พืชทำเงิน
กรมส่งเสริมการเกษตร ตั้งเป้าระยะยาวพัฒนาเกษตรกรรุ่นใหม่ Young Smart Farmer มีเครือข่ายที่เข้มแข็ง ทั้งในระดับจังหวัด เขต และประเทศไม่น้อยกว่า 58,520 ราย เพื่อเป็นบุคลากรสำคัญในภาคการเกษตร นายสมชาย ชาญณรงค์กุล อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า การพัฒนาเกษตรกรรุ่นใหม่ Young Smart Farmer นับเป็นอีกหนึ่งหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาภาคเกษตรกรรมของประเทศไทย ที่มีทิศทางแนวโน้มที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เป็นการเตรียมพร้อมกับการสร้างบุคลากรด้านการเกษตรรุ่นใหม่ให้มีความทันสมัยและทำการเกษตรอยู่ได้ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของโลกในยุคปัจจุบัน ให้เป็นไปตามเป้าหมายยุทธศาสตร์ 20 ปี ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในการเกิดเครือข่าย Young Smart Farmer ทั้งระดับจังหวัด เขต และประเทศ ไม่น้อยกว่า 58,520 ราย สำหรับแนวทางการสร้างและพัฒนา Young Smart Farmer เพื่อเป็นบุคลากรที่สำคัญในภาคการเกษตร มีวัตถุประสงค์หลัก 1.เพื่อให้ทันกับการแข่งขันที่จะเกิดขึ้นในอนาคต 2.สร้างความเข้มแข็งให้กับเกษตรกรและสถาบันเกษตรกร 3.เสริมสร้างให้เกิดความภาคภูมิใจและความมั่นคงในการประกอบอาชีพทางการเกษตร โดยที่เกษตรกรรุ่นใหม่จะต้องสามารถเป
สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 2 เจาะพื้นที่พิษณุโลก ศึกษาสินค้าเกษตรทางเลือกที่มีศักยภาพสอดคล้องกับความต้องการของตลาด ระบุชัด 4 สินค้าน่าจับตามอง อ้อยโรงงาน มะม่วงน้ำดอกไม้ส่งออก กล้วยน้ำว้า และพืชผัก แนะดึง Agri-Map Online ช่วยบริหารจัดการ เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตในพื้นที่เหมาะสม และพัฒนาพื้นที่ไม่เหมาะสมทั้งด้านดิน แหล่งน้ำ และปรับเปลี่ยนให้เหมาะกับการผลิต นายคมสัน จำรูญพงษ์ รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงการดำเนินโครงการบริหารจัดการเขตเกษตรเศรษฐกิจสำหรับสินค้าเกษตรจังหวัดพิษณุโลก โดยการใช้แผนที่เพื่อการบริหารจัดการเชิงรุก (Zoning by Agri-Map) โดยในส่วนของสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 2 จังหวัดพิษณุโลก (สศท.2) ได้ศึกษาสินค้าเกษตรทางเลือกที่มีศักยภาพสอดคล้องกับความต้องการของตลาด สร้างสมดุลระหว่างอุปสงค์อุปทาน และมีต้นทุนผลตอบแทนที่คุ้มค่าทดแทนการปลูกข้าวในพื้นที่ไม่เหมาะสม จากการศึกษาในพื้นที่จังหวัดพิษณุโลก พบว่า มีสินค้าที่น่าสนใจ 4 ชนิด ได้แก่ 1) อ้อยโรงงาน เนื่องจากมีโรงงานในพื้นที่ภาคเหนือรองรับผลผลิตมากถึง 9 แห่ง มีหน่วยงานกำกับดูแลอุต
เชื่อว่าถ้าพูดถึงราชาผลไม้อย่าง ทุเรียน หลายท่านคงนึกถึงแหล่งปลูกฝั่งภาคตะวันออก อย่าง จังหวัดจันทบุรี ระยอง ตราด หรือแหล่งใกล้กรุงเทพฯ ที่มีชื่อเสียงคือ จังหวัดนนทบุรี แต่ครั้งนี้ท่านผู้อ่านอาจต้องแปลกใจ เพราะคราวนี้เราจะพูดถึงแหล่งปลูกทุเรียนใกล้กรุงเทพฯ อีกแห่งคือ ที่จังหวัดปทุมธานี หรือจะเรียกได้ว่าสวนแห่งนี้เป็นสวนทุเรียนแห่งแรกในจังหวัดปทุมธานีก็ว่าได้ นับว่าเป็นข่าวดีไม่น้อยสำหรับท่านที่ชื่นชอบทุเรียนเป็นชีวิตจิตใจ ถึงหน้าทุเรียนอยากจะรับประทานทุเรียนรสชาติดีๆ สักทีก็ไม่ต้องไปไกลแล้ว แต่ขอกระซิบนิดหนึ่งว่า ด้วยความที่สวนแห่งนี้อยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ไม่มาก จึงทำให้ผลผลิตหมดเร็ว ถ้าอยากรับประทานทุเรียนอร่อยๆ ต้องรีบจอง คุณสุพจน์ ตันพิชัย คือเจ้าของ “สวนทุเรียนหมอนทองพลัดถิ่น” คลองเก้า บ้านเลขที่ 9/8 หมู่ที่ 7 ตำบลบึงสามกา อำเภอหนองเสือ จังหวัดปทุมธานี คุณสุพจน์ มีอาชีพเป็นเกษตรกรอยู่แล้ว ทำสวนส้มเขียวหวานมาก่อน ปลูกส้มตั้งแต่ พ.ศ. 2531 แต่ต้องโค่นสวนส้มทิ้ง เหตุเพราะช่วงนั้นเกิดอาการโรคลูกร่วง โรคระบาด ส้มโตได้เท่าลูกมะนาวผลก็หลุด ไม่คุ้มทุน จึงเริ่มปลูกทุเรียนลงไป ในช่วงที่ปลูกส
เป็นอันว่าเนื้อหาบรรยายกล้วยหอมทอง-กล้วยน้ำว้า สำหรับภาคเช้าเสร็จสิ้นเรียบร้อย สาระสำคัญของเนื้อหาจากวิทยากรทุกท่านถูกถ่ายทอดลงในนิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้านครบทุกท่าน ขณะเดียวกัน หากท่านติดตามมาตลอดทุกตอนจะเห็นว่าทุกท่านปล่อยความรู้และประสบการณ์อย่างเต็มที่ไม่มีเก็บ จนเมื่อมาถึงช่วงท้ายรายการจึงเปิดโอกาสให้ผู้เข้าสัมมนาได้ถามปัญหาข้อสงสัยจากวิทยากรแต่ละท่าน ถาม – ชื่อไพบูลย์ มีอาชีพทนายความมาจากจังหวัดศรีสะเกษ แล้วชอบงานเกษตรกรรมมาก พร้อมกับได้ติดตามงานสัมมนาของเทคโนฯ มาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งล่าสุดได้มาเข้าร่วมสัมมนาไผ่ จากนั้นนำไปต่อยอดจนขณะนี้มีอาชีพสวนไผ่เพิ่มขึ้น แล้วยังส่งไผ่ไปขายต่างประเทศได้รับความสนใจดี สำหรับการมาร่วมสัมมนาเรื่องกล้วยในครั้งนี้ เท่าที่ฟังจากวิทยากรทุกท่านล้วนแล้วแต่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี แต่อยากจะทราบว่าเคยปลูกกล้วยแล้วไม่ประสบความสำเร็จบ้างไหม ส่วนตัวผมเองได้ปลูกกล้วยน้ำว้าไว้บ้างเหมือนกัน แล้วพบปัญหาเรื่องแมลงหนอนกอกับโรคตายพราย ซึ่งสร้างปัญหาต่อการปลูกกล้วยอย่างมาก ดังนั้น จึงขอทราบแนวทางในการป้องกันและกำจัด อีกประเด็นคือมีความสนใจที่จะปลูกมะพร้าวน้ำหอม
สาหร่ายทะเลได้ถูกนำมาปรุงเป็นอาหารต่างๆ มากมายตามภูมิปัญญาของคนที่อยู่ริมชายฝั่งทะเล หรือบนเกาะ ชาวญี่ปุ่นและชาวจีนขึ้นชื่อในเรื่องเมนูอาหารที่ทำจากสาหร่ายเนื่องจากชาวจีนและญี่ปุ่นนิยมรับประทานอาหารที่ปรุงจากสาหร่าย ในการบริโภคส่วนใหญ่จะเป็นการบริโภคสาหร่ายแห้งที่ผ่านกรรมวิธีมาแล้ว เช่น ข้าวห่อสาหร่ายของญี่ปุ่นซึ่งปัจจุบันคนไทยคุ้นเคยกันดีเพราะมีการจำหน่ายกันแพร่หลายแม้ในตลาดนัด ส่วนสาหร่ายที่ชาวไทยรู้จักกันดีของชาวจีนคือ จี๋ฉ่าย ที่นำมาทำแกงจืดสาหร่ายรับประทานกันอยู่ทั่วไป ส่วนในประเทศไทยสาหร่ายทะเลเป็นเมนูอาหารที่มีรับประทานทางภาคใต้และภาคตะวันออกมาเนิ่นนานแล้ว เช่น ยำสาหร่าย ชุบแป้งทอด หรือนำมาจิ้มรับประทานกับน้ำพริก สาหร่ายบางชนิดผ่านการอบแห้ง เช่น สาหร่ายผมนาง สามารถเก็บรักษาไว้ได้นานและนำมาปรุงอาหารได้สะดวกกว่าเดิม ส่วนสาหร่ายที่นำมาเป็นขนมในซองสำเร็จรูปก็เป็นที่นิยมของผู้บริโภคจนเจ้าของขึ้นแท่นเป็นเถ้าแก่ สาหร่ายเม็ดพริกหรือสาหร่ายพวงองุ่น เป็นสาหร่ายทะเลที่นำมารับประทานสด สมัยก่อนต้องอาศัยเก็บจากชายหาดเมื่อถูกคลื่นซัดมาจากทะเล ซึ่งมีในบางฤดูเท่านั้น ปัจจุบันสาหร่ายเม็ดพริกสามาร
นายประสงค์ ประไพตระกูล รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า จากการติดตามสถานการณ์การระบาดของโรคแมลงศตรูพืชในขณะนี้พบว่าในพื้นที่จังหวัดราชบุรี อำเภอจอมบึง และอำเภอโพธาราม ซึ่งเป็นแหล่งปลูกอ้อย ที่ใหญ่อีกแห่งหนึ่งในภาคตะวันตกและจังหวัดใกล้เคียง ได้มีการพบว่ามีศัตรูพืช คือ ตั๊กแตนไฮโรไกลฟัส เข้าทำลายแปลงอ้อย เนื่องจากช่วงนี้ตัวอ่อนของตั๊กแตนไฮโรไกลฟัสเริ่มฟักออกจากไข่ ดังนั้นเกษตรกรชาวไร่อ้อยจึงควรหมั่นสำรวจแปลงอย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับผลผลิตอ้อย และหากพบว่าพื้นที่ใดมีการระบาดของตั๊กแตนไฮโรไกลฟัสที่เข้าทำลายอ้อยให้รีบแจ้งสำนักงานเกษตรอำเภอใกล้บ้านดำเนินการควบคุมโดยทันที สำหรับรูปร่างลักษณะตัวเต็มวัยของตั๊กแตนไฮโรไกลฟัสเป็นตั๊กแตนที่มีขนาดกลางยาว 3-5 เซนติเมตร มีสีเหลืองปนเขียวหรือน้ำตาลปนเหลืองน้ำตาลแก่ ตัวอ่อนมีสีต่างๆ กัน เช่น เขียวอ่อน เหลืองอ่อน น้ำตาลแดงและดำทั้งตัว หน้ามีสีดำ ใต้ท้องมีสีดำตลอดตัว วงจรชีวิตของตั๊กแตนไฮโรไกลฟัส การผสมพันธุ์และวางไข่ในช่วงเดือนกันยายน – ตุลาคม เป็นช่วงปลายฤดูฝน ไข่จะฟักตัวอยู่ในดินตลอดฤดูแล้ง อยู่ในดิน 7-8 เดือน ลักษณะไข
เกษตรกรผู้เลี้ยงผึ้งชันโรง อำเภอมะขาม จังหวัดจันทบุรี รวมกลุ่มแปลงใหญ่ผลิตน้ำผึ้งชันโรง หวังส่งเสริมให้คนไทยรู้จักและรับประทานน้ำผึ้งชันโรงมากยิ่งขึ้น รวมทั้งป้อนตลาดต่างประเทศที่ปัจจุบันมีแนวโน้มความต้องการน้ำผึ้งจากชันโรงสูงขึ้น เผยการทำการเกษตรในรูปแปลงใหญ่สามารถช่วยให้เกษตรกรผู้เลี้ยงผึ้งชันโรงสามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์น้ำผึ้งชันโรงและทำตลาดได้อย่างยั่งยืน นายสวัสดิ์ จิตตเจริญ ประธานแปลงใหญ่ชันโรง อ.มะขาม จ.จันทบุรี เกษตรกรผู้เลี้ยงและแปรรูปผลิตภัณฑ์จากชันโรง กล่าวว่า ปัจจุบันการเลี้ยงผึ้งชันโรงใน อ.มะขาม จังหวัดจันทบุรี ถือเป็นอีกแห่งหนึ่งที่มีการเลี้ยงผึ้งชันโรงที่ใหญ่ที่ของประเทศ โดยหัวใจสำคัญในการเลี้ยงนั้นก็เพื่อไว้ให้ชันโรงช่วยผสมเกสรในสวนไม้ผล ทำให้ไม้ผลติดดอกออกผลได้ดีมีคุณภาพ ส่วนน้ำผึ้งของชันโรงก็นำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์น้ำผึ้งคุณภาพสูงที่ขายได้ราคาดีกว่าน้ำผึ้งจากผึ้ง ซึ่งถือเป็นรายได้เสริมที่ดีของเกษตรกรอีกทางหนึ่ง โดยที่ผ่านมาการขายน้ำผึ้งชันโรงของเกษตรกรที่พื้นที่แห่งนี้จะผลิตและขายโดยไม่ได้มีการรวมกลุ่มกัน ซึ่งก็สามารถทำตลาดได้ดี มีเท่าไรก็ขายหมด เนื่องจากการปริมาณการเลี้ยง
นายสุทิน ทองเอ็ม เกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ ชาวสุโขทัย เปิดเผยว่า อาชีพเกษตรกรรม เป็นอาชีพของบรรพบุรุษ เนื่องจากพ่อ แม่และญาติพี่น้องส่วนใหญ่ประกอบอาชีพด้านการเกษตร ประกอบกับมีใจรักในการเกษตร อยากปลูกผักปลอดสารพิษ ไว้บริโภคเอง เหลือจากแบ่งปันให้เพื่อนบ้านก็แบ่งจำหน่าย จึงได้ศึกษาจากแปลงที่ประสบผลสำเร็จ แล้วได้ดำเนินกิจกรรมไร่นาสวนผสมด้วยตนเอง โดยในระยะแรก ทำในพื้นที่ของครอบครัวเป็นหลัก หลังจากได้สมรสก็ได้ลงมือทำในกิจกรรมของตนเองอย่างเต็มที่ ได้นำความรู้จากการศึกษาด้วยตนเอง และดูแบบอย่างที่ประสบผลสำเร็จมาปรับใช้ในแปลง ของตนเอง มีการเพิ่มเติมกิจกรรมเรื่อยมา เน้นการใช้พื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด กิจกรรมมีการเกื้อกูลซึ่งกันและกัน ลดต้นทุน โดยน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงรัชกาลที่ 9 มาปรับใช้ในชีวิตเพื่อให้สามารถอยู่รอดได้ในปัจจุบัน ด้วยการ “ปลูกทุกอย่างที่กิน กินทุกอย่างที่ปลูก” เพื่อลดความเสี่ยงและอยู่รอดได้โดยไม่ต้องพึ่งพาใคร ตื่นมาไม่ต้องไปเสียค่าใช้จ่ายนอกบ้าน แต่กลับกันทำให้เรามีรายได้ทุกวันจากผลผลิตที่ปลูกและเลี้ยงไว้ ทั้งผักสดปลอดสารพิษ กบ ปลา ไข่ไก่ ชาวบ้านสามารถมาเดินเก็บ หรือจ
ทีมงานจากสำนักงานเกษตรจังหวัดอุบลราชธานี และสำนักงานเกษตรอำเภอน้ำยืน พาแวะไปชมแปลงปลูกพืชของเกษตรกรในอำเภอน้ำยืนหลายแปลงด้วยกัน ที่ขาดไม่ได้คือ คุณหนูจร พุดผา อยู่บ้านเลขที่ 26 หมู่ที่ 7 ตำบลบุเปือย อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี โทรศัพท์ (091) 019-7163 คุณหนูจร เป็นอดีตกำนันดีเด่นแหนบทองคำ ปี 2552 คุณหนูจร บอกว่า เกษียณจากกำนันไม่นานนัก ทุกวันนี้เป็นเกษตรกรเต็มตัว ไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลัง หรือหวาดระแวงว่าคดีต่างๆ จะเข้าถึงตัว เพราะขณะที่ทำงานรับใช้ประชาชน ตนเองมีความตั้งใจจริง มีความซื่อสัตย์ พื้นฐานเดิมของอดีตกำนันแหนบทองคำเป็นเกษตรกร มีที่ดินเป็นมรดกตกทอดอยู่บ้าง ก่อนเกษียณ 10 ปี ได้เตรียมตัวอย่างเป็นระบบ โดยเสาะหาที่ดินเพิ่ม ซึ่งซื้อหาในราคาไม่แพง แต่ที่สำคัญมากนั้น เขาได้ปลูกไม้ยืนต้น โดยทะยอยปลูก จากน้อยไปหามาก จึงไม่ได้ลงทุนสูง ขณะเดียวกัน ก็มีรายได้ตั้งแต่ปีแรกๆ เพราะปลูกพืชอายุสั้น ส่วนพืชที่ให้ผลช้า รอไม่นานก็มีผลผลิตให้เก็บ “ทำสวน 11 ไร่ มีที่นาอีกจำนวนหนึ่ง…ช่วงที่เตรียมตัวก็นำไผ่มาปลูกไว้” คุณหนูจร บอก ผสมผสานหลายอย่าง พืชนำร่องของคุณหนูจรคือ…กล้วย กล้วยท
เชื่อว่า มนุษย์เงินเดือนหลายคนอาจรู้สึกเบื่องานประจำ อยากหนีกรุงไปทำอาชีพเกษตรกรรม เพื่อใช้ชีวิตอยู่ใกล้ธรรมชาติอันแสนบริสุทธิ์ หลายคนยังกลัวที่จะเปลี่ยนวิถีชีวิตตัวเอง แต่มีหนุ่มสาวลูกหลานไฮโซฯ กลุ่มหนึ่งที่จะกล้าไล่ตามความฝันที่จะทำอาชีพเกษตรกรรม ในชื่อไร่ “เก็บฟาร์ม” และลงทุนต่อยอดกิจการร้านอาหาร “แปลงผัก” ที่ประสบความสำเร็จทางการตลาด เชื่อว่าเรื่องราวของพวกเขาน่าจะสร้างแรงบันดาลใจให้กับใครๆ อีกหลายคน ได้ลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตตัวเองเพื่อก้าวสู่ความสำเร็จในเส้นทางอาชีพเกษตรกรรมเช่นเดียวกับพวกเขา จุดเริ่มต้น “อาชีพเกษตรกรรม” คุณกัลยกร บุนนาค หรือ คุณกัล 1 ใน 5 เจ้าของกิจการไร่ “เก็บฟาร์ม” เล่าให้ฟังว่า ภายหลังเธอเรียนจบปริญญาตรี คณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ทำงานบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง ช่วงเวลานั้นครอบครัวย้ายไปอยู่ที่หัวหิน เปิดร้านอาหารไทย ชื่อ ชิฎฑะเฬ เธออยากอยู่ใกล้ชิดกับครอบครัว จึงตัดสินใจลาออกเพื่อย้ายมาอยู่กับครอบครัวที่หัวหิน คุณกัล ไม่อยากทำงานประจำ อยากหางานที่ทำแล้วมีความสุข ได้อยู่ใกล้ชิดธรรมชาติ เธอจึงตัดสินใจเลือกทำอาชีพเกษตรกรรม เธอมั่นใจว่า อ
