พืชทำเงิน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังจากชาวบ้านในพื้นที่จังหวัดสกลนครเริ่มเก็บเกี่ยวข้าวขึ้นยุ้งฉางหรือนำไปขายแล้ว ต่อมาไม่ได้ทิ้งที่นาให้เปล่าประโยชน์จึงพากันหันมาปลูกผักนานาชนิดส่งขายตลาดโดยมีพ่อค้าแม่ค้ามารับซื้อถึงที่ เช่นเดียวกับเกษตรกรบ้านพังขว้าง ต.พังขว้าง อ.เมือง จ.สกลนคร ซึ่งถือเป็นอีกพื้นที่หนึ่งที่ชาวบ้านทำนาเก็บเกี่ยวเสร็จได้ไถดินกลบ จากนั้นเปลี่ยนเป็นแปลงผักหว่านเมล็ดพันธุ์ หมั่นใส่ปุ๋ย รดน้ำ กำจัดวัชพืช ใช้เวลาเดือนกว่าๆ ก็พร้อมขายแล้ว นายสมัย ฐานทองดี อายุ 66 ปี เกษตรกร กล่าวว่า ปีนี้สภาพอากาศหนาวเย็นกำลังดีตนและเพื่อนบ้านไม่ยอมทิ้งที่นาหลังเก็บเกี่ยวเสร็จให้ไร้ประโยชน์ จึงลงมือปลูกผักขาย สำหรับตนปลูกผักกาดขาว ผักกวางตุ้ง และพริก ซึ่งสภาพอากาศเย็นเหมาะเป็นอย่างมาก เนื่องจากผักเจริญเติบโตดีได้ราคาและปลอดสารพิษ โดยใช้น้ำบาดาล รดเช้าเย็น ขณะนี้ราคาผักกำลังดี มีคนมารับซื้อถึงที่ เช่น ผักกาดขาว พริกหยวก ขายกิโลกรัม ละ 12 บาท ส่วนผักกวางตุ้ง กิโลกรัมละ 15 บาท ในแต่ละวันจะนำออกมาจำหน่าย ไม่ต่ำกว่าวันละ 10 ถุง ถุงละ 12 กิโลกรัม 1,000-1,400 บาท และอาจมีเว้นช่วงไปเนื่องจากต้องปรับไปปลูกพืชอื่
คุณอร่าม ทรงสวยรูป อดีตช่างภาพรางวัลพูลิตเซอร์ หลังจากเก็บเกี่ยวประสบการณ์การทำงานมากว่าสิบปี ก็ได้หันมาทำเกษตร โดยเริ่มต้นจากลงทุนซื้อที่ดิน คุณอร่าม เล่าว่า ครอบครัวมีที่ดินอยู่อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ แต่พ่อแม่หวงที่ดินมาก ไม่อยากให้มาทำเกษตร ขุดบ่อ ตนจึงตัดสินใจเอาบ้านเข้าธนาคารเพื่อที่จะนำเงินมาซื้อที่ดิน ในการเลือกซื้อที่ดิน ก็จะดูทำเล มีแหล่งน้ำ เหมาะแก่การทำเกษตร จึงได้ที่ตำบลท่าเยี่ยม อำเภอโชคชัย จังหวัดนครราชสีมา จำนวนที่ดินทั้งหมด 9-10 ไร่ ราคาซื้อเมื่อ 15 ปีที่แล้ว ไร่ละ 40,000 บาท ในการทำเกษตรอินทรีย์แบบผสมผสานของ คุณอร่าม ทรงสวยรูป จะแบ่งพื้นที่เป็น 4 ส่วน ที่อยู่อาศัย 20 เปอร์เซ็นต์ น้ำ 30 เปอร์เซ็นต์ เกษตร 30 เปอร์เซ็นต์ ป่า 20 เปอร์เซ็นต์ ใช้พื้นที่ทั้งหมดให้เกิดประโยชน์ ทำคันนาให้กว้าง เหลือพื้นที่ปลูกผัก มีการปลูกพืชแซมเพื่อให้พืชได้เอื้อผลประโยชน์กัน และที่สำคัญคือเกษตรอินทรีย์ ปราศจากสารเคมี เหมือนสโลแกนที่คุณอร่ามคิดไว้คือ “คนกินมีสุข คนปลูกมีกิน” คุณอร่าม เล่าว่า ตนมีหลักการทำเกษตรอยู่ 4 การ การแรกคือ อุดมการณ์ ในการทำเกษตร ต้องสะอาด ปลอดภัย เพราะเราปลูกกินปล
เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่าสวนมะปราง หมู่ 3 บ้านหนองพญา ต.บ้านแลง อ.เมืองระยอง ประดับไฟแสงสว่างหลากสีกันทั้งสวนในช่วงเวลากลางคืนทุกคืนเหมือนมีงานเทศกาล ไปสอบถามชาวบ้านทราบว่าเจ้าของสวนมะปรางชื่อนายอนุชา ติลลักษณ์ อายุ 44 ปีผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 3 ต.บ้านแลง นายอนุชา ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน เจ้าของสวนมะปรางดังกล่าวเปิดเผยว่า การทำสวนมะปรางให้ออกดอกเร็วขึ้นภายใน 1 สัปดาห์ โดยนำเทคนิคใหม่ด้วยการติดหลอดไฟหลากหลายสี ให้สว่างไสวที่โคนต้นในเวลากลางคืน เทคนิคดังกล่าวได้มาจากชาวสวนมะปราง จ.นครนายก หลังจากนำเทคนิคติดหลอดไฟต้นมะปรางมาทดลองทำในสวนของตนปรากฏว่าภายใน 1 สัปดาห์ มะปรางก็ออกดอกสะพรั่ง หลังข่าวแพร่สะพัดออกไป ทำให้ชาวสวนมะปรางใน ต.บ้านแลงและ ต.ตะพง ติดหลอดไฟฟ้าหลากสีกันทุกสวน พอตกกลางคืนก็เปิดไฟ ทำให้สวนมะปรางสว่างไสวด้วยหลากสี เหมือนมีงานเทศกาล ขณะที่นายสาโรจน์ สิงห์เขตต์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 2 บ้านหนองกบ ต.ตะพง กล่าวว่า ตนเป็นคนริเริ่มติดหลอดไฟหลากสี(หลอดประหยัดไฟ) ในสวนมะปรางเจ้าแรก โดยลงทุนติดหลอดไฟหลากสีต้นมะปรางต้นละจำนวน 3 หลอด คิดเป็นเงิน 100 บาทต่อต้น หลังเปิดไฟในเว
ความสุขไม่ใช่ของหายาก หนทางนำมาซึ่งความสุขไม่ได้ซับซ้อน ใครกำลังไขว่คว้าหาความสุข ลองถามตัวเองว่าตั้งขีดความสุขไว้สูงไปหรือไม่ มีความต้องการไม่มีที่สิ้นสุดหรือเปล่า นี่เองเป็นที่มาที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระราชทานแนวคิดเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงให้ประชาชนชาวไทยนำไปปรับใช้ ให้มองหาความสุขใกล้ตัว และพอใจสิ่งที่ตนมี หลายคนอาจเข้าใจว่า “เศรษฐกิจพอเพียง” คือแนวคิดมุ่งวิถีเกษตรเป็นหลัก เหมาะกับเกษตรกร เท่านั้น แท้จริงแล้วหลักความพอเพียงทุกคนนำไปปรับใช้ได้ แม้กระทั่งคนในเมืองใหญ่ ก็มีความสุขอย่างเรียบง่ายได้โดยการ “ปลูก เพ(ร)าะ สุข’” เริ่มจาก “ปลูก” ฝังทัศนคติการสร้างความสุขอย่างยั่งยืนด้วยการน้อมนำเอาปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่ให้ความรู้ด้านเกษตรทฤษฎีใหม่แก่เกษตรกรชาวไร่อ้อย จัดตั้งคณะทำงานและปราชญ์เกษตรที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญมาถ่ายทอดความรู้ในพื้นที่ ให้รู้จักบริโภคและดำรงตนอย่างพอประมาณ ไม่สร้างความเดือดร้อนแก่ ใช้เหตุผลนำการใช้ชีวิต เตรียมภูมิคุ้มกันรับความเปลี่ยนแปลงเสมอ หมั่นเติมความรู้และยึดมั่นในคุณธรรม จากนั้นจึงบ่ม “เพาะ” แนวคิดและความรู้สู่การปฏิบัติ
สภาพอากาศเย็น มีความชื้น มีน้ำค้าง และฝนตกของภาคเหนือตอนบน กรมวิชาการเกษตร เตือนเกษตรกรผู้ปลูกมันฝรั่งเฝ้าระวังโรคใบไหม้ สามารถพบได้ในระยะการเจริญเติบโตทางลำต้น มักพบแสดงอาการของโรคที่ใบล่างก่อน โดยอาการเริ่มแรกด้านบนใบเป็นจุดฉ่ำน้ำสีเขียวเข้มคล้ายถูกน้ำร้อนลวก เมื่อพลิกดูด้านใต้ใบในบริเวณตรงกันจะพบละอองน้ำเล็กสีขาวใสติดอยู่บริเวณขอบแผล ต่อมาจุดขยายเป็นแผลแห้งขนาดใหญ่สีน้ำตาล ขอบแผลฉ่ำน้ำสีดำ และแผลขยายลุกลามออกไปจนทำให้ใบไหม้แห้งเป็นสีน้ำตาลในที่สุด กรณีสภาพแวดล้อมเหมาะสม โรคใบไหม้จะลุกลามอย่างรวดเร็วไปยังต้นอื่นๆ ทำให้มองเห็นใบไหม้แห้งกระจายเป็นหย่อมในแปลง ส่วนลำต้นที่พบอาการของโรค จะทำให้ลำต้นหรือกิ่งแห้งตายอย่างรวดเร็ว หากโรคเข้าทำลายที่หัว จะทำให้หัวเน่า เกษตรกรควรหมั่นตรวจและกำจัดวัชพืชในแปลงปลูกอย่างสม่ำเสมอ ถ้าพบต้นที่แสดงอาการของโรคให้ถอนแล้วนำไปเผาทำลายนอกแปลงปลูก หลีกเลี่ยงการให้น้ำในตอนเย็นและการให้น้ำที่มากเกินไป หากพบโรคเริ่มระบาด ให้เกษตรกรพ่นด้วยสารเมทาแลกซิล 25% ดับเบิ้ลยูพี อัตรา 30-50 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร หรือสารไดเมโทมอร์ฟ 50% ดับเบิ้ลยูจี อัตรา 20-30 กรัมต่อน้ำ 20 ลิ
“หากให้เล็กบอกเล่าถึงความภาคภูมิใจในชีวิต พอบอกได้ไหมมีอะไรบ้าง” “เยอะนะพี่ ได้เงินเดือนจากการทำงานในเดือนแรกก็ภูมิใจนะ แต่เป็นความภูมิใจที่มีมาให้ได้พบทุกเดือน จนหลังๆ ก็เป็นความเคยชิน แต่ที่ภูมิใจมากๆ คือได้ยินได้เห็นคนที่เรารักยอมรับและทำไปพร้อมกับเรานี่แหละพี่ ภูมิใจมากๆ ความฝันเล็กๆ ของเราสองคนได้รับการยอมรับจากคนในครอบครัว จากคนในชุมชน และปัจจุบันได้ทำงานใหญ่ในระดับจังหวัด” “แสดงว่ามีหลายตำแหน่ง” “เป็นปราชญ์เกษตร ด้านเกษตรผสมผสานของหมู่บ้าน ประธานสภายุวเกษตรกรจังหวัดขอนแก่น ตั้งแต่ปี 2559 จนถึงปัจจุบัน และประธาน Young Smart Farmer จังหวัดขอนแก่น ปี 2560” “อะโห! มีเวลาดูแลสวนตัวเองหรือเนี่ย ไม่เดินสายประชุมไปทั้งจังหวัดเลยรึ” “เราต้องแบ่งเวลาค่ะพี่ เมื่อก่อนเราตั้งเป้าให้พอกิน พอใช้ พอใจ พอเพียง เมื่อเราได้ตามเป้าหมายแล้ว จากนี้ไปก็จะต้องทำหน้าที่เป็นผู้บอกเล่าเรื่องราวตามศาสตร์พระราชา ที่เราน้อมนำมาเป็นหลักในการดำเนินชีวิตต่อไป ตอนนี้ทำอีกหน้าที่คือเป็นครูอาสา สอนหลักเศรษฐกิจพอเพียงให้ตามโรงเรียนต่างๆ ค่ะ” “เรียกว่าทำจนสำเร็จ เมื่อถึงเวลาก็ต่อยอดด้วยการรวมกลุ่ม และถ่ายทอดความรู้ค
ทฤษฎีใหม่หรือเกษตรทฤษฎีใหม่ ตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระองค์ได้ทรงกำหนดไว้เป็น 3 ขั้นตอน ในขั้นตอนที่ 1 เป็นขั้นตอนเริ่มต้นของทฤษฎีใหม่ เป็นขั้นตอนของการผลิตทางการเกษตรโดยตรง เพื่อให้เกษตรกรมีอาหารอย่างเพียงพอสำหรับบริโภคในครอบครัว คุณสมเพชร พรมเมืองดี ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตร เขตที่ 2 พิษณุโลก กรมวิชาการเกษตร เล่าให้ฟังว่า ตามที่ได้รับมอบหมายจากกรมวิชาการเกษตรให้เป็นผู้อำนวยการสำนักบริหารสวนเฉลิมพระเกียรติ 55 พรรษา ในปี 2560 โดยการนำของผู้บริหาร และพร้อมกับทีมงานเพื่อนข้าราชการ เจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย หรือพนักงาน ได้ร่วมจัดงาน “5 ประสาน สืบสานเกษตรทฤษฎีใหม่ ถวายในหลวง” ณ บริเวณสวนเฉลิมพระเกียรติ 55 พรรษา เกษตรกลาง บางเขน ระหว่างวันที่ 15-17 กันยายน 2560 ที่ผ่านมา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ สืบสานเกษตรทฤษฎีใหม่ ถวายในหลวงรัชกาลที่ 9 เพื่อถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรที่เหมาะสมให้กับประชาชนหรือเกษตรกรที่มาร่วมงานได้รับความรู้และเสริมสร้างประสบการณ์เพื่อนำไปใช้ในการเปลี่ยนวิถีสู่ความมั่นคงที่ยั่งยืน ในงานมีเกษตรกรต้นแบบและปราชญ์ชาวบ้านที่ประสบความสำเร็จใน
ชมภาพชาวบ้านเมืองเจี้ยนเต๋อ มณฑลเจ้อเจียง ทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศจีน กำลังเก็บดอกเก๊กฮวยบนพื้นที่ 6.3 เอเคอร์ เพื่อนำไปทำชาดอกเก๊กฮวย ปัจจุบันการปลูกดอกไม้ชนิดนี้ถือเป็นธุรกิจที่กำลังโดดเด่น ได้รับการสนับสนุนและพัฒนาโดยรัฐบาลท้องถิ่นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เพื่อเสริมสร้างความมั่งคั่งของเกษตรกร และดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเยือนพื้นที่ชนบทแห่งนี้ ดอกเก๊กฮวย หรือ เบญจมาศสวน (Chrysanthemum indicum Linn. ในวงศ์ Compositae) หรือ เบญจมาศหนู (Chrysanthemum morifolium Ramat. ในวงศ์เดียวกัน) วิธีทำน้ำเก๊กฮวย นำดอกเก๊กฮวยอบแห้ง 5-10 ดอก ลงไปต้มในหม้อกับน้ำประมาณ 2 ลิตร นาน 5 นาที แล้วกรองออก เติมน้ำตาลทรายหรือน้ำตาลกรวดลงไปเพื่อเพิ่มความหวานตามแต่ชอบ หรือจะเพิ่มความหอมโดยใช้ใบชาหรือเตยลงไปด้วยก็ได้ รับประทานได้ทั้งร้อนและเย็น ประโยชน์ของน้ำเก๊กฮวยมีหลายประการ นอกจากความหอมสดชื่นแก้กระหายแล้ว ยังเป็นยาเย็น ดับพิษร้อน แก้ร้อนใน ในตำราการแพทย์แผนจีน ช่วยในการระบายและย่อยอาหาร ช่วยขยายหลอดเลือดแดงใหญ่ที่เลี้ยงหัวใจ ช่วยป้องกันโรคหลอดเลือดต่างๆ เช่น โรคความดันโลหิตสูง, โรคเส้นเลือดตีบ และโรคหัวใจไ
“น้ำ อุณหภูมิ และแสงแดด” นับเป็นปัจจัยสำคัญ ที่มีผลกระทบต่อผลผลิต คุณภาพ และการเก็บเกี่ยวของอ้อย ทั้งนี้ พื้นที่เพาะปลูกอ้อยส่วนใหญ่อยู่นอกเขตชลประทาน ต้องอาศัยปริมาณน้ำฝนเป็นหลัก หากเจอภัยแล้งอาจสร้างความเสียหายต่อตออ้อยและอ้อยปลูกได้ ดังนั้น การวางแผนปลูกอย่างถูกต้อง และปลูกในช่วงระยะเวลาที่เหมาะสม จะช่วยให้ต้นอ้อยได้รับน้ำอย่างเพียงพอตลอดช่วงการเจริญเติบโต ผลผลิตอ้อยจะเพิ่มปริมาณสูงขึ้น กลุ่มวังขนาย ผู้ผลิตน้ำตาลออร์แกนิก และบริษัท สยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด ผู้นำธุรกิจเครื่องจักรกลการเกษตรในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จึงได้ร่วมมือกันจัดทำ โครงการ วังขนาย-คูโบต้า พลังขับเคลื่อนอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาล เพื่อยกระดับศักยภาพเกษตรกรชาวไร่อ้อยที่ปลูกอ้อยอินทรีย์ ให้ลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต ลดปัญหาด้านแรงงานไปพร้อมๆ กัน ปลูกอ้อยอินทรีย์ ที่มหาสารคาม คุณนธัญรักษ์ ณ วังขนาย ผู้อำนวยการฝ่ายประชาสัมพันธ์ กลุ่มวังขนาย เปิดเผยว่า กลุ่มวังขนาย ร่วมมือกับสยามคูโบต้า จัดโครงการส่งเสริมการปลูกอ้อยอินทรีย์ที่มีต้นทุนต่ำ และให้ผลผลิตต่อไร่เพิ่มสูงขึ้น ปัจจุบันมีเกษตรกรสนใจเข้าร่วมโครงการปลูกอ้อยอินทร
อดีตสาวโรงงาน ปลูกผักชีฝรั่งกิโลกรัมละ 50 รายได้งาม วันนี้ 23 พ.ย.60 ผู้สื่อข่าวประจำ จ.ปราจีนบุรีรายงานว่า ช่วงต้นฤดูหนาวนี้ได้รับแจ้ง มีเกษตรกรปลูกผักสวนครัว สร้างรายได้ดี โดยเฉพาะผักชีฝรั่ง มีผู้ปลูกทำเงินสร้างรายได้มากกว่าแสนบาท จึงลงพื้นที่พบนางศิริพร คล้ายเจริญ อายุ 44 ปี เลขที่ 46หมู่ 6 ต.วังดาล อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี อดีตสาวโรงงาน ที่ผันชีวิตสาวโรงงานหันมาทำการเกษตรกรรมแบบอินทรีย์แบบผสมผสาน สร้างรายได้แก่ครอบครัวอย่างไม่น่าเชื่อ ทั้งๆ ที่ไม่เคยทำมาก่อนใช้แรงงานในบ้านกับสามี ไม่ได้ว่าจ้างใคร ผลตอบรับได้ผลเกินคาด จากการทดลองปลูกผักชีฝรั่งในที่ดินว่างเปล่า 1 ไร่เศษ ครั้งแรกขายได้กิโลกรัมละ 50 บาท รับเงินสดมาแล้วเป็นๆแสนบาท นางศิริพร หรือ (เอ๋)กล่าวว่า “การปลูกผักชีฝรั่ง หรือ ที่เราเรียกกันอีกอย่าง ผักชีใบเลื่อย ไม่ยุ่งยากนักซื้อเมล็ดพันธ์มา กก.ละ1,500 บาท ใช้ปลูกในอัตรา 10 กก/ไร่ ผักชีฝรั่งจะเริ่มถอนได้ต่อเมื่อมีอายุ 3 เดือนพอดี วิธีการเก็บผักชี ฝรั่งจะใช้มือถอนเอานั่งถอน ซึ่งจะเลือกถอนเฉพาะต้นที่โตสมบูรณ์เต็มที่ โดยให้สังเกตดูว่าต้นจะยาวพอประมาณครึ่งศอก หรือ 25 ซม.มัดด้วยยาง
