พืชทำเงิน
แหล่งปลูกมะพร้าวน้ำหอมที่ดีที่สุดในประเทศ อยู่ใน 4 จังหวัด ได้แก่ สมุทรสาคร สมุทรสงคราม ราชบุรี และนครปฐม สำหรับคราวนี้ จะพาชมสวนมะพร้าวที่อำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร ที่สามารถสร้างผลผลิตได้มากกว่า 20,000ลูก/รอบ บนพื้นที่ 7 ไร่ ในช่วงหน้าฝน ว่าที่ร้อยตรี พิทักษ์ พึ่งพเดช หรือคุณเดี่ยว เจ้าของสวน ที่ปลูกมะพร้าวน้ำหอม ในเชิงการค้าที่บ้านแพ้ว จ.ราชบุรี ไม่เพียงแต่ ปลูกขายผลสด คุณเดี่ยวยังขายมะพร้าวพร้อมรับประทาน ขูดน้ำเนื้อใส่แก้วซีลฝาอย่างดี ออกงานอีเว้นต์แต่ละครั้ง ลูกค้าเข้าคิวยาวเหยียด รวมทั้งขายผ่านออนไลน์ ในเฟซบุ๊ค ใช้ชื่อว่า เดี่ยว บ้านแพ้ว ซึ่งได้รับความสนใจจากเกษตรกรรุ่นใหม่อย่างมาก สำหรับการปลูกมะพร้าวนั้น คุณเดี่ยว แนะนำว่า ในพื้นที่ 1 ไร่ ปลูกได้ 45 ต้น โดยขุดหลุมกว้าง ลึก เท่าลูกมะพร้าว โดยเลือกต้นพันธุ์ที่มีใบเลี้ยงงามแล้ว สัก 3 ใบ ส่วนการให้น้ำ ปลูกเสร็จก็รดน้ำเลย จากนั้น เว้นระยะเป็น 3 วันครั้งในสัปดาห์แรก และเมื่อตั้งตัวได้แล้วก็ สัปดาห์ละครั้ง ปุ๋ยที่ใช้ เป็นปุ๋ยคอก ปุ๋ยขี้ไก่ ขี้หมู เมื่อมะพร้าวมีอายุ 3 ปี ตัดผลได้ คุณเดี่ยว บอกอีกว่า ภาพรวมการตลาด คิดว่าน่าจะโต เพรา
ลำไย เป็นผลไม้เศรษฐกิจสำคัญที่สร้างรายได้ให้กับประเทศไทยอย่างมหาศาล มีพื้นที่เพาะปลูกในประเทศกว่า 1.10 ล้านไร่ แหล่งเพาะปลูกส่วนใหญ่กว่า ร้อยละ 81 อยู่ในพื้นที่ภาคเหนือ แถบจังหวัดเชียงใหม่ ลำพูน เชียงราย พะเยา และน่าน ที่เหลือกระจายอยู่ในภาคกลางและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เช่น จันทบุรี สมุทรสาคร เป็นต้น ปัจจุบัน ผลผลิตลำไยส่วนใหญ่ถูกส่งออกในลักษณะลำไยสด ลำไยอบแห้ง ลำไยแช่แข็ง และผลิตภัณฑ์ลำไย ฯลฯ ไปยังตลาดคู่ค้าหลักคือ จีน อินโดนีเซีย ฮ่องกง เวียดนาม แคนาดา มาเลเซีย สิงคโปร์ และฟิลิปปินส์ สร้างรายได้เข้าสู่ประเทศมากกว่าปีละหมื่นล้านบาท ทำให้เกษตรกรรายเก่าและรายใหม่สนใจที่จะลงทุนทำสวนลำไยเพื่อป้อนตลาดส่งออก อย่างไรก็ตาม ลำไย เป็นไม้ผลที่ต้องใช้ระยะเวลาปลูกนานพอสมควร ดังนั้น ระหว่างที่รอเก็บเกี่ยวผลผลิตตั้งแต่ปีที่ 4 ขึ้นไป เกษตรกรสามารถหารายได้เสริมในสวนลำไยได้หลายช่องทาง เช่น ปลูกผักหวานออกจำหน่าย โดยเริ่มจากขุดหลุมและรองก้นหลุมด้วยขี้วัว ปลูกผักหวานในระยะห่าง ประมาณ 1.5×2 เมตร จะปลูกผักหวานได้ 500 ต้น ต่อไร่ หากปลูกในระยะห่าง 2×2 เมตร จะได้ 400 ต้น ต่อไร่ ดูแลให้น้ำต้
พื้นที่ที่มีการปลูก “แห้ว” กันมากที่สุด และปลูกกันมาตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษ คือ อ.ศรีประจันต์ อ.สามชุก อ.เมือง จังหวัดสุพรรณบุรี และด้วยคุณค่าสารอาหาร รสชาดที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว “แห้ว” ถูกนำไปเป็นส่วนประกอบอาหารเมนูต่างๆ ทั้งคาวและหวาน บรรดาร้านอาหารและหลายโรงงานอุตสาหกรรมก็นิยมใช้ ส่งออกต่างประเทศอีกด้วย ช่วยสร้างรายได้ให้แก่ผู้ปลูก และเกษตรกรได้เป็นอย่างดี คุณเวโรจน์ พัฒนะพรหมมาส หรือกอล์ฟ เจนเเนอเรชั่นที่ 3 ที่เข้ามาสืบทอดการทำนาแห้วต่อจากคุณสุรพล พัฒนะพรหมมาส หรือคุณพ่อ เจ้าของนาแห้วและโรงงานคัดเกรดแห้วปลอดสาร ได้ใบรับรองเครื่องหมาย อ.ย. ผ่านการตรวจสอบสารเคมีตกค้างเป็นที่เรียบร้อย ตั้งอยู่เลขที่ 27/1 หมู่ 6 ตำบลวังยาง อำเภอศรีประจันต์ จังหวัดสุพรรณบุรี คุณกอล์ฟ เผยกับเส้นทางเศรษฐีออนไลน์ว่า ที่บ้านทำนาปลูกข้าว สลับกับปลูกแห้ว (ปลูกข้าว 6 เดือน ปลูกแห้ว 6 เดือน) มา 30 ปี ซึ่งรุ่นคุณพ่อท่านใช้วิธีนำพันธุ์แห้วจากจีนมาผสมกับแห้วพันธุ์ไทย จนได้แห้วที่มีขนาดใหญ่ สีขาวสวย น่ารับประทาน ปลูกที่อำเภอศรีประจันต์ ที่อำเภอนี้ปลูกแห้วขายกันตลอดทั้งปี ส่งทั้งลูกค้าในประเทศและต่างประเทศ สำหรับพื้น
พื้นที่หมู่ที่ 10 ตำบลห้วยหอม อำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์ ส่วนใหญ่เกษตรกรใช้พื้นที่ทำการเกษตรในรูปแบบของไร่มะขามเทศ ไร่อ้อย และท้องนา อีกจำนวนหนึ่งปล่อยเป็นที่รกร้างว่างเปล่า เนื่องจากพื้นที่บริเวณนี้ ขาดแคลนน้ำที่ใช้ในการทำการเกษตร เนื่องจากระบบชลประทานเข้าไม่ถึง จำนวนมากต้องขุดบ่อกักเก็บน้ำไว้ใช้ สำหรับพืชไร่และพืชสวน ส่วนที่นา อาศัยความอุดมสมบูรณ์ตามธรรมชาติ หากมีเกษตรกรคนใด ปลูกพืชที่นอกเหนือจากที่กล่าวข้างต้น ในบางโอกาสจะถูกมองว่า มีความคิดที่แปลกแตกต่าง แต่ความคิดที่แปลกแตกต่างของเกษตรกรที่จะกล่าวถึงต่อไปนี้ จัดว่าเป็นความคิดที่แปลกแตกต่าง เพื่อก้าวสู่การพัฒนา ในแบบฉบับของเกษตรกรตัวจริง ช่วงสายในปลายฤดูหนาว “เทคโนโลยีชาวบ้าน” เดินทางไปยัง หมู่ที่ 10 ตำบลห้วยหอม อำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์ เพื่อพบกับเกษตรกรหนุ่ม คุณณรงค์ ร่างใหญ่ ผู้ซึ่งผันพื้นที่ปลูกอ้อยเกือบ 3 ไร่ มาปลูกมะนาวแทน “ใครๆ ก็คิดว่าผมบ้า หรือไม่ก็คิดแปลกแยกจากคนอื่น เพราะไม่มีใครคิดทำสวนมะนาวเลย” คุณณรงค์ มีความรู้ทางด้านกฎหมาย จบการศึกษาระดับเนติบัณฑิต ชีวิตการทำงานก้าวเข้าสู่ระบบลูกจ้างได้เพียง 1 ปี ก็ลาออก ก
ฤดูกาลแห่งลำไยเริ่มขึ้น ผลไม้หลายชนิดออกสู่ตลาด ปริมาณผลผลิตที่ตลาดต้องการก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ชาวสวนต้องมีเทคนิคเฉพาะสวน เพื่อให้ได้ผลผลิตตามปริมาณที่ตลาดต้องการ และควรให้ได้คุณภาพ เพื่อให้ผลผลิตเป็นที่ยอมรับของตลาด ที่อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ ผู้เขียนได้มีโอกาสพบกับ คุณมานพ กาวิลุน เกษตรกรชาวสวนลำไย วัย 51 ปี อยู่บ้านเลขที่ 64/1 หมู่ที่ 6 ตำบลเหมืองแก้ว อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ เล่าว่า พื้นที่รอบสวนตนเองส่วนใหญ่เขาจะปลูกข้าวกัน แต่ตนเองเห็นว่าการปลูกข้าวมักมีปัญหาทั้งในเรื่องฝนแล้ง น้ำท่วม ราคาข้าวไม่แน่นอน ตนเองจึงเลือกที่ทำสวนลำไย ในพื้นที่ 13 ไร่ โดยยึดหลักว่า “คนอื่นปลูกข้าว ผมทำสวนลำไย” สวนลำไยมีอยู่ 2 แห่ง อายุ 5-12 ปี ได้ทดลองใช้และให้ความไว้วางใจผลิตภัณฑ์ของ บริษัท กฤษณา มาร์เก็ตติ้ง จำกัด ทุกผลิตภัณฑ์ เรียกว่าเชื่อมั่น 100 เปอร์เซ็นต์ หลังเก็บเกี่ยวผลผลิตแล้วจะตัดแต่งทรงพุ่ม ทางดิน ใช้ ฮิวโม่-เอฟ 65 ละลายน้ำราดทั่วทรงพุ่ม เพื่อปรับสภาพดินให้ร่วนซุย ดินชุ่มชื้นตลอดแม้จะอยู่ในช่วงฤดูแล้ง ทางใบ จะใช้ฮอร์โมนสามสหายเป็นประจำทุกระยะ เพื่อช่วยฟื้นฟูสภาพต้น เมื่อถึงระยะท
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงตระหนักว่า ยังมีเกษตรกรชาวไทยที่ยากจนอยู่จำนวนมาก เนื่องจากยังขาดเงินทุนสำหรับประกอบอาชีพและมีพื้นที่ทำประโยชน์จำนวนน้อย ไม่เพียงพอต่อแรงงานและผลตอบแทนเพื่อการดำรงชีพภายในครอบครัว ประกอบกับประชากรเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เกษตรดังกล่าวจึงได้เข้าหักร้างถางป่าและเพิ่มจำนวนมากขึ้นทุกปี อันทำให้เกิดความเสียหายต่อทรัพยากรของประเทศชาติอย่างใหญ่หลว ในปี พ.ศ. 2513 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จแปรพระราชฐานไปประทับแรม ณ วังไกลกังวล อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ระหว่างเสด็จแปรพระราชฐานได้ทรงออกเยี่ยมราษฎรในเขตจังหวัดเพชรบุรีและจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยเฉพาะอำเภอชะอำ อำเภอหัวหิน และอำเภอท่ายาง พระองค์สนพระราชหฤทัยในโครงการหมู่บ้านสหกรณ์หุบกะพง ซึ่งอยู่ในคำแนะนำ ส่งเสริมของศูนย์สาธิตสหกรณ์โครงการหุบกะพง กรมส่งเสริมสหกรณ์ ทรงเห็นว่าการดำเนินงานช่วยเหลือราษฎรให้มีที่ทำกินและประกอบอาชีพเป็นที่น่าพอพระราชหฤทัย ประกอบกับราษฎรในเขตอำเภอท่ายาง อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี และอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ที่ขาดที่ทำกิน ทูลขอพระราชทานที่ทำกิน พระองค์สนพระราชหฤทัยบริเวณห
แล้งหนัก ราคาผักหลายชนิดตามตลาดสดพุ่งสูง แต่ที่บ้านวังขี้เหล็ก ต.ท่าช้าง อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก ได้พลิกผืนนาหันมาปลูกผัก กว่า 40% ของพื้นที่ โดยปลูกผักใช้ระบบน้ำหยด ประหยัดน้ำในช่วงนี้ วันที่ 13 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากสภาพอากาศร้อนและแล้งหนัก ส่งผลกระทบให้ผักหลายชนิดไม่ออกผล ทำให้ขาดตลาด แต่ที่บ้านวังขี้เหล็ก หมู่ 10 ต.ท่าช้าง อ.พรหมพิราม ได้พลิกผืนนาหันมาปลูกผักส่งขายรายได้ดีในช่วงนี้ นายสมควร รุ่งเรือน ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 10 ต.ท่าช้าง กล่าวว่า เดิมทีชาวบ้านในหมู่บ้านประกอบอาชีพทำนา แต่หลังจากพบกับภัยแล้ง ทำให้ชาวบ้านได้มีวิธีปรับเปลี่ยนหันมาประกอบอาชีพปลูกผักขาย กว่า 40%ของหมู่บ้าน โดยผักส่วนใหญ่ เป็นมะระ ถั่วฝักยาว แตงกวา บวบ ขายมีรายได้ดีกว่าการทำนาที่ต้องใช้น้ำเยอะ โดยชาวบ้านที่นี้ได้นำระบบน้ำหยดมาใช้กับแปลงผัก โดยเฉพาะในช่วงหน้าแล้งนี้ ชาวบ้านที่นี่จะปลูกมะระ ถั่วฝักยาว แตงกวา ส่งขายกันจำนวนมาก นายสมควร รุ่งเรือง กล่าวอีกว่า ในช่วงนี้ผักหลายชนิดราคาแพง มาก เนื่องจากร้อนและแล้ง ทำให้ผักบางชนิดได้รับผลกระทบ ไม่ออกผลผลิต แต่ผักที่หมู่บ้านตนกำลังจะออกผลผลิต โดย
นายวุฒิพงษ์ รัตนมนต์ นายกสมาคมชาวสวนผลไม้จังหวัดตราด และประธานสหกรณ์การเกษตรเพื่อการแปรรูปเเละส่งออกจังหวัดตราด เปิดเผยว่า ขณะนี้ผู้รวบรวมผลผลิตผลไม้ หรือ “ล้งผลไม้” ใน 3 จังหวัดคือ ระยอง จันทบุรี และตราด กำลังได้รับผลกระทบจากปัญหาผลไม้ โดยเฉพาะทุเรียนที่ขาดตลาด ไม่มีขายให้กับล้งที่รับซื้ออยู่ในขณะนี้ ซึ่งมาจากปัญหา 3 ประการ คือ ทุเรียนออกขาดช่วง เพราะทุเรียนที่เคยออกในเดือนพฤษภาคมทุกปี แต่ปีนี้ภูมิอากาศเปลี่ยนแปลงทำให้ทุเรียนออกในปลายเดือนมีนาคม และเมษายน จนหมดรุ่นแรก และจะออกมาอีกครั้งในเดือนมิถุนายน อีกปัญหาหนึ่งก็คือ อากาศที่ร้อน และผลกระทบที่ขาดน้ำ ทำให้การติดดอกมีความเสียหายสูงถึงร้อยละ 30-40 ซึ่งเกือบครึ่งหนึ่งของผลผลิตทั้งหมด และสุดท้ายราคาที่รับซื้อมีราคาแพงเกินไปทำให้ผู้ซื้อหรือล้งไม่กล้ารับซื้อ เพราะอาจขาดทุนได้ นายวุฒิพงษ์กล่าวอีกว่า ที่สหกรณ์ฯได้ทำสัญญากับพ่อค้าจีนต้องส่งทุเรียนแปรรูปที่แกะเปลือกทั้งหมด แล้วฟรีซแช่แข็งส่งออกไปจำนวน 2,000 ตัน หรือต้องใช้ทุเรียนดิบทั้งหมด 10,000 ตัน ซึ่งขณะนี้ไม่สามารถรอทุเรียนในจังหวัดตราดได้จึงต้องไปพึ่งทุเรียนในภาคใต้ ซึ่งต้องใช้กว่าร้อยล
ขยะที่มีมากขึ้นเรื่อยๆ ตามจำนวนที่เพิ่มของประชากรของจังหวัดเชียงใหม่ ทำให้เกิดปัญหาขยะล้นเมือง ดังนั้นทางมหาวิทยาลัยแม่โจ้ อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ ได้มีการทำวิจัยใช้ไส้เดือนมาย่อยขยะอินทรีย์ เช่น เศษผัก ผลไม้ต่างๆ ซึ่งได้ผลเป็นอย่างมาก และภายหลังจากนั้นได้ต่อยอดโดยนำมูล และปัสสาวะของไส้เดือนมาทำจุลินทรีย์บำบัดน้ำเสีย อี-เวิร์ม (E-Worm) พร้อมทั้งได้ส่งไปช่วยพื้นที่ประสบอุทกภัยที่น้ำท่วมขังจนเริ่มเน่าเสียในภาคกลาง และกรุงเทพมหานคร รศ.ดร.อานัฐ ตันโช ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาไส้เดือนดิน มหาวิทยาลัยแม่โจ้ กล่าวว่า มหาวิทยาลัยแม่โจ้ มีองค์ความรู้ด้านการใช้จุลินทรีย์มาบำบัดน้ำเสีย จึงได้จัดทำชุดบำบัดน้ำเสีย ที่เรียกว่า อี-เวิร์ม (E-Worm) คือ กลุ่มจุลินทรีย์ธรรมชาติจากลำไส้ไส้เดือนดินท้องถิ่นไทยที่มีความหลากหลายและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม จุลินทรีย์ที่เกิดจากโครงการกำจัดขยะอินทรีย์ด้วยไส้เดือนดิน นอกจากการกำจัดขยะอินทรีย์อย่างได้ผลแล้ว ยังเกิดผลผลิตที่เป็นมูลไส้เดือนดินที่เป็นปุ๋ยอินทรีย์ คุณภาพดีและน้ำหมักมูลไส้เดือนดินที่สามารถใช้เป็นปุ๋ยบำรุงพืชและยังใช้บำบัดน้ำเสียได้ผลดี เพราะมีจุลินทร
ลิ้นจี่เป็นพืชที่ชอบสภาพอากาศหนาวเย็นหรืออุณหภูมิไม่เกิน 18 องศาเซลเซียสติดต่อกัน 10 วันขึ้นไป จึงจะติดดอก แต่ปีนี้จังหวัดสมุทรสงครามซึ่งเป็นแหล่งปลูกลิ้นจี่พันธุ์ค่อมเนื้อที่ปลูกรวม 7,500 ไร่เกือบ 2 แสนต้น ที่มีคุณภาพดีที่สุดของประเทศ เจอผลกระทบจากภาวะอากาศแปรปรวน ทำให้ต้นลิ้นจี่ส่วนใหญ่ “ออกดอก แต่ไม่ติดผล” ทำให้เกษตรกรสูญเสียรายได้จากการจำหน่ายลิ้นจี่กว่า 100 ล้านบาท ในปีนี้ คุณกังสดาล สวัสดิ์ชัย เกษตรจังหวัดสมุทรสงคราม ได้ตรวจสอบพบว่า ผลกระทบจากปัญหาสภาพอากาศแปรปรวน มีอากาศร้อนสลับหนาวในปีนี้ ส่งผลกระทบต่อฤดูการผลิตของต้นลิ้นจี่ โดยปกติทุกปีต้นลิ้นจี่จะออกดอกในช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนธันวาคม ซึ่งเป็นช่วงที่สภาพอุณหภูมิอากาศต่ำกว่า 20 องศาเซลเซียส ติดต่อกันไม่ต่ำกว่า 15 วัน เอื้อต่อการติดดอกออกผลของต้นลิ้นจี่ แต่ภาวะอากาศแปรปรวนทำให้ต้นลิ้นจี่ออกดอกในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ถึงต้นเดือนมีนาคมแทน ทำให้ต้นลิ้นจี่ออกดอกแต่ไม่ติดผลเกือบทั้งจังหวัด อย่างไรก็ตาม สำนักงานเกษตรจังหวัดสมุทรสงครามตรวจสอบพบว่า ในปีนี้พื้นที่ปลูกลิ้นจี่ทั้งจังหวัด มีต้นลิ้นจี่ที่ออกดอกและติดผลเพียง 4 ต้น ได้แ
