พืชทำเงิน
“ปลูกกล้วยขายใบตอง” เป็นหนึ่งในอาชีพทำเงินของเกษตรกรไทย เนื่องจากปัจจุบันมีการรณรงค์ลดใช้พลาสติก ใบตองซึ่งเป็นวัตถุดิบจากธรรมชาติ จึงถูกนำมาใช้ห่ออาหารในรูปแบบกระทง ถาด พานใบตอง กระเช้าใบตอง ใช้ทำงานประดิษฐ์จากใบตอง เช่น ทำบายศรี ทำกระทงดอกไม้ ฯลฯ ใบตองที่ซื้อขายในท้องตลาดมี 2 กลุ่มใหญ่ คือ 1. กล้วยน้ำว้า ใบตองมีสีเขียวอ่อน มีความหนาน้อยกว่าใบตองกล้วยตานี มีความเปราะบางเล็กน้อย มักใช้ใบตองกล้วยน้ำว้า มาห่อขนมที่มีขนาดเล็ก 2. กล้วยตานี เป็นกล้วยป่าชนิดหนึ่งที่นิยมปลูกตัดใบขายมี 3 ชนิด ได้แก่ กล้วยตานีป่า กล้วยตานีหิน และกล้วยตานีหม้อ สำหรับกล้วยตานีที่นิยมปลูกที่สุดคือ กล้วยตานีหม้อ เพราะมีใบใหญ่ กว้าง และหนา ใบเหนียวไม่แตกง่าย มีกลิ่นหอมถ้าถูกความร้อนไม่ทำให้รสชาติอาหารเปลี่ยน แถมทนทานต่อสภาพดินฟ้าอากาศ ทนทานต่อสภาพแห้งแล้ง น้ำท่วมขัง ปัญหาโรคพืช และแมลงศัตรูพืช แปลงใหญ่กล้วยตัดใบหนึ่งเดียวใน “ นครสวรรค์” ตำบลย่านมัทรี อำเภอพยุหะคีรี เป็นแปลงใหญ่กล้วยตัดใบแห่งเดียวในพื้นที่จังหวัดนครสวรรค์ ชาวบ้านที่ปลูก กล้วยน้ำว้าดง (น้ำว้าเขียว) ได้รวมตัวกันจัดตั้งกลุ่มแปลงใหญ่กล้วยตัดใบ หมู่ที่ 5 โ
ส้มโอทับทิมสยาม ถูกพัฒนามาจาก ส้มโอพันธุ์พื้นเมืองจากบ้านบราโอ ต.ประจัน อ.ยะรัง จ.ปัตตานี ซึ่งมีผลเหมือนพันธุ์ขาวพวง มีกุ้งเป็นเนื้อสีชมพูค่อนข้างแดง ผลมีขนาดใหญ่ แต่มีรสขม เมื่อนำมาปลูกที่ อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช ปรากฏว่าให้ผลผลิตและมีรสชาติหวานขึ้น ผิวผลมีสีเขียวเข้ม และมีขนอ่อนนุ่มปกคลุมทั่วผลคล้ายกำมะหยี่ ต่อมาถูกพัฒนาปรับปรุงคุณภาพสายพันธุ์แบบภูมิปัญญาท้องถิ่นเป็นระยะเวลาหลายปี จนในที่สุดก็ได้ส้มโอที่มีเนื้อสีแดงเข้มแบบสีทับทิม รสชาติหวาน หอม นุ่มจึงมีการตั้งชื่อขึ้นมาใหม่ เป็น “พันธุ์ทับทิมสยาม” คุณภาพส้มโอทับทิมสยามเกิดจากสภาพพื้นที่ปลูกที่อำเภอปากพนังที่มีคุณภาพดินดีมาก เป็นดินที่เกิดจากการสะสมธาตุอาหารในทะเลทับถมกันเป็นพันปี คุณภาพน้ำกร่อย น้ำทะเลขึ้นถึง จึงทำให้รสชาติ สีเนื้อผล มีกลิ่นหอม รสชาติความอร่อยของส้มโอทับทิมสยามเป็นที่ถูกใจของผู้บริโภคคนไทยและต่างชาติ คุณสมบัติเด่นดังกล่าว ทำให้ผลส้มโอทับทิมสยามได้รับการขึ้นสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) จากกรมทรัพย์สินทางปัญญา โดยระบุแหล่งผลิตครอบคลุม 3 ตำบลของ อ.ปากพนัง ได้แก่ ต. คลองน้อย ต.เกาะทวด และ ต.ปากพนังฝ
นางราตรี รุ่งหัวไผ่ เกษตรกรปราดเปรื่อง (smart farmer) ปี 2566 เจ้าของสวนสุขใจเมล่อนลพบุรี ตำบลโพธิ์ตรุ อำเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี เป็นเกษตรกรผู้ปรับเปลี่ยนจากการทำนาเพียงอย่างเดียว เป็นการปลูกเมล่อนนอกโรงเรือนสร้างรายได้ช่วงฤดูแล้ง รายได้ดีกว่าการทำนา แต่ต้องใส่ใจในการดูแลรักษา จากเดิมปลูกข้าว ในพื้นที่ 1 ไร่ ใช้ต้นทุนเฉลี่ยประมาณ 4,500 บาท แต่ขายข้าวเปลือกได้กำไรเพียง ไร่ละประมาน 2,000 บาท หากเปลี่ยนเป็นเมล่อนในพื้นที่ 1 ไร่ จะใช้เงินลงทุน ประมาณ 10,000 บาท ปลูกไร่ละ 2,000 ต้น จะได้ผลผลิตประมาณ 3 ตัน ขายส่งได้ตันละ 35,000 บาท สร้างรายได้ไร่ละประมาณ 105,000 บาท หักลบต้นทุนแล้วจะได้กำไรสุทธิ 95,000 บาทต่อไร่ นอกจากนั้น ยังสามารถเพิ่มรายได้จากการขายออนไลน์ กิโลกรัมละ 80 บาท ผ่านทาง Facebook : สวนสุขใจเมล่อนลพบุรี คุณราตรี กล่าวว่า เมล่อนนั้นเป็นพืชที่ใช้น้ำน้อย แต่ต้องได้น้ำสม่ำเสมอและต้องไม่มากเกินไป ชอบอากาศร้อนและแสงแดด โดยใช้ระบบน้ำหยดในการปลูก เพราะควบคุมดูแลง่ายสามารถใส่ปุ๋ยและสารชีวภัณฑ์ในการป้องกันกำจัดเชื้อราซึ่งเป็นปัญหาหลักของเมล่อน โดยผสมไตรโคเดอร์มาพร้อมกับน้ำได้เลย ที่แ
เกษตรกรไทยมีความเชี่ยวชาญในการปลูกพืชเลี้ยงสัตว์ไม่แพ้ชาติใดในโลก หลายคนได้ศึกษาพัฒนาการทำการเกษตรด้วยตนเอง ตลอดจนปรึกษาอาจารย์ผู้รู้ด้านการเกษตร จนสามารถสร้างเทคโนโลยีการผลิตพืชได้คุณภาพดี ปริมาณสูง ยกตัวอย่างเช่น เกษตรกรรายหนึ่งในจังหวัดสุพรรณบุรี ค้นพบเห็ดในดงมะกอกน้ำของตัวเองด้วยความบังเอิญ หลังปลูกมะกอกน้ำไปได้ 2 ปี ก็พบว่ามีดอกเห็ดเกิดขึ้นใต้ต้นมะกอกเป็นครั้งแรก ตอนแรกทุกคนไม่รู้ว่าเป็นเห็ดอะไรจึงไม่มีใครกล้านำมาบริโภค ลักษณะของดอกเห็ดที่พบนั้นมีจำนวนมากอย่างไม่น่าเชื่อ โดยงอกเป็นตุ่มเล็กๆ ก่อน จากนั้นภายใน 2-3 วัน ดอกเห็ดก็จะบาน คนงานไม่รู้จะทำอย่างไร ก็เลยเก็บมาขว้างเล่น ต่อมารู้ว่าเป็น “เห็ดตับเต่า” กินได้ และอร่อยด้วย จึงเก็บเห็ดตับเต่าที่เกิดบนสันร่องต้นมะกอกน้ำใส่ตะกร้าไปขายที่ตลาดบางปลาม้า แม่ค้าตีราคาให้กิโลกรัมละ 30 บาท นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา เห็ดตับเต่าก็กลายเป็นของรักของหวงประจำสวนมะกอกน้ำแห่งนี้ไปเลย เห็ดตับเต่า ในดงมะกอกน้ำ บริเวณที่พบดอกเห็ดตับเต่ามากที่สุด คือตรงร่องที่ขึ้นแฉะ ซึ่งดอกเห็ดตับเต่าจะเกิดใกล้โคนต้น และแสงแดดจะส่องไม่ถึงบริเวณชายร่องโดยตรง ต่อมาได้สอบถ
ใครที่กำลังมองหาต้นไม้ไว้ปลูกไม่ว่าจะเป็นที่บ้าน หรือที่สวนก็ตาม วันนี้เทคโนโลยีชาวบ้านจะมาแนะนำ “ไม้ยืนต้นกินได้” ที่เรียกได้ว่าปลูก 1 ได้ประโยชน์ถึง 3 อย่าง ปลูกครั้งเดียวเก็บกิน เก็บขายได้ทั้งปี แถมยังช่วยเพิ่มร่มเงาให้อยู่เย็นสบายอีกด้วย ว่าแต่จะมีชนิดไหนกันบ้างตามมาดูกันเลย 1. ดอกแคนา เป็นไม้ยืนต้นผลัดใบขนาดเล็กถึงขนาดกลาง จัดเป็นต้นไม้ทรงพุ่ม กลายมาเป็นไม้ประดับยอดนิยมตามสวนสาธารณะ ทั้งยังสามารถเก็บดอกทรงปากแตร สีขาวสวยงาม กลิ่นหอมอ่อนๆ มาลวกจิ้มน้ำพริก เรียกว่าปลูกเอง เก็บเอง กินเอง แถมยังขายเสริมรายได้ช่วงวันหยุดได้อีกด้วย • ลักษณะของดอกแคนา เป็นต้นไม้ที่สามารถทนทานต่อสภาพอากาศได้ดี ดูแลง่าย จะมีความสูงของต้นประมาณ 10-20 เมตร ลำต้นตรง แตกกิ่งก้านสาขาต่ำ ใบมีรูปร่างคล้ายทรงรีหรือรูปไข่ โดยใบออกตรงข้ามกันประมาณ 3-5 คู่ โคนใบเบี้ยว ปลายใบมน ใบจะหยักคล้ายซี่ฟันตื้น ต้นแคนาจะออกดอกเป็นช่อกระจะสั้น ดอกมีขนาดใหญ่ คล้ายรูปแตรสีขาว ซึ่งจะออกดอกที่บริเวณปลายกิ่ง ดอกบานจะมีสีขาว ส่วนดอกตูมจะมีสีเขียว ดอกแคนาจะค่อยๆ บานออกทีละดอก ส่วนใหญ่ดอกจะบานในตอนกลางคืน ซึ่งดอกมีกลิ่นหอม และจะออกดอกช่
มะเฟือง เป็นผลไม้อีกชนิดหนึ่งที่รู้จักกันดี และสังเกตได้ง่าย แปลกกว่าผลไม้ชนิดอื่น มีเนื้อแยกออกเป็นห้าแฉก นอกจากนี้ ยังนับเป็นผลไม้ที่ทรงคุณค่าไม่น้อย โดยในเนื้อแท้ของผลไม้ชนิดนี้จะประกอบไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายมากมาย นักโภชนาศาสตร์ได้วิเคราะห์คุณค่าทางอาหารของมะเฟืองแล้วพบว่า อุดมไปด้วย วิตามิน เอ วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 ไนอะซีน โปรตีน คาร์โบไฮเดรต ไขมันเส้นใย แคลเซียม ฟอสฟอรัส เหล็ก และพลังงาน ในปริมาณไม่น้อยเลย ในผลมะเฟืองสด มีน้ำอยู่ประมาณ 91% นอกจากนั้น ก็มีกรดซิตริก น้ำตาล และวิตามินหลายชนิด เมล็ดมีน้ำอยู่เพียง 25% และน้ำมันอยู่ 37% ผลมะเฟืองมีรสหวาน เปรี้ยว ฝาด เย็น ผลเป็นยาเย็น ดับร้อน ถอนพิษ ทำให้มีน้ำหล่อเลี้ยง แก้ไอ ขับนิ่วในทางปัสสาวะ ใบมะเฟือง มีฤทธิ์ขับปัสสาวะ บดให้แหลก ใช้พอกฝีบวมแดงแก้ปวด มะเฟือง เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง ใบเป็นใบประกอบ ใบย่อยคล้ายใบมะยม ดอกช่อสั้น กลีบดอกสีขาวปนม่วง ผลมีลักษณะเป็นสันเหลี่ยม 3-5 สัน ผลอ่อนสีเขียว ผลแก่สีเขียวอมเหลือง เมื่อสุกจะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองออกส้ม ในผลจะมีเมล็ดเล็กๆ อยู่ประมาณ 10-12 เมล็ด โดยพบการกระจายพันธุ์ในคาบสมุทรแปซ
เกษตรกรส่วนใหญ่จะรู้จัก “น้ำส้มควันไม้” กันอย่างดี เห็นแบบนี้แต่สารพัดประโยชน์ใช่เล่น แต่ก่อนจะนำมาใช้ประโยชน์ ควรศึกษาวิธีการใช้ให้เหมาะสม วันนี้เทคโนโลยีชาวบ้าน รวบรวมทริกน้ำส้มควันไม้ ใช้ประโยชน์ทางการเกษตรมาฝาก อยากรู้ว่าทำประโยชน์อะไรได้บ้างมาดูกันเลย น้ำส้มควันไม้ เป็นผลผลิตที่ได้จากการเผาถ่าน ลักษณะเป็นของเหลวสีน้ำตาล มีกลิ่นควันไฟได้จากการควบแน่นควันที่เกิดจากการผลิตถ่านไม้ในช่วงที่ไม้กำลังเปลี่ยนเป็นถ่าน อุณหภูมิในเตาอยู่ระหว่าง 300-400 องศาเซลเซียส สารประกอบต่างๆ ในไม้ฟืนจะถูกสลายตัวด้วยความร้อนเกิดเป็นสารใหม่ๆ มากมาย คุณสมบัติของน้ำส้มควันไม้ น้ำส้มควันไม้แตกต่างจากน้ำส้มสายชู หรือน้ำส้มอื่นๆ ที่ได้จากการหมักหรือสังเคราะห์อื่นๆ คือมีสารประกอบหลากหลายกว่า โดยเฉพาะฟีนอล ซึ่งได้จากการสลายตัวของลิกนิน น้ำส้มควันไม้ที่ได้จากไม้ต่างชนิดก็จะมีคุณสมบัติแตกต่างกัน น้ำส้มควันไม้มีสารประกอบที่สำคัญ ได้แก่ น้ำ ประมาณ 85% กรดอินทรีย์ ประมาณ 3% และสารอินทรีย์อื่นๆ อีกประมาณ 12% มีค่าความเป็นกรด เป็นด่าง (pH) ประมาณ 3 ความถ่วงจำเพาะ ประมาณ 1.012-1.024 โดยจะแตกต่างกันไปตามชนิดของไม้ การใช้ป
“เพราะตอนนี้ชาวนาก็คือ ไม่รู้อะไรเลย ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าฤดูกาลนี้ข้าวชนิดไหนจะราคาแพงราคาถูก เขาตอบไม่ได้เลยครับ ทุกอย่างขึ้นอยู่กับดวงทั้งนั้นเลย” คุณณฎล สว่างญาติ อีกหนึ่งมุมมองจากการพูดคุยในหัวข้อเรื่อง ข้าวไทยกับการส่งออก ที่บอกเล่าแง่มุมผ่าน คุณณฎล สว่างญาติ (ก้อง) เกษตรกรชาวนาแปลงใหญ่ผู้ปลูกข้าวอาร์เจ 22 ขายส่งให้กับภาคเอกชนเพื่อส่งออกข้าวไทยขายในต่างประเทศ หากพูดถึงเรื่องการส่งออกข้าวในปัจจุบันสิ่งหนึ่งที่หลายคนอาจจะไม่รู้ว่า “ข้าวไทย” แม้จะขายได้ในตลาดแต่ก็ยังแพ้ข้าวจากประเทศเวียดนาม เพราะความได้เปรียบจากช่องว่างบางอย่างของข้าวไทย ที่พาข้าวเวียดนามไปสู่ความได้เปรียบ “บังเอิญข้าวไทยเรามีหลากหลายมาก ไม่ว่าจะเป็นของภาครัฐที่ทำออกมาเอง หรือภาคเอกชนที่ออกมา มันหลากหลายจนเราแยกไม่ออกแล้วว่าข้าวที่มันออกมาชนิดไหน” ยกตัวอย่าง ประเทศเวียดนาม จะมีข้าวอยู่แค่ 2 ประเภท คือ “ข้าวขาว” ที่ประเทศเขาเรียกว่า “ข้าวจัสมิน” ซึ่งข้าวขาวเท่ากับ “ข้าวแข็ง” ส่วนคำว่า จัสมิน ไม่ว่าจะเป็นข้าวประเภทไหน ถ้าเป็นข้าวพื้นนุ่มเป็นข้าวจัสมินทั้งหมด มันคือกลยุทธ์ทางการตลาดในการตั้งชื่อให้ขายได้ “แต่ประเทศไทยทำแบบเ
“ดอกกระเจียว” เป็นพืชที่ปลูกได้ง่าย รสเผ็ดร้อน มีกลิ่นหอม นำไปปรุงอาหารได้หลากหลายเมนู และมีสรรพคุณทางยา ใช้บำบัดอาการท้องอืด ลดกรดในกระเพาะอาหาร นับเป็นสินค้าเกษตรทางเลือกที่มีอนาคต ช่วยสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะจังหวัดนครราชสีมามีเกษตรกรสนใจปลูกกระเจียวกันอย่างแพร่หลาย เพราะดอกกระเจียวเป็นที่ต้องการของตลาดอย่างต่อเนื่องทั้งในจังหวัดนครราชสีมาและจังหวัดใกล้เคียง นายนพนันท์ คงพุดซา เกษตรกรหนุ่มชาวอำเภอจักราช จังหวัดนครราชสีมา เป็นหนึ่งในเกษตรกรที่ประสบความสำเร็จในการปลูกกระเจียวเป็นอาชีพ เดิมทีครอบครัวนายนพนันท์มีอาชีพทำนาโดยอาศัยน้ำฝนเป็นหลัก ซึ่งแบกรับความเสี่ยงสูงจากสภาพฝนฟ้าไม่เอื้ออำนวย ประกอบกับการทำนาเก็บผลผลิตได้เพียงปีละ 1 ครั้ง ทำให้มีรายได้ไม่เพียงพอกับค่าใช้จ่ายในครัวเรือน ดังนั้น นายนพนันท์จึงสมัครเข้าร่วมเป็นอาสาสมัครของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มีโอกาสไปศึกษาดูงานในสถานที่ต่างๆ ตามที่หน่วยงานในพื้นที่สนับสนุน รวมถึงได้รับองค์ความรู้ทั้งด้านการผลิตและการตลาดสินค้าเกษตร จากการเข้าร่วมโครงการศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) จึงเร
สาหร่ายผักกาดทะเล (Ulva spp.) เป็นสาหร่ายสีเขียวที่ได้รับความนิยมในอุตสาหกรรมอาหารและโภชนาการ เนื่องจากมีคุณค่าทางโภชนาการสูง อุดมไปด้วยโปรตีน ใยอาหาร วิตามิน และแร่ธาตุที่สำคัญ เช่น ไอโอดีน แคลเซียม และแมกนีเซียม นอกจากนี้ ยังเป็นแหล่งของสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยเสริมสร้างสุขภาพ ในปัจจุบัน สาหร่ายผักกาดทะเลได้รับความสนใจมากขึ้นในฐานะวัตถุดิบสำหรับอาหารเพื่อสุขภาพ สามารถนำไปใช้ในเมนูอาหารต่างๆ เช่น สลัด ซุป อาหารทะเล และยังสามารถนำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารหรืออาหารสัตว์ได้ ด้วยศักยภาพที่หลากหลายและคุณประโยชน์ที่โดดเด่น สาหร่ายชนิดนี้จึงมีโอกาสเติบโตในตลาดอาหารเพื่อสุขภาพทั้งในประเทศและต่างประเทศ การเพาะเลี้ยงสาหร่ายผักกาดทะเลในเชิงพาณิชย์ คุณโอ – วรรภา อ่อนจันทร ผู้จัดการฟาร์มสาหร่ายพวงองุ่น Family Farm เปิดเผยว่า ฟาร์มแห่งนี้เน้นผลิตสาหร่ายพวงองุ่นเป็นหลัก แต่เพื่อขยายขอบเขตความรู้และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ทางทะเล ทางฟาร์มจึงได้ทดลองเพาะเลี้ยงสาหร่ายผักกาดทะเลควบคู่ไปด้วย หลังจากประสบความสำเร็จ ทางฟาร์มจึงเข้าร่วมโครงการของ สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (สวก.) เพื่
