะม่วงพันธุ์อาร์ทูอีทูมาลองตลาด ส่งไปที่ตลาด อตก. ตลาดวิลล่ามาร์เก็ต เดอะมอล์ ท็อป แต่เป็นไปไม่ได้ที่มะม่วงจะมีเกรดดีทุกลูก ทีนี้เราจะไปส่งให้ใครเพราะห้างต้องลับแต่ของเกรดเออยู่แล้ว แต่ผมได้พ่อค้าจีนเขามารับซื้อ มีเท่าไหร่ก็รับ มีรถมารับถึงหน้าสวน ราคาก็ดีเหมือนที่เราขับมาส่งที่ตลาด อตก. เพราะฉะนั้นเราถือว่าเราได้เดินถูกทางแล้ว และเขาก็ต้องการมากพันธุ์นี้ ผมจะไปขายให้พ่อค้าคนอื่น ทางพ่อค้าที่รับซื้อเราเป็นประจำก็ขอไว้ว่าอย่
“ ชะพลู” เป็นพืชคลุมดินที่นิยมปลูกกันทั่วประเทศ ชะพลูมีชื่อเรียกแตกต่างกันในแต่ละท้องถิ่น เช่น ผักพลูนก พลูลิง ปูลิง ปูลิงนก ผักปูนา ผักนางเลิด มองผิวเผิน บางคนอาจจำสับสนระหว่าง ชะพลู กับใบพลู ความจริงแล้ว ชะพลูและพลู เป็นพืชคนละชนิดกัน ชะพลู เป็นพืชในวงศ์พริกไทย ใบไม่มีรสจัดเท่ากับพลูแถมยังมีขนาดใบที่เล็กกว่าด้วย ประโยชน์ของ ชะพลู ชะพลู เป็นพืชสมุนไพรที่มากคุณประโยชน์ รสเผ็ดร้อนของใบชะพลู ช่วยทำให้เจริญอาหารมากขึ้น ใบชะพลูมีสารต้านอนุมูลอิสระช่วยยับยั้งและชะลอการขยายตัวของเซลล์มะเร็ง สารเบต้าแคโรทีนในปริมาณมาก ช่วยบำรุงสายตา แถมอุดมไปด้วยวิตามินเอ ธาตุเหล็ก ธาตุฟอสฟอรัส คลอโรฟิลล์ เส้นใย ที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย คนไทยตั้งแต่สมัยโบราณ จึงนิยมใช้ ชะพลู เป็นพืชสมุนไพรพื้นบ้าน ใช้บำรุงธาตุ ขับลม แก้อาการท้องอืดท้องเฟ้อ ขับเสมหะ ฯลฯ เนื่องจาก ใบชะพลู มีแคลเซียมในปริมาณสูงจึงควรหลีกเลี่ยงการรับประทานใบชะพลูในปริมาณมากหรือทานติดต่อกันเป็นเวลานาน เนื่องจากแคลเซียมในใบชะพลูจะเปลี่ยนเป็น แคลเซียมออกซาเลต (Oxalate) ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดโรคนิ่วในไตได้ สารพัดเมนูความอร่อยกับใบชะพลู ใบ
แตงโม มีวิตามินและแร่ธาตุที่ให้คุณค่าทางโภชนาการสูง เป็นไม้เถาเลื้อย ขอบใบหยัก ลำต้นมีขน ดอกสีเหลือง ผลกลมและกลมรี เกษตรกรแขวงกระทุ่มราย เขตหนองจอก ได้ปลูกแตงโมพืชเศรษฐกิจสำคัญเป็นพืชหมุนเวียนหลังการเก็บเกี่ยวข้าวหรือฤดูแล้ง ในโครงการส่งเสริมการปลูกพืชหลากหลายฤดูนาปรัง ปี 2561 เพื่อช่วยทำให้โครงสร้างดินดีมีคุณภาพ หรือเพื่อการยกระดับรายได้ นำไปพัฒนาคุณภาพชีวิตสู่ความมั่นคง คุณจันทิรา บวรรัตนสุภา เกษตรกรุงเทพมหานคร สำนักงานเกษตรพื้นที่กรุงเทพมหานคร เล่าให้ฟังว่า สภาพพื้นที่กรุงเทพมหานครเป็นพื้นที่ราบลุ่ม มีพื้นที่การเกษตร 120,450 ไร่ เกษตรกร 7,032 ครัวเรือน พืชที่สำคัญ ได้แก่ พื้นที่ทำนา 87,397 ไร่ เกษตรกร 3,328 ครัวเรือน กล้วยไม้ 1,514 ไร่ เกษตรกร 243 ครัวเรือน ไม้ดอกไม้ประดับรวมสนามหญ้า 488 ไร่ เกษตรกร 94 ครัวเรือน พืชผัก 2,188 ไร่ เกษตรกร 658 ราย และอื่นๆ สถานการณ์ปัจจุบัน เกษตรกรจะปลูกพืชเชิงเดี่ยว ใช้วิธีการแบบเดิมๆ มีความเสี่ยงกับดินฟ้าอากาศผันแปร ผลผลิตที่ได้รับไม่คุ้มทุนหรือมีความเสี่ยงด้านการตลาด จึงส่งผลกระทบต่อรายได้ที่ทำให้ไม่มั่นคงต่อการยังชีพ ก้าวสู่วิถีใหม่ สำนักงานเกษตรพื
ภาพในอดีตที่เกษตรกรทำการเกษตรด้วยความยากลำบาก ใช้แรงงาน มีรายได้น้อย ทำให้อาชีพเกษตรกรรมอยู่ในกลุ่มผู้สูงอายุ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเจ้าของที่ดิน ทว่าย้อนหลังไป 4-5 ปี เกษตรกรได้พัฒนาตัวเอง รวมทั้งมีเกษตรกรรุ่นใหม่ๆ เกิดขึ้น ได้ปรับเปลี่ยนอาชีพหันมาทำเกษตรกรรรม นำนวัตกรรม เทคโนโลยี มาบริหารจัดการต้นทุน พัฒนาผลผลิต การแปรรูปผลิตภัณฑ์ และด้านการตลาด ทำให้ภาพของเกษตรกรยุคใหม่เปลี่ยนไป เป็นเกษตรกรมีองค์ความรู้ คิดเครื่องมือนวัตกรรมที่ช่วยในการผลิตที่มีประสิทธิภาพ แก้ปัญหาแรงงานขาดแคลน หาช่องทางการตลาดได้กว้างขวาง ทำให้เกษตรกรรมยุคใหม่ไม่ต้องใช้แรงงานหนักอีกต่อไป และมีรายได้ดีไม่แพ้อาชีพอื่นๆ หรือมากกว่า เฉลิมพล ทัศมากร ทิ้งเงินเดือน กลับบ้านทำสวนทุเรียน คุณเฉลิมพล ทัศมากร หรือ “ต่าย” อายุ 38 ปี อยู่บ้านเลขที่ 49/2 หมู่ที่ 2 ตำบลเกาะช้าง อำเภอเกาะช้าง จังหวัดตราด เรียน ปวช. ปวส. สาขาช่างยนต์ และจบปริญญาตรี สาขาการจัดการอุตสาหกรรรม มหาวิทยาลัยสยาม กรุงเทพมหานคร เมื่อปี 2551 จากนั้นไปทำงานบริษัทที่รับโปรเจ็กต์ไซต์ รับเหมางานก่อสร้างในนิคมมาบตาพุด จังหวัดระยอง ได้ 1 ปี และย้ายมาทำงาน บริษัท เ
วิสาหกิจชุมชนกลุ่มรักชุมชนเพาะเลี้ยงเห็ด ตามรอยพ่ออยู่อย่างพอเพียง ต.บางป่า อ.เมือง จ.ราชบุรี รวมกลุ่มเพาะปลูกเห็ดหลินจือแดง เพื่อมาผสมลงผลิตเป็นน้ำเฉาก๊วยเพิ่มมูลค่าสร้างรายได้แก่ชุมชน เกิดความเข้มแข็ง เตรียมต่อยอดโครงการน้ำเฉาก๊วยผสมถั่งเช่าผลิตอีกชนิดในอนาคต ด้วยสรรพคุณของเห็ดหลินจือแดง ที่มีประโยชน์ต่อร่างกายหลายอย่าง อีกทั้งยังมีราคาแพง กิโลกรัมละประมาณ 2,000 บาท เป็นที่นิยมบริโภคของคนที่รักสุขภาพ มีการนำมาแปรรูปเป็นสมุนไพรในรูปแบบต่างๆ เช่น แบบแคปซูล และแบบชงต้มดื่มแทนน้ำชา เป็นต้น จึงทำให้วิสาหกิจชุมชนกลุ่มรักชุมชนเพาะเลี้ยงเห็ด ตั้งอยู่หมู่ที่ 6 ต.บางป่า อ.เมือง จ.ราชบุรี ที่มี นายปัญญา ตันตระกูล อายุ 64 ปี ชาว ต.บางป่า เป็นประธานกลุ่ม พร้อมสมาชิกเพาะและแปรรูปเป็นเครื่องดื่ม แรกเริ่มมีเพียงไม่ถึง 10 ราย แต่ปัจจุบันนี้ชาวบ้านเริ่มให้ความสนใจและหันเข้ามารวมกลุ่มจำนวนมาก จัดตั้งครั้งแรกเมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2548 มีการเก็บเงินสมาชิกคนละ 500 บาท นำมาเป็นเงินกองกลางในการทำงานกลุ่มร่วมกันที่บ้านของคุณลุงปัญญา ที่จะเป็นจุดศูนย์รวมของการแปรรูปเห็ดหลินจือในน้ำเฉาก๊วย สำหรับการเพาะเห็ดหล
ผมคาใจทุกครั้งกับการแอบตั้งชื่อสวนให้น้องโจ – ณฐภัทร แสงโรจน์ศิริกุล เพราะเป็นการนำเรื่องราวจากชีวิตจริงมาตั้งชื่อสวนแบบบอกให้คนอื่นรู้โดยไม่ต้องถามกันเลยเชียว ผู้คนทั่วไปจะรู้จักชื่อประเทศ ฝรั่งเศส เมื่อมาเจอสวนน้องโจ ผมเลยเสนอชื่อไปว่า “สวนฝรั่งโสด” ก็เกิดคำถามตามมาอีกว่า คนจะเข้าใจผิดไหมว่าเจ้าของสวนเป็นชาวฝรั่ง ก็ตอบน้องไปว่า “นั่นแหละดี เราจะได้มีเรื่องให้เขาถามและเราคอยอธิบาย” จากอดีตเด็กหนุ่มผู้มีแรงใจและใฝ่ฝัน จะเป็นเจ้าของธุรกิจของตัวเองในยามที่สำเร็จการศึกษาใหม่ๆ จึงรวบรวมทุนและกำลังใจ จดทะเบียนเปิดบริษัทประกอบธุรกิจ เกี่ยวกับเครื่องจักรกลและโลหะที่กรุงเทพมหานครเมืองฟ้าอมรของใครๆ ในแต่ละวันก็ดำเนินธุรกิจไปได้อย่างราบรื่นพอสมควร รายรับ-รายจ่าย ยังพอเรียกว่า “พอมีกำไร” แต่ลึกๆ ของหัวใจที่มิได้ถวิลหาแต่น้องนางที่จะมาเป็นคู่ร่วมชีวิตเท่านั้น ในทุกโมงยามยังแบ่งใจให้กับเรื่องราวทางด้านการเกษตรอีกด้วย เริ่มศึกษาเรื่องพันธุ์ไม้ สัตว์เศรษฐกิจต่าง ๆ รวมถึงการไปเดินตามงานเกษตรที่มีจัดอยู่ทั่วไป และประกอบกับทางบ้านพอมีที่ดินที่ยังไม่ได้ใช้ประโยชน์ ที่อำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี
กรมวิชาการเกษตรโชว์ผลงานวิจัยทุเรียน 3 พันธุ์ใหม่ จันทบุรี 7 จันทบุรี 8 จันทบุรี 9 อายุเก็บเกี่ยวสั้น ปานกลาง ยาว ลดปัญหาทุเรียนล้นตลาด เพิ่มโอกาสพันธุ์ให้เกษตรกรเลือกปลูก เพิ่มทางเลือกให้ผู้บริโภคทั้งตลาดเดิมและใหม่ ดร.สุวิทย์ ชัยเกียรติยศ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า ประเทศไทยเป็นประเทศผู้ผลิตทุเรียนรายใหญ่ของโลก โดยมีแหล่งผลิตที่สำคัญอยู่ในภาคตะวันออกและภาคใต้ของประเทศไทย พันธุ์ที่ปลูกเป็นการค้าส่วนใหญ่ คือ หมอนทอง กระดุม ชะนี และก้านยาว ปัญหาทุเรียนในอดีตพบว่า บางปีมีผลผลิตออกสู่ตลาดพร้อมกัน ซึ่งมากเกินความต้องการของตลาด เป็นสาเหตุให้ราคาทุเรียนตกต่ำลงมาก ส่งผลให้เกษตรกรบางรายเปลี่ยนสวนทุเรียนเป็นไม้ผลอื่นที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า ดังนั้น ในการปรับปรุงพันธุ์ทุเรียนเพื่อให้ได้พันธุ์ที่อายุการเก็บเกี่ยวสั้นและมีผลผลิตสูงออกสู่ตลาดก่อนพันธุ์ที่ปลูกเป็นการค้าหลักคือพันธุ์หมอนทอง จะช่วยกระจายการผลิตและแก้ไขปัญหาผลผลิตกระจุกตัว นอกจากนี้ ยังมีปัญหาด้านงานวิจัยทุเรียนซึ่งส่วนใหญ่จะเน้นความสำคัญกับการปรับปรุงคุณภาพทุเรียนให้ตรงตามความต้องการของตลาด แต่ยังขาดการวิจัยนำร่องทดสอบการปลูกทุเรีย
เมล่อน เป็นผลไม้ที่มีรสหวาน หอม อร่อย มีสรรพคุณช่วยเสริมสุขภาพ จึงได้รับความนิยมจากผู้บริโภคอยู่ในอันดับต้นๆ เป็นไม้ผลที่มีการปลูกกันแพร่หลายในทุกภูมิภาคของประเทศไทย และที่เมืองชัยนาทมีเกษตรกรปลูกในเชิงการค้าด้วยระบบเกษตรดีที่เหมาะสม หรือ GAP (Good Agricultural Practice) ทำให้ได้ผลเมล่อนคุณภาพตรงตามความต้องการของตลาดผู้บริโภค เป็นหนึ่งอาชีพที่สร้างรายได้เงินแสนบาทให้เกษตรกรยังชีพได้มั่นคง คุณเกษม ไตรพิจารณ์ เกษตรจังหวัดชัยนาท เล่าให้ฟังว่า เมล่อนมีสารต้านอนุมูลอิสระที่สำคัญ มีวิตามินซีและเอ เบต้าแคโรทีน ฟอสฟอรัส แคลเซียม และธาตุเหล็ก ที่เสริมสร้างสุขภาพให้กับผู้บริโภคแข็งแรง และมีไขมัน คอเลสเตอรอล มีแคลอรีต่ำเหมาะกับผู้ที่ต้องการลดน้ำหนัก เมล่อน เป็นพืชในวงศ์แตง มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า “Cucumis meio L” ถิ่นกำเนิดอยู่ในแถบทวีปแอฟริกา มีชื่อเรียกทั่วไปว่า แตงหอม แตงหวาน แคนตาลูป หรือแตงเทศ เมล่อนที่ปลูกเพื่อการค้ามี 3 ชนิด ดังนี้ 1. Cantaloupensis หรือ Rock Melon ผิวเปลือกแข็ง ขรุขระ แต่ไม่ถึงกับเป็นร่างแห 2. Inodorous ผิวเปลือกเรียบ และมักไม่มีกลิ่นหอม หรือนิยมเรียกกันว่า แคนตาลูป 3. Retic
“กุยช่าย” เป็นพืชสมุนไพรล้มลุกจำพวกผัก มีถิ่นกำเนิดในประเทศจีน จัดเป็นพืชวงศ์เดียวกับหอมและกระเทียม ลำต้นของกุยช่ายมีความสูงประมาณ 30-45 เซนติเมตร มีเหง้าเล็กและแตกกอ เป็นพืชที่ชอบดินร่วนซุย หน้าดินหนา มีอินทรียวัตถุสูง ระบายน้ำได้ดี และมีค่า pH ระหว่าง 6.5-6.8 โดยทั่วไปกุยช่ายมี 2 ประเภท คือ กุยช่ายขาว และกุยช่ายเขียว กุยช่ายเขียว เกิดจากการปลูกและดูแลรักษาเพื่อให้ต้นได้รับแสงแดดตามปกติ ใบกุยช่ายจะมีสีเขียวเข้ม ทั้งนี้ เมนูอาหารที่คุ้นกัน อย่างเช่น ผัดไทย ขนมกุยช่าย ผักดอง ฯลฯ ส่วน กุยช่ายขาว เกิดจากการปลูกเพื่อไม่ให้ต้นโดนแสงแดด (ใช้ภาชนะหรือกระบอกไม้ไผ่ครอบไว้) ทำให้ใบกุยช่ายจะมีสีขาวซีด อวบ กรอบ และหวาน นิยมนำไปทำเป็นเมนูหมูกรอบผัดกุยช่าย กุยช่ายขาวผัดเต้าหู้หมูสับ ขณะเดียวกันถ้าปลูกตามธรรมชาติ ต้นกุยช่ายก็จะออกดอกแล้วมักเรียกติดปากกันว่า “ดอกไม้กวาด” ซึ่งนิยมนำมาทำเป็นอาหาร อย่าง ผัดดอกกุยช่ายใส่หมู หรือเครื่องใน ได้ตามความชอบ การปลูกกุยช่ายทำได้ง่าย ดูแลไม่ยุ่งยาก ปุ๋ย/ยาใช้น้อย ลงทุนไม่มาก ผลตอบแทนดี ปลูกครั้งเดียวสามารถให้ผลผลิตและมีรายได้ถึง 3 อย่าง (ใบเขียว, ใบขาว และดอก) และ
โบราณท่านกล่าวไว้ว่า ถึงข้าวยากหมากแพงก็ยังมีหัวเผือก หัวมัน หัวกลอย หัวบุก ที่สามารถจะกินแทนข้าวได้ เพราะพืชหัวเหล่านี้เป็นอาหารคาร์โบไฮเดรตชั้นเลิศ ที่ช่วยทำให้อิ่มท้องได้เหมือนๆ กับกินข้าว ซึ่งในสมัยก่อนพืชหัวใต้ดินพบได้ตามป่าตามเขาได้ง่ายทั่วๆ ไป และที่สำคัญพืชหัวเหล่านั้นมีมากมาย ไม่ต้องซื้อหาแต่อย่างใด? โดยเฉพาะพืชหัวที่ใครๆ บอกว่ามีสารพิษร้ายแรงมากๆ แต่ก็ยังสามารถนำมาทำเป็นอาหารและกินได้อย่างอร่อย ซึ่งพืชหัวนั้นก็คือ หัวกลอย นั่นเอง ชาวบ้านป่าในสมัยก่อน เมื่อข้าวไม่พอกินตลอดปีหรือเมื่อข้าวเปลือกที่กักตุนไว้หมด อาหารสำรองจากข้าวก็คือ กลอย ในช่วงฤดูฝนต่อกับฤดูหนาวจะมีกลอยชุกชุม หัวของกลอยจะฝังอยู่ในดินตื้นๆ มีอยู่เป็นกลุ่มๆ มีตั้งแต่สามหัวจนถึงสิบ ชาวบ้านขุดมากักตุนไว้ แล้วเอาหัวกลอยมาปอกเปลือกแล้วฝานให้เป็นชิ้นบางๆ นำมาผ่านกรรมวิธีเพื่อล้างพิษเมาออกให้หมด แล้วนำไปตากแดดให้แห้งสามารถเก็บไว้ได้นานๆ พอถึงเวลาจะกินก็เอามานึ่งให้สุก หรืออาจแปรรูปเป็นเมนูอาหารและของหวาน โดยจะเอาคลุกน้ำตาล ขูดมะพร้าวผสมก็กินอร่อยแล้ว หรือจะกินแทนข้าวก็ได้เช่นกัน กลอยคืออะไร ทำอะไรได้บ้าง กลอย มีตำนานเล่
