พืชทำเงิน
ความปลอดภัยของผู้บริโภค ขึ้นอยู่กับเกษตรกรซึ่งถือว่าเป็นต้นน้ำแห่งความปลอดภัย เกษตรกรจะต้องมีจรรยาบรรณในการใช้สารเคมี จะต้องปฏิบัติตามคำแนะนำในการใช้อย่างเคร่งครัด คือปฏิบัติตามฉลากที่ติดไว้บนภาชนะบรรจุ เมื่อพ่นสารไปแล้วจะต้องทิ้งช่วงระยะเวลาก่อนการเก็บเกี่ยวตามที่แนะนำในฉลาก ผู้บริโภคก็จะปลอดภัยในอันดับแรก ผศ.ขยัน สุวรรณ ภาควิชาอารักขาพืช อดีตหัวหน้าโครงการคลินิกพืช มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ให้คำแนะนำกับเกษตรกรก่อนจะตัดสินใจพ่นสารกําจัดแมลงว่า ขอให้มีการสํารวจตรวจสอบก่อนว่ามีแมลงอะไรมาก น้อยแค่ไหน อย่างไร เพราะส่วนใหญ่ยังคงใช้ วิธีเดิมๆ คือพ่นสารเคมีตามตารางที่กําหนดไว้ เช่น ทุก 2-3 วัน หรือทุกๆ 5-7 วัน ทั้งๆ ที่ไม่มีความจําเป็นต้องทําอย่างนั้นเลย เพราะไม่มีแมลงหรือมีก็ไม่มากพอที่จะทําความเสีย หายได้มากมาย สําหรับแมลงตัวเล็กๆ เกษตรกรควรมีอุปกรณ์ช่วยคือ แว่นขยายแบบมือถือ (hand lends) สําหรับเอาไว้สํารวจดูแมลงตัวเล็กๆ เช่น เพลี้ยไฟ เพลี้ยไฟพริกในมะม่วง การใช้สารกําจัดแมลงของเกษตรกรใน ปัจจุบันนับว่าน่าเป็นห่วงมากกว่าเดิม เพราะจากกระแสของการปลูกพืชแบบเกษตรอินทรีย์ ไม่มีการฉีดพ่นสารกําจัดแมลงนั้น
✨สมุนไพรรสเบื่อเมาที่นำมาสับให้ละเอียด พืชสมุนไพรที่มีรสเบื่อเมาทุกชนิด เช่น ปลีกล้วย เปลือกมังคุด เปลือกฝรั่ง มะยมหวาน ยาสูบ ขอบชะนางแดง-ขาว หนอนตายหยาก หัวกลอย ใบเมล็ดสบู่ดำ ใบน้อยหน่า สลัดได พญาไร้ใบ แสยก เมล็ดมะกล่ำ จะมีฤทธิ์ในการฆ่าหนอน เพลี้ยต่างๆ และแมลงอื่นๆ ใช้ได้ผลดีในนาข้าวและแปลงพืชผักทุกชนิด แต่ที่นำมาใช้ในสูตรนี้จะมีหัวกลอย ใบน้อยหน่า ใบเมล็ดสบู่ดำ แล้วแต่ละพื้นที่ที่สามารถหาวัตถุดิบได้ 🍀วัตถุดิบ สมุนไพรรสเบื่อเมาสับละเอียด 3 กิโลกรัม กากน้ำตาล 1 ลิตร น้ำเปล่า 10 ลิตร 🪴ขั้นตอนการทำ 1. เทน้ำเปล่าใส่ถังพลาสติก จากนั้นเทกากน้ำตาลลงไป และคนจนกากน้ำตาลละลายเป็นเนื้อ เดียวกันกับน้ำ (เคล็ดลับให้คนไปทางเดียวกัน) 2. ใส่สมุนไพรที่สับละเอียดแล้วลงไป คนให้เข้ากันอีกครั้ง ปิดฝาให้สนิทตั้งไว้ในที่ร่ม นาน 3 เดือน สามารถนํามาใช้ประโยชน์ได้ 💡การนำไปใช้ ผสมหัวเชื้อน้ำหมัก 1 ลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นให้ทั่ว ถ้าเป็นพืชผักให้ฉีดพ่นทุกๆ 3 วัน ถ้าเป็นไม้ผลให้ฉีดพ่นทุก 7 วัน ช่วยในการฆ่าเพลี้ย หนอน และแมลง ในพืชผักทุกชนิด 🍃เคล็ดลับในการทำน้ำหมักให้ได้ผลดี 1. ควรเลือกใช้เศษพืชผัก ผลไม้ หรือเศษอาห
คุณอิทธิพล กำลังมาก คนรุ่นใหม่ไฟแรง เรียนจบปริญญาโท ไม่อยากเป็นลูกจ้างใคร หันมายึดอาชีพเกษตรกร ที่อำเภอพบพระ จังหวัดตาก เริ่มจากปลูกพืชตามกระแสตลาด ปลูกได้แต่ขายไม่เป็น ต้องพึ่งพ่อค้าคนกลางทำให้สูญเสียผลกำไร ธุรกิจเจ๊ง 3 รอบ ปรับเปลี่ยนแนวคิด ปลูกพืชผสมผสาน ลดความเสี่ยงพร้อมผันตัวรับซื้อสินค้าเกษตรส่งขายห้างใน กทม. ขายดีจนไม่พอขาย โกยรายได้ทะลุหลักล้าน ปลูกพืชตามกระแสตลาด ความเสี่ยงสูง ผลตอบแทนต่ำ “คุณหนึ่ง” หรือ คุณอิทธิพล กำลังมาก เกิดและเติบโตในครอบครัวเกษตรกรในพื้นที่อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ครอบครัวปลูกถั่วลิสงเป็นหลัก และมีรายได้จากการรวบรวมถั่วลิสงจากเกษตรกรเครือข่าย ประมาณ 2-3 พันไร่ ต่อปี ป้อนโรงงานแปรรูป เพื่อส่งออกไปขายประเทศมาเลเซีย หลังคุณหนึ่งเรียนจบปริญญาด้านบัญชี จากมหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง ในปี 2548 ได้เข้าทำงานบริษัทเอกชน จนถึงปี 2558 คุณหนึ่งเบื่อชีวิตมนุษย์เงินเดือนจึงตัดสินใจลาออก กลับบ้านไปทำอาชีพเกษตรตามรอยพ่อแม่ โดยเริ่มต้นจากใช้เงินลงทุน 400,000 บาท ปลูกดาวเรือง 18 ไร่ ปรากฏว่าขาดทุนก้อนโต คุณหนึ่งกัดฟันสู้ไม่ถอย ใช้เงินหลักแสนลงทุนปลูกหัวไชเท้าก็ยังประสบปัญหาขาดท
ยุคนี้ ทุเรียน เป็นไม้ผลขายดี ที่ใครๆ ก็อยากปลูก แต่การปลูกทุเรียนให้ประสบความสำเร็จก็ไม่ใช่เรื่องง่าย หากใครอยากเรียนรู้เทคนิคการปลูกดูแลทุเรียนแบบมืออาชีพ ที่ได้มาตรฐาน GAP เกรดส่งออก ขอแนะนำให้แวะไปเรียนรู้กันที่ “ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตการเกษตร (ศพก.) เขาคิชฌกูฏ” ของ คุณเปี๊ยก หรือ คุณกิติภูมิ พรเจีย ตั้งอยู่บ้านเลขที่ 90/5 หมู่ที่ 5 ตำบลชากไทย อำเภอเขาคิชฌกูฏ จังหวัดจันทบุรี ผู้ที่เข้าเยี่ยมชม “ศพก. เขาคิชฌกูฏ” จะได้เรียนรู้เรื่อง การผลิตผลไม้มาตรฐาน GAP เกรดส่งออก ที่ปลอดภัยต่อผู้บริโภคและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม บนพื้นที่ดำเนินงาน 6 ไร่ ประกอบด้วย ฐานเรียนรู้การลดต้นทุนการผลิต การจัดการดินและปุ๋ย การอารักขาพืช ฐานเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงและทฤษฎีใหม่ เทคโนโลยีการผลิต 4.0 (เครื่องตรวจวัดสภาพอากาศ) และการจัดการสิ่งแวดล้อม (การคัดแยกขยะการเกษตร) เรียกว่า มาสวนคุณลูกหมูแห่งเดียว มีโอกาสเรียนรู้ปลูกดูแลไม้ผลหลากหลายชนิด ทั้ง มังคุด ทุเรียน ลองกอง ฯลฯ คุ้มเสียยิ่งกว่าคุ้ม หากอยากรู้เขามีเคล็ดลับและเทคนิคบริหารจัดการอย่างไร …ไปหาคำตอบด้วยกันได้เลย สถานีวัดสภาพอากาศอัต
คุณศักดา ล้ำบริสุทธิ์ หรือ คุณนุ เกษตรกรผู้ปลูกกล้วยหอมและเจ้าของสวนศักดากล้วยหอมทอง ในพื้นที่หมู่ที่ 5 ตำบลบ้านปทุม อำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี ที่นำความชอบที่มีต่ออาชีพเกษตรกรมาต่อยอดสร้างเป็นอาชีพด้วยการทำสวนกล้วยหอมทอง ปัจจุบันภายในสวนมีการปลูกกล้วยหอมมากกว่า 20 สายพันธุ์ จำหน่ายหน่อกล้วยและกล้วยนานาชนิด ส่งขายในช่องทางออนไลน์และออฟไลน์ สามารถสร้างรายได้ให้กับครอบครัวได้ตลอดทั้งปี จุดเริ่มต้นของการทำสวนศักดากล้วยหอมทอง คุณศักดา เล่าว่า ในอดีตเคยทำนาข้าวมาก่อนจริงจัง แต่เนื่องจากสถานการณ์ในเรื่องของราคาปุ๋ยมีราคาที่สูงขึ้น จึงส่งผลกระทบกับตนเองโดยตรง จึงเปลี่ยนมาทำสวนกล้วยแทน เป็นเวลากว่า 15 ปี ปลูกกล้วยในพื้นที่กว่า 9 ไร่ มีกล้วยกว่า 3,600 ต้น และภายในสวนมีกล้วยกว่า 20 สายพันธุ์ให้เลือกสรรปลูกตามความต้องการของลูกค้า “เมื่อก่อนผมไม่คิดที่จะทำตรงนี้ เมื่อก่อนทำนาอยู่ แต่ทีนี้พอทำนาช่วงหลังๆ ปุ๋ยเริ่มมีราคาแพงขึ้น จึงเปลี่ยนมาทำกล้วยแทน ทำมา 15 ปีแล้ว ในพื้นที่ 9 ไร่กว่าๆ มีกล้วยไร่ละ 400 ต้น มีกล้วยมากกว่า 20 สายพันธุ์ครับ เช่น กล้วยหอมทองปทุม กล้วยน้ำว้าสายพันธุ์มะลิอ่อง กล้วยน้ำว้า
ใครที่กินสับปะรดแล้วอย่าเพิ่งนำเปลือกไปทิ้ง เพราะสามารถเอาไปทำประโยชน์ได้ เป็นจุลินทรีย์ชนิดหนึ่งที่มีอยู่ในตาและเปลือกของสับปะรด นำมาทำจุลินทรีย์น้ำหมักสับปะรดได้ เพื่อบำรุงการเจริญเติบโตของต้นพืช และยังมีสรรพคุณช่วยปรับสภาพดินจากดินแข็ง ดินเหนียว ดินดาน ทำให้ดินมีความร่วนซุยมากขึ้น ใครที่กินสับปะรดแล้ว อย่า อย่า❗️เพิ่งนำเปลือกไปทิ้ง สามารถเอาไปทำประโยชน์ได้ เป็นจุลินทรีย์ชนิดหนึ่งที่มีอยู่ในตาและเปลือกของสับปะรด นำมาทำจุลินทรีย์น้ำหมักสับปะรดได้ เพื่อบำรุงการเจริญเติบโตของต้นพืช และยังมีสรรพคุณช่วยปรับสภาพดินจากดินแข็ง ดินเหนียว ดินดาน ทำให้ดินมีความร่วนซุยมากขึ้น เปลือกสับปะรด — เศษเหลือจากครัวที่หลายคนมักมองข้าม แท้จริงแล้วซ่อนคุณค่ามหาศาลสำหรับพืชผักในสวน ในเปลือกสับปะรดมีเอนไซม์ธรรมชาติอย่าง โบรมีเลน (Bromelain) ช่วยเร่งการย่อยสลาย เพิ่มจุลินทรีย์ในดิน บำรุงรากให้แข็งแรง 🪴วิธีการ 1. ฉีกหรือสับเปลือกสับปะรดให้มีขนาดเล็กลง ยิ่งเล็กก็ยิ่งทำให้การนำไปใช้ประโยชน์และการย่อยสลายง่ายขึ้น จากนั้นนำไปใส่ถังหมัก 2. เติมน้ำเปล่าเล็กน้อยในขวดบรรจุกากน้ำตาล เพื่อทำการละลายกากน้ำตาล เมื่อกากน้
ในประเทศไทย เกษตรกรรมยั่งยืน (Sustainable Agriculture) หมายถึง ระบบการเกษตรที่ครอบคลุมถึงวิถีชีวิตเกษตรกร กระบวนการผลิต และการจัดการทุกรูปแบบ เพื่อให้เกิดความสมดุลทางเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และระบบนิเวศ นำไปสู่การพึ่งตนเองและการพัฒนาคุณภาพชีวิตของเกษตรกรและผู้บริโภค มีรูปแบบค่อนข้างหลากหลาย โดยมีการเรียกชื่อต่างกันไป แต่พบว่ารูปแบบที่เป็นที่ยอมรับ และบรรจุไว้ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 8 เป็นต้นมา คือ เกษตรผสมผสาน เกษตรทฤษฎีใหม่ วนเกษตร เกษตรอินทรีย์ และเกษตรธรรมชาติ และรูปแบบอื่นๆ ที่สอดคล้องกับหลักการเกษตรกรรมยั่งยืน ทั้ง 5 รูปแบบสามารถจัดเป็นกลุ่มได้ 3 กลุ่ม 1. เน้นการจัดการระบบดิน น้ำ และความหลากหลายของกิจกรรม 2. เน้นการจัดการปัจจัยการผลิต และ 3. เน้นการไม่รบกวนระบบ (แหล่งที่มา : สํานักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม) Aromatic Farm ถือเป็นอีกหนึ่งฟาร์มต้นแบบเกษตรกรรมยั่งยืน ที่มีการนำหลักคิดการทำเกษตรอินทรีย์ ผสมผสานกับแนวคิดการพัฒนาเศรษฐกิจแบบใหม่ BCG Economy Model ในการสร้างความเข้มแข็ง ในด้านความหลากหลายทางชีวภาพ โดยอาศัยกลไกวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เพ
“ บางคนไม่รู้จักผักเคลคืออะไร ผักอะไรแพงจัง สำหรับคนที่รักสุขภาพที่กินผักเคลเพื่อรักษาตัวเอง ผักเคลไม่ใช่พืชกระแส แต่เป็นพืชทางรอด ที่ช่วยชีวิตเราทำให้กินผักได้ จะถูกหรือแพง ไม่เกี่ยง แค่เป็นผักอินทรีย์ก็พอแล้ว ” คุณจันทร์เพ็ญ ทรงสวยรูป ครูวัยเกษียณที่หันมา “ปลูกผักเคล” (Kale)แบบเกษตรอินทรีย์เพื่อเป็นอาหาร และแปรรูปเพิ่มมูลค่าในรูปแบบ “ ผงเคล” อาหารเสริมบำรุงสุขภาพคนและสัตว์เลี้ยง จำหน่ายแบบพรีออเดอร์ให้กับกลุ่มผู้สนใจผ่านทางสื่อโซเชียล สร้างรายได้ต่อเดือนกว่า 5 หมื่นบาท ในช่วง 7 ปีที่ผ่านมา คุณจันทร์เพ็ญ ปลูกผักเคลเป็นอาหารบำรุงสุขภาพ หลังพบอาการผิดปกติของเซลล์ตับ ซึ่งการรักษาแพทย์ทางเลือกแนะนำให้ทานผักสีเขียวฟื้นฟูสุขภาพ แต่คุณจันทร์เพ็ญไม่ชอบกินผักคะน้าเพราะเหม็นเขียว จึงหันมากินผักเคลแทน เพราะ ผักเคลคือราชินีผัก ที่มีสารอาหารเยอะมาก “ 2 ปีที่แล้ว ผักเคลเป็นพืชกระแสที่ดังมาก ใครๆ ก็อยากได้ ป้าปลูกผักเคลส่งขายตลาดจริงใจ Farmers’ Market ห้าง TOPS ในราคาขีดละ 40-50 บาท และต่อยอดสร้างมูลค่าเพิ่มในรูปแบบ ผลิตภัณฑ์ผงเคล ที่
ระหว่างวันที่ 14-16 ธันวาคม 2561 ที่ผ่านมา มีงานพืชสวนก้าวหน้าครั้งที่ 15 (hortex 2018) ณ ศูนย์วิจัยพืชสวนจันทบุรี ในงานมีนิทรรศการ การจำหน่ายผลผลิต ผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร งานแสดงความก้าวหน้าทางด้านเครื่องจักรกลการเกษตร รวมทั้งงานสัมมนาวิชาการ งานสัมมนาที่ได้รับความสนใจอย่างมากคือ “สวน 100 ไร่ทำได้คนเดียว” วิทยากรประกอบด้วยชาวสวนชั้นนำของจังหวัดจันทบุรีได้แก่ คุณชนันท์ เขียวพันธุ์ คุณสุเทพ นพพันธ์ คุณภานุศักดิ์ สายพานิชและอาจารย์ปราโมช ร่วมสุข ในฐานะผู้อำนวยการสถาบันทุเรียนไทย และเป็นประธานการจัดงานพืชสวนก้าวหน้า ทำหน้าที่เป็นผู้ดำเนินงานสัมมนาครั้งนี้ งานสัมมาสวน 100 ไร่ทำได้คนเดียว เป็นการพูดถึงทุเรียน เนื่องจากที่ผ่านมา ทุเรียนราคาดี คนหันมาปลูกกันมาก คุณชลธี นุ่มหนู ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรจันทบุรี กล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมสัมมนาว่า เนื่องจากทุเรียนราคาดี เกษตรกรส่วนหนึ่งที่ก้าวหน้ามากๆ ไม่ได้พูดถึงเงินล้าน แต่พูดถึงรายได้จากการทำสวนระดับ 10 ล้านกันแล้ว หัวข้อสัมมนา “สวน 100 ไร่ทำได้คนเดียว” ไม่ได้หมายความว่า สวนที่มีอยู่จำนวนมาก มีคนเก่งทำสวน 100 ไร่ได้เพียงคนเดียว แต่หัว
มะตาด หรือแอปเปิ้ลมอญ เป็นไม้ยืนต้นประเภทหนึ่งที่คนไทยเชื้อสายมอญต่างรู้จักกันมาเนิ่นนาน นิยมปลูกกันแทบทุกหลังคาเรือนในแหล่งชุมชนชาวมอญ ส่วนที่มาของชื่อ แอปเปิ้ลมอญ เนื่องจากผู้เฒ่าผู้แก่เห็นว่า ผลมะตาดสวยและมีรสเปรี้ยว ในเมื่อมีแอปเปิ้ลฝรั่งแล้วก็ต้องมีแอปเปิ้ลมอญนั่นเอง มะตาด (matat) มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Dillenia indica Linn. เป็นพืชที่เจริญได้ในป่าดิบชื้น หรือป่าฝนเขตร้อนใกล้แม่น้ำ ป่าพรุ ในภาคใต้ของไทย เรียกว่า ” แส้น ” พบในจังหวัดสุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ตรัง และพังงา และมีชื่อเรียกแตกต่างกันในแต่ละท้องถิ่นว่า ส้านกวาง ส้านท่า ส้านใหญ่ ส้มปรุ และ ส้าน สำหรับภาคเหนือ เรียกว่า ส้านป้าว (จังหวัดเชียงใหม่) ภาคกลางพบในจังหวัดปทุมธานี กาญจนบุรี และปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี นอกจากนี้ยังพบการกระจายตัวของ มะตาดในประเทศอินเดีย ศรีลังกา พม่า ยูนนาน ชวา คาบสมุทรมาลายู ลาว เวียดนาม กัมพูชา ฯลฯ ลักษณะทั่วไป ต้นมะตาด เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง สูง 10-15 เมตร ใบใหญ่ สีขาว ออกเป็นดอกเดี่ยวๆ ตามง่ามใบก้านดอก ลำต้นมักคดงอ เปลือกหนาสีเทา หรือน้ำตาลแดง ลอกเป็น ยาว 3-5 เซน
