พืชทำเงิน
จากแนวโน้มการเติบโตของตลาดสินค้าอินทรีย์ที่มีแต่จะเพิ่มสูงขึ้น จึงทำให้ คำว่า อินทรีย์ หรือ ออร์แกนิก (Organic) ถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือทางการตลาดกันอย่างแพร่หลาย สำหรับบ้านเรามีสินค้าที่เรียกตัวเองว่าเป็นอินทรีย์มากมายจนผู้บริโภคสับสน จึงมีคำถามตามมาว่า…อินทรีย์ หรือ ออร์แกนิก (Organic) ที่แท้จริงนั้นเป็นอย่างไร? แล้วใช้อะไรเป็นตัวตัดสิน? เพื่อให้ผู้บริโภคเกิดความมั่นใจหรือเชื่อมั่นได้อย่างแท้จริง อย่างไรก็ตาม โดยธรรมชาติการผลิตสินค้าเกษตรของแต่ละแห่งทั่วโลกมีความต่างกันโดยสิ้นเชิง ทั้งสภาพพื้นที่ ปัจจัยการผลิตหรือแม้วิธีและกระบวนการ ฉะนั้น คงไม่ง่ายหากสินค้าทางการเกษตรจากสถานที่แห่งหนึ่งของประเทศหนึ่งจะเป็นที่ยอมรับจากอีกประเทศที่ตั้งอยู่คนละทวีปของโลก แต่สำหรับสินค้าทางการเกษตรของ “ศูนย์เรียนรู้เครือข่ายปราชญ์ชาวบ้าน วิสาหกิจชุมชนตำบลละทาย” จังหวัดศรีสะเกษ นำพืชผลทางการเกษตรในกลุ่มสมุนไพร อย่าง หอมแดง กระเทียม ที่เป็นพืชท้องถิ่นชื่อดังของจังหวัด รวมถึงพืชสมุนไพรสำคัญ อย่าง ขิง ข่า ตะไคร้ มาสร้างมูลค่าผ่านกระบวนการปลูกแบบอินทรีย์อย่างแท้จริง จนได้รับการรับรองจากหน่วยงานที่ได้มา
เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สหกรณ์การเกษตรในโครงการพัฒนาพื้นที่บริเวณหนองอึ่ง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จำกัด หมู่ 12 ต.ค้อเหนือ อ.เมือง จ.ยโสธร โดยสมาชิกสหกรณ์กำลังเร่งผลิตเห็ดโคนและไข่มดแดงด้วยวิธีแช่น้ำเกลือ มีทั้งแบบบรรจุขวดแก้วกับแบบบรรจุกระป๋อง ส่งขายในราคา 160-350 บาท สามารถสร้างรายได้ให้สมาชิกกลุ่มรายละ 300-400 บาทต่อวัน นางโสม สายโรจน์ อายุ 67 ปี สมาชิกสหกรณ์การเกษตรในโครงการพัฒนาพื้นที่บริเวณหนองอึ่ง กล่าวว่า กลุ่มสหกรณ์จะรับซื้อเห็ดโคนและไข่มดแดงจากชาวบ้านในพื้นที่ป่าดงมันราคากิโลกรัมละ 350 บาท โดยวันหนึ่งจะมีคนนำมาขายให้ประมาณ 30-40 กิโลกรัม จากนั้นจะนำเห็ดมาล้างทำความสะอาด ก่อนนำไปลวกในน้ำเดือดประมาณ 5 นาที นำขึ้นไปแช่ในน้ำเย็นจัด พักเห็ดไว้แล้วนำมาบรรจุใส่ขวดแก้วและกระป๋องตามปริมาณ จากนั้นเติมน้ำเกลือเพื่อให้เห็ดเก็บไว้ได้นาน ก่อนจะนำเข้าหม้อนึ่งเพื่อไล่อากาศ ต่อมานำกระป๋องและขวดแก้วเข้าเครื่องนึ่งความดันเพื่อไล่อากาศและฆ่าเชื้อ ทำให้สามารถเก็บไว้นาน นำออกจำหน่ายในราคากระป๋องละ 180 บาท ส่วนราคาขวดแก้วอยู่ที่ขวดละ 350 บาท และในหนึ่งปีสหกรณ์จะสามารถจำหน่ายสินค
การสัมมนา “กล้วยหอมทอง-กล้วยน้ำว้า” ปลูกกินเองได้ ปลูกขายทำเงิน ในหลายตอนที่ผ่านมา ท่านผู้อ่านที่ติดตามมาตลอดจะได้รับสาระความรู้จากวิทยากรที่มีประสบการณ์ทั้งเรื่องการปลูก การดูแล การผลิตกล้วยเพื่อส่งออกขายต่างประเทศ ซึ่งแต่ละท่านต่างมีมุมมองกันคนละแบบ แล้วในที่สุดก็ประสบผลสำเร็จตามเป้าหมายทุกท่าน การนำเสนอเนื้อหาการสัมมนากล้วยในตอนนี้ เป็นตอนที่ 5 และเป็นตอนสุดท้ายของท่านวิทยากรในภาคเช้า โดยวิทยากรท่านนี้นับว่ามีความสามารถแล้วประสบความสำเร็จจากการปลูกกล้วยหอมแบบครบวงจร เพราะท่านได้เริ่มต้นบนเส้นทางกล้วยหอมด้วยการปลูกอย่างเดียว จากนั้นต่อยอดด้วยการตัดขาย แล้วพัฒนามาถึงการเป็นผู้จัดส่งเอง แถมท้ายด้วยการมีแผงขายกล้วยอยู่ที่ตลาดไทอีก ดังนั้น บทบาทของท่านบนเส้นทางกล้วยที่มีมายาวนานกว่า 30 ปี น่าจะมีหลักคิดที่เกิดประโยชน์กับท่านผู้อ่านอย่างมาก สำหรับวิทยากรท่านนี้คือ คุณวิไล ประกอบบุญกุล เป็นเกษตรกรผู้ปลูกกล้วยหอมในพื้นที่จังหวัดปทุมธานีมานานกว่า 30 ปี อีกทั้งในปัจจุบันยังยึดอาชีพแบบครบวงจร ทั้งปลูกเอง ติดต่อขายเองแล้วจัดส่งลูกค้า นอกจากนั้น ยังมีแผงขายกล้วยหอมอยู่ที่ตลาดไท คุณวิไล กล่าวว่า
สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) จัดทำเว็บไซต์ www.dgtfarm.com ตลาดแมทชิ่งออนไลน์ เพื่อเชื่อมโยงตลาดระหว่างผู้ผลิต ผู้ประกอบการ และผู้บริโภค ทำการตลาดให้เป็นเรื่องง่าย นับว่าเป็นข่าวดีสำหรับเกษตรกรไทย ที่ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าจะมีเว็บไซต์ซื้อขายสินค้าเกษตรออนไลน์ออกมาให้พี่น้องเกษตรกรได้ใช้ขายและกระจายสินค้าเกษตรและแปรรูปแก่ผู้บริโภคได้สะดวก รวดเร็ว ขยายฐานลูกค้าได้เป็นวงกว้างมากขึ้น เนื่องด้วยสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ หรือ มกอช. ได้มีการจัดทำเว็บไซต์ ตลาดแมทชิ่งออนไลน์ เพื่อเชื่อมโยงตลาดระหว่างผู้ผลิต ผู้ประกอบการ และผู้บริโภค โดยใช้ชื่อ www.dgtfarm.com ซึ่งจะเป็นตัวกลางระหว่างผู้ผลิตและผู้ประกอบ ในการซื้อขายสินค้าต่อไป ทางนิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้านได้รับเกียรติเชิญให้สัมภาษณ์ คุณกฤษ อุตตมะเวทิน เลขานุการกรม เป็นที่แรกเกี่ยวกับการเปิดตัวเว็บไซต์ www.dgtfarm.com ซึ่งเป็นเว็บไซต์ที่จัดทำขึ้นมาเพื่อช่วยเกษตรกรไทยโดยเฉพาะ บทบาทหน้าที่ของ มกอช. หรือสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ มกอช. เป็นหน่วยงานกลางของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นหน่วยงานระดับกร
ปัญหาการทำนาของเกษตรกรที่มักพบได้บ่อยๆ คือ ต้องซื้อปุ๋ยราคาแพง ราคาข้าวตกต่ำ การใช้ดินทำนามายาวนาน ดินเสื่อมไม่เหมาะสม และที่สำคัญการใส่ปุ๋ยในปริมาณมาก ไม่ตรงสูตร ไม่ตรงตามอัตราส่วน และไม่ใส่ตามระยะเวลา จึงเป็นเงื่อนไขให้ต้องใช้ต้นทุนการผลิตสูง แต่การรู้ว่าในพื้นที่แปลงนามีธาตุอาหารใด? บ้าง ก็จะช่วยให้การจัดการใช้ปุ๋ยทำได้อย่างถูกต้องและรู้ค่า ได้รับผลตอบแทนคุ้มทุน เป็นหนึ่งวิธีการที่น่าสนใจ วันนี้จึงได้นำเรื่องการตรวจวิเคราะห์ดิน ก่อนใส่ปุ๋ย ทำนา ลดต้นทุน เพิ่มรายได้ มาเล่าสู่กัน คุณชมพูนุช หน่อทอง นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ สำนักงานเกษตรจังหวัดชัยนาท เล่าให้ฟังว่า ปัญหาการทำนาที่สำคัญของชาวนาคือ ถ้าน้ำไม่พอเพียงก็ส่งผลต่อการเจริญเติบโต หรือใส่ปุ๋ยในนาข้าวที่ไม่คำนึงถึงสภาพดินในพื้นที่แปลงนาว่ามีธาตุอาหารอะไรบ้าง? ใส่ปุ๋ยไม่ถูกสูตรไม่ตรงกับความต้องการของต้นข้าว บางครั้งใส่ปุ๋ยน้อยไปก็ได้ผลผลิตน้อย หรือใส่มากไปก็ทำให้ต้นทุนการผลิตสูงได้ผลตอบแทนไม่คุ้มทุน ปุ๋ย เป็นปัจจัยสำคัญในการทำนา การตรวจวิเคราะห์ดินในแปลงนาก่อนแล้วนำผลที่ได้จากการวิเคราะห์มากำหนดสูตรปุ๋ยเพื่อใส่ปุ๋ยให้ตรงสู
นายทองพูล โฉมสอาด (ผู้ใหญ่สันต์) อยู่บ้านเลขที่ 18/1หมู่6 ต.วังเย็น อ.แปลงยาว จ.ฉะเชิงเทรา เล่าให้ฟังว่า เดิมที่ตนเป็นเกษตรกรปลูกพริก ปลูกมะนาวเป็นอาชีพหลักอยู่แล้ว แต่มะนาวที่ปลูกเป็นมะนาวตลาดพันธุ์ทั่วไป ตนเพิ่งเริ่มปลูกมะนาวหอมแปดริ้วได้ 3 ปี ปรากฎว่าได้ผลดี ลักษณะเด่นของมะนาวพันธุ์นี้คือ ให้ผลดก เก็บลูกได้เร็ว ทันราคา ลูกใหญ่ น้ำเยอะ เปลือกบาง กลิ่นหอมแม่กระทั่งใบ และเป็นที่ต้องการของประเทศลาว ผู้ใหญ่สันต์ ปลูกมะนาวพันธุ์หอมแปดริ้วประมาณ 30 ไร่ มะนาวให้ผลผลิตดีมาก เก็บตรงโน้นตรงนี้เหลือง จึงต้องหาตลาดส่งออกที่ประเทศลาว ซึ่งทางประเทศลาวเขาชอบมากสั่งรอบละ 6-10 ตัน ราคาขายขึ้นอยู่กับกลไกของตลาด แต่ที่เคยขายไปอยู่ที่ กก.ละ 35 บาท มีอย่างทุกวันนี้ได้เพราะมะนาว ซื้อรถเงินสดทุกคน เงินโผล่มาจากดินทั้งนั้นเลย ผู้ใหญ่สันต์กล่าว วิธีการปลูกไม่ยาก ผู้ใหญ่สันต์ บอกว่า ตนปลูกลงดินไม่ต้องมีอะไรมาล้อม ขุดหลุมไม่ต้องกว้าง ปลูกมะนาวไม่ต้องขุดหลุมลึก มะนาวกินแค่รากผิวดิน ใช้กิ่งตอนปลูกวางลงหลุมลึกประมาณ 2 นิ้ว เมื่อปลูกเสร็จให้กักน้ำไว้ใช้ตอนหน้าแล้ง มะนาวจะไม่ตาย ใส่ปุ๋ยคอก ขี้วัว ขี้ไก่ปนแกลบ ส่ว
“น้ำคือ ชีวิต” ขาดน้ำก็เหมือนขาดใจ ในอดีตเมืองไทยเคยมีแหล่งน้ำธรรมชาติ ทั้งคู คลอง หนอง บึงต่างๆ มากมาย เปรียบเสมือนเส้นเลือดน้อยใหญ่ คอยหล่อเลี้ยงแผ่นดินให้อุดมสมบูรณ์ แต่ในวันนี้ แหล่งน้ำตามธรรมชาตินับวันจะเหลือน้อยลงเต็มที เมื่อปริมาณน้ำลดลง ส่งผลกระทบทำให้พืชขาดน้ำ ชะงักการเจริญเติบโต ปริมาณผลผลิตลดลงและมีคุณภาพต่ำ ดังนั้น เกษตรกรจึงจำเป็นต้องเรียนรู้และเข้าใจถึงความสัมพันธ์ระหว่างดิน น้ำและพืช เพื่อคำนวณปริมาณการใช้น้ำให้เหมาะสมกับความต้องการของพืชแต่ละชนิด เพื่อให้ได้ผลผลิตที่ดีป้อนเข้าสู่ตลาดในอนาคต ระบบน้ำในแปลงปลูกมันเทศ การปลูกมันเทศที่ผ่านมา เกษตรกรไทยมักจะไม่ให้ความสำคัญในเรื่องของระบบการให้น้ำในแปลงปลูก ถ้าปลูกในช่วงฤดูฝนจะพึ่งเพียงน้ำฝนจากธรรมชาติเท่านั้น หากปลูกในช่วงฤดูแล้งจะมีการให้น้ำแบบท่วมแปลง หากต้องการปลูกมันหวานญี่ปุ่น ควรติดตั้งระบบการให้น้ำแบบมินิสปริงเกลอร์ เพื่อให้ต้นมันเทศตั้งตัวได้เร็วและได้รับน้ำอย่างสม่ำเสมอ เทคนิคในการให้น้ำ แก่แปลงปลูกมันญี่ปุ่นนั้น ช่วง 3 วันแรกหลังจากที่ปลูกยอดพันธุ์ลงไป จำเป็นต้องให้น้ำทุกวัน 2 เวลา เช้า-เย็น ในกรณีที
คุณวรรณนิภา เรืองทัพ บ้านเลขที่ 70/7 หมู่ที่ 4 บ้านหนองสะเดา ตำบลบ้านนา อำเภอวชิรบารมี จังหวัดพิจิตร โทร. (086) 1106387, (084) 868-8474 เจ้าของ “สุดใจ Hydroponics จ.พิจิตร” การปลูกผักสลัดไฮโดรโปนิกส์เบื้องต้น โดยทั่วไปผักสลัดจะมีอายุการปลูกประมาณ 6 สัปดาห์ (42 วัน สามารถกินได้ ผักมีน้ำหนักได้ที่ มีรสชาติอร่อย หากเกิน 50 วัน ผักจะแก่ทำให้มีรสชาติขม ไม่อร่อย) เริ่มจาก การเพาะเมล็ดสลัด นำฟองน้ำสำเร็จรูปที่จะเป็นสี่เหลี่ยมลูกเต๋าตรงกลางฟองน้ำจะถูกกรีดเป็นกากบาทเพื่อนำเมล็ดมาวางใส่ลงไป ปลูกวางเรียงบนถาดรอง รดน้ำฟองน้ำปลูกให้ชุ่ม พร้อมกับใช้มือกดฟองน้ำให้ซับน้ำให้อิ่มตัว นำไม้ปลายแหลมหรือไม้จิ้มฟันจุ่มน้ำแล้วแต้มแตะไปที่เมล็ดพันธุ์ผักสลัด แล้วนำเมล็ดสลัดที่ติดที่ปลายไม้มาใส่ลงไปในกลางฟองน้ำที่ผ่าไว้ 1 เมล็ด ต่อฟองน้ำ 1 อัน นำแผ่นโฟมเพาะเมล็ดไปไว้ในโต๊ะอนุบาลที่ 1 ประมาณ 2 สัปดาห์ หรือกล้าผักสลัดมี 2 ใบ ช่วงนี้ต้องหมั่นฉีดน้ำด้วยฟ็อกกี้หรือกระบอกฉีดน้ำเพื่อลดความร้อนให้ต้นกล้าทุกๆ วัน วันละ 2-5 ครั้ง ตามสภาพอากาศ ช่วงเพาะเมล็ด (สัปดาห์ที่ 1) ใช้เวลา 7 วัน นำเมล็ดใส่ลงไปในวัสดุยึดราก เช่น ฟอง
จังหวัดปราจีนบุรี และสระแก้ว เป็นแหล่งปลูกยางใหม่ที่เกษตรกรหันมาปลูกยางในยุคที่ยางมีราคาแพง มีเนื้อที่ปลูกยางรวมทั้งหมด ประมาณ 30,000 ไร่ ต่อมาเมื่อสถานการณ์ราคายางอ่อนตัวลงอย่างต่อเนื่อง รายได้จากการขายยางไม่เพียงพอกับค่าใช้จ่าย คุณชัยฤทธิ์ บัวแสง ผู้อำนวยการการยางแห่งประเทศไทย สาขาสระแก้ว (กยท. สาขาสระแก้ว) ซึ่งดูแลรับผิดชอบพื้นที่ปลูกยางพาราในพื้นที่จังหวัดสระแก้วและปราจีนบุรี จึงส่งเสริมให้เกษตรกรหันมาทำการเกษตรแบบผสมผสานในลักษณะปลูกพืชแซมในสวนยาง หรือปลูกพืชร่วมยาง ในช่วงที่ต้นยางยังเล็กเก็บเกี่ยวผลผลิตไม่ได้ คุณชัยฤทธิ์ บัวแสง ผู้อำนวยการ กยท. สาขาสระแก้ว สละเวลาพาผู้เขียนไปเยี่ยมชมกิจการสวนยางผสมผสานของเกษตรกรคนเก่ง คือ คุณลักษณ์-คุณจอม ฤทธิ์ภักดี อาศัยอยู่บ้านเลขที่ 5 หมู่ที่ 6 ตำบลวังท่าช้าง อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี โทร. (086) 091-9800, (080) 076-7021 ครอบครัวฤทธิ์ภักดี ทำสวนยางควบคู่กับการทำเกษตรผสมผสานจนประสบความสำเร็จทางอาชีพและรายได้ กยท. สาขาสระแก้ว จึงประกาศยกย่องให้สวนยางแห่งนี้เป็นศูนย์เรียนรู้ด้านเศรษฐกิจพอเพียง โดยมอบเงินทุนสนับสนุนให้ ครัวเรือนละ 5,000 บา
ตลาดต่างประเทศถือเป็นเป้าหมายใหญ่ที่สำคัญสำหรับผู้ปลูกกล้วยหอม ถึงแม้กล้วยหอมจะปลูกง่ายกว่าพืชหลายชนิด แต่คงไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับผู้ปลูกกล้วยหอมทุกรายที่จะประสบความสำเร็จจนสามารถนำผลผลิตส่งออกไปขายต่างประเทศได้ เนื่องจากมีเงื่อนไขและข้อจำกัดหลายประการที่ผู้ปลูกกล้วยส่งออกพึงปฏิบัติ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการใช้สารเคมี แมลงและโรคพืช การตรวจคุณภาพและตกแต่ง รวมถึงทางด้านจัดการสวนเป็นพิเศษ ฯลฯ เป็นต้น งานสัมมนา “กล้วยหอมทอง-กล้วยน้ำว้า” ปลูกกินเองได้ ปลูกขายทำเงิน ครั้งนี้ได้เชิญบุคคลที่มีประสบการณ์แล้วประสบความสำเร็จในการปลูกกล้วยหอมทองจนสามารถส่งขายต่างประเทศ อย่าง คุณสมยศ คำเพ็ง ซึ่งถือว่าเป็นเกษตรกรรุ่นใหม่ที่ใช้แนวคิดแบบภูมิปัญญาชาวบ้านมาประยุกต์เพื่อปลูกกล้วยจนทำให้เป็นที่ต้องการของตลาดต่างประเทศได้อย่างง่าย ก่อนไปถึงตรงนั้น มาทำความรู้จักกับชายผู้นี้เสียก่อนว่าเป็นใครและมีประวัติเส้นทางการเข้าสู่วงการกล้วยหอมทองอย่างไร คุณสมยศ เรียนจบสายการตลาด จากมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี เคยทำงานประจำอยู่โรงแรม ขณะเดียวกัน ทางครอบครัวพ่อแม่และญาติก็เคยมีอาชีพเกษตรกรรมต่างมีอายุเพิ่มมากขึ้น ตลอดจนสุขภา
