พืชทำเงิน
รศ.ดร.สมชาย กล้าหาญ คณะเทคโนโลยีการเกษตร สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง แนะนำว่า การตัดแต่งกิ่งมะม่วงนั้น เริ่มตั้งแต่งเมื่อมะม่วงยังเป็นต้นกล้าอยู่ โดยเฉพาะมะม่วงที่เพาะในถุงพลาสติกหรือเพาะลงในแปลงปลูก และเวลาที่ปลูกลงหลุมจำเป็นต้องตัดแต่งรากและใบเพื่อลดการคายน้ำลงด้วยประการหนึ่ง ซึ่งระบบการตั้งพุ่มต้นมะม่วงนั้น นิยมเปิดกลางของทรงพุ่มให้โปร่งโดยเฉพาะการปลูกในระบบปลูกชิด จำนวนต้นที่ปลูกหนาแน่น ถ้าทรงต้นหนาทึบอาจจะทำให้เป็นที่สะสมของโรคและแมลงศัตรูได้ โดยเฉพาะโรคแอนแทรกโนส ฉะนั้นต้องตัดแต่งกิ่งเพื่อให้ระบบกิ่งภายในทรงพุ่มโปร่ง เพื่อแก้ปัญหาโรคแมลงได้น้อยลง ระบบการเลี้ยงกิ่งข้างนี้จะทำให้การตั้งพุ่มของมะม่วงมีทรงพุ่มได้ดีคือ จากช่วงที่ 1 เลี้ยงกิ่งไว้ 1-2 กิ่ง พอช่วงที่ 2 เลี้ยงกิ่งที่แตกจากช่วงที่ 1 ไว้กิ่งละ 3 กิ่ง รวมกันเป็น 6 กิ่ง พอช่วงที่ 3 เลี้ยงไว้ 18 กิ่ง (1-2-6-18) การแตกกิ่งของมะม่วงแตกด้านข้างละ 3 ช่วง และรวมทั้งการเลี้ยงกิ่งจากลำต้นอีก 2 ช่วง รวมเป็น 5 ช่วง จะใช้เวลาเลี้ยงดูทั้งหมดประมาณ 7-8 เดือน การเลี้ยงระบบนี้กิ่งจะค่อยๆ โปร่งขึ้นและโคนกิ่งแข็งแรง กิ่งจะไ
นายวัลลพ ประวัติวงศ์ นอภ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี พานักท่องเที่ยว เที่ยวชมสวนทุเรียนหมอนทองเกษตรอินทรีย์ ที่ไม่ต้องไปเร่ขาย ลูกค้าทั่วสารทิศมาจับจองหมดสวน แล้วได้พามาเที่ยวสวนองุ่นเกษตรอินทรีย์ ไร่องุ่นอิงชู ใกล้ๆ กับย่านที่ตั้งโรงงานอุตสาหกรรม พบกับ นายไพจิตร จอมพันธ์ อยู่บ้านเลขที่ 117 หมู่ 8 ต.นนทรี อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี หลังไปทำงานอยู่ต่างประเทศเงินเดือน 170,000 บาท แต่ตัดสินใจจากการเป็นลูกจ้างฝรั่ง ที่ทำงานมายาวนานถึง 17 ปี แล้วลาออกกลับมาบ้านเกิด นายไพจิตร กล่าวว่า เมื่อทบทวนดีแล้วพอมีเงินเก็บ ตัดสินใจบินกลับไทยเมื่อปีที่แล้ว มาบุกเบิกที่ดิน 2 ไร่ ทดลองปลูกองุ่นพันธ์โทมาฮอกแบลโอปอ ยังไม่รวมกับอีก 2 สายพันธุ์ พลิกฟื้นผืนนา ไถพรวนยกร่องสูง 30 ซม. ทำร่องน้ำระหว่างแถวไว้ระบายน้ำหากมีน้ำมาก ทำโครงเหล็กหลังคามุง 2 โรง ปลูกองุ่นแบบก้างปลา และระบบสปริงเกลอร์ ระยะห่าง 2×2 เมตร โรงละ 156 ต้น 1 ปี ที่ผ่านมา ทั้งที่ไม่เคยทำมาก่อน แต่จากการศึกษาดูงานไม่ทำให้ท้อ 1 ปี 1 เดือน ที่รอคอย องุ่นก็ออกผลให้เห็นกระทั่งมีคนรู้จักรู้ว่าตนปลูกองุ่นในพื้นที่ เป็นเกษตรกรรายแรก จึงสื่อสารผ่านบุคคลบอกต่อ
“ไทบ้านฟาร์มเมอร์” ถือเป็นฉายาที่เกษตรกรคนเก่งท่านนี้ตั้งให้ตัวเอง ที่มาของคำแทนตัวเองว่าเป็นไทบ้านฟาร์มเมอร์ มาจากที่ตนเองเป็นคนต่างจังหวัด และมีวิถีชีวิตและหลักคิดในการทำเกษตรแบบบ้านๆ การสื่อสารกับผู้คนก็เป็นหลักคิดง่ายๆ เป็นกันเอง ชาวบ้านคนธรรมดาฟังแล้วรู้เรื่อง สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริงๆ คุณวุฒิพงษ์ พลอยวิเลิศ (พี่กระต่าย) เกษตรกรผู้มากความสามารถ อยู่บ้านเลขที่ 751 หมู่ที่ 14 ตำบลบัวขาว อำเภอกุฉินารายณ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยขอนแก่น คณะวิทยาศาสตร์ สาขาเคมี ด้วยความสามารถที่ล้นเหลือ เขาเรียนจบปริญญาตรีภายในเวลา 3 ปีครึ่ง และมีบริษัทเข้ามาจองตัวไปทำงานทันที ในตำแหน่งเจ้าหน้าที่วิเคราะห์คุณภาพ โรงงานน้ำตาลกาฬสินธุ์ แต่ชีวิตก็ไม่ง่ายอย่างนั้น เพราะเป้าหมายในชีวิตคือการเป็นเกษตรกร แต่ด้วยเงินทุนที่มีจำกัด จึงจำเป็นต้องตั้งใจเรียนและวางแผนการศึกษาให้ดี จบให้เร็วและมีคุณภาพเพื่อให้ได้เข้าทำงานบริษัทที่มั่นคง พอที่จะหาเงินทุนมาทำตามความฝันได้ คุณวุฒิพงษ์ พลอยวิเลิศ (พี่กระต่าย) เส้นทางชีวิตเกษตรกรไทบ้าน ไม่ง่ายอย่างที่คิด ต้องทนแรงกดดัน และมีความมุ่งมั่นสูง พี่กระต่าย
มะม่วง เป็นไม้ผลที่อยู่กับคนไทยมาอย่างยาวนาน เรียกได้ว่าทุกบ้านที่ปลูกไม้ผลเพื่อเป็นร่มเงาคงจะขาดต้นมะม่วงเสียไม่ได้ นอกจากจะให้ร่มเงาบดบังแสงตะวันยามบ่ายแล้ว พอช่วงถึงฤดูผลิดอกออกผลยังได้ผลไม้ที่มีรสชาติดีไว้ประจำบ้านไว้กิน และแจกญาติสนิทมิตรสหายที่มาเยี่ยมเยือน มะม่วงที่กินบางต้นอร่อย บางต้นไม่อร่อย เกิดจากการนำเมล็ดของต้นแม่มาปลูกจึงจะมีกลายพันธุ์ออกไป สมมุติต้นแม่อร่อยแต่ต้นลูกที่ปลูกด้วยเมล็ดกลับให้ผลที่รสชาติไม่อร่อย ส่วนต้นที่มีรสชาติดีเป็นเพราะต้นนั้นเป็นต้นที่ได้จากการตอนกิ่ง ทาบกิ่ง ดังนั้น ลักษณะจึงไม่มีอะไรผิดเพี้ยนไปจากต้นแม่ ยังคงเลิศรสเหมือนถอดแบบกันมาโดยตรง เพราะฉะนั้นใครที่กำลังมองหาต้นมะม่วงปลูกไว้ที่บ้าน คงรู้แล้วใช่ไหมครับควรเลือกต้นพันธุ์แบบไหนดี คุณสุทิน หะสิตะ เป็นเกษตรกรที่ทำสวนมะม่วงเพื่อขยายกิ่งพันธุ์ โดยปลูกแบบคล้ายสวนป่าที่ไม่ยึดกฎเกณฑ์ตายตัว ภายในสวนมีไม้ยืนต้นและไม้ผลหลายชนิด เช่น สัก ตะเคียน ประตู ยางนา ขนุน และมะม่วง ฯลฯ ปลูกแบบให้ธรรมชาติดูแลกันเอง การทำเกษตรกรรม เป็นสิ่งที่ชอบและถนัด คุณสุทิน เล่าให้ฟังว่า เมื่อจบการศึกษาทางด้านการเกษตร จึงเริ่มป
ฟาร์มเมล่อน สายพันธุ์หวานญี่ปุ่น จ.ลพบุรี ยอดจองแน่น ออเดอร์ล้นข้ามปี ทุกรอบการผลิต มีคนสั่งจองไว้หมด ตั้งแต่เมลอนติดลูกอ่อน ที่อรพรรณ เมลอนฟาร์ม จ.ลพบุรี ซึ่งอยู่ในพื้นที่ของกลุ่มเกษตรอินทรีย์ สุรัติกาล ฟาร์ม เลขที่ 75 หมู่ 5 ต.ป่าตาล อ.เมือง จ.ลพบุรี ปลูกเมลอน 2 สายพันธุ์ในโรงเรือนเดียวกัน คือ สายพันธุ์ แสนหวาน (Sanwan melon) เมลอนสไตล์ญี่ปุ่น ซึ่งมีผลสีเขียวลายตาข่าย เนื้อส้ม หวาน หอม นุ่ม และ เมลอนสายพันธุ์ไทเฮา (Thaihao melon) เป็นเมลอนอีกหนึ่งสายพันธุ์ที่มาจากประเทศจีน ผิวมีรอยแตก สีทอง เนื้อมีสีส้มฟูกรอบ รสชาติหวานกรอบ มีกลิ่นหอม โดยในแต่ละโรงเรือนเพาะปลูก จะมีขนาดกว้าง 6.5 เมตร ยาว 30 เมตร สามารถปลูกเมลอน 2 สายพันธุ์ได้เฉลี่ย 350 ต้น ถึง 380 ต้น ขึ้นอยู่กับช่วงฤดูกาล โดยที่ฟาร์มเมลอนแห่งนี้ มี 3 โรงปลูกแต่ละโรงเรือนจะมีการวางแผนการเพาะปลูก โดยจะมีวงรอบการเพาะปลูกในโรงเรือน 80-90 วัน หมุนเวียนกันไปแบบไม่ตรงกัน เพื่อให้ง่ายต่อการดูแล ทำให้มีผลผลิตออกสู่ตลาดเกือบทั้งปี ในทุก ๆ 2 เดือน และมีความหวานทะลุ 19 บริกซ์ ส่วนวัสดุปลูกของที่ฟาร์มแห่งนี้ จะใช้ทรายแทนดินในการเพราะปลูก
ถึงเดือนตุลาคม เข้าสู่ฤดูของ “พุทรานมสด” ผลไม้รสหวาน รูปทรงคล้ายแอปเปิ้ลสีเขียว ที่ย่อส่วนลงมา เป็นที่นิยมอย่างมากในหลายพื้นที่ เนื่องจากสามารถปลูกได้ทั้งพื้นที่ดอนและพื้นที่ราบลุ่ม สามารถปลูกได้ตลอดทั้งปี โดยผลผลิตจะออกมากในช่วงฤดูหนาว และยิ่งถ้าหากสวนไหนมีการดูแลจัดการที่ดี ผลผลิตได้คุณภาพ สามารถขายได้ในราคาสูงถึงหลักร้อย นับเป็นอีกหนึ่งพืชทางเลือกสร้างรายได้ดีให้กับเกษตรกร โดยที่ไม่จำเป็นต้องปลูกเยอะ แค่มีการจัดการดูแลอย่างทั่วถึงสามารถสร้างเงินแสนได้ไม่ยาก คุณวิกาญดา ชนะใจวัฒนา หรือ คุณมุก ยังสมาร์ทฟาร์มเมอร์เมืองกาญจน์ อาศัยอยู่บ้านเลขที่ 33/3 หมู่ที่ 7 ตำบลวังศาลา อำภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี เกษตรกรรุ่นใหม่เน้นทำเกษตรอินทรีย์ อาศัยประสบการณ์ความชำนาญของรุ่นพ่อกับแม่เป็นจุดแข็งในการผลิต มาผสมผสานกับแนวคิดการทำตลาดของคนรุ่นใหม่ กลายเป็นช่องทางสร้างรายได้อย่างยั่งยืน คุณมุก เล่าถึงจุดเริ่มต้นการทำเกษตรว่า เรียกว่าเป็นการกลับมาสานต่อและพัฒนาอาชีพเกษตรกรรมที่พ่อกับแม่ทำไว้มาก่อนแล้ว โดยหลักๆ ที่บ้านจะปลูกคะน้าเป็นพืชสร้างรายได้หลักบนพื้นที่ประมาณ 30 ไร่ ส่วนสวนพุทรานมสดเป็นอาชีพเสริม
เกษตรกรในปัจจุบันไม่ได้แค่ปลูกขายผลสดแต่เพียงอย่างเดียว ในปัจจุบันจะเห็นว่าเกษตรกรหลายท่านได้มีการพัฒนาต่อยอดเพิ่มมูลค่าผลผลิตของสวนตัวเองด้วยการแปรรูปเป็นสินค้าและผลิตภัณฑ์ออกมาได้อย่างหลากหลาย เริ่มต้นจากการปลูกเอง ทำเอง ขายเอง แบบครบวงจร ถ้าเกษตรกรอยากเพิ่มช่องทางการผลิตสินค้าให้ได้มาตรฐานสินค้าเกษตร เพื่อเพิ่มช่องทางการขายส่งออกไปยังต่างประเทศ หรือโมเดิร์นเทรดต่างๆ สามารถทำได้ไม่ยาก วันนี้เทคโนโลยีชาวบ้านรวบรวมข้อมูลมาไว้ที่นี่แล้ว จะเป็นอย่างไรนั้นตามไปดูกันเลย เครื่องหมาย Q คืออะไรทำไมถึงเจอในสินค้าการเกษตรทั้งผักและผลไม้ เครื่องหมาย Q หรือ เครื่องหมายรับรองมาตรฐานสินค้าเกษตร คือ เครื่องหมายรับรองมาตรฐานใช้แสดงกับสินค้าเกษตร เพื่อเป็นการรับรองเกี่ยวกับแหล่งกำเนิดส่วนประกอบ วิธีการผลิต คุณภาพ หรือลักษณะอื่นใด ของสินค้าเกษตร ซึ่งมีความสำคัญในการสื่อสารไปยังผู้บริโภค หรือผู้ซื้อให้เกิดการยอมรับเชื่อมั่น และเชื่อถือต่อสินค้าเกษตรว่ามีมาตรฐาน คุณภาพ และความปลอดภัย เครื่องหมายรับรองมาตรฐานมีด้วยกัน 3 แบบ แบบที่ 1 เครื่องหมายรับรองมาตรฐานบังคับ มีลักษณะเป็นรูปอักษร Q สีเขียวทรงกล
หากพูดถึงการปลูกองุ่นทำไวน์ แน่นอนว่าที่แรกๆ ที่หลายคนนึกถึงคือกรานมอนเต้ GranMonte Vineyard and Winery อาณาจักรไร่องุ่นแห่งเขาใหญ่ ด้วยชื่อเสียงที่มีมายาวนานกว่า 25 ปี สืบทอดกันมารุ่นสู่รุ่น โดยปัจจุบันบริหารงานโดย คุณวิสุตา โลหิตนาวี และ คุณสุวิสุทธิ์ โลหิตนาวี ฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนวงการไวน์ในประเทศไทย และสร้างชื่อเสียงดังไกลระดับโลก คุณนิกกี้-วิสุตา โลหิตนาวี ไวน์เมกเกอร์แถวหน้าของไทย ผู้หลงใหลและชื่นชอบการปลูกต้นไม้ และมีความใฝ่ฝันอยากเป็นนักพฤกษศาสตร์ ในวัยเพียง 12 ปี จึงเลือกไปเรียนต่อทางด้านการปลูกองุ่นและการทำไวน์ ที่ประเทศออสเตรเลีย ตั้งแต่ช่วงมัธยมปลาย และศึกษาต่อปริญญาตรี ทางด้าน Oenology สาขา Viticulture and Winery จาก The University of Adelaide ประเทศออสเตรเลีย สถาบันที่นักปรุงไวน์ระดับโลกรู้จักกันเป็นอย่างดี และนำความรู้ที่ตั้งใจศึกษาเล่าเรียนมาทั้งหมด กลับมาพัฒนาต่อยอดไร่องุ่นกราน-มอนเต้ ให้เป็นไร่องุ่นที่มีชื่อเสียงจนถึงปัจจุบัน “เขาใหญ่” พื้นที่สุดพิเศษ ปลูกองุ่นทำไวน์ ได้มากกว่า 12 สายพันธุ์ การปลูกองุ่นทำไวน์ในประเทศถือว่าไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่ต้องอาศัยความเข้าใ
…“อาราบิก้า” จังหวัดพัทลุง ลงรายใหญ่แห่งแรกของภาคใต้ จำนวน 24,000 ต้น ปีที่ 3 ได้ผลผลิตทะลุทะลวง 10 กิโลกรัมต่อต้น เป้าหมายปีที่ 4 ได้ 30 กิโลกรัมต่อต้น แนวเทือกเขาบรรทัดพื้นที่เหมาะสมสภาพพื้นที่สิ่งแวดล้อมไม่ต่างกับสภาพภาคเหนือ…อาราบิก้า เชอรร์รี่ 20-22 บาท สารกาแฟ 400 บาทต่อกิโลกรัม ทิศทางมีผลผลิตพอแปรรูปสร้างแบรนด์เอง… คุณจุฑารัตน์ ช่วยสงคราม ประธานวิสาหกิจชุมชนไร่กาแฟภูบรรทัด จังหวัดพัทลุง เล่าว่า ในกลุ่มวิสาหกิจชุมชนไร่กาแฟภูบรรทัดได้มีการลงทุนปลูกกาแฟสายพันธุ์อาราบิก้าผสมผสานยางตามนโนยายการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) พร้อมยังได้รับการสนับสนุนทางด้านนวัตกรรมเชิงจากมหาวิทยาลัยทักษิณิ วิทยาเขตพัทลุงด้วย โดยพื้นที่พื้นที่ปลูกกาแฟสายพันุ์อาราบิก้าตามแนวริมเขาเทือกเขาบรรทัด เขตรักษาพันธ์สัตว์ป่า อำเภอกงหรา จังหวัดพัทลุง โดยระยะแรกประมาณ 24,000 ต้น ภาพรวมคิดเป็นไร่ได้จำนวน 200 ต้นต่อไร่ ซึ่งปลูกผสมกับสวนยางพาราเทือกเขาบรรทัด เขตรักษาพันธ์สัตว์ป่า จังหวัดพัทลุง โดยระดับความสูงจากระดับน้ำทะเลที่ 1,200 เมตร ยังมีมรสุมฝนตกชุกน้ำฝนประมาณ 1,800 มิลิเมตร มีทะเลน้อย อำเภอควน
มะรุม จัดเป็นพืชผักพื้นบ้านของไทย มีประโยชน์อเนกประสงค์ ทั้งทางด้านอาหาร ยา และอุตสาหกรรม เป็นไม้ยืนต้นที่โตเร็ว ทนแล้ง ปลูกง่ายในเขตร้อน อาจจะเติบโตมีความสูงถึง 4 เมตร และออกดอกภายในปีแรกที่ปลูก โดยทั่วไปต้นมะรุมสามารถปลูกได้ในสภาพไร่ คนเมืองที่มีพื้นที่จำกัด สามารถปลูกต้นมะรุมใส่กระถางข้างบ้านหรือปลูกในวงซีเมนต์ โดยมีเทคนิคการปลูกและบำรุงรักษาที่เหมาะสมเพื่อให้ติดฝักและใบสำหรับประกอบอาหารและเป็นยาตามที่ต้องการ สภาพปลูกในกระถางข้างบ้าน ดินปลูกเป็นปัจจัยสำคัญมาก ต้องมีอินทรียวัตถุมาก แต่ควรให้อุ้มน้ำได้ดี ไม่แน่นและไม่หลวมจนเกินไป ส่วนภาชนะที่จะปลูกต้องใหญ่พอ ขนาดกระถางตั้งแต่ 20 นิ้วขึ้นไป หรือหากเป็นวงซีเมนต์ควรมีขนาดตั้งแต่ 80 เซนติเมตร การบำรุงเริ่มต้นที่ควรเติมปุ๋ยมูลสัตว์ โดยเฉพาะมูลวัว ตั้งแต่เริ่มปลูก ผสมกับปุ๋ยสูตรเสมอเล็กน้อยในทุกๆ 1 เดือน ควรเติมปุ๋ยมูลสัตว์อย่างต่อเนื่อง ให้ปุ๋ยสูตรเสมออย่างบางๆ ประมาณ 2 สัปดาห์ครั้ง น้ำเป็นอีกปัจจัยหนึ่งขาดไม่ได้ ไม่ว่าจะรดน้ำโดยวิธีใด เพื่อให้ดินชุ่มอยู่เสมอ เมื่อเริ่มออกดอก ควรปรับปุ๋ยเป็น 13-13-21+สูตรเสมอ ปุ๋ยสูตรควรให้น้อยแต่บ่อยครั้
