พืชทำเงิน
การตัดแต่งกิ่งมะม่วงเป็นเทคนิคสำคัญที่จะช่วยให้ต้นมะม่วงมีผลผลิตเพิ่มขึ้น พร้อมทั้งมีผลดกที่ส่งผลต่อคุณภาพที่ดีกว่าต้นมะม่วง ที่ไม่ได้ผ่านการตัดแต่งกิ่งหรือปล่อยแบบธรรมชาติ เพราะหากไม่มีการตัดแต่งกิ่งจะทำให้ต้นมะม่วงมีความทึบ แสงแดดไม่สามารถส่องลงมาถึงพื้นดินภายในสวนได้ และเมื่ออากาศถ่ายเทได้น้อยลงจึงเป็นแหล่งสะสมของโรคและแมลงศัตรูพืชเข้ามารบกวน ดังนั้น การตัดแต่งกิ่งนอกจากจะช่วยทำการควบคุมทรงพุ่มแล้ว ยังสามารถช่วยกระตุ้นการแตกกิ่งใหม่ เพื่อให้มะม่วงออกผลที่มีคุณภาพและดกมากขึ้นตามมา รศ.ดร.สมชาย กล้าหาญ คณะเทคโนโลยีการเกษตร สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง แนะนำว่า การตัดแต่งกิ่งมะม่วงนั้น เริ่มตั้งแต่งเมื่อมะม่วงยังเป็นต้นกล้าอยู่ โดยเฉพาะมะม่วงที่เพาะในถุงพลาสติกหรือเพาะลงในแปลงปลูก และเวลาที่ปลูกลงหลุมจำเป็นต้องตัดแต่งรากและใบเพื่อลดการคายน้ำลงด้วยประการหนึ่ง ระบบการตั้งพุ่มต้นมะม่วงนิยมเปิดกลางของทรงพุ่มให้โปร่ง โดยเฉพาะการปลูกในระบบปลูกชิด จำนวนต้นที่ปลูกหนาแน่น ถ้าทรงต้นหนาทึบอาจจะทำให้เป็นที่สะสมของโรคและแมลงศัตรูได้ โดยเฉพาะโรคแอนแทรกโนส ฉะนั้นต้องตัดแต่งกิ่งเพื่อ
ผักกูด เป็นชื่อของผักชนิดหนึ่งจัดอยู่ในตระกูลเฟิร์น สามารถนำมาปรุงอาหารได้หลากหลายเมนู และนอกจากจะนำมาเป็นอาหารได้แล้วยังใช้เป็นสมุนไพรได้อีกด้วย ผักกูดมักจะขึ้นอยู่ตามริมน้ำหรือพื้นที่ชุ่มน้ำมากกว่าในป่าทึบ เจริญเติบโตได้ดีในช่วงฤดูฝน นอกจากนี้แล้ว ผักกูด ยังเป็นดัชนีชี้วัดถึงสภาพแวดล้อม ให้ได้รู้ว่าบริเวณไหนอากาศไม่ดี ดินไม่บริสุทธิ์ มีสารเคมีเจือปนอยู่ ผักกูดจะไม่ขึ้นหรือแตกต้นในบริเวณนั้น ด้วยสรรพคุณและคุณค่าที่มีมากมาย จึงทำให้ในปัจจุบันเกษตรกรหันมาปลูกผักกูดเชิงการค้ามากขึ้น คุณชาญณรงค์ พวงสั้น อยู่บ้านเลขที่ 69 หมู่ที่ 7 ตำบลวังจันทร์ อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี เล่าถึงงานปลูกผักกูดว่า เกิดนึกสนใจและมองเห็นอนาคตของผักกูดว่าน่าจะไปได้ดี ผักกูดเป็นผักที่หาได้จากธรรมชาติในสมัยก่อน แต่ในปัจจุบันเริ่มหารับประทานยากขึ้นทุกวัน ตนจึงมองเห็นโอกาสจากตรงนี้ ใช้เวลาว่างช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ ทำงานสวนปลูกผักกูดอินทรีย์แซมสวนสัก โดยยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวง รัชกาลที่ 9 คือปลูกพืช 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง ดังนั้น ในสวนของคุณชาญณรงค์จะเต็มไปด้วยการปลูกพืชที่เอื้ออำนวยกันไปเป็นลำดับ
การตัดแต่งหน่อกล้วย ให้มีจำนวนพอเหมาะ ไม่ไปแย่งอาหารต้นแม่ ซึ่งมีผลทำให้ขนาดของเครือเล็กลง เริ่มตั้งแต่ปลูกกล้วยไปแล้ว 5-6 เดือน ในระยะที่ต้นแม่ยังไม่ตกเครือ ให้ไว้หน่ออ่อนเพียง 2 หน่อ แต่ไม่ควรเกิน 3 หน่อ การไว้หน่อทั้ง 2 ดังกล่าว ให้อยู่ตรงกันข้ามโดยมีต้นแม่กั้นกลาง เพราะจะได้หน่อที่แข็งแรงที่สุด ส่วนหน่อที่เกิดตามมา เรียกว่า หน่อตาม ให้ตัดออกแล้วคว้านไส้ในทิ้ง ราดด้วยน้ำมันก๊าด หลังจากเก็บเกี่ยวผลแล้วให้ตัดต้นเดิมทิ้ง รักษาหน่อไว้ 1-2 หน่อ แทนต้นแม่ต่อไปได้อีก 3-4 ปี ขึ้นอยู่กับการดูแลรักษา ทั้งนี้ ต้องตัดแต่งใบที่แห้ง หรืออมโรคเผาทำลาย เหลือไว้เพียง 7-8 ใบ จนถึงระยะใกล้ตกเครือ ตัดให้เหลือใบที่สมบูรณ์ไว้เพียง 4-5 ใบ ก็พอ โรคตายพราย เกิดจากการเข้าทำลายของเชื้อราชนิดหนึ่ง ซึ่งมีอยู่ตามธรรมชาติ ถ้าหากต้นไม้ในที่นี้หมายถึงต้นกล้วย เมื่ออ่อนแอ หรือสภาพแวดล้อมเหมาะสมสำหรับเชื้อโรค มันก็จะเข้าทำลายทันที อาการของโรคตายพรายของกล้วย ถ้าสังเกตให้ดีจะพบสีเหลืองอ่อนที่ก้านใบแก่ ต่อมาปลายใบหรือขอบใบเปลี่ยนเป็นสีเหลือง แล้วขยายออกไปอย่างรวดเร็ว จนเหลืองทั้งใบ ต่อมาใบอ่อนก็เปลี่ยนเป็นสีเหลืองเช่นเด
ปัญหาแมลงศัตรูพืชเป็นอีกหนึ่งปัญหาหลักๆ เมื่อปลูกพืชไม่ว่าจะเป็นไม้ประดับหรือพืชเศรษฐกิจถือเป็นสิ่งที่ต้องเจอเสมอ ปัจจุบันเกษตรกรหรือผู้ที่สนใจปลูกพืชจะเน้นการป้องกันแบบธรรมชาติมากขึ้น โดยเฉพาะการใช้สารชีวภัณฑ์หรือจุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์ เพราะนอกจากจะไม่เป็นอันตรายกับมนุษย์แล้ว ยังเป็นการไม่ทำลายสิ่งแวดล้อมด้วยเช่นกัน จุลินทรีย์ควบคุมแมลงศัตรูพืชอย่าง เชื้อราเขียวเมตาไรเซียม (Metarhizium anisopliae) ชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Metarhizium anisopliae (Metsch) Sorok เป็นจุลินทรีย์ขนาดเล็กที่พบในดิน หากมองด้วยตาเปล่าจะสังเกตได้ยาก ซึ่งจุลินทรีย์ชนิดนี้สามารถทำให้เกิดโรคได้ในแมลงหลายชนิด อย่างเช่น หนอนผีเสื้อ หนอนด้วง ตั๊กแตน และเพลี้ยต่างๆ และยังสามารถกำจัดแมลงในดินได้อีกด้วย โดยเฉพาะในกลุ่มหนอนด้วงแรด (rhinoceros beetle) ที่อยู่ในระยะตัวหนอน ดักแด้ และตัวเต็มวัย ซึ่งเชื้อราเมตาไรเซียมสามารถทำลายได้ทั้งตัวอ่อนและตัวเต็ววัย นอกจากนี้ ยังเป็นเชื้อราที่ไม่ทำอันตรายต่อมนุษย์และสัตว์เลี้ยง กลไกลการทำงานของเชื้อราเมตาไรเซียมจะควบคุมแมลงศัตรูพืชได้อย่างไรนั้น สามารถอธิบายให้เห็นภาพง่ายๆ ดังนี้ เมื่อ
จากการสํารวจข้อมูลของผู้รับซื้อพริกในเว็บไซต์ต่างๆ พบว่า มีการประกาศรับซื้อพริกกันอย่างหลากหลาย แต่เมื่อสรุปประเด็นออกมาในแต่ละสายพันธุ์แล้วพบว่า มีสายพันธุ์พริกยอดนิยมที่ตลาดต้องการมากมาย จึงขอจัดเรียงอันดับ 10 ชนิดสายพันธุ์ ดังนี้ 1. พริกชี้ฟ้า พริกชี้ฟ้า มีชื่อพื้นเมืองที่เรียกกันในแต่ละท้องถิ่น คือ พริกชี้ฟ้า พริกเดือยไก่ พริกบางช้าง พริกหนุ่ม (ภาคเหนือ) พริกมัน (กรุงเทพฯ) พริกแล้ง (เชียงใหม่) พริกซ่อม พริกขี้หนู พริกนก พริกแด้ (เหนือ) พริกขึ้นก ดีปลีขึ้นก (ใต้) ดีปลี (ปัตตานี) ปะแกว (นครราชสีมา) หมักเพ็ด พริกแกว (อีสาน) เป็นต้น พริกชี้ฟ้า เป็นไม้ล้มลุก สูง 0.5-1.5 เมตร ใบเดี่ยวออกตรงกันข้ามหรือออกสลับ รูปใบหอก กว้าง 1-4 เซนติเมตร ยาว 2-4 เซนติเมตร ดอกสีขาว ออกเดี่ยวตามซอกใบและปลายกิ่ง โคนกลีบดอกเชื่อมกัน ปลายแยกเป็น 5 แฉก ดอกห้อยลง เมื่อบานเส้นผ่าศูนย์กลาง 1-1.5 เซนติเมตร เกสรตัวผู้ 5 อัน ผล รูปทรงกระบอกยาว ปลายเรียวแหลม มักโค้งงอ ยาว 6-9 เซนติเมตร ผิวเป็น มันสีเขียว เมื่อสุกเปลี่ยนเป็นสีเหลืองหรือสีแดง มีเมล็ดแบนสีนวลจํานวนมาก สายพันธุ์พริกชี้ฟ้า สามารถแบ่งได้ตามความต้องการ
ดินปลูกมีความสำคัญมากสำหรับพืช เพราะเป็นแหล่งให้สารอาหาร น้ำ และออกซิเจนที่พืชต้องการในการเจริญเติบโต ดินจึงเป็นปัจจัยสำคัญในการปลูกพืชอันดับต้นๆ ที่ไม่ควรมองข้าม สำหรับท่านที่มีความคิดจะปลูกผักไว้กินเองที่บ้าน บนพื้นที่เล็กๆ แต่ไม่รู้ว่าวิธีการผสมดินปลูกอย่างไร เทคโนโลยีชาวบ้านมีสูตรการผสมดินปลูกแบบไม่ต้องหมักมาฝากทุกคน ส่วนผสม ทรายละเอียด แกลบดิบที่หมักแล้ว กาบมะพร้าวสับละเอียด ที่ผ่านการแช่น้ำไว้ 2 คืน เพื่อล้างสารแทนนินออก มูลวัวนมหมัก ขั้นตอนการผสมดินปลูก ใส่แกลบดิบที่หมักไว้แล้ว 1 ส่วน ทรายละเอียด 1 ส่วน กาบมะพร้าวสับละเอียด 1 ส่วน และมูลวัวนมหมัก 1 ส่วน ถ้าปลูกผักทานใบให้ใช้มูลวัวจะดีมาก เพราะมูลวัวนมจะมีธาตุอาหารเยอะ จากนั้นทำการคลุกเคล้าส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากัน ขั้นตอนการเตรียมแปลงปลูก หากทำแปลงปลูกไว้บนสนามหญ้า ไม่ควรข้ามขั้นตอนนี้คือ การนำกระดาษลังหนามาปูรองพื้นไว้ โดยให้ลอกสีที่ติดมากับกล่องออกให้สะอาด เพื่อไม่ให้สารเคมีจากกล่องปนเปื้อนในแปลงผัก หรือในกรณีที่ไม่มีกระดาษลังก็ให้ใช้น้ำหมักจากเศษผักผลไม้มารดโดยไม่ต้องผสมน้ำ รดทิ้งไว้ 1 วัน หญ้าจะเหลืองแห้งในที่สุด เป็นสูตรน้ำห
เป็นที่น่าแปลกใจ ช่วงระยะเวลา 10 กว่าปีที่ผมเขียนเรื่องราวของเกษตรกรลงในวารสารเทคโนโลยีชาวบ้าน ได้มีโอกาสสัมภาษณ์เกษตรกรหลายร้อยคนพบว่า คนรุ่นใหม่ที่มีอายุไม่มากที่หันมาเอาดีทางอาชีพเกษตรจนประสบผลสำเร็จระดับหนึ่ง ร้อยละ 90 ไม่ได้จบเกษตร สาขาที่จบวิศวะจะมีจำนวนมากที่สุดในบรรดาสาขาทั้งหมดประมาณ 20-30 เปอร์เซ็นต์ของทั้งหมด รองลงมาเป็นสาขาบัญชี ผมก็ตอบไม่ได้ว่าคนจบเกษตรไปไหนหมด มีบางคนบอกว่าปริญญาแรกไม่ใช่ปริญญาที่แท้จริง เพราะปริญญาแรกเราเรียนเห่อๆ ไปตามเพื่อนบ้าง พ่อแม่บังคับให้เรียนบ้าง แล้วแต่จะเดินตามใคร พอเรียนจบมาทำงานในสายสาขาที่เรียนปรากฏว่าไม่ถูกจริตกัน จึงต้องคิดเรียนใหม่ ปริญญาที่สองถึงจะเป็นปริญญาที่แท้จริงของตัวตนเราเองหรือเปลี่ยนสาขาการทำงานให้ตรงกับความชอบซะให้รู้แล้วรู้รอดไป มีเกษตรกรรุ่นใหม่คนหนึ่งชื่อ ภานุพงษ์ คำกวีปราชญ์ หรือ พี่ต้อม ตามชื่อเรียกในเฟซบุ๊ก จบการศึกษาระดับปริญญาตรี สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ จากมหาวิทยาลัยดังในกรุงเทพมหานคร เมื่อปี 2553 ได้ทำงานในสาขาที่เรียนมาตลอดในบริษัทการสื่อสารด้านคอมพิวเตอร์ จนกระทั่งตำแหน่งสุดท้ายที่ลาออกคือ โปรเจ็กต์เอนจิเนียร์ คุณต้
ในแต่ละปีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จะจัดให้มีการประกวดผลงานของเกษตรกร สถาบันเกษตรกร สหกรณ์ดีเด่น และปราชญ์เกษตรของแผ่นดิน ตั้งแต่ระดับจังหวัดจนถึงระดับชาติ เพื่อยกย่องเชิดชูเกียรติเกษตรกรที่มีผลงานดีเด่น เพื่อเป็นแบบอย่างให้กับเกษตรกรรายอื่นได้ใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาอาชีพและการปฏิบัติงาน โดยปีนี้ เกษตรกรต้นแบบที่ผ่านการคัดเลือกจะเข้ารับพระราชทานโล่รางวัลในงานพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ในวันศุกร์ที่ 9พฤษภาคม 2568 ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง ซึ่งในปีนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประกาศยกย่อง “ คุณสวง คุ้มวิเชียร ” ในฐานะปราชญ์เกษตรของแผ่นดิน สาขาปราชญ์เกษตรดีเด่นประจำปี 2568 เนื่องจากคุณสวง เป็นเกษตรกรต้นแบบที่มีความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์อันยาวนานในด้านการเพาะพันธุ์กล้วยไม้เป็นแบบอย่างที่ดีให้แก่ เกษตรกรรุ่นใหม่ และเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาภาคการเกษตรของประเทศ คุณสวง คุ้มวิเชียร ผู้ก่อตั้ง “ แอร์ออร์คิดส์&แลบ ” คุณสวง คุ้มวิเชียร มีจุดเริ่มต้นจากการทำฟาร์มกล้วยไม้ตัดดอกส่งขายในประเทศ เมื่อปี พ.ศ.2538 มีการพัฒนาสายพันธุ์กล้วยไม้ใหม่ๆ มาอย่างต่อเนื่อง ทั้งเป็นผู้ก่อตั้ง “ แอ
ปัจจุบันระบบน้ำสำหรับการเกษตรมีหลากหลายรูปแบบด้วยกัน ได้แก่ ระบบน้ำพุ่ง ระบบน้ำหยด ระบบน้ำเหวี่ยงระบบปล่อยน้ำทางผิวดิน ระบบมินิสปริงเกลอร์ และระบบน้ำแบบสปริงเกลอร์ แต่ที่พบเห็นได้บ่อยและได้รับความนิยมจากเกษตรกรเป็นลำดับต้นๆ ก็คือ ระบบน้ำหยด กับระบบน้ำสปริงเกลอร์ แล้วระบบน้ำทั้ง 2 รูปแบบนี้ มีความแตกต่างกันอย่างไร แล้วใช้ระบบแบบไหนจะคุ้มค่า และตรงจุดกับที่พืชต้องการมากที่สุด วันนี้เทคโนโลยีชาวบ้านมีคำตอบ ระบบน้ำหยด ปัจจุบันเกษตรกรหลายแห่งได้ปรับเปลี่ยนมาใช้ระบบน้ำหยดในการให้น้ำแก่พืช ซึ่งเป็นเทคโนโลยีการเกษตรรูปแบบใหม่ที่ช่วยจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ การให้น้ำแบบนี้ช่วยให้พืชได้รับน้ำอย่างสม่ำเสมอ และเหมาะสมต่อการเจริญเติบโต หลักการทำงานของ “ระบบน้ำหยด” ระบบน้ำหยดสามารถนำมาประยุกต์ใช้กับการเกษตรได้หลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการปลูกพืช ปลูกผัก ทำไร่ ทำสวน ซึ่งสามารถนำระบบน้ำหยดมาใช้สำหรับควบคุมปริมาณน้ำในการปลูกพืช เพื่อรักษาระดับความชื้นในดิน หลักการทำงานของระบบสายน้ำหยดคือ การส่งน้ำไปยังต้นพืชอย่างสม่ำเสมอผ่านท่อและหัวน้ำหยดที่ติดตั้งไว้บริเวณโคนต้น โดยน้ำจะถูกปล่อยออกมาเป็นหยดเล็กๆ
มะม่วง เป็นผลไม้ที่สามารถปลูกได้ทุกภาคของประเทศไทย สําหรับภาคกลางนิยมปลูกในจังหวัดราชบุรี นครปฐม อ่างทอง และสุพรรณบุรี ปัจจุบันการส่งเสริมการปลูกมะม่วงในเชิงธุรกิจนั้น ได้มีการจัดตั้งกลุ่มผู้ปลูกมะม่วงเพื่อการส่งออก สวนมะม่วงของผู้ที่อยู่ในกลุ่มดังกล่าวจะมีใบ GAP รับรองความปลอดภัยของสินค้าเกษตร มะม่วงที่นิยมปลูก ได้แก่ พันธุ์น้ำดอกไม้สีทอง เขียวเสวย มันเดือนเก้า และโชคอนันต์ โดยเฉพาะมะม่วงพันธุ์น้ำดอกไม้สีทอง เป็นที่ต้องการของตลาดทั้งในและต่างประเทศสามารถสร้างรายได้ให้กับเกษตรกร ผู้ปลูกเป็นอย่างดี สร้างรายได้ปีละหลายแสนบาท คุณสุนทร สมาธิมงคล ได้ใช้ภูมิปัญญาชาวบ้านเพื่อลดต้นทุนการผลิตในการซื้อปุ๋ยเคมีและสารเคมีป้องกัน กําจัดศัตรูพืช สําหรับสวนมะม่วง ดังนี้ การปลูกมะม่วง คุณสุนทร เล่าว่า ตนเองนั้นได้ใช้ภูมิปัญญาชาวบ้านทําปุ๋ย หมักโดยผสมกับน้ำหมักชีวภาพจากผลไม้ เพื่อทดแทนการใช้ ปุ๋ยเคมีในสวนมะม่วง ซึ่งจะใส่ปุ๋ยหมักรองก้นหลุมก่อนปลูก ประมาณ 200 กรัม เมื่อนํากิ่งพันธุ์ปลูกแล้วรดน้ำทันที จากนั้นให้รดน้ำประมาณ 4-5 วันต่อครั้ง โดยการทําปุ๋ยหมักจะใช้น้ำหมักจากผลไม้มาผสมด้วยเพื่อเร่งการย่อย สลาย
