พืชทำเงิน
“ปาล์มน้ำมัน” เป็นพืชยืนต้นในตระกูลปาล์ม มีหลายสายพันธุ์ ปาล์มน้ำมันเป็นพืชที่ให้ผลผลิตน้ำมันต่อหน่วยพื้นที่ปลูกสูงกว่าพืชน้ำมันชนิดอื่นทุกชนิด สามารถผลิตน้ำมันได้สูงถึงประมาณ 520 กิโลกรัม/ไร่ สูงกว่าถั่วเหลืองถึงเกือบ 10 เท่า แถมยังมีต้นทุนการผลิตน้ำมันต่อกิโลกรัมยังถูกกว่าพืชน้ำมันชนิดอื่น ทำให้หลายประเทศหันมาปลูกปาล์มน้ำมันเป็นพืชเศรษฐกิจกันอย่างกว้างขวางเพื่อใช้ประโยชน์จากปาล์มน้ำมันใน 3 ช่องทาง คือ พืชอาหาร (แปรรูปเป็นน้ำมันปาล์มเพื่อการบริโภค) โอลีโอเคมี (สำหรับอุปโภคและบริโภค) และเป็นพืชพลังงาน (ผลิตเป็นไบโอดีเซล) ปาล์มน้ำมัน ถือเป็นพืชเศรษฐกิจที่ปลูกดูแลง่าย เพราะทนต่อสภาพแวดล้อมรุนแรงได้ดีกว่าพืชน้ำมันอื่นๆ สามารถใช้เป็นพืชพลังงานได้เหมาะสม เป็นพืชที่ไม่มีการปรุงแต่งพันธุกรรมแปลกปลอมในปัจจุบัน เป็นพืชอายุยืนปลูกแล้วเก็บเกี่ยวได้เป็นเวลานาน เป็นพืชที่มีตลาดอุตสาหกรรมรองรับได้หลายชนิดทำให้มีการขยายพื้นที่การปลูกปาล์มน้ำมันอย่างต่อเนื่องทุกๆ ปี นอกจากนี้ ปาล์มน้ำมันเป็นพืชที่สามารถนำเอาส่วนต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นทางใบ ลำต้น ทะลายเปล่า กะลา เส้นใย น้ำเสียจากโรงงานมาใช้ประโยชน์ได้อย่างส
กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดย ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เดินหน้าวิจัยพืชมุ่งเป้า BIO-ARCHITECTURE: Opportunity for Thai Agricultural Industry ได้พันธุ์ข้าวทนต่อสภาพแวดล้อม ต้านทานโรค และแมลงศัตรูพืชได้ดีเยี่ยม ช่วยเพิ่มผลผลิตสร้างรายได้ ตอบโจทย์กลุ่มเกษตรกร และยังให้โภชนาการสูงตอบโจทย์กลุ่มผู้บริโภคที่ใส่ใจสุขภาพ ดร. สมวงษ์ ตระกูลรุ่ง ผู้อำนวยการศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) สวทช. กล่าวว่า การปรับปรุงพันธุ์พืชเป็นเรื่องสำคัญและจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับเกษตรกรผู้ทำการเพาะปลูกในยุคปัจจุบัน ซึ่งเกษตรกรทุกคนควรรู้เรื่องราว รู้จักการเลือกใช้เมล็ดพืชพันธุ์ดี และเหมาะสมกับพื้นที่เพาะปลูก เพื่อให้ได้ผลิตผลทางการเกษตรที่ดี โดยฐานข้อมูลด้านเชื้อพันธุกรรมพืช (Germplasm) ตัวบ่งชี้ทางพันธุกรรม (Genotype) คุณลักษณะของพืช (Phenotype) ถือเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างและปรับปรุงพืชสายพันธุ์ใหม่ ซึ่งต้องมีฐานข้อมูลของพืชที่หลากหลายมิติ เพื่อนำมาใช้ประโยชน์ เช่น การประเมินเพื่อให้ทราบลักษณะดีเด่นในแต่ละ
ระยะนี้จะเข้าสู่ช่วงที่มะม่วงเริ่มออกดอก กรมวิชาการเกษตรฝากคำเตือนถึงเกษตรกรชาวสวนมะม่วงในเขตภาคเหนือตอนล่างให้เฝ้าระวังในช่วงที่มีสภาพอากาศแห้งแล้ง และหมั่นสังเกตการระบาดของโรคราดำ มักพบคราบราสีดำติดตามส่วนต่างๆ ของต้น เช่น ใบ ยอด ช่อดอก และผล ซึ่งโรคราดำจะทำให้ช่อดอกบานช้า หรือบานผิดปกติ เหี่ยว และหลุดร่วงลงได้ บางครั้งอาจทำให้ไม่ติดผล ถ้าพบอาการของโรคที่ผลมะม่วง จะทำให้ ผลเหี่ยวและหลุดร่วงในที่สุด โดยมากจะพบการระบาดของโรคราดำในช่วงที่มีแมลงปากดูด อาทิ เพลี้ยจักจั่น เพลี้ยหอย และเพลี้ยแป้ง หากพบการระบาดของโรคราดำ กรมวิชาการเกษตรแนะนำให้เกษตรกรพ่นด้วยน้ำเปล่าล้างสารเหนียวที่แมลงปากดูด ขับถ่ายไว้และคราบราดำ เพื่อลดปริมาณเชื้อสาเหตุโรค เนื่องจากเชื้อราจะเจริญบนสารเหนียวที่แมลงปากดูด ขับถ่ายไว้ คือ เพลี้ยจักจั่น เพลี้ยหอย และเพลี้ยแป้ง ทั้งนี้เกษตรกรควรพ่นด้วยสารกำจัดแมลง กรณีพบเพลี้ยจักจั่น ให้พ่นด้วยสารแลมบ์ดา-ไซฮาโลทริน 2.5% อีซี อัตรา 20 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร หรือสารคาร์บาริล 85% ดับเบิ้ลยูพี อัตรา 60 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร หรือสารอิมิดาโคลพริด 10% เอสแอล อัตรา 10 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิ
เกษตรกรชาว ต.นาตาล่วง อ.เมืองตรัง นำนวัตกรรมการเจาะยาง มาใช้แทนการกรีดยาง ควบคู่กับการใช้ฮอร์โมน เพื่อแก้ปัญหาฝนตก หน้าเปียก ทำให้มีผลผลิตเพิ่มขึ้น 3 เท่า และมีรายได้แน่นอน นายจิรโชติ จรูญศักดิ์ วัย 48 ปี หรือโกซึ้งน้ำยาง เกษตรกรหมู่ที่ 5 บ้านทุ่งควน ในเขตเทศบาลตำบลนาตาล่วง อำเภอเมืองตรัง ได้ประดิษฐ์คิดค้นนวัตกรรมการกรีดยางพารายุคใหม่ เพื่อเอาชนะปัญหาดินฟ้าอากาศ อันเนื่องมาจากสภาพฝนที่ตกชุกในพื้นที่ภาคใต้เกือบตลอดทั้งปี จนกรีดยางได้เดือนละไม่กี่วันเท่านั้น สร้างผลกระทบต่อรายได้และความเป็นอยู่ของเกษตรกรอย่างยิ่ง กระทั่งเมื่อมีการนำระบบปิดมาใช้กับสวนยาง ทำให้กรีดได้แม้วันฝนตก และหน้ายางเปียก หรือต้นเปียก รวมทั้งไม่ต้องรีบเร่งเก็บน้ำยาง เพราะถึงมีฝนตกลงมา ผลผลิตก็ไม่เสียหาย จึงสามารถกำหนดวันกรีด การเก็บ และรายได้ อย่างแน่นอน ทั้งนี้ เป็นผลมาจากประสบการณ์ในการใช้ฮอร์โมน หรือสารเอทิลีน มาช่วยควบคุมการหยดของน้ำยางเพื่อให้เกิดความสมดุลย์ มานานถึง 15 ปี จากนั้น ล่าสุดได้พัฒนามาสู่วิธีการเจาะยางด้วยสว่านขนาด 5 มิลลิเมตร แทนการกรีดยางด้วยมีด พร้อมต่อสายยาง ขนาดความยาว 25 ซม. ไปยังจอกยางชนิดที่มี
เกษตรกรนับเป็นอาชีพที่เต็มไปด้วยความความวิริยะอุตสาหะ ต้องอุทิศทั้งกายและใจ ไม่ง่ายเลยที่เกษตรกรคนหนึ่งจะประสบความสำเร็จได้ง่ายๆ เพราะมีหลายปัจจัยที่ต้องฝ่าฟันในแต่ละวัน อนาวิน รุ่งโรจน์พันทวี ชาวเขาเผ่าอาข่าคนหนึ่ง ได้ใช้ความพยายาม อดทน และมุ่งมั่น เอาชนะความยากลำบากต่างๆ จนกระทั่งเขาประสบความสำเร็จในธุรกิจกาแฟ สามารถส่งออกเมล็ดกาแฟไปขายต่างประเทศ และสร้างแบรนด์เป็นของตนเองชื่อ “กาแฟชาวอาข่า” ด้วยความแข็งแกร่งและความมุ่งมั่นของอนาวิน ทำให้เขาได้รับเลือกเป็นหนึ่งใน “เกษตรคนแกร่ง” จากฟอร์ด ประเทศไทยเพื่อร่วมถ่ายทอดเรื่องราวสร้างแรงบันดาลใจให้แก่ผู้อื่นต่อไป อนาวิน รุ่งโรจน์พันทวี เกษตรกรบ้านแม่จันใต้ อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย เติบโตมาในชุมชนซึ่งมีการปลูกฝิ่นสืบทอดกันมาตั้งแต่รุ่นปู่ย่าตายาย แต่เขาตระหนักได้ว่า การปลูกฝิ่นนอกจากผิดกฎหมายแล้ว การเสพติดฝิ่นก็ยังส่งผลเสียต่อสุขภาพร่างกายของชาวบ้านอีกด้วย เมื่อครั้งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 มีพระราชดำริให้ชาวไทยภูเขาเลิกปลูกฝิ่นหันมาปลูกพืชเมืองหนาวอื่นทดแทน อนาวินจึงได้เริ่มต้นการปลูกกาแฟสายพันธุ์อาราบิกาหาเลี้ยงชีพโดยรับตัวอ
ดีแทค ร่วมกับกรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และมูลนิธิร่วมด้วยช่วยกันสำนึกรักบ้าน พร้อมประกาศผลการประกวดโครงการเกษตรกรสำนึกรักบ้านเกิด ประจำปี พ.ศ. 2560 ซึ่งปีนี้เป็นครั้งที่9 ณ ดีแทคเฮ้าส์ ตึกจามจุรีชั้น32 เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2560 โดยมี นายลาร์ส นอร์ลิ่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารดีแทค นางสาวภาณี บุณยเกื้อกูล ผู้อำนวยการกองพัฒนาเกษตรกร และนายบุญชัย เบญจรงคกุล ประธานกรรมการ มูลนิธิร่วมด้วยช่วยกันสำนึกรักบ้านเกิด เป็นกรรมการผู้ทรงเกียรติร่วมในงาน พร้อมทั้งเผย 3 แนวโน้มสำคัญเกษตรไทยชูกลยุทธ์ เกษตรเชิงข้อมูล – พลังงานหมุนเวียน – ชีววิธี ขับเคลื่อนเกษตรครบวงจร ปูทางสู่ เกษตรกร 4.0 นายลาร์ส นอร์ลิ่ง กล่าวถึงแนวโน้มสำคัญของเกษตรไทยยุคใหม่ โดยแบ่งออกเป็น 3 เทรนด์ ได้แก่ เกษตรเชิงข้อมูล (Data-driven farming) เกษตรกรนำเทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามาปรับใช้ในการวางแผนการทำงาน เพื่อ ทำให้เกิดความแม่นยำในการทำการเกษตร ลดต้นทุน เพิ่มคุณภาพของผลผลิต และสอดคล้องต่อความต้องการของตลาด พลังงานหมุนเวียน (Renewable energy) คิดค้นนวัตกรรมเครื่องมือที่ทำให้เกิดการนำพลังงานมาใช้อย่างต่อเนื่อง ทำให้เกิดประส
ทุกครั้งที่เดินทางไปต่างจังหวัด และมีโอกาสพูดคุยกับคนรุ่นใหม่ๆ ผมรู้สึกว่าทำไมตอนที่เราอายุเท่าเขาจึงไม่เคยคิดถึงเรื่องนี้เลย โดยเฉพาะช่วงเรียนมหาลัย มัวแต่เรียนหนังสืออย่างจริงจังบ้าง ไม่จริงบ้าง ทำกิจกรรมบ้าง ดูหนัง ละคร ฟังเพลงไปเรื่อยเปื่อย เพราะสมัยผมมักจะมีเทศกาลหนังของประเทศต่างๆ มาฉายให้ดูฟรีอยู่บ่อยครั้ง ส่วนละคร พรรคพวกเพื่อนฝูงหลายคนอยู่ในวงการละครเวทีอยู่แล้ว ก็เลยมีโอกาสติดสอยห้อยตามดูฟรีอยู่บ่อยๆ ซึ่งเหมือนกับดนตรี คาราวาน, คีตาญชลี, คนด่านเกวียน ไปเล่นที่มหาลัยไหน ผมมักจะไปฟังฟรีบ่อยๆ เช่นกัน เพราะนักศึกษาที่ทำกิจกรรมของแต่ละมหาลัยมักคุ้นหน้าคุ้นตากัน ถ้าจะเสียเงินจริงๆ คงเป็นหนังสือนั่นแหละที่ต้องซื้อเอง แต่ก็ต้องแลกกับการอดมื้อกินมื้ออยู่บ้าง ซึ่งผมก็ยอมทุกเดือน เพื่อจะได้อ่านวรรณกรรมชั้นดีจากต่างประเทศบ้าง ในประเทศบ้าง จนทำให้ผมคิดต่อมาในระยะหลังๆ ว่า…ไม่รู้นิสิต นักศึกษาสมัยนี้ เขาเป็นอย่างเราบ้างหรือไม่ อาจจะเป็นก็ได้ หรือไม่เป็นก็ได้ เพราะทุกอย่างอยู่ในสมาร์ทโฟนหมดแล้ว คงเหมือนกับที่ผมไปเจอน้องคนหนึ่งที่เรียนอยู่มหาวิทยาลัยเอกชนชื่อดังแถวกล้วยน้ำไท ที่ตอนหลังมาเป
“กลุ่มมิตรผล” ได้ผ่านการรับรองมาตรฐานการผลิตอ้อยและน้ำตาลอย่างยั่งยืนติดต่อกัน 2 ปี จาก Bonsucro องค์กรระดับโลกที่มุ่งเน้นการพัฒนาอุตสาหกรรมอ้อยทั่วโลกอย่างยั่งยืน ครอบคลุมทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม นับว่า “กลุ่มมิตรผล” เป็นองค์กรแรกในประเทศไทยที่คว้ารางวัลนี้มาครอง และเป็นประเทศ อันดับ 5 ของในโลกที่ได้รับมาตรฐานดังกล่าว “มิตรผล โมเดิร์นฟาร์ม” พัฒนาไร่อ้อยแบบยั่งยืน คุณบรรเทิง ว่องกุศลกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มมิตรผล กล่าวว่า ปัญหาสำคัญของการทำไร่อ้อยก็คือ เกษตรกรต่างคนต่างทำ การขาดแคลนแรงงานในการตัดอ้อย ทำให้ต้นทุนสูง มิตรผลจึงเข้าไปส่งเสริมองค์ความรู้ให้เกษตรกรไร่อ้อยหนองแซง พร้อมแนะนำแนวทางการแก้ไขปัญหา ช่วยประสานให้เกิดการรวมกลุ่มเพื่อช่วยเหลือสนับสนุนกันในด้านทรัพยากรและแรงงาน มิตรผลใช้หลักการจัดการตามแบบเกษตรสมัยใหม่ เรียกว่า “มิตรผล โมเดิร์นฟาร์ม” เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน สร้างวิถีการทำไร่อ้อยแบบยั่งยืน เริ่มดำเนินการจากเปลี่ยนแนวคิดการทำไร่อ้อยของเกษตรกร ให้เกิดความถูกต้องทั้งด้านวิชาการ ทั้งจากแปลงสาธิต และศึกษาจากผู้ประสบความสำเร็จมาแล้ว การใช้เทคโ
ความสำเร็จของการปลูกพืช ไม้ผลเพื่อให้ได้คุณภาพต้องประกอบด้วยหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการเลือกใช้พันธุ์ที่เหมาะสม กระบวนการปลูกที่ถูกต้อง การดูแลใส่ปุ๋ย และสิ่งสำคัญที่สุดคือเรื่องของแมลงศัตรูและโรคพืช มะพร้าวก็ไม่ต่างกันที่จะต้องให้ความสำคัญกับทุกปัจจัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งความสำคัญของมะพร้าวในฐานะพืชเศรษฐกิจส่งออกที่สร้างรายได้ให้แก่ประเทศ จึงยิ่งต้องใส่ใจกันให้มาก ทั้งนี้ ปัจจัยของมะพร้าวที่สร้างปัญหากับผลผลิตมากที่สุดในเวลานี้คือแมลงศัตรู ที่เข้าโจมตีผลผลิตมะพร้าวไปหลายพื้นที่ จนทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ปัญหาทุกวิถีทางเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกมะพร้าว รวมทั้งยังไม่ต้องการให้กระทบกับรายได้ของประเทศ กรมวิชาการเกษตร ถือเป็นหน่วยงานหลักที่เป็นกำลังสำคัญกับการวางแผนต่อสู้กับศัตรูมะพร้าวในครั้งนี้ ถึงกับต้องบูรณาการทุกภาคส่วนของทุกพื้นที่เพื่อผนึกกำลังหาทางปราบศัตรูของมะพร้าวที่มีอยู่ด้วยกันหลายชนิด ในงานสัมมนา “มะพร้าว…พืชเศรษฐกิจทำเงิน” ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องแมลงศัตรูพืช จึงได้เชิญ คุณสุเทพ สหายา นักกีฏวิทยาชำนาญการพิเศษ กลุ่มกีฏและสัตววิทยา กรมวิชาการเกษตร มาให้คว
นักวิจัยไทยสุดยอด ใช้เทคโนโลยีแสงซินโครตรอน วิจัยพบ “เห็ดเยื่อไผ่” สุดมหัศจรรย์! อุดมไปด้วยสารมีคุณประโยชน์สูงทุกส่วนประกอบ ทั้งสารต้านอนุมูลอิสระยับยั้งมะเร็ง ป้องกันโรคสมองเสื่อม มีฤทธิ์ต่อต้านการอักเสบ ช่วยฟื้นฟูเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพ ลดริ้วรอย และเร่งผลิตเซลล์ผิวใหม่ อีกทั้งพบสารสำคัญที่สามารถนำมาผลิตยาโด๊ปขนานเอกได้ เผยเร่งต่อยอดงานวิจัยผลิตอาหารเสริมและเวชสำอาง พร้อมส่งเสริมเกษตรกรเพาะเห็ดเยื่อไผ่ คาด 1 ปี คนไทยได้ใช้แน่ ดร.วรวิกัลยา เกียรติ์พงษ์ลาภ นักวิทยาศาสตร์ สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เปิดเผยว่า สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) ร่วมกับสาขาวิชาเทคโนโลยีการเกษตรและสิ่งแวดล้อม คณะวิทยาศาสตร์และศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน จ.นครราชสีมา มี ผศ.ดร.นิภาพร อามัสสา หัวหน้าโครงการวิจัยต้นแบบการผลิตเห็ดเยื่อไผ่ในสวนไผ่ครบวงจร ภายใต้ทุนสนับสนุนจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ได้ทำการศึกษาองค์ประกอบและสารสำคัญของเห็ดเยื่อไผ่สายพันธุ์กระโปรงยาวสีขาว เพื่อนำความรู้จากงานวิจัยไปสู่การใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ด้านต่างๆ เ
