พืชทำเงิน
ช่วงระยะเวลาที่เหมาะสม เดือนกรกฎาคม -ช่วงระยะแตกใบอ่อนและเจริญเติบโต -ใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก อัตรา 10-20 กิโลกรัม/ต้น ร่วมกับ 15-15-15 อัตรา 1-3 กิโลกรัม/ต้น ตามขนาดพุ่ม -นอกจากนี้หากต้นโทรม ควรใช้ปุ๋ยทางใบและอาหารทางด่วนโดยใช้อาหารสำเร็จรูปที่มีคาร์โบไฮเดรต 20 มิลลิลิตร กรดฮิวมิค 20 มิลลิลิตร ปุ๋ยเกร็ด 15-30-15 หรือ 20-20-20 อัตรา 60 กรัม ในน้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นจำนวน 1-2 ครั้งเพื่อช่วยให้แตกใบอ่อนได้ดี -ควรตัดแต่งกิ่งที่เป็นโรคและแมลงทำลายทิ้ง -ควรมีการกำจัดวัชพืชบริเวณรอบลำต้นและทรงพุ่มเพื่อป้องกันการสะสมของโรคแมลง -การป้องกันกำจัดโรคที่เกิดจากเชื้อรา เช่น รากเน่า โคนเน่า ฉีดพ่น ด้วยสารเคมีป้องกันกำจัดเชื้อรา ได้แก่ ฟอสอีทิล-อะลูมิเนียม บีโนมิล เคปแทน -การป้องกันกำจัดแมลงควรฉีดพ่นสารป้องกันกำจัดแมลงชนิดดูดซึม ได้แก่ คาร์บาริล อะมิตาคลอพริต อะบาเม็กติน เป็นต้น โดยฉีดพ่นทุก 7-10 วัน เดือนพฤศจิกายน ช่วงนี้ควรบำรุงให้ต้นทุเรียนสมบูรณ์โดยใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก อัตรา 10-20 กิโลกรัม/ต้น หรือฉีดพ่นปุ๋ยทางใบ 12-24-12 หรือ 8-24-24 อัตรา 2 กิโลกรัม/ต้น (ขึ้นกับอายุและขนาดทรงพุ่ม) เพื่อกระตุ้นการออ
ช่วงระยะเวลาที่เหมาะสม เดือนกรกฎาคม -ช่วงระยะแตกใบอ่อนและเจริญเติบโต -ใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก อัตรา 10-20 กิโลกรัม/ต้น ร่วมกับ 15-15-15 อัตรา 1-3 กิโลกรัม/ต้น ตามขนาดพุ่ม -นอกจากนี้หากต้นโทรม ควรใช้ปุ๋ยทางใบและอาหารทางด่วนโดยใช้อาหารสำเร็จรูปที่มีคาร์โบไฮเดรต 20 มิลลิลิตร กรดฮิวมิค 20 มิลลิลิตร ปุ๋ยเกร็ด 15-30-15 หรือ 20-20-20 อัตรา 60 กรัม ในน้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นจำนวน 1-2 ครั้งเพื่อช่วยให้แตกใบอ่อนได้ดี -ควรตัดแต่งกิ่งที่เป็นโรคและแมลงทำลายทิ้ง -ควรมีการกำจัดวัชพืชบริเวณรอบลำต้นและทรงพุ่มเพื่อป้องกันการสะสมของโรคแมลง -การป้องกันกำจัดโรคที่เกิดจากเชื้อรา เช่น รากเน่า โคนเน่า ฉีดพ่น ด้วยสารเคมีป้องกันกำจัดเชื้อรา ได้แก่ ฟอสอีทิล-อะลูมิเนียม บีโนมิล เคปแทน -การป้องกันกำจัดแมลงควรฉีดพ่นสารป้องกันกำจัดแมลงชนิดดูดซึม ได้แก่ คาร์บาริล อะมิตาคลอพริต อะบาเม็กติน เป็นต้น โดยฉีดพ่นทุก 7-10 วัน เดือนพฤศจิกายน ช่วงนี้ควรบำรุงให้ต้นทุเรียนสมบูรณ์โดยใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก อัตรา 10-20 กิโลกรัม/ต้น หรือฉีดพ่นปุ๋ยทางใบ 12-24-12 หรือ 8-24-24 อัตรา 2 กิโลกรัม/ต้น (ขึ้นกับอายุและขนาดทรงพุ่ม) เพื่อกระตุ
เดินทางไปเยี่ยมบ้านคุณวิชัย ศรีสวัสดิ์ ซอยหน้าโรงเรียนหนองบัวกลาง ม.2 ตำบลหนองบัว อ.นามน จ.กาฬสินธุ์ โทร.094-2920537 เป็นเกษตรกรนักปฏิบัติ แปรทฤษฎีสู่การปฏิบัติ และเรียนรู้กับธรรมชาติได้อย่างน่าทึ่ง ศึกษาจากป่า นำแนวความคิดมาปลูกป่า อยู่กับป่าอย่างมีความสุข พร้อมบอกว่า “ไม่ต้องไปศึกษาดูงานหรือท่องเที่ยว” ตามที่ภาครัฐจัด ตัวเขาเองเดินป่า ศึกษาจากธรรมชาติ เพราะที่นี่ คือ ตำราเรียน ที่ดีที่สุด “ป่า” เขาอยู่อย่างเกื้อกูล คุณวิชัย เล่าให้ฟังว่า ตนเองเป็นคนรักธรรมชาติมาก เข้าป่า ศึกษาจากป่า มาวันนี้ ปลูกป่า พื้นที่ 4 ไร่ มีไม้ป่าหลัก ไม้ยางนา ไม้เต็งรัง ไม้จิก ไม้แดง ไม้ธรรมชาติ มากมายพืชสมุนไพรทุกชนิดมีในป่าแห่งนี้ ไม้เสริม เถาวัลย์ พืชรับประทานเป็นอาหารได้ มีอีผุกหรือบุก อีลอก ขิง ข่า ตะไคร้ สับปะรด ผักหวานป่า กล้วย มะพร้าว ปลูกแบบป่าผสมผสาน “พี่ใหญ่เลี้ยงน้องเล็ก” ผมรักธรรมชาติ รักป่า จึงดำเนินการปลูกป่า ทำทางเดินเล็กๆ สองข้างทางมีอาหารให้รับประทานได้ สิ่งที่คืนให้ธรรมชาติ คือ “ผักหวานป่า” โยนเมล็ดเข้าป่า ผักหวานป่าเกิดได้ อยู่ได้ ทนทานหลายปี ต้นที่หลังบ้าน 25 ปี แล้ว รากถึง
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Aegle marmelos (L.) Corr. Common name : Beal fruit Family : RUTACEAE มะตูม เป็นไม้ผลที่รู้จักกันมานานแถบตอนใต้ของอินเดีย พม่า ลาว จีน และไทย เราก็รู้จักใช้ประโยชน์จากมะตูมในหลายๆ ด้าน มะตูมเป็นไม้ผลยืนต้นขนาดกลางจนถึงขนาดใหญ่สองสามคนโอบก็เคยพบ เปลือกลำต้นเรียบ หรืออาจแตกสะเก็ดเล็กน้อย สีเทาอมน้ำตาล ออกดอกปีละครั้งช่วงปลายฤดูแล้ง ประมาณ พฤษภาคม-มิถุนายน ดอกเป็นช่อเล็กๆ สีขาว กลิ่นหอมแรงไปไกล ลักษณะดอกจะเป็นดอกแบบสมบูรณ์เพศ มีทั้งเกสรตัวผู้ และเกสรตัวเมียในดอกเดียวกัน แต่ละดอกประกอบด้วยกลีบสีขาว 5 กลีบ ผลมะตูมมีทั้งกลมๆ และแบบทรงรีๆ รูปไข่ ดิบสีเขียว เมื่อสุกจะกลายเป็นสีเหลืองเข้ม หอมหวนยวนใจมาก ผลดิบห่ามๆ เนื้อยังแข็งนิยมเอามาฝานเป็นแว่นๆ เชื่อมน้ำตาล เป็นขนมของหวานที่มีมาแต่โบร่ำโบราณของไทยเรา ย่านที่ทำมะตูมเชื่อมขายกันมาจากรุ่นสู่รุ่นคือ แถวตรอกมะตูม ซอยอรุณอมรินทร์ 23 บ้านช่างหล่อ เยื้องๆ ประตูโรงพยาบาลศิริราช แถบนี้มีขนมไทยๆ อร่อยมากมายหลายเจ้าครับ แนะนำซะเลย ใบมะตูมมีลักษณะเป็นใบประกอบแบบสามแฉก มองดีๆ คล้ายๆ ตรีศูล อาวุธแห่งพระศิวะเทพ ในศาสนาฮินดู และพราหมณ์ จึงถื
พื้นที่อำเภอลานสัก จังหวัดอุทัยธานี ถือว่าเป็นพื้นที่หนึ่งที่มีเกษตรกรปลูกมะม่วงทั้งผลดิบและผลสุกหลายสายพันธุ์ พื้นที่ปลูกที่รวมกันหลายพันไร่ เฉพาะตำบลทุ่งนางาม มีมากกว่า 600 ไร่ ในจำนวนกว่า 600 ไร่ ไม่ได้มีเกษตรกรเพียงรายเดียว แต่มีเกษตรกรที่ปลูกมะม่วงหลายสายพันธุ์ และรวมกลุ่มกันเพื่อป้อนเข้าสู่ตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ คุณไพศาล จันจินดา ชาวทุ่งนางามโดยกำเนิด เล่าให้ฟังว่า ในอดีตเกษตรกรละแวกนี้ปลูกพืชไร่ เพิ่งเริ่มปรับเปลี่ยนมาปลูกมะม่วงเมื่อปี 2530 ในระยะแรกปลูกมะม่วงทองดำ เพราะเป็นมะม่วงที่มีในตลาดน้อย ส่วนมะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง เพิ่งเข้าสู่ตลาดการค้ามะม่วงใหม่ๆ และการเลือกปลูกมะม่วง เพราะเห็นว่า การปลูกพืชล้มลุก เมื่อหมดรอบการผลิตก็ต้องลงปลูกใหม่ แต่สำหรับไม้ผลอย่างมะม่วง ปลูกเพียงครั้งเดียว เก็บผผลผลิตได้ทุกปี โดยไม่ต้องเริ่มปลูกใหม่ ทำเพียงบำรุงต้นก็ได้ผลผลิตเก็บขายได้แล้ว “ผมมีพื้นที่ปลูกมะม่วงทั้งหมด 40 ไร่ ปลูกมะม่วงหลายสายพันธุ์ ได้แก่ ทองดำ เขียวเสวย ฟ้าลั่น โชคอนันต์ น้ำดอกไม้สีทองเบอร์ 4 ปลูกอย่างละ 5-10 ไร่” เมื่อปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมา มะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง ของคุณไพศาล
“จังหวัดกาญจนบุรี” ได้ชื่อว่า เป็นดินแดนอีสานแห่งภาคตะวันตก เพราะมีอุณหภูมิค่อนข้างสูงและอากาศร้อนอบอ้าวมากในฤดูร้อน ด้านตะวันตกมีเทือกเขาตะนาวศรีกั้นเขตแดนไทย-พม่า อิทธิพลจากเทือกเขานี้ทำให้พื้นที่ราบทางด้านตะวันออกของจังหวัดเป็นเขตพื้นที่อับฝน มีฝนน้อย ปริมาณฝนรวมตลอดปีน้อยกว่า 1,200 มิลลิเมตร เมื่อเทียบกับตอนกลางของจังหวัด ที่มีฝนรวมตลอดปี ประมาณ 1,200-1,600 มิลลิเมตร “มะขามเทศ” นับเป็นไม้ผลเศรษฐกิจที่น่าจับตามองของเกษตรกรจังหวัดกาญจนบุรี เพราะทนร้อน ทนแล้งได้ดี ปลูกดูแลง่าย ให้ผลผลิตต่อไร่ ประมาณ 500-700 กิโลกรัม ราคาขายส่ง ประมาณกิโลกรัมละ 50-60 บาท ปลูกมะขามเทศ 1 ไร่ จะมีรายได้ไม่ต่ำกว่า 40,000-60,000 บาท ต่อปี “มะขามเทศฝักสีชมพู” ไม้ผลทำเงิน “ไร่สวนขวัญ” คุณไพฑูรย์ สุนทรวิภาต พนักงานขององค์การบริหารส่วนตำบลวังด้ง (อบต. วังด้ง) ใช้เวลาว่างช่วงวันหยุดทำสวนมะขามเทศเป็นรายได้เสริม ชื่อ “ไร่สวนขวัญ” บนเนื้อที่ 3 ไร่ ตั้งอยู่พื้นที่บ้านหนองสามพราน หมู่ที่ 9 ตำบลวังด้ง อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี โทร. (086) 162-0365 คุณไพฑูรย์ เริ่มสนใจทำสวนมะขามเทศ เมื่อ 6-7 ปี ที่แล้ว หลังเขามีโอก
การทํานา เป็นอาชีพหลักของเกษตรกรไทย แต่การผลิตข้าวของไทยกลับได้ผลผลิตต่ำและมีต้นทุนการผลิตที่สูงกว่าประเทศเพื่อนบ้าน จุดอ่อนที่เห็นได้ชัดคือ การปลูกข้าวนาหว่าน เกษตรกรส่วนใหญ่ต้องการปลูกข้าวให้ได้ผลผลิตในปริมาณมากและมีรวงเยอะๆ แต่วิตกกังวลว่า ข้าวที่หว่านจะไม่งอก จึงใช้เมล็ดพันธุ์ต่อไร่สูงเกินความจําเป็น เฉลี่ย 25-30 กิโลกรัม ต่อไร่ แถมใช้ปุ๋ยจำนวนมาก ทำให้มีต้นทุนการผลิตสูง จุดอ่อนประการต่อมาคือ เกษตรกรใช้เมล็ดพันธุ์ข้าวไม่มีคุณภาพ มีข้าวดีด ข้าวเด้ง ปะปนกับเมล็ดพันธุ์ข้าวปลูก ทําให้มีผลผลิตต่อไร่ต่ำ และมีปัญหาสิ่งเจือปนสูง แถมพันธุ์ข้าวที่นำมาปลูกยังไม่ต้านทานต่อโรคและแมลง เพราะเกษตรกรจำนวนมากนิยมเก็บเมล็ดพันธุ์ข้าวไว้ใช้เอง หรือซื้อเมล็ดพันธุ์ข้าวไม่มีคุณภาพมาปลูก นอกจากนี้ ที่ผ่านมา กรมการข้าว ได้ตรวจสอบพบ ผู้รวบรวมและร้านจำหน่ายเมล็ดพันธุ์ข้าวบางแห่งไม่ปฏิบัติตาม พ.ร.บ. พันธุ์พืชฯ มีการจำหน่ายเมล็ดพันธุ์ที่ไม่ได้คุณภาพ เช่น ไม่มีฉลากแสดงรายละเอียดของเมล็ดพันธุ์ ไม่มีการขออนุญาตอย่างถูกต้อง ตลอดจนโฆษณาอวดอ้างคุณภาพเกินจริงและจำหน่ายในราคาสูงเกินความเป็นจริง ล้วนเป็นการเอารัดเอาเปรี
เดินทางไปเยี่ยมบ้านคุณวิชัย ศรีสวัสดิ์ ซอยหน้าโรงเรียนหนองบัวกลาง ม.2 ตำบลหนองบัว อ.นามน จ.กาฬสินธุ์ โทร.094-2920537 เป็นเกษตรกรนักปฏิบัติ แปรทฤษฎีสู่การปฏิบัติ และเรียนรู้กับธรรมชาติได้อย่างน่าทึ่ง ศึกษาจากป่า นำแนวความคิดมาปลูกป่า อยู่กับป่าอย่างมีความสุข พร้อมบอกว่า “ไม่ต้องไปศึกษาดูงานหรือท่องเที่ยว” ตามที่ภาครัฐจัด ตัวเขาเองเดินป่า ศึกษาจากธรรมชาติ เพราะที่นี่ คือ ตำราเรียน ที่ดีที่สุด “ป่า” เขาอยู่อย่างเกื้อกูล คุณวิชัย เล่าให้ฟังว่า ตนเองเป็นคนรักธรรมชาติมาก เข้าป่า ศึกษาจากป่า มาวันนี้ ปลูกป่า พื้นที่ 4 ไร่ มีไม้ป่าหลัก ไม้ยางนา ไม้เต็งรัง ไม้จิก ไม้แดง ไม้ธรรมชาติ มากมายพืชสมุนไพรทุกชนิดมีในป่าแห่งนี้ ไม้เสริม เถาวัลย์ พืชรับประทานเป็นอาหารได้ มีอีผุกหรือบุก อีลอก ขิง ข่า ตะไคร้ สับปะรด ผักหวานป่า กล้วย มะพร้าว ปลูกแบบป่าผสมผสาน “พี่ใหญ่เลี้ยงน้องเล็ก” ผมรักธรรมชาติ รักป่า จึงดำเนินการปลูกป่า ทำทางเดินเล็กๆ สองข้างทางมีอาหารให้รับประทานได้ สิ่งที่คืนให้ธรรมชาติ คือ “ผักหวานป่า” โยนเมล็ดเข้าป่า ผักหวานป่าเกิดได้ อยู่ได้ ทนทานหลายปี ต้นที่หลังบ้าน 25 ปี แล้ว รากถึง
ครอบครัว “โกปิยนันท์” ทำสวนได้ผลผลิตดีมานาน คนละแวกนั้นรู้จักกันดี ถึงแม้ฐานะจะสามารถส่งลูกไปเรียนต่างประเทศได้ แต่หัวหน้าครอบครัวเลือกที่จะส่งลูกไปเรียนไม่ไกล คือมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตจันทบุรี ตั้งอยู่ตำบลพลวง อำเภอเขาคิชฌกูฏ จังหวัดจันทบุรี คุณเกียรติยศ โกปิยนันท์ เป็นลูกคนเล็ก ครอบครัวนี้ อยู่บ้านเลขที่ 37/1 หมู่ที่ 3 ตำบลทุ่งเบญจา อำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี “ผมมีพี่น้อง 2 คน ผมเป็นคนเล็ก” คุณเกียรติยศ บอก เรียนเกษตรสนุก ได้ฝึกปฏิบัติจริง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตจันทบุรี ก่อตั้งมานานกว่า 50 ปีแล้ว เดิมมีฐานะเป็นโรงเรียนเกษตรกรรม จากนั้นขยับเป็นวิทยาลัยเกษตรกรรม จนปัจจุบันมีฐานะเป็นมหาวิทยาลัย เนื่องจากตั้งอยู่ในเขตเกษตรที่ก้าวหน้า จึงทำให้สถานศึกษาแห่งนี้ ต้องปรับตัวและมีหลักสูตรการเรียนการสอนที่ทันสมัย ตอบสนองความต้องการของผู้เรียนทั้งใกล้และไกลได้ ประกอบกับสถานที่ตั้งอยู่ติดกับเทือกเขาคิชฌกูฏ มีน้ำตกกระทิงเป็นฉากหลัง จึงมีผู้นิยมส่งบุตรหลานเข้าไปศึกษาหาความรู้ เมื่อ 30-40 ปีก่อน สถานศึกษายังมีไม่มากอย่างปัจจุบัน จึงมีผู้สนใจมาสอบเข้าสถาน
เห็ด เป็นที่ทราบกันดีว่ามีคุณค่าทางโภชนาการไม่แตกต่างจากผักทั่วไป และยังมีโปรตีนสูง ที่ผ่านมาจึงมีผู้นิยมเพาะเห็ดขายเป็นจำนวนมาก.. “ศูนย์การเรียนรู้การผลิตเห็ดอินทรีย์” บ้านลิพอนหัวหาร-บ่อแร่ ตำบลศรีสุนทร อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต เป็นอีกแห่งที่มีกระบวนการเพาะเห็ด และผลิตเห็ดอินทรีย์อย่างครบวงจร ที่สำคัญยังได้รับการรางวัลหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงในปี 2554 ซึ่งล่าสุด นพ.วันชัย สัตยาวุฒิพงศ์ เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา ได้นำคณะสื่อมวลชนลงพื้นที่เพื่อศึกษาดูงานที่ศูนย์การเรียนรู้แห่งนี้เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2560 ที่ผ่านมา เพื่อดูกระบวนการเพาะเห็ดและผลิตเห็ด ที่สำคัญยังมีการแปรรูปเห็ดเป็นผลิตภัณฑ์ทางเลือกต่างๆ เช่น แหนมเห็ด วุ้นเห็ด น้ำเห็ดสกัด ซึ่งได้รับการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา(อย) ในเรื่องมาตรฐานการผลิตขั้นต้น หรือ ไพรมารี จีเอ็มพี (Primary GMP) มา 1 ปี รวมไปถึงการบริหารจัดการชุมชนอย่างเข้มแข็ง เกิดการสร้างรายได้ที่มั่นคงและยั่งยืน ตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง นายคณุตน์ ศิโรทศ นายคณุตน์ ศิโรทศ ประธานวิสาหกิจชุมชน กลุ่มเพาะเห็ดอินทรีย์ บ้านลิพอนหัวหาร-บ่อแร่ กล่าวถึงที่มาของศูนย์แห
