พืชทำเงิน
สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) เป็นอีกหน่วยงานสำคัญที่ช่วยกำหนดในเรื่องของมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหาร เพื่อให้การตรวจสอบมาตรฐานในด้านต่างๆ มีความสอดคล้องกับสากล เป็นการพัฒนาสินค้าเกษตรและอาหารให้ได้มาตรฐานมากขึ้น พร้อมทั้งยังมีการทำความร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องภายใต้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในการกำหนด เครื่องหมาย Q ที่เป็นเครื่องหมายรับรองมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารที่ผ่านการตรวจสอบรับรองความมีมาตรฐานและความปลอดภัย ช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศ นายพิศาล พงศาพิชณ์ เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้ข้อมูลว่า มกอช. ถือเป็นหน่วยงานที่ดูแลและดำเนินงานในเรื่องของมาตรฐานสินค้าเกษตร ทำภายพระราชบัญญัติมาตรฐานสินค้าเกษตร ซึ่งครอบคลุมภารกิจหมดทุกด้านที่เกี่ยวกับกระบวนมาตรฐาน พร้อมทั้งมีการกำหนดมาตรฐานเพื่อส่งเสริมและดูแลให้นำมาตรฐานไปใช้ มีระบบการตรวจสอบมาตรฐานให้เกิดการยอมรับมีความน่าเชื่อถือ และควบคุมกำกับดูแลในเรื่องของการนำเอาเครื่องหมายมาตรฐานหรือใบรับรองมาตรฐานไปใช้ ในเรื่องของการทำตลาดแ
ช่วงนี้มะม่วงเริ่มออกผลผลิตจำนวนมาก แต่ปัญหาที่เกษตรกรต้องกังวลก็คือ สัตว์ที่จะเข้ามาทำลายผลไม้ เช่น กระรอก นก หรือหนู วันนี้เรามีเคล็ดลับ ป้องกันกระรอกกินมะม่วงด้วยแก้วกาแฟที่ไม่ใช้แล้ว บอกเลยว่าได้ผลดีเกินคาด วิธีทำ 1. เตรียมแก้วและฝากาแฟ มาล้างทำความสะอาด เช็ดให้แห้ง 2. เจาะรูที่ตูดแก้วเพื่อระบายอากาศได้ดี ป้องกันน้ำขัง 3. จากนั้นนำแก้วที่เจาะรูแล้วครอบไปที่ผลไม้ที่ต้องการจะห่อผล แล้วใช้ฝาครอบปิด โดยให้ตัดฝาแก้วเป็นแนวตรง เสร็จแล้วนำมะม่วงดันเข้าไปข้างในแล้วนำก้นแก้วมาปิดด้านล่างตามด้วยเทปใสปิดทับอีกที หรือจะใช้แม็กซ์เย็บกระดาษก็ได้ เพื่อป้องกันลมพัดแก้วหล่น เพียงเท่านี้ก็สามารถป้องกันผลไม้แสนรักของเราจากแมลงวันทอง ป้องกันสัตว์รบกวน…ที่พบเห็นอยู่มีกระรอก หนู ซึ่งมักมาแทะและทิ้งร่องรอยไว้เสมอ ประโยชน์ของการห่อผลไม้นั้นมีมากมาย 1. สีและผิวสวยขึ้น…เช่น มะม่วงหากไม่ห่อผิวสีเขียว แต่ห่อผลจะเหลืองทอง ทั้งๆ ที่ดิบอยู่ ทำให้ได้รับความสนใจจากผู้พบเห็นและผู้ซื้อ 2. ป้องกันแมลงได้…ศัตรูตัวร้ายของผลไม้คือ แมลงวันผลไม้ หากห่อสามารถป้องกันได้อย่างดี 3. ปลอดจากสารเคมี…แทนที่เจ้าของจะพ่นสารเคมีป้อง
เสาวรส ผลไม้มากประโยชน์ สามารถทานผลสดได้ ผลเป็นทรงกลม ผลอ่อนสีเขียว เมื่อสุกมีหลายสีแล้วแต่พันธุ์ ทั้งสีม่วง เหลือง ส้ม ชั้นในสุดของเปลือกเป็นเยื่อสีขาวที่เรียกรก เนื้อรสเปรี้ยวจัด บางพันธุ์มีรสอมหวาน แหล่งปลูกเสาวรสที่สำคัญคือภาคเหนือ และพื้นที่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งด้วยคุณประโยชน์และรสชาติที่ถูกใจคนไทย เสาวรสจึงถือเป็นอีกหนึ่งพืชทางเลือกสร้างรายได้เสริมที่น่าสนใจ เมื่อความต้องการของตลาดมีอย่างต่อเนื่อง ทำให้เสาวรสเป็นอีกหนึ่งผลไม้ที่เมื่อออกตามฤดูกาลแล้ว สามารถทำรายได้ให้กับเกษตรกรในหลายพื้นที่ได้เป็นอย่างดี ซึ่งการจะปลูกให้ได้คุณภาพและรสชาติดีนั้น มีปัจจัยอะไรบ้าง วันนี้มีเทคนิคดีๆ มาเล่าสู่กันฟัง เสาวรสสามารถปลูกได้ทั่วไป แต่ควรเป็นที่มีความอุดมสมบูรณ์ มีน้ำฝนสม่ำเสมอ หรือมีการชลประทาน สภาพดินสมบูรณ์ ระบายน้ำได้ดี น้ำไม่ท่วมขัง ดินมีความเป็นกรดเล็กน้อย (pH) ประมาณ 6 การวางแผนปลูก…มีความจำเป็น เพราะเสาวรสเป็นไม้เลื้อยอายุหลายปี สามารถอยู่ได้ 3-5 ปี ควรวางแนวปลูกในแนวเหนือใต้ เพื่อให้เสาวรสได้รับแสงเต็มที่ เสาวรสต้องการแสงแดดวันละ 6-8 ชั่วโมง วิธีการเตรียมดิน ควรทำไว้ก่อนล่วงหน
หลายคนที่ปลูกมะม่วงอาจเคยเกิดปัญหาว่า มะม่วงผลขนาดใหญ่และยาวมักแตก หรือปลายผลมีลักษณะนิ่มช้ำ จนเมื่อผ่าออกก็พบว่ามีเนื้อภายในคล้ายวุ้น อาจารย์ประทีป กุณาศล อดีตนักวิชาการด้านการเกษตร ให้ข้อมูลว่า ที่เป็นเช่นนั้นเพราะขาดแคลเซียมหรือแคลเซียมไปไม่ถึงปลายผล ทําให้เซลล์บริเวณนั้น นิ่มและง่ายต่อการเกิดโรค และมักเกิดกับมะม่วงที่มีขนาดผลใหญ่ โดย “แคลเซียม” เป็นธาตุอาหารที่เมื่อเข้าไปฝังอยู่ที่พนังเซลล์ของไม้ผลแล้วจะทำให้มีความแข็งแรง ดังนั้น เมื่อขาดหรือไม่พออาจทำให้เซลล์บริเวณนั้นนิ่มและง่ายต่อการเกิดโรค แล้วมะม่วงที่มีขนาดผลใหญ่ อย่างพันธุ์จินหวง หรือเขียวสามรส จึงมักประสบปัญหาดังกล่าวเสมอ ต้นเหตุอาจเป็นเพราะเกษตรกรหรือคนปลูกมะม่วงมักเข้าใจว่าในดินมีแคลเซียมไม่เพียงพอ ความจริงมีเพียงพออยู่แล้ว แต่การปลูกโดยทั่วไปนิยมเร่งให้มีผลผลิตมาก จึงมีการใส่ไนโตรเจนจำนวนมาก จนทำให้พืชดูดไนโตรเจนมากกว่าแคลเซียม อีกทั้งแคลเซียมจะเดินทางช้าและมักไปอยู่ตามใบและส่วนอื่นมากกว่าในผล จึงทำให้เกิดภาวะที่ไม่สมดุล พอเป็นเช่นนี้ทำให้เกษตรกรหันมาพ่นแคลเซียมทางใบแทน ซึ่งแท้จริงควรให้ทางดินแล้วปล่อยให้ลำเลียงขึ้นไปตาม
นายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า กรมวิชาการเกษตร ในฐานะหน่วยงานวิจัยหลักด้านพืชและเครื่องจักรกลการเกษตรของประเทศไทย ได้นำนวัตกรรมและเทคโนโลยีมาใช้พัฒนาสู่การเกษตรอัจฉริยะ ให้สามารถเพิ่มผลผลิตต่อหน่วย ลดต้นทุนการผลิต แก้ไขปัญหาด้านแรงงานภาคเกษตร รวมถึงเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรได้ สร้างรายได้เพิ่มกับเกษตรกร ตามนโยบายการเกษตรอัจฉริยะของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยในปี 2567 สถาบันวิจัยเกษตรวิศวกรรม กรมวิชาการเกษตร ได้พัฒนาโรงเรือนอัจฉริยะอย่างง่ายสำหรับการปลูกพืชผักมีราคาที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรนครราชสีมา เพื่อแสดงถึงการใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยและนวัตกรรม ร่วมกับการทำเกษตรตามแนวเกษตรทฤษฎีใหม่ให้ประสานกันอย่างกลมกลืน ใช้แรงงานน้อยลง และเพิ่มคุณภาพของผลผลิต และปลอดสารพิษตกค้าง นางสาวขนิษฐ์ หว่านณรงค์ วิศวกรการเกษตรชำนาญการพิเศษ สถาบันวิจัยเกษตรวิศวกรรม กล่าวว่า สถาบันวิจัยเกษตรวิศวกรรม ได้ออกแบบโรงเรือนอัจฉริยะอย่างง่ายที่เหมาะสมกับเกษตรกร โดยโรงเรือนมีขนาดกว้าง 5.3 ยาว 18 เมตร สูงจากพื้นถึงคานบน 2.35 เมตร หลังคาพลาสติก ด้านข้างเปิดโล่ง หรือสามารถติดซาแรนบังแสงและลมด้า
“เฮมพ์” (Hemp) แท้จริงแล้วคือ “ต้นกัญชง” ที่ใช้เส้นใยมาทอเป็นผืนผ้า เรียกว่า ผ้าทอใยกัญชง แต่ต้นกัญชงถูกจัดให้เป็นพืชเสพติดประเภทเดียวกับกัญชา แต่ความจริงแล้วต้นกัญชงมีสารเสพติดที่ต่ำกว่ากัญชามาก และเป็นพืชที่ปลูกตามวิถีชีวิตของชาวไทยภูเขา มูลนิธิโครงการหลวง ได้รับการสนับสนุนศึกษาวิจัย จนได้สายพันธุ์ที่ปลูกได้ในพื้นที่สูง และเริ่มที่จะส่งเสริมให้เกษตรกรปลูก และเพื่อไม่ให้เกิดความสับสนของชื่อพืชทั้ง 2 ชนิดนี้ หม่อมเจ้าภีศเดช รัชนี องค์ประธานมูลนิธิโครงการหลวง จึงได้เปลี่ยนการเรียกชื่อ ต้นกัญชง มาใช้คำศัพท์ภาษาอังกฤษว่า เฮมพ์ (Hemp) วิถีชีวิตของชาวไทยภูเขาเผ่าม้งในอดีต มีการปลูกเฮมพ์กันทุกครัวเรือน เพื่อนำมาใช้ถักทอเป็นเครื่องนุ่งห่ม ทำเป็นเชือกมัดสิ่งของ กระสอบป่านบรรจุสิ่งของ สายคันธนูหรือหน้าไม้ ใช้เป็นยารักษาโรค ฯลฯ ในต่างประเทศใช้เฮมพ์ทำเป็นวัตถุดิบของการทำเบาะรถยนต์ เครื่องสำอาง ใช้ทำเสื้อเกราะป้องกันกระสุน และอื่นๆ อีกมากมาย การปลูกเฮมพ์ในประเทศไทยเริ่มลดลง หลังภาครัฐกำหนดให้กัญชงหรือเฮมพ์ เป็นพืชตระกูลเดียวกับกัญชา จัดอยู่ในกลุ่มพืชเสพติดชนิดหนึ่ง ขณะที่ตลาดมีความต้องการหัตถกรรมผ
หากย้อนไปเมื่อประมาณ 5 ปีก่อน เชื่อว่าหลายท่านคงคุ้นเคยกับพืชกระแสที่มาแรงอย่าง มะนาวคาเวียร์ (Finger Lime) หรือหลายท่านเรียกว่า มะนาวนิ้วมือ ในตอนนั้นเป็นอย่างดี ถึงปัจจุบันกระแสความนิยมก็เริ่มซาไป เพราะส่วนหนึ่งอาจเกิดจากความที่เป็นพืชตามกระแสมาแล้วก็หายไป หรือเกิดจากผู้คนยังไม่รู้วิธีการปลูกดูแลรักษา เพราะพืชชนิดนี้มีถิ่นกำเนิดอยู่ในประเทศออสเตรเลีย หรือข้อสุดท้ายก็นับเป็นเหตุผลที่น่ากลัวเช่นกัน นั่นคือ เกษตรกรหลายท่านถูกหลอกให้ซื้อต้นพันธุ์ไปปลูก ทั้งที่เจ้าของสวนเองยังไม่ทราบเลยว่าต้นพันธุ์ที่ขายไปนั้นเป็นมะนาวพันธุ์อะไร ลูกออกมาแล้วเป็นยังไง ก็ขายไปในราคาที่สูง แต่ผลสุดท้ายปลูกออกมาแล้วไม่ได้อย่างคำโฆษณา จึงอาจเป็นอีกหนึ่งสาเหตุหลักที่ทำให้กระแสของมะนาวคาเวียร์ ค่อยๆ จางหายไป แต่ในอีกทางหนึ่งก็ยังมีเกษตรกรที่ยังมุ่งมั่นพยายามปลูกและเรียนรู้ที่จะทำพืชสวนกระแสนี้จนสำเร็จ และสามารถสร้างรายได้เสริมให้เขาเป็นอย่างดีมานานกว่า 6 ปีแล้ว คุณเกรียงไกร บรรเทา หรือ พี่ใหม่ อาชีพหลักเป็นผู้จัดการวิศวกรรมซ่อมบำรุง และมีอาชีพเสริมเป็นเกษตรกรวันว่างปลูกมะนาวคาเวียร์ พืชสวนกระแสในปัจจุบัน แต่กลับ
มะพร้าว หนึ่งในไม้ผลเป็นยา ที่อุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุชนิดต่างๆ กินง่าย สามารถกินได้ทั้งน้ำและเนื้อ อีกทั้งยังสามารถนำมาแปรรูปทำอาหารได้ทั้งเมนูคาวและหวาน หรือนำมาใช้ในวงการเครื่องสำอาง ที่ถูกนำไปใช้เป็นส่วนผสมสำคัญ เช่น สบู่ ครีม แชมพู หรืออีกหนึ่งวิธีคือการสกัดเย็น โดยในประเทศไทยมีมะพร้าวหลากหลายสายพันธุ์ แต่ที่ได้รับความนิยมที่สุดคือมะพร้าวน้ำหอม ด้วยรสชาติที่หอม หวาน เป็นเอกลักษณ์ ทำให้มะพร้าวกลายเป็นพืชเศรษฐกิจของประเทศไทยได้ไม่ยาก เพราะฉะนั้นจึงไม่แปลกใจที่จะมีเกษตรกรมากหน้าหลายตาที่แวะเวียน ลงทุนปลูกมะพร้าวเพื่อสร้างรายได้ หลายคนประสบความสำเร็จ หลายคนผิดหวัง ขึ้นอยู่ที่เทคนิคการจัดการดูแลและการทำตลาดถือเป็นเรื่องสำคัญ คุณศักดิ์ศรี พระจันทร์ หรือ พี่ป้อม ยังสมาร์ทฟาร์มเมอร์นักทดลอง อยู่ที่ตำบลบ้านแขม อำเภอพิบูลมังสาหาร จังหวัดอุบลราชธานี อดีตผู้จัดการร้านอาหารในเมืองกรุงฯ ผันตัวเป็นเกษตรกรปลูกมะพร้าวน้ำหอมเป็นพืชสร้างรายได้หลัก ด้วยเหตุผลที่ว่า มะพร้าวเป็นพืชที่ลงทุนเพียงครั้งเดียว แต่สามารถเก็บขายได้นาน 25-30 ปี ประกอบกับการมองไปถึงเทรนด์สมัยใหม่ ที่ผู้คนหันมาใส่ใจเรื่องสุขภา
มะยงชิด ผลไม้ขึ้นชื่อจังหวัดนครนายก หากใครได้ลิ้มลองรสชาติ เป็นอันต้องติดใจ ด้วยลักษณะพิเศษที่ไม่เหมือนที่อื่น ทั้งขนาดของผลที่ใหญ่ สีของเปลือกและรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ ไม่แปลกใจเลยว่า ทำไมมะยงชิด ของที่นี่มีชื่อเสียงกลายเป็นซิกเนเจอร์ของจังหวัด ที่ใครมาแล้วต้องซื้อกลับ ซึ่งครั้งนี้เทคโนโลยีชาวบ้านก็ไม่พลาดที่จะพาท่านผู้อ่านไปรู้จักกับสวนมะยงชิดลุงนวย นับเป็นอีกสวนที่ขึ้นชื่อเรื่องของคุณภาพ และรสชาติของมะยงชิดที่หวานกำลังดี มีอมเปรี้ยวหน่อยๆ รวมถึงขนาดผลใหญ่ ที่ใหญ่เท่าๆ กับไข่ไก่ จนแม่ค้าต้องมานอนเฝ้าขอซื้อถึงสวน คุณอำนวย อินไชยะ (ลุงนวย) ข้าราชการเกีษยณ (เจ้าของสวนมะยงชิดลุงนวย) อยู่บ้านเลขที่ 1 หมู่ที่ 7 ตำบลท่าช้าง อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก เล่าว่า ก่อนที่จะมาทำสวนมะยงชิด ตนทำงานรับราชการเป็นนายช่างสมุทร อยู่กรมพัฒนาที่ดินมาก่อน งานสวนถือเป็นเรื่องไกลตัว อาศัยความมีใจรัก ระหว่างรับราชการมีโอกาสได้ไปคุมงานตามต่างจังหวัด ก็จะไปเสาะหาพันธุ์ไม้ดีๆ มาปลูกสะสมไว้ ด้วยลักษณะของงานที่ทำค่อนข้างเครียด กลับบ้านก็อยากพักผ่อนได้เห็นสีเขียวๆ เดินดูเพลินๆ ปลูกมาหลายชนิด มาจบสุดท้ายที่มะยงชิด เพร
การปลูกมะยงชิดหรือมะปรางหวานเป็นการค้านั้น ควรเป็นแหล่งที่มีฤดูฝนสลับฤดูแล้ง (หนาวและร้อน) ที่เด่นชัด เพราะช่วงแล้งดังกล่าวจะมีความสำคัญต่อการออกดอกของมะปราง ซึ่งช่วงดังกล่าวจะช่วยทำให้ต้นมะปรางมีการพักตัวชั่วคราว ชะงักการเจริญเติบโตทางใบและกิ่ง ถ้ามีอุณหภูมิต่ำหรืออากาศเย็นจะช่วยให้มะปรางออกดอกติดผลได้ดียิ่งขึ้น อุณหภูมิเป็นปัจจัยหนึ่งที่มีอิทธิพลต่อการแทงช่อดอก การติดผล และระยะเวลาการสุกของผลมะปราง คือ ถ้าอุณหภูมิต่ำและมีช่วงระยะเวลาของอุณหภูมิต่ำนานพอสมควร จะทำให้มะปรางออกดอกและติดผลได้ดีขึ้น และหลังจากมะปรางติดผลแล้ว ถ้าแหล่งปลูกมะปรางมีอุณหภูมิสูงขึ้นเร็ว จะมีผลให้มะปรางแก่หรือสุกเร็วกว่าในแหล่งที่มีอุณหภูมิต่ำ หลายคนคงไม่ทราบว่า จังหวัดพิจิตรเป็นแหล่งผลิตมะยงชิดพันธุ์ดีที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ เฉพาะเขตพื้นที่ตำบลวังทับไทร อำเภอสากเหล็ก มีพื้นที่ปลูกมะยงชิดพันธุ์ดี ประมาณ 2,000 ไร่ ผลผลิตมะยงชิดของจังหวัดพิจิตรเป็นที่ต้องการของตลาด เพราะผลใหญ่ เนื้อแข็ง และมีรสชาติหวานอมเปรี้ยวเล็กน้อย ผลผลิตส่วนใหญ่จะมีพ่อค้าเป็นจำนวนมากมารับซื้อเพื่อขายตลาดในประเทศ การปลูกมะยงชิด การเลือ
